ผมคนอีสานแท้ ๆ จะบอกว่าหน้าตาดีกว่าคนอีสานทั่วไปก็กระไรอยู่
เด๋วหมาน้อยแกล้งตายจะอิจฉา
ในช่วงเวลากว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้
บรรยากาศทางอีสานทุกพื้นที่ ย้ำนะครับ ว่าทุกพื้นที่ เงียบ ซึมเซา
พูดคุยกับเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง คนรู้จักมักคุ้น
ไม่ว่าสีสะเกด สุริน บุรีรัม โคราช อุดร ยโส ขอนแก่น กาสิน นครพนม หนองคาย ฯลฯ
ล้วนได้รับรู้ว่า บรรยากาศเป็นเช่นเดียกวัน สีดำเต็มเมือง
ทั้งทางภายนอก และภายใน
เรื่องราวอย่างนี้ ชี้ชัดและบ่งบอกครับ ว่าจิตวิญญาณของคนอีสาน (และคนไทยทั้งประเทศ) นั้นเป็นอย่างไร
ไม่ใช่ และไม่เป็นอย่างที่หลายฝ่ายมโน หลายพวกมอง และมีการบิดเนือนใส่ร้ายกันมานาน
ก็ขนาดถึงเคยทำแผนผังนั่นแหละครับ
อีสานนั้น ไม่ว่าออกพรรษา ที่จะมีงานลอยกระทง หรือวันลอยกระทงที่จัดพร้อมทางกรุงเทพฯ
(ปกติ อีสานจะมีลอยกระทงวันออกพรรษาครับ โดยเฉพาะทางอีสานใต้
มาระยะสิบยี่สิบปีมานี่แหละ ที่รับวัฒนธรรมวันเพ็ญเดือนสิบสองมาจากกรุงเทพฯ ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ)
จะครึกครื้นมากครับ แต่ปีนี้ ไม่ว่าออกพรรษา ไม่ว่าลอยกระทง
มิออิ่มสิ่ม
ไม่ต้องห้ามมาก ไม่ต้องประกาศย้ำ ว่ากันเอง บอกกันเอง พร้อมใจกันทำเอง
การผลิตสถานการณ์เท็จ เพื่อประโยชน์ทางการเมือง และงบประมาณในบางเรื่องนั้น
เพลา ๆ ลงบ้างเถอะครับ
ในทุกสังคม ในทุกประเทศ ในทุกพื้นที่ในโลกใบนี้ จะมีคนจำนวนหนึ่งที่คิดไม่เหมือนชาวบ้านเขาอยู่ทุกแห่งครับ
แม้กระทั่งพระพุทธองค์ ยังมีคนเกลียด
สำหรับประเทศไทย ไม่มีทางเลยครับที่จะเกิดสถานการณ์อย่างที่หลายพวก บางกลุ่ม บางฝ่ายเกรงกลัว และเอ่ยอ้าง
ในทางตรงกันข้าม กลับมีแต่การสร้างเรื่อง วางสถานการณ์ เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง
เป็นการเล่นยิมนาสติกแบบน่าเกลียดชัง สวมบททาร์ซานแบบหลงยุค
สร้างความเกลียดชัง แตกแยก สร้างความเข้าใจผิด แล้วฉวยโอกาสในสถานการณ์ดึงประโยชน์เข้าตัว
ในสังคมอีสานนั้น ใครพูดเรื่องนี้ในทางไม่ดี ไม่มีใครพูดคุยด้วยหรอกครับ
ยกเว้นในกลุ่มคนที่เขามีแนวคิดแนวทางไม่ชอบ ซึ่งเขาก็อยู่ในกลุ่มเขา ไม่สามารถขยายแนวร่วมแนวคิดได้
คนอีสานก็คน บางครั้งก็มีอารมณ์บ้าง เมื่อโดนเหตุการณ์ทางการเมืองรังแก
โดนผูกขาดความรักความภกักดี ชี้นิ้วใส่ร้ายโดยคนบางพวก ไม่มีใครห้าม ไม่มีใครช่วย ความรู้สึกแย่ ๆ มันก็มีขึ้นบ้าง
แต่ไม่มีทางที่จะขยายวง ผ่านไปไม่นาน ก็เข้าใจ หายโกรธหายเคือง
นั่นเพราะ "จิตวิญญาณ" ของคนอีสานฝังแน่นในเรื่องนี้อยู่แล้ว โดยเฉพาเรื่อง "บุญคุณ"
ว่าก็ว่าเถอะครับ เรื่อง กตัญญุกตเวทิตา นี่
คนอีสานถือเป็นเรื่องใหญ่มากครับ ข้าวคำเดียว น้ำคำเดียว ถือว่าเป็นบุณคุณจนวันตาย
เลิกซะทีเถอะครับ เรื่องเล่นลีลาทาร์ซานนี่ เลิกซะทีเหอะ
ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น และมันชัดมานานแล้ว ว่าเป็นการสวมบททาร์ซานเพื่อหาประโยชน์ใส่ตนเท่านั้น
หลอกข้างบน ป่วนข้างล่าง แล้วได้ประโยชน์
พอซะทีเหอะ
ส่วนไอ้พวกพูดทางยูทูป ก็เลิกซะที หยาบคาย สร้างเรื่อง โกหกใส่ร้ายสุด ๆ
ผมได้ยินแล้วยังอยากกระทืบคนพูด แล้วคนที่เขารักเขาหวง เขาจะแค่ไหน
มันก็เลยมีแต่ความขัดแย้ง แตกแยก ไม่มีความคิด เหตุผลที่จะมาพูดคุยกัน
มีแต่ใส่ร้ายกันไปมา แล้วหาพวกต่อตีกัน ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย
บางคน บางพวก ก็อยากมีความสำคัญ อยากดังอยากเด่น
มั่วได้ทุกเรื่อง มโนได้ทุกเรื่อง
ไอ้พวกหนึ่งก็เล่นบททาร์ซาน
ไอ้พวกหนึ่งก็เล่นบทแม็คกายเวอร์ รู้ไปหมด แต่ดันไม่รู้ว่าควรพูดอะไร ยังไง แค่ไหน อย่างไร ดีแต่พล่ามหยาบ ๆ คาย ๆ
เลยเป็นการเอาชนะคะคานกันของคนสองพวก
ต่างฝ่ายต่างก็อยากได้ประโยชน์ใส่ตน
เท่านั้นเอง
เลยเดือดร้อนกันไปหมด ทั้งสังคม ทั้งสิ่งรักสิ่งหวงแหน
พอกันได้แล้ว
คุณทาร์ซาน ครับ เรื่องราวของคุณ บทบาทของคุณมันตกยุคไปหลายสิบปีแล้วครับ ยุคนี้ไม่มีใครเขาระทึกใจกับลีลาทาร์ซานอีกแล้วครับ
เด๋วหมาน้อยแกล้งตายจะอิจฉา
ในช่วงเวลากว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้
บรรยากาศทางอีสานทุกพื้นที่ ย้ำนะครับ ว่าทุกพื้นที่ เงียบ ซึมเซา
พูดคุยกับเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง คนรู้จักมักคุ้น
ไม่ว่าสีสะเกด สุริน บุรีรัม โคราช อุดร ยโส ขอนแก่น กาสิน นครพนม หนองคาย ฯลฯ
ล้วนได้รับรู้ว่า บรรยากาศเป็นเช่นเดียกวัน สีดำเต็มเมือง
ทั้งทางภายนอก และภายใน
เรื่องราวอย่างนี้ ชี้ชัดและบ่งบอกครับ ว่าจิตวิญญาณของคนอีสาน (และคนไทยทั้งประเทศ) นั้นเป็นอย่างไร
ไม่ใช่ และไม่เป็นอย่างที่หลายฝ่ายมโน หลายพวกมอง และมีการบิดเนือนใส่ร้ายกันมานาน
ก็ขนาดถึงเคยทำแผนผังนั่นแหละครับ
อีสานนั้น ไม่ว่าออกพรรษา ที่จะมีงานลอยกระทง หรือวันลอยกระทงที่จัดพร้อมทางกรุงเทพฯ
(ปกติ อีสานจะมีลอยกระทงวันออกพรรษาครับ โดยเฉพาะทางอีสานใต้
มาระยะสิบยี่สิบปีมานี่แหละ ที่รับวัฒนธรรมวันเพ็ญเดือนสิบสองมาจากกรุงเทพฯ ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ)
จะครึกครื้นมากครับ แต่ปีนี้ ไม่ว่าออกพรรษา ไม่ว่าลอยกระทง
มิออิ่มสิ่ม
ไม่ต้องห้ามมาก ไม่ต้องประกาศย้ำ ว่ากันเอง บอกกันเอง พร้อมใจกันทำเอง
การผลิตสถานการณ์เท็จ เพื่อประโยชน์ทางการเมือง และงบประมาณในบางเรื่องนั้น
เพลา ๆ ลงบ้างเถอะครับ
ในทุกสังคม ในทุกประเทศ ในทุกพื้นที่ในโลกใบนี้ จะมีคนจำนวนหนึ่งที่คิดไม่เหมือนชาวบ้านเขาอยู่ทุกแห่งครับ
แม้กระทั่งพระพุทธองค์ ยังมีคนเกลียด
สำหรับประเทศไทย ไม่มีทางเลยครับที่จะเกิดสถานการณ์อย่างที่หลายพวก บางกลุ่ม บางฝ่ายเกรงกลัว และเอ่ยอ้าง
ในทางตรงกันข้าม กลับมีแต่การสร้างเรื่อง วางสถานการณ์ เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง
เป็นการเล่นยิมนาสติกแบบน่าเกลียดชัง สวมบททาร์ซานแบบหลงยุค
สร้างความเกลียดชัง แตกแยก สร้างความเข้าใจผิด แล้วฉวยโอกาสในสถานการณ์ดึงประโยชน์เข้าตัว
ในสังคมอีสานนั้น ใครพูดเรื่องนี้ในทางไม่ดี ไม่มีใครพูดคุยด้วยหรอกครับ
ยกเว้นในกลุ่มคนที่เขามีแนวคิดแนวทางไม่ชอบ ซึ่งเขาก็อยู่ในกลุ่มเขา ไม่สามารถขยายแนวร่วมแนวคิดได้
คนอีสานก็คน บางครั้งก็มีอารมณ์บ้าง เมื่อโดนเหตุการณ์ทางการเมืองรังแก
โดนผูกขาดความรักความภกักดี ชี้นิ้วใส่ร้ายโดยคนบางพวก ไม่มีใครห้าม ไม่มีใครช่วย ความรู้สึกแย่ ๆ มันก็มีขึ้นบ้าง
แต่ไม่มีทางที่จะขยายวง ผ่านไปไม่นาน ก็เข้าใจ หายโกรธหายเคือง
นั่นเพราะ "จิตวิญญาณ" ของคนอีสานฝังแน่นในเรื่องนี้อยู่แล้ว โดยเฉพาเรื่อง "บุญคุณ"
ว่าก็ว่าเถอะครับ เรื่อง กตัญญุกตเวทิตา นี่
คนอีสานถือเป็นเรื่องใหญ่มากครับ ข้าวคำเดียว น้ำคำเดียว ถือว่าเป็นบุณคุณจนวันตาย
เลิกซะทีเถอะครับ เรื่องเล่นลีลาทาร์ซานนี่ เลิกซะทีเหอะ
ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น และมันชัดมานานแล้ว ว่าเป็นการสวมบททาร์ซานเพื่อหาประโยชน์ใส่ตนเท่านั้น
หลอกข้างบน ป่วนข้างล่าง แล้วได้ประโยชน์
พอซะทีเหอะ
ส่วนไอ้พวกพูดทางยูทูป ก็เลิกซะที หยาบคาย สร้างเรื่อง โกหกใส่ร้ายสุด ๆ
ผมได้ยินแล้วยังอยากกระทืบคนพูด แล้วคนที่เขารักเขาหวง เขาจะแค่ไหน
มันก็เลยมีแต่ความขัดแย้ง แตกแยก ไม่มีความคิด เหตุผลที่จะมาพูดคุยกัน
มีแต่ใส่ร้ายกันไปมา แล้วหาพวกต่อตีกัน ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย
บางคน บางพวก ก็อยากมีความสำคัญ อยากดังอยากเด่น
มั่วได้ทุกเรื่อง มโนได้ทุกเรื่อง
ไอ้พวกหนึ่งก็เล่นบททาร์ซาน
ไอ้พวกหนึ่งก็เล่นบทแม็คกายเวอร์ รู้ไปหมด แต่ดันไม่รู้ว่าควรพูดอะไร ยังไง แค่ไหน อย่างไร ดีแต่พล่ามหยาบ ๆ คาย ๆ
เลยเป็นการเอาชนะคะคานกันของคนสองพวก
ต่างฝ่ายต่างก็อยากได้ประโยชน์ใส่ตน
เท่านั้นเอง
เลยเดือดร้อนกันไปหมด ทั้งสังคม ทั้งสิ่งรักสิ่งหวงแหน
พอกันได้แล้ว