ผมเรียนจบเมืองนอกมา และก็มีภาษาที่ 3
เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อผมอายุ 24
คือตอนนั้นผมมีงานทำอยู่แล้ว อยู่ ตจว. แต่งานนั้นไม่ตรงสายที่เรียนมา
แต่ได้เงินเดือนกับค่าคอมกับเบี้ยเลี้ยง รวมแล้ว 40-60k เพื่อนร่วมงานดีมาก
มีพี่คนนึงคอยช่วยเหลือตลอด ซึ่งเขาคนนี้แหละก็เป็นคนแนะนำมาทำที่นี่ด้วย
ที่นี่เป็นบริษัทแรกที่ผมเคยทำงาน (ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำบริษัทไหนมาก่อน)
ทำได้ 2 เดือน... แล้วมีวันนึงบริษัทดูแล้วเริ่มไม่มั่นคง พนักงานทยอยออก
ผมก็เลยเตรียมตัวบ้าง ก็เลยไปสัมพาษณ์งานที่นึงที่กรุงเทพฯ หาจากในเน็ต
เป็นงานที่ตรงสายที่เรียนมาเป๊ะเลย แล้วก็เป็นบริษัทต่างชาติ
อีกทั้งผมเคยเรียนภาษาที่บริษัทนี้ใช้ด้วย (ภาษาที่ 3)อะไรจะเป๊ะขนาดนี้
ผมรักที่นี่มาก เพราะใช้สกิลเต็มที่ เงินเดือนขอไป 20k
เอาจริงๆเงินเดือนที่ขอไปตอนแรก,, ผมไม่คิดว่าเขาจะรับผม
ก็เลยเขียนไป 20k , จริงๆผมอยากได้ 25k
ที่คิดว่าเขาจะไม่รับ เพราะมีอย่างนึงที่ผมทำไม่ได้ และก็บอกเขาไปละ
เขาก็ถามว่าจะสอนให้ จะเรียนไหม ผมตอบตกลง
ตอนสัมพาษณ์กับคนต่างชาติ
ปรากฏว่าเขาโทรมาละบอกว่าเริ่มงานอีกสองอาทิตย์ได้ไหม
ผมตอบตกลง... แต่ว่าเงินเดือนช่วงทดลองได้ 18k นะ.
พอผ่าน 4 เดือน เป็นพนักงานประจำ จะปรับเป็น 20k
ผมเริ่มเข้า กทม หาห้อง.,, ผมมีรถคันนึงตอนทำงานอยู่ ตจว.
พอรู้ว่าจะเข้ากรุงเทพ ก็เลยขายดาวน์ไปเลยครับ เพราะจะไม่ใช้รถ.
รู้สึกปลอดโปร่งมากที่ไม่มีภาระรถยนต์ ค่าบำรุง ค่าน้ำมัน ค่าที่จอด
ผมไปได้ห้อง""ตรงข้าม"" ตรงข้ามกับตึกออฟฟิศเลยคับ
ผมนอนตื่นสายได้นิดนึง เพราะกระโดดข้ามถนนไปก็เป็นตึกออฟฟิศละ
ตื่นมาโทรสั่งข้าวมาส่งบนห้อง อาบน้ำ เดินไปทำงาน สบายมาก สวรรค์มาก
มาทำงานวันแรกก็แฮปปี้ดี แต่ว่าเลิกดึก แต่ว่าซึ่งไม่มีโอทีนะ.
ผมรับเงินเดือน เดือนแรกได้รับไม่เต็ม 18k เพราะหักอะไรไม่รู้หลักร้อยนี่ล่ะ
ก็ไม่เป็นไร ไม่ซีเรียสเรื่องเงินละ เพราะไม่มีรถให้ผ่อน ให้เป็นภาระละ
ค่าห้องพัก+น้ำไฟ ก็ใช้บัตรเครดิตรูดได้ โครตชอบเลย.
แต่ก็มีแบบว่าคิดนิดนึงว่า ทำงานเลยเวลาทำไมไม่ให้โอที
ช่วงเวลาผ่านไป เรื่มเหงาแล้ว เพราะไม่มีเพื่อนเลย เลิก 1ทุ่มบ้าง 2, 3 บ้าง
ไม่มีสังคมเลย เริ่มเบื่อ แต่ไม่เป็นไร ชอบงานๆๆๆ
หยุดเสาร์ อาทิตย์ครับ
ทีนี้มีวันนึงคิดว่า เอ... จ่ายค่าห้องทุกเดือนแบบนี้เสียดาย ซื้อคอนโดดีกว่า
คอนโดที่อยากได้ก็อยู่ไม่ไกลจากตึกนี้ เดินได้ ชั้น 31 วิวดี โครตชอบอะ
และมันจะเป็นของของเราเลย
เลยไปคุยกับเอเจ้น แต่ฐานเงินเดือนไม่พอ. ผมเลยบอกงั้นใช้ทวิ50ด้วยได้ไหม
เอามารวมๆเป็นรายได้ ทั้งงานประจำ ทั้งทวิ 50 แบบว่ารับงานนอก ฟรีแลนซ์ด้วย
เขาก็บอกว่าโอเคลองดู แต่อยากได้ใบรับรองงานที่บอกว่าเป็นพนักงานปะจำแล้ว
ผมก็เลยไปคุย HR บอกว่า ช่วยพูดให้หน่อย อยากได้ใบที่บอกว่าเป็นพนง.ประจำแล้ว
รักที่ทำงานที่นี่มาก ทุกอย่างโอเคหมด ทั้งสกิล ทั้งทำเล ทั้งที่อยู่อาศัย
ปรากฏว่าไม่ได้รับคำตอบสักทีผ่านมาอาทิตย์นึงละ
ก็เลยไปทวงกับถามกับ HR ก็ยังไม่ได้ สรุปผ่านมา 2 อาทิตย์ไม่ได้คำตอบเลย
รู้สึกน้อยใจ ว่าเราอุษ่ารักและภักดี อยากซื้อคอนโดปักหลักทำที่บริษัทนี้
แต่บริษัทไม่ทุ่มเท ไม่ให้ใจเลย จะไม่ให้ก็บอกไม่ให้ได้รึป่าว จะได้ไปยกเลิกกับเอเจ้น
แต่นี้ไม่ตอบเลย รู้สึกไม่สำคัญ รู้สึกตัวเองกระจอก รู้สึกโดนดูถูก
ก็เลยเอาเรื่องเงินเดือนน้อย ไม่มีโอที ต่างๆนาๆมาคิด ตลบไปตลบมา.
ก็เลยออกครับ
ไม่มีอะไรอยากระบายเฉยๆ พอดีตะกี้ไปอ่านกระทู้นึงมา เลยอยากเล่าของตัวบ้าง
ผ่านมาปีกว่าละมั้งคับ ไม่อยากคิดถึงมันละ
ตอนนี้มาเรียนภาษาจีนที่จีน. เป็นภาษาที่ 4 ถ้าได้ภาษาละจะลองหางานประจำดูอีก
ขอบคุณคับ
เมื่อกี้ได้อ่านทู้นึง เลยย้อนดูตัวเอง เกี่ยวกับการลาออกจากงาน
เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อผมอายุ 24
คือตอนนั้นผมมีงานทำอยู่แล้ว อยู่ ตจว. แต่งานนั้นไม่ตรงสายที่เรียนมา
แต่ได้เงินเดือนกับค่าคอมกับเบี้ยเลี้ยง รวมแล้ว 40-60k เพื่อนร่วมงานดีมาก
มีพี่คนนึงคอยช่วยเหลือตลอด ซึ่งเขาคนนี้แหละก็เป็นคนแนะนำมาทำที่นี่ด้วย
ที่นี่เป็นบริษัทแรกที่ผมเคยทำงาน (ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำบริษัทไหนมาก่อน)
ทำได้ 2 เดือน... แล้วมีวันนึงบริษัทดูแล้วเริ่มไม่มั่นคง พนักงานทยอยออก
ผมก็เลยเตรียมตัวบ้าง ก็เลยไปสัมพาษณ์งานที่นึงที่กรุงเทพฯ หาจากในเน็ต
เป็นงานที่ตรงสายที่เรียนมาเป๊ะเลย แล้วก็เป็นบริษัทต่างชาติ
อีกทั้งผมเคยเรียนภาษาที่บริษัทนี้ใช้ด้วย (ภาษาที่ 3)อะไรจะเป๊ะขนาดนี้
ผมรักที่นี่มาก เพราะใช้สกิลเต็มที่ เงินเดือนขอไป 20k
เอาจริงๆเงินเดือนที่ขอไปตอนแรก,, ผมไม่คิดว่าเขาจะรับผม
ก็เลยเขียนไป 20k , จริงๆผมอยากได้ 25k
ที่คิดว่าเขาจะไม่รับ เพราะมีอย่างนึงที่ผมทำไม่ได้ และก็บอกเขาไปละ
เขาก็ถามว่าจะสอนให้ จะเรียนไหม ผมตอบตกลง
ตอนสัมพาษณ์กับคนต่างชาติ
ปรากฏว่าเขาโทรมาละบอกว่าเริ่มงานอีกสองอาทิตย์ได้ไหม
ผมตอบตกลง... แต่ว่าเงินเดือนช่วงทดลองได้ 18k นะ.
พอผ่าน 4 เดือน เป็นพนักงานประจำ จะปรับเป็น 20k
ผมเริ่มเข้า กทม หาห้อง.,, ผมมีรถคันนึงตอนทำงานอยู่ ตจว.
พอรู้ว่าจะเข้ากรุงเทพ ก็เลยขายดาวน์ไปเลยครับ เพราะจะไม่ใช้รถ.
รู้สึกปลอดโปร่งมากที่ไม่มีภาระรถยนต์ ค่าบำรุง ค่าน้ำมัน ค่าที่จอด
ผมไปได้ห้อง""ตรงข้าม"" ตรงข้ามกับตึกออฟฟิศเลยคับ
ผมนอนตื่นสายได้นิดนึง เพราะกระโดดข้ามถนนไปก็เป็นตึกออฟฟิศละ
ตื่นมาโทรสั่งข้าวมาส่งบนห้อง อาบน้ำ เดินไปทำงาน สบายมาก สวรรค์มาก
มาทำงานวันแรกก็แฮปปี้ดี แต่ว่าเลิกดึก แต่ว่าซึ่งไม่มีโอทีนะ.
ผมรับเงินเดือน เดือนแรกได้รับไม่เต็ม 18k เพราะหักอะไรไม่รู้หลักร้อยนี่ล่ะ
ก็ไม่เป็นไร ไม่ซีเรียสเรื่องเงินละ เพราะไม่มีรถให้ผ่อน ให้เป็นภาระละ
ค่าห้องพัก+น้ำไฟ ก็ใช้บัตรเครดิตรูดได้ โครตชอบเลย.
แต่ก็มีแบบว่าคิดนิดนึงว่า ทำงานเลยเวลาทำไมไม่ให้โอที
ช่วงเวลาผ่านไป เรื่มเหงาแล้ว เพราะไม่มีเพื่อนเลย เลิก 1ทุ่มบ้าง 2, 3 บ้าง
ไม่มีสังคมเลย เริ่มเบื่อ แต่ไม่เป็นไร ชอบงานๆๆๆ
หยุดเสาร์ อาทิตย์ครับ
ทีนี้มีวันนึงคิดว่า เอ... จ่ายค่าห้องทุกเดือนแบบนี้เสียดาย ซื้อคอนโดดีกว่า
คอนโดที่อยากได้ก็อยู่ไม่ไกลจากตึกนี้ เดินได้ ชั้น 31 วิวดี โครตชอบอะ
และมันจะเป็นของของเราเลย
เลยไปคุยกับเอเจ้น แต่ฐานเงินเดือนไม่พอ. ผมเลยบอกงั้นใช้ทวิ50ด้วยได้ไหม
เอามารวมๆเป็นรายได้ ทั้งงานประจำ ทั้งทวิ 50 แบบว่ารับงานนอก ฟรีแลนซ์ด้วย
เขาก็บอกว่าโอเคลองดู แต่อยากได้ใบรับรองงานที่บอกว่าเป็นพนักงานปะจำแล้ว
ผมก็เลยไปคุย HR บอกว่า ช่วยพูดให้หน่อย อยากได้ใบที่บอกว่าเป็นพนง.ประจำแล้ว
รักที่ทำงานที่นี่มาก ทุกอย่างโอเคหมด ทั้งสกิล ทั้งทำเล ทั้งที่อยู่อาศัย
ปรากฏว่าไม่ได้รับคำตอบสักทีผ่านมาอาทิตย์นึงละ
ก็เลยไปทวงกับถามกับ HR ก็ยังไม่ได้ สรุปผ่านมา 2 อาทิตย์ไม่ได้คำตอบเลย
รู้สึกน้อยใจ ว่าเราอุษ่ารักและภักดี อยากซื้อคอนโดปักหลักทำที่บริษัทนี้
แต่บริษัทไม่ทุ่มเท ไม่ให้ใจเลย จะไม่ให้ก็บอกไม่ให้ได้รึป่าว จะได้ไปยกเลิกกับเอเจ้น
แต่นี้ไม่ตอบเลย รู้สึกไม่สำคัญ รู้สึกตัวเองกระจอก รู้สึกโดนดูถูก
ก็เลยเอาเรื่องเงินเดือนน้อย ไม่มีโอที ต่างๆนาๆมาคิด ตลบไปตลบมา.
ก็เลยออกครับ
ไม่มีอะไรอยากระบายเฉยๆ พอดีตะกี้ไปอ่านกระทู้นึงมา เลยอยากเล่าของตัวบ้าง
ผ่านมาปีกว่าละมั้งคับ ไม่อยากคิดถึงมันละ
ตอนนี้มาเรียนภาษาจีนที่จีน. เป็นภาษาที่ 4 ถ้าได้ภาษาละจะลองหางานประจำดูอีก
ขอบคุณคับ