Sichuan on 35mm (เส้นทางสู่เขตปกครองตนเองอาป้าจู Abazu)

ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนว่านี่ไม่ใช่ทั้งการรีวิวกล้อง และการรีวิวการท่องเที่ยวครับ นิยามเป็นการบอกเล่าประสบการณ์ด้วยภาพถ่ายเป็นหลักน่าจะเหมาะกว่า
เป็นทริปที่จองไว้นานแล้ว เพื่อพาพ่อเที่ยวหลังเกษียณ เป็นการท่องเที่ยวในมณฑลเสฉวน (ซื่อฉวน) ของประเทศจีน มีจุดหมายหลักอยู่ที่อุทยานแห่งชาติจิวจ้ายโกว ผู้ร่วมเดินทางก็เป็นพ่อแม่ และเพื่อนๆ ของแม่

กล้องที่ผมเลือกหยิบติดมือไปคือFuji X100T กล้องพรีเมี่ยมคอมแพคของค่ายฟูจิ ซึ่งผมซื้อมาใช้สำหรับการถ่ายงานสารคดี และพวกงานบทความบางประเภทที่ต้องเข้าหาคน เลยซื้อกล้องที่เป็นมิตรกับคน (เพราะหน้าตาและขนาด) ในขณะเดียวกันก็ได้ไฟล์ที่คุณภาพดี

ขอบอกก่อนว่ากล้องตัวนี้ซูมไม่ได้ครับ เปลี่ยนเลนส์ก็ไม่ได้ เป็นเลนส์fix 23mm (35mm on fullframe) อยากได้ภาพใกล้ไกลก็ซูมด้วยเท้าเอา ที่เอากล้องตัวนี้ไปไม่แบกกล้องDSLRที่ถนัดไปเพราะความเล็กของมันนี่ล่ะครับ ผมคาดหวังไว้ลึกๆ ว่ามันจะเป็นมิตรกับคนมากๆ ยิ่งมีคนชื่นชมเจ้ากล้องตัวนี้ไว้เป็นกล้องที่ดีงามสำหรับการท่องเที่ยว ยิ่งคาดหวังเลยครับ หวังจะถ่ายภาพแบบStreet Photography เก็บวิถีชีวิตของผู้คนที่นี่ไป
ไปถึงแรกๆ ลุยถนนคนเดินในเฉินตูก็ได้ภาพแบบนี้มา
















อันนี้ไปวัดเต๋าแห่งแรกครับ ถ่ายไปเรื่อย เดินจนถึงยอด เหนื่อยมาก หนาวด้วย สุดท้ายปลายยอดหมอกเต็ม









จากนั้นผมก็เดินทางเข้าสู่เขตปกครองตนเองอาป้าจู

หลักคนที่นี่ถ้าไม่นับชาวจีนฮั่นก็จะประกอบด้วยคนอีก3กลุ่มครับ
ทิเบต-จ้างจู เลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพ
เชียงจู - ชาวเชียง จะมีหอธนูในหมู่บ้าน เผ่าที่โบราณที่สุดของจีนกว่า5000ปี ถูกเรียกขานว่าเผ่าเมฆ เผ่านี้น่าสนใจครับมีสัญลักษณ์เป็นแพะเพราะเดิมเลี้ยงแพะ
ชาวมุสลิม- มาจากกวานซู่ ทิเบต กับเจียง เดิมไม่เก่งงานแกะสลักหิน ในสมัยราชวงศ์หมิงจึงต้องนำชาวมุสลิมจากกวานซู่มาสอนให้ แต่ชาวมุสลิมเหล่านี้ก็ไม่ได้กลับไปยังถิ่นฐาน จนต้องตั้งรกรากยาวนาน


ในอดีตกษัตริย์ราชวงศ์ถังส่งเจ้าหญิงเหวิ่นเฉินไปแต่งงานกับผู้นำทิเบตซงเจ้าเพื่อสงบศึก เจ้าหญิงกลัวความลำบากเลยขอช่างฝีมือติดตามไปด้วย500คน เป็นช่างด้านต่างๆ
ช่างฝีมือเหล่านี้ได้สอนทักษะการช่างของฮั่นให้กับชาวทิเบต ชาวทิเบตสำนึกบุญคุณเจ้าหญิงสลักรูปปั้นไว้หน้ากำแพงเมืองซงซาน


ทิเบตทำบ้านด้วยไม้ ชาวเชียงทำด้วยหินแม่น้ำมาเรียกกัน
มุสลิมถนัดงานแกะสลัก เวลาค้าขายก้เอาของถนัดมาขายแลกกัน ทิเบตชอบชา ซื้อชาจากฮั่น เป็นต้น แล้วก็เอาเนื้อสัตว์ หนังสัตว์ ม้า มาขาย


มีการสร้างพิพิธภัณฑ์เผ่าเจียงหลังแผ่นดินไหว มีขนาดใหญ่และอลังการกว่าหมู่บ้านแบบดั้งเดิม รัฐบาลสร้างอพาตเมนทให้อยู่หลังแผ่นดินไหว ไม่ได้เป็นบ้านเดี่ยวเช่นเดิม

ในเขตปกครองอาป้าจูนี่จามรีฮอตมากครับ มีประโยชน์ทั้งตัว เขากระดูกทำเครื่องประดับ เนื้อเอามากิน หนัง ขน ใช้ทำเครื่องนุ่งห่มได้
พวงเดียวอันเดียวก็..... ตากแห้งดองเหล้าครับ รูปด้านล่างเลย













ภาพต่อจากนี้ไปเป็นภาพจากจุดหมายที่ผมไปครับ นั่งรถจากเฉินตูกว่า8-10 ชม เพื่อเข้าสู่อุทยานแห่งชาติจิวจ้ายโกว
ด้านในห้ามสูบบุหรี่ (กลัวไฟไหม้) เสียค่าเข้า220หยวน ต่อคนต่อวัน กว้างใหญ่มาก และสวยจนทำให้ผมเสียดายที่ไม่ได้แบกกล้องDSLR พร้อมเลนสครบๆ มา แต่บอกได้เลยว่าอากาศเบาบางมากครับ หน้าหนาวยิ่งหนาว ไม่เปิดให้คนเที่ยวเลยด้วยซ้ำไป















**** ที่นี่มีทะเลสาป น้ำตกเยอะมากครับ แต่ผมจำชื่อได้ไม่หมด เยอะแบบเที่ยว2-3 วันถึงจะเก็บหมดครับ แต่คนชอบมากวาดเอาวันเดียว ซึ่งจะกลายเป็นทัวร์ชะโงก และจะไม่ค่อยอิ่มเอม***







ในนี้มีหมู่บ้านชาวทิเบตด้วยครับ หลักๆ เป็นวัด กับร้านขายของ






หลังจากอิ่มกับจิวจ้ายโกวแล้วผมก็ไปอุทยานแห่งชาติหวงหลงต่อครับ ระยุเต็ม10ชั้น คนดูดบุหรี่อย่างผมปอดไม่อึด ได้แค่4ชั้นก็จะตายแล้วครับ





ด้านล่างนี่เป็นห้องเติมออกซิเจน ระหว่างทางขึ้นหวงหลงครับ อากาศเบาบางจนต้องปั๊มครับผมแค่500เมตรก็เหนื่อยได้ครับ มานี่ต้องฟิตร่างกายพอสมควร




จากหวงหลง ผมก็เดินทางกลับครับ ระหว่างทาง 3500 กว่าเมตรเหนือระดับน้ำทะเล




อันนี้เป็นจามรีย้อมขาวครับ (ปกติตามธรรมขาติสีดำ แต่ย้อมเพื่อความสวยงาม เอามาให้นักท่องเที่ยวขี่ถ่ายรูป ส่วนอาหมวยบนนั้นใครไม่รู้ครับ)
แต่ผมเห็นแล้วอยากกินมากกว่า อร่อยมากจริงๆ

ปิดท้ายด้วยเจ้าแพนด้ายักษ์ครับ น่ารักจนต้องเอามาลงเป็นภาพปิด หัวเราะ

ในกระทู้นี้เป็นเพียงภาพส่วนหนึ่งนะครับ ถ่ายมา1000กว่ารูป
มีรูปวัฒนธรรมและโชว์พื้นเมืองด้วย แต่คิดว่าแยกไว้กระทู้ถัดๆ ไปจะดีกว่าครับ
กระทู้นี้อยากแบ่งปันรูปภาพ ยิ้ม
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่