💛🙏 31 มีนาคม ของทุกปี เป็น “วันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า” (รัชกาลที่ 3)
31 มีนาคม ของทุกปี เป็นวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า (รัชกาลที่ 3)
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า (รัชกาลที่ 3) เป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) และ สมเด็จพระศรีสุลาลัย (เจ้าจอมมารดาเรียม) เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันจันทร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2330 ณ พระราชวังเดิม กรุงธนบุรี และสวรรคตเมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2394 รวมพระชนมพรรษาได้ 64 พรรษา ดำรงอยู่ในราชสมบัติ 27 ปี
พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถด้านเศรษฐกิจการพาณิชย์มานับตั้งแต่ยังทรงเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ ก่อให้เกิดความมั่งคั่งต่อพระคลังหลวงเป็นที่พอพระราชหฤทัยยิ่งของพระบรมชนกนาถ ทรงพระมหากรุณาเอาพระราชหฤทัยใส่ในทุกข์ของราษฎรโดยเฉพาะเรื่องการเกษตรและการประกอบอาชีพ เช่นภาวะฝนแล้งข้าวยากหมากแพง ก็โปรดเกล้าฯ ให้นำข้าวในฉางหลวงมาจำหน่ายในราคาถูก และส่งเสริมให้ชาวนาทำนาได้ปีละ 2 ครั้ง ทรงพระเมตตาพระราชทานความยุติธรรมในเรื่องของอากรค่านา ให้เก็บภาษีทั้งนาของขุนนางและราษฎรให้เท่ากัน เพื่อให้เกิดความสุขแก่เกษตรกรผู้เป็นพลเมืองของชาติ รวมถึงทรงเพิ่มพูนรายได้ของประเทศชาติอย่างหลากหลายวิธี อาทิ การส่งสินค้าไปค้าขายกับต่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงการเก็บภาษีอากรจากรูปของสินค้าและแรงงานเป็นการชำระด้วยเงินตรา และเพื่อป้องกันประเทศ สร้างกองทัพเรือ ขุดคูคลอง สร้างป้อมปราการเพื่อรักษาปากน้ำจุดสำคัญ ๆ ในขณะเดียวกันก็ทำนุบำรุงประเทศ พระพุทธศาสนา และในเรื่องของการศึกษาหาความรู้ของคนทุกระดับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โปรดเกล้าฯ ได้ให้จารึกสรรพวิชาไว้เป็นดุจมหาวิทยาลัยอันมีตำราสารพัดแขนงไว้ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลา
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในการต่างประเทศ มีน้ำพระราชหฤทัยผูกพันในประโยชน์สุขของราษฎรอยู่เป็นนิจ แม้ในยามทรงประชวรใกล้เสด็จสวรรคต ดังที่มีพระราชกระแสกับพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ถึงแนวทางการติดต่อสัมพันธ์กับต่างประเทศในอนาคต ซึ่งต่อมาปรากฏว่าเป็นไปตามพระราชวาจาทุกประการ
“การศึกสงครามช้างญวนช้างพม่าก็เห็นจะไม่มีแล้ว จะมีอยู่แต่ข้างพวกฝรั่ง ให้ระวังให้ดี อย่าให้เสียทีแก่เขาได้ การงานสิ่งใดของเขาที่คิดควรจะเรียนเอาไว้ ก็ให้เอาอย่างเขา แต่อย่าให้นับถือเลื่อมใส่ไปเสียทีเดียว”
คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2535 กำหนดให้วันที่ 31 มีนาคม ของทุกปี เป็น
“วันระลึกพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า” หรือ
“วันเจษฎา” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่าน ในปี พ.ศ. 2541 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรได้ถวายพระราชสมัญญาว่า
“พระมหาเจษฎาราชเจ้า” แปลว่า
“พระเจ้าแผ่นดินผู้เป็นใหญ่” ปี พ.ศ. 2551 คณะรัฐมนตรีมีมติถวายพระราชสมัญญาว่า
พระบิดาแห่งการค้าไทย พระบิดาแห่งการพาณิชย์นาวีไทย และปี พ.ศ. 2558 ถวายพระราชสมัญญาว่า
พระบิดาแห่งการแพทย์แผนไทย
#สืบสานรักษาต่อยอด
#พระมหาเจษฎาราชเจ้า
#พระบิดาแห่งการค้าไทย
#พระบิดาแห่งการพาณิชย์นาวีไทย
#พระบิดาแห่งการแพทย์แผนไทย
#วันเจษฎา
💛🙏 31 มีนาคม ของทุกปี เป็น “วันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า” (รัชกาลที่ 3)
💛🙏 31 มีนาคม ของทุกปี เป็น “วันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า” (รัชกาลที่ 3)
31 มีนาคม ของทุกปี เป็นวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า (รัชกาลที่ 3)
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า (รัชกาลที่ 3) เป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) และ สมเด็จพระศรีสุลาลัย (เจ้าจอมมารดาเรียม) เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันจันทร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2330 ณ พระราชวังเดิม กรุงธนบุรี และสวรรคตเมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2394 รวมพระชนมพรรษาได้ 64 พรรษา ดำรงอยู่ในราชสมบัติ 27 ปี
พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถด้านเศรษฐกิจการพาณิชย์มานับตั้งแต่ยังทรงเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ ก่อให้เกิดความมั่งคั่งต่อพระคลังหลวงเป็นที่พอพระราชหฤทัยยิ่งของพระบรมชนกนาถ ทรงพระมหากรุณาเอาพระราชหฤทัยใส่ในทุกข์ของราษฎรโดยเฉพาะเรื่องการเกษตรและการประกอบอาชีพ เช่นภาวะฝนแล้งข้าวยากหมากแพง ก็โปรดเกล้าฯ ให้นำข้าวในฉางหลวงมาจำหน่ายในราคาถูก และส่งเสริมให้ชาวนาทำนาได้ปีละ 2 ครั้ง ทรงพระเมตตาพระราชทานความยุติธรรมในเรื่องของอากรค่านา ให้เก็บภาษีทั้งนาของขุนนางและราษฎรให้เท่ากัน เพื่อให้เกิดความสุขแก่เกษตรกรผู้เป็นพลเมืองของชาติ รวมถึงทรงเพิ่มพูนรายได้ของประเทศชาติอย่างหลากหลายวิธี อาทิ การส่งสินค้าไปค้าขายกับต่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงการเก็บภาษีอากรจากรูปของสินค้าและแรงงานเป็นการชำระด้วยเงินตรา และเพื่อป้องกันประเทศ สร้างกองทัพเรือ ขุดคูคลอง สร้างป้อมปราการเพื่อรักษาปากน้ำจุดสำคัญ ๆ ในขณะเดียวกันก็ทำนุบำรุงประเทศ พระพุทธศาสนา และในเรื่องของการศึกษาหาความรู้ของคนทุกระดับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โปรดเกล้าฯ ได้ให้จารึกสรรพวิชาไว้เป็นดุจมหาวิทยาลัยอันมีตำราสารพัดแขนงไว้ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลา
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในการต่างประเทศ มีน้ำพระราชหฤทัยผูกพันในประโยชน์สุขของราษฎรอยู่เป็นนิจ แม้ในยามทรงประชวรใกล้เสด็จสวรรคต ดังที่มีพระราชกระแสกับพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ถึงแนวทางการติดต่อสัมพันธ์กับต่างประเทศในอนาคต ซึ่งต่อมาปรากฏว่าเป็นไปตามพระราชวาจาทุกประการ “การศึกสงครามช้างญวนช้างพม่าก็เห็นจะไม่มีแล้ว จะมีอยู่แต่ข้างพวกฝรั่ง ให้ระวังให้ดี อย่าให้เสียทีแก่เขาได้ การงานสิ่งใดของเขาที่คิดควรจะเรียนเอาไว้ ก็ให้เอาอย่างเขา แต่อย่าให้นับถือเลื่อมใส่ไปเสียทีเดียว”
คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2535 กำหนดให้วันที่ 31 มีนาคม ของทุกปี เป็น “วันระลึกพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า” หรือ “วันเจษฎา” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่าน ในปี พ.ศ. 2541 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรได้ถวายพระราชสมัญญาว่า “พระมหาเจษฎาราชเจ้า” แปลว่า “พระเจ้าแผ่นดินผู้เป็นใหญ่” ปี พ.ศ. 2551 คณะรัฐมนตรีมีมติถวายพระราชสมัญญาว่า พระบิดาแห่งการค้าไทย พระบิดาแห่งการพาณิชย์นาวีไทย และปี พ.ศ. 2558 ถวายพระราชสมัญญาว่า พระบิดาแห่งการแพทย์แผนไทย
#สืบสานรักษาต่อยอด
#พระมหาเจษฎาราชเจ้า
#พระบิดาแห่งการค้าไทย
#พระบิดาแห่งการพาณิชย์นาวีไทย
#พระบิดาแห่งการแพทย์แผนไทย
#วันเจษฎา