ห้องเพลงคนรากหญ้า ***รวมใจคนไทยอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย*** 5/11/2559



ที่มา : เฟซบุ๊คของ คุณนภันต์ เสวิกุล


คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

พระอัจฉริยภาพทางด้านกีฬา (การแข่งขันเรือใบ)


ทรงต่อประกอบเรือใบ ชื่อ "ราชปะแตน" ด้วยพระองค์เอง


         ในงานกีฬาเซียพเกมส์ ครั้งที่ ๔ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญ ร่วมกันกับเจ้าฟ้าหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญาฯ จากการแข่งขันเรือใบ ยังความปีติโสมนัสแก่พสกนิกรชาวไทยโดยถ้วนหน้า โดยเฉพาะในวงการกีฬาของชาติ ได้มีขวัญและกำลังใจเพิ่มขึ้นอย่างประมาณมิได้

        ที่ต้องนับว่าอัศจรรย์ ก็คือ เรือใบในการแข่งขันนั้น ไม่ได้ทรงสั่งซื้อมาจากต่างประเทศ แต่สำเร็จเป็นลำเรือขึ้นมาจากฝีพระหัตถ์

        สำหรับข้าราชบริพารใกล้ชิด นี่ไม่ใช่สิ่งอัศจรรย์แต่อย่างใด เพราะว่าได้ทรงศึกษาวิชาช่างไม้ มาตั้งแต่ทรงเรียนหนังสืออยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ ทรงโปรดการเลื่อยไม้ และไสกบอยู่จนค่ำมืด

        โครงไม้เหล่านี้ในที่สุดก็ได้กลายเป็นเรือใบลำแรก ในจำนวนทั้งหมดถึงเจ็ดลำที่ทรงต่อประกอบขึ้นด้วยพระองค์เอง


        มีเรื่องเล่า..ก่อนหน้านั้นสองปี ระหว่างเสด็จฯ แปรพระราชฐาน ไปประทับที่พระราชวังไกลกังวล หัวหิน ตอนหน้าร้อน

        ขณะที่ทรงตีกรรเชียงเรืออยู่ ทรงเห็นว่า ม.จ.ภีศเดช รัชนี ได้นั่งเรือบดผ่านไปอย่างช้าๆ

        ทรงพิศวง ว่า ม.จ.ภีศเดชฯ ก็ยังหนุ่มยังแน่น ทำไมจึงชอบการเคลื่อนไหวช้าๆ แบบนั้น จึงได้ทรงพิจารณาเรือบดของ ม.จ.ภีศเดชฯ อย่างใกล้ชิด

        และเมื่อเสด็จฯ กลับวัง ก็ได้เริ่มทรงวางแผนเรียบร้อยแล้ว ที่จะต่อเรือบดขนาดเล็ก ซึ่งจะต้องแล่นได้ฉิว... เร็วกว่าของ ม.จ. ภีศเดชฯ


        แต่หลังจากทรงชนะการแข่งขันเรือใบกีฬาเซียพเกมส์แล้ว พระราชภารกิจทำให้ไม่มีเวลา ประกอบด้วยช่วงนั้นพระสุขภาพไม่สู้ดี จึงเป็นเหตุให้ทรงห่างเหินจากทะเลไปชั่วคราว

        ถึงปี พ.ศ. ๒๕๐๘ ได้ทรงขอให้ ม.จ.ภีศเดชฯ มาช่วยพระองค์ต่อเรือบดขนาดเล็กในระดับที่นานาชาตินิยมเล่นกัน

        ถึงแม้ว่าจะทรงเหน็ดเหนื่อยมาจากพระราชกิจตอนกลางวันสักเพียงใด แต่พอค่ำลงก็ทรงเพลิดเพลินอยู่กับงานต่อเรือของพระองค์


        นายปีเตอร์ คัมมินส์ ได้เขียนเล่าถึงห้องต่อเรือของพระองค์ว่า

        ในห้องเล็กๆ นั้น ไม่ได้มีแต่กบไสไม้เท่านั้น แต่ยังมี “เรื่องชวนขัน” อีกหลายอย่าง

        อย่างแรก ก็คือ ชื่อเรือ “ราชปะแตน” คนไทยได้ยินเข้าก็ขันกันทุกคน

        ก่อนหน้านั้น เมื่อต้น ปีพ.ศ. ๒๕๐๙ ดยุค แห่ง เอดินเบอระแห่งเกาะอังกฤษ ได้ทรงส่งเรือใบชนิดกินน้ำตื้น (Catamaran) มาถวาย

        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งชื่อเรือลำนี้ ว่า “ปลาดุก” ซึ่งเป็นการเล่นคำ เพราะปลาดุกนั้น ภาษาอังกฤษเรียกว่า “Cat fish” คำว่า cat หมายถึงเรือ Catamaran

        ส่วน “ดุก” นั้นทุกคนย่อมเข้าใจได้ทันที ว่าทรงเลียนเสียง “ดุ๊ค แห่งเอดินเบอระ” (คนไทยทั่วไปเรียกว่า พริ้นซ์ ฟิลิปส์ ว่า “ดุ๊ค” เพียงสั้นๆ)


        เกี่ยวกับเรือ “ราชปะแตน” นั้น เล่ากันว่า เมื่อทรงต่อเสร็จแล้วน้ำหนักถึง ๙๕ กิโล ยาว ๔ เมตร และช่วงที่กว้างที่สุดนั้นมีความกว้างถึงเมตรครึ่ง

        ข้าราชบริพารซุบซิบกัน ว่า เรือลำนี้จะออกประตูไหวหรือ? และจะลอยน้ำหรือจะจม?

         (ทั้งนี้เนื่องจากเคยมีนักต่อเรือสมัครเล่นหลายคนต้องพังฝาบ้านออกไป เพราะเอาเรือผ่านประตูออกไปไม่สำเร็จ บางคนถึงกับร้องไห้เมื่อเอาเรือลงน้ำแล้วก็จมให้เห็นต่อหน้าต่อตา)

        แต่นั้น ไม่ใช่ “ราชปะแตน”!

        “ราชปะแตน” ของในหลวง ออกทางประตูได้อย่างสง่าผ่าเผย และเมื่อลงน้ำแล้วก็ลอยลำอย่างองอาจ ในการออกแล่นเรือใบลำนี้เป็นครั้งแรกของพระองค์


        ม.จ.ภีศเดชฯ กราบบังคมทูล ว่า ขอให้ค่อยๆ แล่นไปตามขั้นตอน จากง่ายไปสู่ยาก

        แต่ทรงใจร้อนไปหน่อย ม.จ.ภีศเดชฯ หันไปดูอีกที...

         อ้าว... ทรงตกน้ำไปแล้ว แต่ก็ทรงพระสรวล และตั้งพระทัยว่าจะต้องเอาชนะเจ้า “ราชปะแตน” ให้ได้

        ครั้นถึงต้นปี ๒๕๐๙ ทรงชำนาญขึ้นมาก และประจวบเหมาะกับช่วงนั้น พริ้นซ์ ฟิลิปส์ “ดุ๊ค แห่งเอดินเบอระ” ทรงพระสำราญมากในการแข่งเรือคราวนั้น เมื่อเสด็จกลับไปถึงอังกฤษแล้ว จึงได้จัดส่งเรือใบชนิดกินน้ำตื้นมาถวาย


        นายปีเตอร์  คัมมินส์ ซึ่งเป็นนักเล่นเรือที่ชำนาญมากคนหนึ่ง เขียนเล่าว่า ในปี ๒๕๓๐ หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่างเหินการเล่นเรือใบไปถึงยี่สิบปี

        วันหนึ่งเสด็จฯ ออกมาประทับยืนตรงประตูพระราชวังไกลกังวล ทันใดนั้นก็ทอดพระเนตรเห็นเรือใบเรียงรายกันอยู่เป็นตับ เป็นภาพที่สวยงามอย่างยิ่ง

        วิญญาณของนักเล่นเรือใบได้กลับคืนมาสู่พระองค์อีกวาระหนึ่ง ได้ทรงถอดรองพระบาทแล้วทรงวิ่งเหยาะๆ ลงไปที่ชายหาด


        นายปีเตอร์  คัมมินส์ เล่าว่า

        “พระองค์ยังทรงชำนาญคล่องแคล่วอย่างเก่า ทรงชนะการแข่งเรือใบวันนั้น หลังจากทรงว่างเว้นไปถึงยี่สิบปี เมื่อขึ้นฝั่งแล้ว หลังการแข่งขัน มีการเสิร์ฟเครื่องดื่มในถาดเงิน”

        “หลังจากนั้นก็มีการประกาศผล ปรบมือกันทุกครั้งที่ประกาศ แล้วมีการหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน ทรงเป็นกันเองกับพวกเรามาก”

        นายปีเตอร์  คัมมินส์ วันนั้นโชคไม่ดี มาเป็นที่โหล่

        ทรงมีรับสั่งหยอกล้อเขา ว่า

        “ได้ที่ ๑๙ จากจำนวนคนแข่ง ๑๙ คน... ท่านออกไปทำอะไรอยู่ที่ไหนล่ะ?”

        นายปีเตอร์  คัมมินส์ กราบบังคมทูลว่า

        “I WISH KNEW … YOUR MAJESTY”

        (“ข้าพระเจ้า ก็อยากทราบเหมือนกันพะย่ะค่ะ)

        นายปีเตอร์  คัมมินส์ เขียนว่า ถึงแม้วันนั้นเขาจะมาเป็นที่โหล่รั้งท้าย แต่เป็นวันที่มีความสุขมากที่สุดในชีวิต








ที่มา : ราชปะแตน ของในหลวง


เพลง ด้วยรักของพ่อ - รวมศิลปิน I AM & True fantasia

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่