คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
แนะนำ จขกท ได้อย่างเดียวคือ
หากไม่โอเค ควรปฏิเสธคำชวนไปเลย
อาจจะเป็นเพราะว่า ส่วนใหญ่ผู้โดยสารที่นั่งไปทานข้าวด้วยกัน ปกติน้อยคนที่คนขับจะขอแชร์ค่ารถ
ที่เคยเห็นแชร์ค่ารถคือ ขอโดยสารรถมาทำงานด้วย, เดินทางทริปต่างจังหวัด
กรณี จขกท การปฏิเสธ คือการทำที่ win-win ทั้ง 2 ฝ่ายครับ
หากไม่โอเค ควรปฏิเสธคำชวนไปเลย
อาจจะเป็นเพราะว่า ส่วนใหญ่ผู้โดยสารที่นั่งไปทานข้าวด้วยกัน ปกติน้อยคนที่คนขับจะขอแชร์ค่ารถ
ที่เคยเห็นแชร์ค่ารถคือ ขอโดยสารรถมาทำงานด้วย, เดินทางทริปต่างจังหวัด
กรณี จขกท การปฏิเสธ คือการทำที่ win-win ทั้ง 2 ฝ่ายครับ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
เมิงงง อ่ะคิดมาก(จริงป่ะ)
เค้ามีเพื่อนร่วมงาน ก็สนิทในระดับเพื่อนร่วมงาน กินเที่ยวหลังเลิกงาน ถ้าออกทริปใหญ่ๆคือ แชร์ค่ะ ค่ากิน ค่าน้ำมัน ซึ่งอันนี้ คือปกติ แต่สิ่งที่กำลังเป็นข้อค้างคาใจคือ
....เวลาออกไปหาอะไรกินกันหลังเลิกงาน คือไปกันนะ แชร์กันในส่วนของค่าอาหาร ค่ากิน ปกติ แต่ประเด็นคือ รถเรา น้ำมันเราเติม ในส่วนตรงนี้ ไม่มีการแชร์นะ ไปใกล้ ไปไกล ก็คือเราเป็นคน support การเดินทางทั้งหมด(เค้าไม่มีรถ+ระดับในการทำงานสูงกว่าเรา) ถ้าเป็นความประสงค์การไปของเรา ok เราเข้าใจ แต่ในกรณีที่ มาชวนเรา อยากไปกินโน้น กินนี่ แต่ไม่เคยคิดว่า เฮ้ย รถเรา น้ำมันเรา ไม่เคยมีการแชร์ตรงนี้เลย และพอมันบ่อยครั้งเข้า เราก็เริ่มไม่ ok ล่ะ ล่าสุดก็คือ ชวนเราไป กินกัน จ่ายตามสัดส่วนของการกิน กินเสร็จส่งถึงที่พัก....... แต่เราก็ยังต้องจ่ายค่าน้ำมันคนเดียว คำถามที่เราอยากให้ช่วยคือ
*** เราคิดมากไปไหม กับเรื่องตรงนี้(ซึ่งช่วงหลังๆ เราเลือกที่จะ อยู่นิ่งๆ เฉยๆ) ***