ถ้าหากจะพูดถึงเทือกเขาแอลป์ (Alps) หรือก็คือ เทือกเขาที่ทอดตัวยาวพาดผ่านประเทศบนผืนทวีปยุโรป ชื่อแรกๆที่จะปรากฏขึ้นมาในความคิดของคนไทยหลายคนก็คือ ภูเขาในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เช่น ภูเขาจุงเฟรา (Mt.Jungfrau) และ ภูเขาทิตลิส (Mt.Titlis)
ความงดงามของธรรมชาติที่มีองค์ประกอบอยู่อย่างครบถ้วนทั้ง สิงสาราสัตว์นานาชนิด พืชพันธ์ไม้นานาพันธ์โดดเด่นด้วยไม้สน ทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมภูเขาในกลุ่มเทือกเขาแอลป์อย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งปี
สำหรับภูเขาที่ผมจะพาทุกคนไปเยี่ยมชมในวันนี้ก็เป็นหนึ่งในเทือกเขาแอลป์ด้วย แต่เป็นภูเขาที่อยู่ในเขตบาวาเรียซึ่งเป็นบริเวณทางตอนใต้ของประเทศเยอรมัน เมืองที่ทุกๆคนจะรู้จักเป็นอย่างดีในบริเวณนี้ก็คือ เมืองมิวนิค (Munich/Munchen) และอาหารขึ้นชื่อของเมืองในแถบนี้ก็คือ ขาหมูเยอรมันนั้นเอง
Mt.Herzogstand แค่จะอ่านชื่อให้ถูกต้องก็ยากแล้ว ภูเขาที่คนไทยไม่ค่อยจะรู้จักกันแบบนี้ ผมไปรู้จักมันได้ยังไง .................................... คำตอบก็คือ ผมไปรู้จักมันมาจากมาจากกระทู้พันทิปอันนี้
http://pantip.com/topic/35142708 ขอขอบคุณเป็นอย่างสูงครับ
ภูเขา Herzogstand อยู่ทางใต้ของเมืองมิวนิคห่างไปประมาณหนึ่งร้อยกิโลเมตรและสามารถเดินทางไปได้ง่ายๆด้วยรถไฟและรถบัส ถึงแม้ว่าจะเป็นภูเขาที่ไม่ได้สูงมากเหมือนอย่างภูเขาอื่นแต่ความงดงามของภูเขาHerzogstand เป็นเอกลักษณ์ที่จะหาที่ไหนเหมือนได้ยากนัก ดังนั้นหากใครมีเวลาว่างในเมืองมิวนิคสักวันหรือสองวัน ผมก็อยากจะเชิญชวนให้ลองนั่งรถไฟมาเที่ยวภูเขาแห่งนี้ดูครับ
ข้อมูลเพิ่มเติม
-ทริปนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางยาวในทวีปยุโรปที่ผมตั้งชื่อว่า
“SeashoreHaiKwaiFungTrip” โดยผมจะเดินทางผ่านประเทศหลักๆคือ
ประเทศโครเอเซีย(Croatia), ประเทศกรีซ(Greece) และประเทศระหว่างทางอีกสามสี่ประเทศ
-สามารถติดตามรูปถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆเพิ่มเติมได้ที่
Instagram : everysimplestories
-กล้องถ่ายภาพและเลนส์ที่ใช้คือ : Sony A7 mark II + sony FE 28mm f2.0
-ข้อมูลการเดินทางไปMt. Herzogstand สามารถหาอ่านได้จากกระทู้นี้ครับ
http://pantip.com/topic/35142708 (อันเดียวกับที่ใส่linkไว้ข้างบนและไม่ใช่กระทู้ของผมนะครับ)
เริ่มต้นวันด้วยการซื้อเสบียงและครีมกันแดด ประเทศยุโรปอาจจะมีภาพลักษณ์ของสภาพอากาศอันหนาวเย็น แต่ความจริงนั้นมันก็ไม่จริงเสมอไป ความร้อนในหน้าร้อนของยุโรปนั้นเรียกได้ว่าทัดเทียมวันที่แดดจัดๆของประเทศไทยเลยก็ว่าได้
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ผมก็ขึ้นรถไฟมุ่งหน้าไปยังสถานี Kochel สถานีที่เราจะนั่งรถบัสต่อไปยังจุดเริ่มต้นของการเดินขึ้นภูเขา Herzogstand นั้นเอง
อากาศดี บรรยากาศข้างทางรางรถไฟก็ดี ตลอดเวลา1ชั่วโมงบนรถไฟนั้นผมแทบจะไม่รู้สึกเบื่อเลย ถ้าหากมองออกไปนอกหน้าต่างรถไฟจะเห็นบ้านหลังคาสีแดงหลังเล็กๆตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าสีเขียวขจีแซมด้วยดอกไม้สีเหลืองดอกเล็ก เป็นวิวทิวทัศน์ที่ช่างไม่คุ้นชินสำหรับผม ......ก็นั้นสินะ เมื่อวานเรายังนั่งกินก๋วยเตี๋ยวเรืออนุสาวรีย์อยู่เลย
บนรถไฟขบวนนั้น
ป้ายหน้าสถานีรถไฟKochel
วิวบนรถไฟว่าดีแล้ว วิวตลอดเส้นทางบนรถบัสนั้นดียิ่งกว่า : หลังจากลงรถไฟที่สถานี kochel ผมก็ต่อรถบัสซึ่งจะขับข้ามภูเขาหนึ่งลูกและไปปล่อยผมลงตรงป้าย Walchensee สภาพแวดล้อมข้างทางตอนนี้ก็คือทะเลสาบที่มีน้ำสีฟ้ามรกต รายล้อมด้วยต้นสนจำนวนมาก
ความพิเศษหนึ่งอย่างของภูเขา Herzogstand ที่ผมยังไม่ได้บอกก็คือ ภูเขาแห่งนี้ถูกโอบกอดด้วยทะเลสาบสองแห่งคือ ทะเลสาบWalchensee และทะเลสาบ Kochel ซึ่งแน่นอนว่าบนยอดสุดเราจะสามารถมองเห็นทั้ง2ทะเลสาบได้พร้อมๆกันนั้นเอง
นั่งรถบัสเพียงไม่นานก็จะมาถึงทางเดินขึ้นสู่ยอดภูเขา จากคำบอกกล่าวของพนักงานแถวนั้น เขาได้บอกไว้ว่าใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงถึง2ชั่วโมงครึ่งเพื่อไปถึงร้านอาหารที่อยู่บนยอด และ จะต้องใช้เวลาอีกประมาณ40นาทีเพื่อขึ้นไปถึงจุดสูงสุดนั้นเอง
ปล. จริงๆแล้วมี Cable car ที่จะพาท่านไปยังร้านอาหารได้เลย (ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเสียตังเท่าไหร่).... เพราะผมตั้งใจจะมาเดินเล่นขึ้นภูเขา เพื่อให้ได้สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติให้มากที่สุด

ทางเดินไม่ยากมากและมีเส้นทางชัดเจนไม่ต้องกลัวว่าจะหลงป่า ^^
"ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ เราคงจะต้องแยกทาง"
"มองย้อนกลับลงมายังสถานที่ที่เราเลือกเดินจากไป"
//สายที่เห็นด้านบนคือสาย Cable car

ที่เห็นสีฟ้าๆคือทะเลสาบ Walchensee

คนที่เดินผ่านพบเจอกันทุกคนต่างทักทายและส่งยิ้มให้กันเป็นกำลังใจให้ผมสามารถเดินไปเรื่อยๆได้โดยไม่เหนื่อย
"แสงอาทิตย์สะท้อนหยดน้ำบนใบหญ้ามองดูระยิบระยับ"
"เส้นทางที่ผ่านมาช่างดูแสนยาวไกล หากจะเดินต่อไปใจก็กลัวไปไม่ถึง"

เดินมาได้สักพักน้ำที่พกมาก็หมดไป เนื่องด้วยขาดประสบการณ์ในการเดินป่าผมจึงไม่ทราบว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือน้ำดื่ม.........โชคยังดีที่มีน้ำตกเล็กๆซึ่งอยู่เลยครึ่งเส้นทางไปเล็กน้อยเป็นแหล่งน้ำให้ผมได้ดื่มน้ำและเติมน้ำ น้ำจากธรรมชาติช่างให้ความรู้สึกชื่นใจดีจริงๆ

ผ่านไปเพียงชั่วโมงครึ่งก็มาถึงร้านอาหารบนภูเขา[เร็วกว่ากำหนดครึ่งชั่วโมง] ตอนนี้เกือบจะบ่าย2แล้ว ผมจึงพักเติมพลังลงกระเพาะก่อนจะเดินต่อไปเพื่อไปให้ถึงยอดสูงสุด
อาหารที่ขายอยู่บนนี้ก็มีหลายๆอย่างโดยส่วนใหญ่จะเป็นอาหารสไตล์บาวาเรียซึ่งก็คืออาหารที่เน้นเนื้อสัตว์เยอะๆ จานที่ผมสั่งนั้นคือ สตูว์เนื้อและเบียร์หนึ่งแก้ว .....ซึ่งเบียร์อร่อยมากๆ และ Recommendสำหรับทุกคนที่มาเยี่ยมชมภูเขา
ได้จิบเบียร์ กินอาหาร ไปพร้อมๆกับชมวิวของทิวเขาสุดลูกหูลูกตา ....จะมีสิ่งใดดียิ่งไปกว่านี้อีก ...ความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินขึ้นภูเขาทุเราลงอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานก็พร้อมที่จะเดินทางต่อไปข้างหน้าเพื่อไปชมวิวที่สวยยิ่งกว่านี้จากบนยอดสูงสุด
"ความรู้สึกที่ประเมินค่าไม่ได้"

ทางเดินต่อไปยังจุดสูงสุดอยู่ด้านหลังของร้านอาหารแห่งนี้นั้นเอง ผู้คนที่ผ่านพบเจอระหว่างทางนั้นมีทั้ง คู่หูนักกีฬาวิ่งภูเขา กลุ่มคนสูงวัย กลุ่มผู้รักสุนัข ครอบครัวทั้งครอบครัว และ นักปีนเขาด้วยเช่นกัน
นอกจากสุนัขขนฟูๆที่แสนจะน่ารักแล้ว ความน่ารักที่ปรากฏอยู่บนภูเขาแห่งนี้อีกหนึ่งอย่างก็คือ "พ่อแม่ลูกอ่อน" โดยคุณพ่อหรือคุณแม่จะให้เด็กน้อยตัวเล็กๆของเขานั่งในเป้สะพายหลัง ..... แม้จะเป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆแต่ก็ได้มาอยู่ในบนเขาเช่นนี้แล้ว ช่างน่าอิจฉาเสียจริงๆ

หลังจากทางตรงทางนี้จะเป็นทางซิกแซกที่มีความชันสูงมาก ซึ่งจะพาเราขึ้นสู่ยอดอย่างรวดเร็ว

ทิวทัศน์ของทะเลสาบอีกฝั่งหนึ่ง ดูสวยงามมากขึ้นเมื่อมองจากมุมที่สูงขึ้น
"อยากให้เธอเห็นเขาทั้งสองข้าง เธอจะได้ไม่คิดถึงเขาข้างเดียว"
"แม้จะมีต้นสนเต็มไปหมด แต่เธอก็ยังไม่สนใจฉัน"
"ยอดแรกผ่าน ยอดสองยอดสามค่อยๆผ่านไป" .... หลังจากมาถึงยอดแรกแห่งแรก ยังมีอีกสองสามยอดให้ไปต่อ

ที่เห็นเป็นเส้นสีขาวๆบนสันเขาก็คือเส้นทางที่สามารถเดินเชื่อมต่อถึงกันได้ จากคำกล่าวของนักกีฬาวิ่งบนเขานั้นพบว่าจริงๆแล้วภูเขาแห่งนี้เชื่อมต่อกับภูเขาลูกอื่นๆและทุกๆลูกในบริเวณนี้ก็เชื่อมต่อถึงกันหมด

จุดพักและสิ่งก่อสร้างเพียงอย่างเดียว บนยอดเขายอดที่2ที่ผมเลือกเดินขึ้น
"ยินดีด้วยคุณคือผู้พิชิตHerzogstand"
[CR] Mt.Herzogstand : วันหนึ่งวันบนเทือกเขาเขตบาวาเรีย #seashorehaikwaifungtrip
ถ้าหากจะพูดถึงเทือกเขาแอลป์ (Alps) หรือก็คือ เทือกเขาที่ทอดตัวยาวพาดผ่านประเทศบนผืนทวีปยุโรป ชื่อแรกๆที่จะปรากฏขึ้นมาในความคิดของคนไทยหลายคนก็คือ ภูเขาในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เช่น ภูเขาจุงเฟรา (Mt.Jungfrau) และ ภูเขาทิตลิส (Mt.Titlis)
ความงดงามของธรรมชาติที่มีองค์ประกอบอยู่อย่างครบถ้วนทั้ง สิงสาราสัตว์นานาชนิด พืชพันธ์ไม้นานาพันธ์โดดเด่นด้วยไม้สน ทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมภูเขาในกลุ่มเทือกเขาแอลป์อย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งปี
สำหรับภูเขาที่ผมจะพาทุกคนไปเยี่ยมชมในวันนี้ก็เป็นหนึ่งในเทือกเขาแอลป์ด้วย แต่เป็นภูเขาที่อยู่ในเขตบาวาเรียซึ่งเป็นบริเวณทางตอนใต้ของประเทศเยอรมัน เมืองที่ทุกๆคนจะรู้จักเป็นอย่างดีในบริเวณนี้ก็คือ เมืองมิวนิค (Munich/Munchen) และอาหารขึ้นชื่อของเมืองในแถบนี้ก็คือ ขาหมูเยอรมันนั้นเอง
Mt.Herzogstand แค่จะอ่านชื่อให้ถูกต้องก็ยากแล้ว ภูเขาที่คนไทยไม่ค่อยจะรู้จักกันแบบนี้ ผมไปรู้จักมันได้ยังไง .................................... คำตอบก็คือ ผมไปรู้จักมันมาจากมาจากกระทู้พันทิปอันนี้ http://pantip.com/topic/35142708 ขอขอบคุณเป็นอย่างสูงครับ
ภูเขา Herzogstand อยู่ทางใต้ของเมืองมิวนิคห่างไปประมาณหนึ่งร้อยกิโลเมตรและสามารถเดินทางไปได้ง่ายๆด้วยรถไฟและรถบัส ถึงแม้ว่าจะเป็นภูเขาที่ไม่ได้สูงมากเหมือนอย่างภูเขาอื่นแต่ความงดงามของภูเขาHerzogstand เป็นเอกลักษณ์ที่จะหาที่ไหนเหมือนได้ยากนัก ดังนั้นหากใครมีเวลาว่างในเมืองมิวนิคสักวันหรือสองวัน ผมก็อยากจะเชิญชวนให้ลองนั่งรถไฟมาเที่ยวภูเขาแห่งนี้ดูครับ
ข้อมูลเพิ่มเติม
-ทริปนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางยาวในทวีปยุโรปที่ผมตั้งชื่อว่า “SeashoreHaiKwaiFungTrip” โดยผมจะเดินทางผ่านประเทศหลักๆคือ ประเทศโครเอเซีย(Croatia), ประเทศกรีซ(Greece) และประเทศระหว่างทางอีกสามสี่ประเทศ
-สามารถติดตามรูปถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆเพิ่มเติมได้ที่ Instagram : everysimplestories
-กล้องถ่ายภาพและเลนส์ที่ใช้คือ : Sony A7 mark II + sony FE 28mm f2.0
-ข้อมูลการเดินทางไปMt. Herzogstand สามารถหาอ่านได้จากกระทู้นี้ครับ http://pantip.com/topic/35142708 (อันเดียวกับที่ใส่linkไว้ข้างบนและไม่ใช่กระทู้ของผมนะครับ)
เริ่มต้นวันด้วยการซื้อเสบียงและครีมกันแดด ประเทศยุโรปอาจจะมีภาพลักษณ์ของสภาพอากาศอันหนาวเย็น แต่ความจริงนั้นมันก็ไม่จริงเสมอไป ความร้อนในหน้าร้อนของยุโรปนั้นเรียกได้ว่าทัดเทียมวันที่แดดจัดๆของประเทศไทยเลยก็ว่าได้
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ผมก็ขึ้นรถไฟมุ่งหน้าไปยังสถานี Kochel สถานีที่เราจะนั่งรถบัสต่อไปยังจุดเริ่มต้นของการเดินขึ้นภูเขา Herzogstand นั้นเอง
อากาศดี บรรยากาศข้างทางรางรถไฟก็ดี ตลอดเวลา1ชั่วโมงบนรถไฟนั้นผมแทบจะไม่รู้สึกเบื่อเลย ถ้าหากมองออกไปนอกหน้าต่างรถไฟจะเห็นบ้านหลังคาสีแดงหลังเล็กๆตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าสีเขียวขจีแซมด้วยดอกไม้สีเหลืองดอกเล็ก เป็นวิวทิวทัศน์ที่ช่างไม่คุ้นชินสำหรับผม ......ก็นั้นสินะ เมื่อวานเรายังนั่งกินก๋วยเตี๋ยวเรืออนุสาวรีย์อยู่เลย
บนรถไฟขบวนนั้น
ป้ายหน้าสถานีรถไฟKochel
วิวบนรถไฟว่าดีแล้ว วิวตลอดเส้นทางบนรถบัสนั้นดียิ่งกว่า : หลังจากลงรถไฟที่สถานี kochel ผมก็ต่อรถบัสซึ่งจะขับข้ามภูเขาหนึ่งลูกและไปปล่อยผมลงตรงป้าย Walchensee สภาพแวดล้อมข้างทางตอนนี้ก็คือทะเลสาบที่มีน้ำสีฟ้ามรกต รายล้อมด้วยต้นสนจำนวนมาก
ความพิเศษหนึ่งอย่างของภูเขา Herzogstand ที่ผมยังไม่ได้บอกก็คือ ภูเขาแห่งนี้ถูกโอบกอดด้วยทะเลสาบสองแห่งคือ ทะเลสาบWalchensee และทะเลสาบ Kochel ซึ่งแน่นอนว่าบนยอดสุดเราจะสามารถมองเห็นทั้ง2ทะเลสาบได้พร้อมๆกันนั้นเอง
นั่งรถบัสเพียงไม่นานก็จะมาถึงทางเดินขึ้นสู่ยอดภูเขา จากคำบอกกล่าวของพนักงานแถวนั้น เขาได้บอกไว้ว่าใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงถึง2ชั่วโมงครึ่งเพื่อไปถึงร้านอาหารที่อยู่บนยอด และ จะต้องใช้เวลาอีกประมาณ40นาทีเพื่อขึ้นไปถึงจุดสูงสุดนั้นเอง
ปล. จริงๆแล้วมี Cable car ที่จะพาท่านไปยังร้านอาหารได้เลย (ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเสียตังเท่าไหร่).... เพราะผมตั้งใจจะมาเดินเล่นขึ้นภูเขา เพื่อให้ได้สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติให้มากที่สุด
ทางเดินไม่ยากมากและมีเส้นทางชัดเจนไม่ต้องกลัวว่าจะหลงป่า ^^
"ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ เราคงจะต้องแยกทาง"
"มองย้อนกลับลงมายังสถานที่ที่เราเลือกเดินจากไป"
//สายที่เห็นด้านบนคือสาย Cable car
ที่เห็นสีฟ้าๆคือทะเลสาบ Walchensee
คนที่เดินผ่านพบเจอกันทุกคนต่างทักทายและส่งยิ้มให้กันเป็นกำลังใจให้ผมสามารถเดินไปเรื่อยๆได้โดยไม่เหนื่อย
"แสงอาทิตย์สะท้อนหยดน้ำบนใบหญ้ามองดูระยิบระยับ"
"เส้นทางที่ผ่านมาช่างดูแสนยาวไกล หากจะเดินต่อไปใจก็กลัวไปไม่ถึง"
เดินมาได้สักพักน้ำที่พกมาก็หมดไป เนื่องด้วยขาดประสบการณ์ในการเดินป่าผมจึงไม่ทราบว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือน้ำดื่ม.........โชคยังดีที่มีน้ำตกเล็กๆซึ่งอยู่เลยครึ่งเส้นทางไปเล็กน้อยเป็นแหล่งน้ำให้ผมได้ดื่มน้ำและเติมน้ำ น้ำจากธรรมชาติช่างให้ความรู้สึกชื่นใจดีจริงๆ
ผ่านไปเพียงชั่วโมงครึ่งก็มาถึงร้านอาหารบนภูเขา[เร็วกว่ากำหนดครึ่งชั่วโมง] ตอนนี้เกือบจะบ่าย2แล้ว ผมจึงพักเติมพลังลงกระเพาะก่อนจะเดินต่อไปเพื่อไปให้ถึงยอดสูงสุด
อาหารที่ขายอยู่บนนี้ก็มีหลายๆอย่างโดยส่วนใหญ่จะเป็นอาหารสไตล์บาวาเรียซึ่งก็คืออาหารที่เน้นเนื้อสัตว์เยอะๆ จานที่ผมสั่งนั้นคือ สตูว์เนื้อและเบียร์หนึ่งแก้ว .....ซึ่งเบียร์อร่อยมากๆ และ Recommendสำหรับทุกคนที่มาเยี่ยมชมภูเขา
ได้จิบเบียร์ กินอาหาร ไปพร้อมๆกับชมวิวของทิวเขาสุดลูกหูลูกตา ....จะมีสิ่งใดดียิ่งไปกว่านี้อีก ...ความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินขึ้นภูเขาทุเราลงอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานก็พร้อมที่จะเดินทางต่อไปข้างหน้าเพื่อไปชมวิวที่สวยยิ่งกว่านี้จากบนยอดสูงสุด
"ความรู้สึกที่ประเมินค่าไม่ได้"
ทางเดินต่อไปยังจุดสูงสุดอยู่ด้านหลังของร้านอาหารแห่งนี้นั้นเอง ผู้คนที่ผ่านพบเจอระหว่างทางนั้นมีทั้ง คู่หูนักกีฬาวิ่งภูเขา กลุ่มคนสูงวัย กลุ่มผู้รักสุนัข ครอบครัวทั้งครอบครัว และ นักปีนเขาด้วยเช่นกัน
นอกจากสุนัขขนฟูๆที่แสนจะน่ารักแล้ว ความน่ารักที่ปรากฏอยู่บนภูเขาแห่งนี้อีกหนึ่งอย่างก็คือ "พ่อแม่ลูกอ่อน" โดยคุณพ่อหรือคุณแม่จะให้เด็กน้อยตัวเล็กๆของเขานั่งในเป้สะพายหลัง ..... แม้จะเป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆแต่ก็ได้มาอยู่ในบนเขาเช่นนี้แล้ว ช่างน่าอิจฉาเสียจริงๆ
หลังจากทางตรงทางนี้จะเป็นทางซิกแซกที่มีความชันสูงมาก ซึ่งจะพาเราขึ้นสู่ยอดอย่างรวดเร็ว
ทิวทัศน์ของทะเลสาบอีกฝั่งหนึ่ง ดูสวยงามมากขึ้นเมื่อมองจากมุมที่สูงขึ้น
"อยากให้เธอเห็นเขาทั้งสองข้าง เธอจะได้ไม่คิดถึงเขาข้างเดียว"
"แม้จะมีต้นสนเต็มไปหมด แต่เธอก็ยังไม่สนใจฉัน"
"ยอดแรกผ่าน ยอดสองยอดสามค่อยๆผ่านไป" .... หลังจากมาถึงยอดแรกแห่งแรก ยังมีอีกสองสามยอดให้ไปต่อ
ที่เห็นเป็นเส้นสีขาวๆบนสันเขาก็คือเส้นทางที่สามารถเดินเชื่อมต่อถึงกันได้ จากคำกล่าวของนักกีฬาวิ่งบนเขานั้นพบว่าจริงๆแล้วภูเขาแห่งนี้เชื่อมต่อกับภูเขาลูกอื่นๆและทุกๆลูกในบริเวณนี้ก็เชื่อมต่อถึงกันหมด
จุดพักและสิ่งก่อสร้างเพียงอย่างเดียว บนยอดเขายอดที่2ที่ผมเลือกเดินขึ้น
"ยินดีด้วยคุณคือผู้พิชิตHerzogstand"
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น