นักปฏิบัติกรรมฐานหลายๆคนเริ่มต้นสมาธิจากความไม่รู้ อยากแต่จะสำเร็จมรรคผลโดยเร็วพลัน บางคนอยากเป็นผู้วิเศษ สามารถมองเห็นโน่นนี่นั่นได้เหมือนในตำรา บ้างก็อยากไปป่าหิมพานซึ่งมีอยู่ในสวรรค์ชั้นจตุมหาราชิกา บางคนอยากมีพลังวิเศษเพราะดูรายการคนอวดผีมากเกินไป อยากเป็นเหมือนคุณริว-จิตสัมผัส หรือคุณเจน-ญาณทิพย์ เพราะมีญาณวิเศษที่สามารถติดต่อสื่อสารกับสิ่งที่มองไม่เห็นได้
ผมขอยืนยันว่าสิ่งเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้กับนักปฏิบัติทุกคนครับ เพียงแต่ว่าจะมีมากน้อย หรือบางคนไม่ได้เลยเพราะในอดีตท่านไม่ได้สะสมมา ท่านอาจจะมัวเป็นทหารมี่ทำการรบจึงไม่มีเวลาปฏิบัติ บางคนเป็นชาวนา บางคนเป็นหนอน กิ้งกือ สัตว์นรกที่โดนทรมาน เปรตที่มัวแต่หิว อสูรกายที่มัวแต่หลบ ข้อนร้เป็นบุพกรรมเก่าของท่าน ไม่มีใครรู้ได้ จนกว่าท่านจะฝึกพิจารณาจิตแล้วได้สภาวะที่เห็นภาพในอดีต ตลอดจนทราบถึงกรรมที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากกรรมเรื่องอะไร ท่านสามารถทำได้อย่างแน่นอน
สิ่งแรกที่นักกรรมฐานทุกคนต้องเริ่มหัดคือ การฝึก"สมาธิ"หรือ"สมรรถะภาวนา" เราจะฝึกสมาธิไปเพื่ออะไร คำตอบคือเพื่อเป็นกำลังในการเจริญพระกรรมฐาน แต่การที่จะไปถึงจุดนั่นได้เราต้องผ่านสมรรถะภาวนาในระดับฌาณ 4 เสียก่อน เราจะเดินร่วมกันไปอย่างช้าๆนะครับ ไม่รีบ...มีข้อซักถามอะไรให้รีบถามก่อนที่วันต่อๆไปเราจะฝึกในขั้นตอนต่อๆไป
ขั้นตอนที่ 1 ฝึกสมาธิขั้นต้นเพื่อให้จิตรวมศูนย์เข้าสู่สภาวะอาการที่เรยกว่า "วิตก"
- ท่านสุขวิปัสสโก แนวทางนี้ง่ายสำหรับท่านมาก เนื่องจากไม่ต้องทำอะไร หลับตาลงเบาๆ ตรงนี้ท่านจะมองอะไรไม่เห็น พบแต่ความมืด ท่านจงกำหนดสติอยู่ที่ปลายจมูก ดูลมหายใจเข้า-ออก โดยเพ่งลมที่เข้าที่ปลายจมูก(1.) ลมชนเพดาน(2.) ลมเข้าช่องท้อง(3.)จากนั้นดูลมออกจากช่องจมูก(4.) ลมหายใจเข้ากำหนด"พุท"-ลมหายใจออกกำหนด"โธ" พุท-โธๆๆๆๆไปเรื่อยๆ หรือท่านจะใช้คำบริกรรมอื่นๆก็ได้ ตามจริตที่ท่านฝึกฝนมา เช่น สัมมา-อะระหัง/นะมะ-พะทะ/เข้า-ออก ส่วนตัวผมไม่ถนัดบริกรรมอะไรสักอย่าง ทำจิตให้ว่างเป็นพอ (เกร็ด)...นักปฏิบัติใหม่ต้องมีสติเสมอ พุทโธนับ1. พุทโธนับ2. ท่านจงนับไปเรื่อยๆให้ถึง10. จากนั้นให้นับย้อนกลับมาที่0. โดยที่ท่านไม่มีความคิดอะไรมากังวลเลยในขณะนับลมหายใจ เมื่อถึงจุดๆหนึ่งเราจะเกิดอารมณ์สมาธิ รู้สึกเหมือนมีอะไรมาหน่วงๆที่ปลายจมูก แต่คำบริกรรมพุทโธยังคงอยู่แบบแนบแน่น สภาวะนี้เรียกว่า "วิตก"
- ท่านเจโตฯ วิธีของท่านจะไม่เหมือนท่านสุขวิปัสสโก เพราะมีพื้นฐานที่แตกต่างกัน แบบแรกนั้นเน้นความสงบ หลับตาจะเจอแต่ความมืดแต่ท่านไม่ใช่ แนวท่านมันอยู่จำพวกชอบรู้ชอบเห็น ชอบตั้งคำถามแบบผม วิธีของเราต้องใช้กรรมฐาน40 หมวดกสินมาเป็นฐาน กรรมฐานหมวดกษิณมีให้เราเพ่ง10อย่าง ประกอบด้วย ดิน/น้ำ/ลม/ไฟ/อากาศ/สีขาว/แดง/เหลือง/เขียว/ขาว/แสงสว่าง ท่านสามารถเลือกได้ตามจริตของท่าน ในทีนี้เราใช้เราลองใช้กสินน้ำ ท่านจงไปหาขันแล้วตัดน้ำมาให้เต็ม วางขันไว้นิ่งๆหน้าท่าน มองไปที่ขันและน้ำ เปิดตาปิดตาไปเรื่อยๆ จนกว่าภาพจะติดตา เมื่อคล่องตัวท่านจงปิดตาแล้ว สติดูที่ลมหายใจ ตามองไปข้างหน้าขณะปิด บริกรรม อาโป...อาโป...อาโป บริกรรมไปเรื่อยๆๆๆๆ ถ้าลืมภาพเปิดตาดูใหม่ ทำไปเรื่อยๆสักพักเมื่อจิตรวม ภาพน้ำในขันจะปรากฏ พยายามรักษาความนิ่งของน้ำไว้อย่าให้กระเพื่อมเท่านี้ท่านก็จะได้อารมณ์สมาธิที่เรียกว่า "วิตก" นักกรรมฐานสามารถเพิ่งสิ่งอื่นๆใน10อย่างในหมวดนี้ก็ได้นะครับ อันนี้ไม่ห้าม แต่ขอให้เกิดสภาวะจิตรวม+เห็นภาพกสิณเป็นพอ
วันนี้เอาแค่นี้ก่อน นักกรรมฐานใหม่ฝึกทุกคน ขอให้ท่านฝึกอย่างจริงจัง ไม่เกิน5นาที รับรองได้ผลแน่นอน วิธีนี้ใช้ได้ทั้งท่านสุขสิปัสสโกและท่านเจโต
ขอให้นักปฏิบัติทุกท่านเจริญในธรรมสวัสดี
ข้อคิดดีๆสำหรับผู้ฝึกกรรมฐานใหม่ เรื่อง การฝึกหัดสมาธิขั้นที่ 1 "วิตก"
ผมขอยืนยันว่าสิ่งเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้กับนักปฏิบัติทุกคนครับ เพียงแต่ว่าจะมีมากน้อย หรือบางคนไม่ได้เลยเพราะในอดีตท่านไม่ได้สะสมมา ท่านอาจจะมัวเป็นทหารมี่ทำการรบจึงไม่มีเวลาปฏิบัติ บางคนเป็นชาวนา บางคนเป็นหนอน กิ้งกือ สัตว์นรกที่โดนทรมาน เปรตที่มัวแต่หิว อสูรกายที่มัวแต่หลบ ข้อนร้เป็นบุพกรรมเก่าของท่าน ไม่มีใครรู้ได้ จนกว่าท่านจะฝึกพิจารณาจิตแล้วได้สภาวะที่เห็นภาพในอดีต ตลอดจนทราบถึงกรรมที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากกรรมเรื่องอะไร ท่านสามารถทำได้อย่างแน่นอน
สิ่งแรกที่นักกรรมฐานทุกคนต้องเริ่มหัดคือ การฝึก"สมาธิ"หรือ"สมรรถะภาวนา" เราจะฝึกสมาธิไปเพื่ออะไร คำตอบคือเพื่อเป็นกำลังในการเจริญพระกรรมฐาน แต่การที่จะไปถึงจุดนั่นได้เราต้องผ่านสมรรถะภาวนาในระดับฌาณ 4 เสียก่อน เราจะเดินร่วมกันไปอย่างช้าๆนะครับ ไม่รีบ...มีข้อซักถามอะไรให้รีบถามก่อนที่วันต่อๆไปเราจะฝึกในขั้นตอนต่อๆไป
ขั้นตอนที่ 1 ฝึกสมาธิขั้นต้นเพื่อให้จิตรวมศูนย์เข้าสู่สภาวะอาการที่เรยกว่า "วิตก"
- ท่านสุขวิปัสสโก แนวทางนี้ง่ายสำหรับท่านมาก เนื่องจากไม่ต้องทำอะไร หลับตาลงเบาๆ ตรงนี้ท่านจะมองอะไรไม่เห็น พบแต่ความมืด ท่านจงกำหนดสติอยู่ที่ปลายจมูก ดูลมหายใจเข้า-ออก โดยเพ่งลมที่เข้าที่ปลายจมูก(1.) ลมชนเพดาน(2.) ลมเข้าช่องท้อง(3.)จากนั้นดูลมออกจากช่องจมูก(4.) ลมหายใจเข้ากำหนด"พุท"-ลมหายใจออกกำหนด"โธ" พุท-โธๆๆๆๆไปเรื่อยๆ หรือท่านจะใช้คำบริกรรมอื่นๆก็ได้ ตามจริตที่ท่านฝึกฝนมา เช่น สัมมา-อะระหัง/นะมะ-พะทะ/เข้า-ออก ส่วนตัวผมไม่ถนัดบริกรรมอะไรสักอย่าง ทำจิตให้ว่างเป็นพอ (เกร็ด)...นักปฏิบัติใหม่ต้องมีสติเสมอ พุทโธนับ1. พุทโธนับ2. ท่านจงนับไปเรื่อยๆให้ถึง10. จากนั้นให้นับย้อนกลับมาที่0. โดยที่ท่านไม่มีความคิดอะไรมากังวลเลยในขณะนับลมหายใจ เมื่อถึงจุดๆหนึ่งเราจะเกิดอารมณ์สมาธิ รู้สึกเหมือนมีอะไรมาหน่วงๆที่ปลายจมูก แต่คำบริกรรมพุทโธยังคงอยู่แบบแนบแน่น สภาวะนี้เรียกว่า "วิตก"
- ท่านเจโตฯ วิธีของท่านจะไม่เหมือนท่านสุขวิปัสสโก เพราะมีพื้นฐานที่แตกต่างกัน แบบแรกนั้นเน้นความสงบ หลับตาจะเจอแต่ความมืดแต่ท่านไม่ใช่ แนวท่านมันอยู่จำพวกชอบรู้ชอบเห็น ชอบตั้งคำถามแบบผม วิธีของเราต้องใช้กรรมฐาน40 หมวดกสินมาเป็นฐาน กรรมฐานหมวดกษิณมีให้เราเพ่ง10อย่าง ประกอบด้วย ดิน/น้ำ/ลม/ไฟ/อากาศ/สีขาว/แดง/เหลือง/เขียว/ขาว/แสงสว่าง ท่านสามารถเลือกได้ตามจริตของท่าน ในทีนี้เราใช้เราลองใช้กสินน้ำ ท่านจงไปหาขันแล้วตัดน้ำมาให้เต็ม วางขันไว้นิ่งๆหน้าท่าน มองไปที่ขันและน้ำ เปิดตาปิดตาไปเรื่อยๆ จนกว่าภาพจะติดตา เมื่อคล่องตัวท่านจงปิดตาแล้ว สติดูที่ลมหายใจ ตามองไปข้างหน้าขณะปิด บริกรรม อาโป...อาโป...อาโป บริกรรมไปเรื่อยๆๆๆๆ ถ้าลืมภาพเปิดตาดูใหม่ ทำไปเรื่อยๆสักพักเมื่อจิตรวม ภาพน้ำในขันจะปรากฏ พยายามรักษาความนิ่งของน้ำไว้อย่าให้กระเพื่อมเท่านี้ท่านก็จะได้อารมณ์สมาธิที่เรียกว่า "วิตก" นักกรรมฐานสามารถเพิ่งสิ่งอื่นๆใน10อย่างในหมวดนี้ก็ได้นะครับ อันนี้ไม่ห้าม แต่ขอให้เกิดสภาวะจิตรวม+เห็นภาพกสิณเป็นพอ
วันนี้เอาแค่นี้ก่อน นักกรรมฐานใหม่ฝึกทุกคน ขอให้ท่านฝึกอย่างจริงจัง ไม่เกิน5นาที รับรองได้ผลแน่นอน วิธีนี้ใช้ได้ทั้งท่านสุขสิปัสสโกและท่านเจโต
ขอให้นักปฏิบัติทุกท่านเจริญในธรรมสวัสดี