เราอยู่ตัวคนเดียวมาตลอด คนเดียวของเราในที่นี้คือ คนเดียวจริงๆ นะคะ
เราไม่มีพ่อ อยู่กับแม่ 2 คนมาตลอด แม่หาเลี้ยงเราคนเดียวโดยที่พ่อไม่เคยสนใจ ไม่เคยข้องเกี่ยวใดๆ กันเลยทั้งๆ ที่อยู่ในอำเภอเดียวกัน แต่เราก็ไม่เคยรู้จักกัน ไม่เคยมีคำว่า 'พ่อ' อยู่ในชีวิต แต่ทั้งชีวิตเราก็ไม่เคยรู้สึก 'ขาด' แม้ว่าจะมีแค่ 'แม่' คนเดียวในชีวิตก็ตาม
เราสองคนแม่ลูกมีความสุขกันตามประสา อยู่กันแบบจนๆ 2 คนแม่ลูก ชีวิตเรากับแม่ไม่เคยห่างกันเลย ตัวติดกันเป็นปลาท่องโก๋มาตลอด บ้านเราไม่มีทีวี ไม่มีตู้เย็น ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกใดๆ และเราอยู่กันในห้องเช่ามาตลอดตั้งแต่จำความได้จวบจนถึงตอนนี้
เราเริ่มทำงานหาเงินช่วยแม่ได้ ทำงานเป็นพาร์ทไทม์ตั้งแต่ ปวช.ปี 1-3 ปริญญาตรีสอบเข้าราชมงคลได้ กู้กองทุน กยศ.เรียนและทำงานเป็นพนักงานที่บริษัทเพจเจอร์แห่งหนึ่งตลอดช่วงที่เรียน ป.ตรี วันรับปริญญาคือวันที่แม่มีความสุขมากที่สุดวันนึง และเป็นวันที่น่าภูมิใจที่สุดสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนึงที่รับจ้างเย็บผ้าอยู่ข้างถนน ตากแดดวันนึงเป็น 10 ชั่วโมง แต่สามารถส่งลูกจนจบปริญญาได้
แต่...หลังรับปริญญาได้ 3 ปี ฟ้าก็เอาสิ่งสำคัญที่สุดในชิวิต คนๆ เดียวในชีวิตไปจากเรา...
ทั้งชีวิตเราเหล่อตัวคนเดียว...ถามว่าสิ่งทีเรียกว่า 'ญาติ' มีไม๊ มีค่ะ แต่ด้วยความจนของเรา ใครๆ เค้าก็รังเกียจเป็นธรรมดา แม่เรามีพี่น้อง 7 คนแต่จนที่สุดในจำนวนพี่น้อง งานศพแม่...เราโทรไปบอกสิ่งที่เรียกว่า ญาติ เค้าบอกมาว่า 'ถ้าว่างจะมา' คนพวกนี้ยังควรเรียกว่าญาติอยู่อีกไม๊คะ บางคนบอกเราใจแข็ง ใจดำไม่สนใจญาติพี่น้องเองต่างหาก...แต่ใครจะรู้ว่าข้างในเรามันเป็นยังไง
เราอยู่ตัวคนเดียวมา 12 ปี เป็น 12 ปีแห่งความทรมาน คิดฆ่าตัวตายหลายครั้งมากแต่ก็ไม่เคยทำ คงเพราะบาปหนากรรมหนักที่ยังใช้เค้าไม่หมดเลยยังไม่ถึงเวลา ล่าสุดเราประสบอุบัติเหตุ แขนหักขาหัก ไปทำงานไม่ได้ หาเงินไม่ได้และยังไม่รู้จะกลับไปหาเงินได้เมื่อไหร่ เงินเก็บที่มีก็ค่อยๆ หมดลงไปทุกวัน ท้อแท้สิ้นหวังเหลือเกิน นอนจมน้ำตามาตลอด 12 ปี แต่ตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุและสภาพตัวเองตอนนี้จมน้ำตามากกว่าเดิม เราร้องไห้จนตาบวม ร้องไห้จนไม่เหลือน้ำตา ทั้งๆ ที่อยากร้องไห้แต่บางครั้งกลับร้องไม่ออกเลยจริงๆ
ชีวิตคนๆ นึงทำไมถึงต้องเจออะไรหนักขนาดนี้ เราเหนื่อยเหลือเกิน ความคิดที่ไม่อยากมีชีวิตอยู่มีมาเรื่อยๆ เพราะจากอุบัติเหตุเราไม่สามารถกลับปกติอีกแล้วทั้งแขนและขา จะหางานใหม่ได้เมื่อไหร่ก็ยังไม่รู้ จะมีชีวิตต่อไปได้ยังไงในสภาพแบบนี้
ท้อแท้กับชีวิตเหลือเกิน
เราไม่มีพ่อ อยู่กับแม่ 2 คนมาตลอด แม่หาเลี้ยงเราคนเดียวโดยที่พ่อไม่เคยสนใจ ไม่เคยข้องเกี่ยวใดๆ กันเลยทั้งๆ ที่อยู่ในอำเภอเดียวกัน แต่เราก็ไม่เคยรู้จักกัน ไม่เคยมีคำว่า 'พ่อ' อยู่ในชีวิต แต่ทั้งชีวิตเราก็ไม่เคยรู้สึก 'ขาด' แม้ว่าจะมีแค่ 'แม่' คนเดียวในชีวิตก็ตาม
เราสองคนแม่ลูกมีความสุขกันตามประสา อยู่กันแบบจนๆ 2 คนแม่ลูก ชีวิตเรากับแม่ไม่เคยห่างกันเลย ตัวติดกันเป็นปลาท่องโก๋มาตลอด บ้านเราไม่มีทีวี ไม่มีตู้เย็น ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกใดๆ และเราอยู่กันในห้องเช่ามาตลอดตั้งแต่จำความได้จวบจนถึงตอนนี้
เราเริ่มทำงานหาเงินช่วยแม่ได้ ทำงานเป็นพาร์ทไทม์ตั้งแต่ ปวช.ปี 1-3 ปริญญาตรีสอบเข้าราชมงคลได้ กู้กองทุน กยศ.เรียนและทำงานเป็นพนักงานที่บริษัทเพจเจอร์แห่งหนึ่งตลอดช่วงที่เรียน ป.ตรี วันรับปริญญาคือวันที่แม่มีความสุขมากที่สุดวันนึง และเป็นวันที่น่าภูมิใจที่สุดสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนึงที่รับจ้างเย็บผ้าอยู่ข้างถนน ตากแดดวันนึงเป็น 10 ชั่วโมง แต่สามารถส่งลูกจนจบปริญญาได้
แต่...หลังรับปริญญาได้ 3 ปี ฟ้าก็เอาสิ่งสำคัญที่สุดในชิวิต คนๆ เดียวในชีวิตไปจากเรา...
ทั้งชีวิตเราเหล่อตัวคนเดียว...ถามว่าสิ่งทีเรียกว่า 'ญาติ' มีไม๊ มีค่ะ แต่ด้วยความจนของเรา ใครๆ เค้าก็รังเกียจเป็นธรรมดา แม่เรามีพี่น้อง 7 คนแต่จนที่สุดในจำนวนพี่น้อง งานศพแม่...เราโทรไปบอกสิ่งที่เรียกว่า ญาติ เค้าบอกมาว่า 'ถ้าว่างจะมา' คนพวกนี้ยังควรเรียกว่าญาติอยู่อีกไม๊คะ บางคนบอกเราใจแข็ง ใจดำไม่สนใจญาติพี่น้องเองต่างหาก...แต่ใครจะรู้ว่าข้างในเรามันเป็นยังไง
เราอยู่ตัวคนเดียวมา 12 ปี เป็น 12 ปีแห่งความทรมาน คิดฆ่าตัวตายหลายครั้งมากแต่ก็ไม่เคยทำ คงเพราะบาปหนากรรมหนักที่ยังใช้เค้าไม่หมดเลยยังไม่ถึงเวลา ล่าสุดเราประสบอุบัติเหตุ แขนหักขาหัก ไปทำงานไม่ได้ หาเงินไม่ได้และยังไม่รู้จะกลับไปหาเงินได้เมื่อไหร่ เงินเก็บที่มีก็ค่อยๆ หมดลงไปทุกวัน ท้อแท้สิ้นหวังเหลือเกิน นอนจมน้ำตามาตลอด 12 ปี แต่ตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุและสภาพตัวเองตอนนี้จมน้ำตามากกว่าเดิม เราร้องไห้จนตาบวม ร้องไห้จนไม่เหลือน้ำตา ทั้งๆ ที่อยากร้องไห้แต่บางครั้งกลับร้องไม่ออกเลยจริงๆ
ชีวิตคนๆ นึงทำไมถึงต้องเจออะไรหนักขนาดนี้ เราเหนื่อยเหลือเกิน ความคิดที่ไม่อยากมีชีวิตอยู่มีมาเรื่อยๆ เพราะจากอุบัติเหตุเราไม่สามารถกลับปกติอีกแล้วทั้งแขนและขา จะหางานใหม่ได้เมื่อไหร่ก็ยังไม่รู้ จะมีชีวิตต่อไปได้ยังไงในสภาพแบบนี้