ดร.นิเวศน์เคยสอนว่า เฟ้นหุ้น First Class แต่ใช้ชีวิต Economy เคยมีคนบอกว่าแกมีเงินเป็นพันล้าน ก็ไม่โง่ไปซื้อเบนซ์ ซื้อ BM ให้เปลือง
ใช้รถญี่ปุ่นเก่าๆ ก็ไปถึงเป้าหมาย ไปถึงความสุขได้เหมือนกัน เอาเงินมาลงทุนงอกเงยดีกว่า
บ้านหลังใหญ่ ราคาเป็นสิบล้านก้เป็นการลงทุนๆที่ดูเหมือนโง่ๆ ไม่คุ้มค่าเลย บ้านหลังเล็กๆ แคบๆ ทุกคนใกล้ชิดกัน เจอหน้ากัน ดีกว่าตั้งเยอะ ไปโง่ๆ แบกหนี้บ้านไปทำไม
http://www.stock2morrow.com/forums/forum/%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81/%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81/9945-
"เมื่อได้มีโอกาสนั่งคุยกัน ก็ยิ่งเข้าถึงทางเดินความคิด ของ "Value Investor" หมายเลข 1 ผู้นี้ ทั้งเรียบง่าย สมถะ ตั้งแต่วิธีคิดไปจนถึงวิถีการดำเนินชีวิต
แม้จะได้ชื่อว่าเป็นนักเฟ้นหุ้นระดับ "เฟิร์สคลาส" ตรงกันข้าม ดอกเตอร์กลับไม่เคยใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย เพราะยึดถือในหลักการดำเนินชีวิตที่อิงอยู่กับความ "คุ้มค่า" กับของทุกชิ้นที่แลกมาด้วยน้ำพักน้ำแรง "คนชอบเข้าใจผิดว่า Value Investor ต้องใช้ของถูก จริงๆแล้วเข้าใจผิดกันหมด เรามองทุกอย่างที่ความคุ้มค่าของเงิน และประโยชน์ที่ได้รับกลับมา โดยจะไม่จ่ายอะไรที่แพงเกินความจำเป็น เพราะฉะนั้น การใช้จ่ายเพื่อซื้อความสุข สำหรับ Value Investor จึงไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง
ผมไม่ได้เป็นคนประหยัด หรือขี้เหนียวสุดๆ แต่เราใช้จ่ายเท่าที่เราคิดว่ามันเพียงพอ ทำให้เรามีความสุข ผมเชื่อว่า 90% ของความสุขในชีวิตของทุกๆคน คุณซื้อได้ด้วยเงินนิดเดียว เวลาที่คุณต้องการความสุขเพิ่มขึ้นมาอีก 10% (ครบ 100%) คุณอาจจะต้องใช้เงินมากขึ้นไปอีกหลายเท่า ซึ่งตรงนี้ผมไม่พร้อมจะจ่าย เพราะถ้าจ่ายไปก็ไม่มีความสุข"
ดอกเตอร์ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณบินตั๋วชั้น "เฟิร์สคลาส" ความสุขคุณเพิ่มขึ้นมานิดหน่อย แต่คุณต้องจ่ายเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า คุณขับรถญี่ปุ่นกับขับรถเบนซ์ ไปถึงที่หมายเหมือนกัน แต่คุณต้องจ่ายเพิ่ม 3-4 เท่า
ทุกวันนี้เขายังไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง
"บ้านผมมีห้องเดียวนะ เป็นบ้านที่อยู่ตั้งแต่สมัยที่ไม่มีตังค์เลย ตอนแต่งงานใหม่ๆ ชีวิตทำงานกินเงินเดือน ก็ไม่ได้มีตังค์มาก ทุกวันนี้ก็ยังอยู่บ้านหลังเดิม"
บ้านของดอกเตอร์เป็นบ้านชั้นเดียวเล็กๆ บนเนื้อที่ไม่กี่ตารางวา ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิของแม่ยาย ทุกคนอยู่รวมกัน เห็นหน้ากันทุกวัน ไม่มีพื้นที่สำหรับความเป็นส่วนตัว ไม่มีคนรับใช้ แต่บ้านหลังนี้ไม่เคยปราศจากไออุ่นของทุกคน
"ความสะดวกสบายในบ้านจริงๆมีน้อย บ้านหลังเล็กมาก แต่ผมไม่ได้ต้องการอะไรมากกว่านี้ เพราะมาคิดดูอีกทีถามว่าไปอยู่บ้านหลังใหญ่ๆโตๆได้มั้ย มันก็ได้ แต่บ้านใหญ่โตไม่ได้ให้ความสุขกับเรามากไปกว่าบ้านหลังเล็ก ทุกคนใกล้ชิดกัน เจอหน้ากันทั้งวัน"
----------------------------------------
มีใครทำได้แบบนี้บ้างครับ มาเล่าเป็นแรงบันดาลใจให้ฟังหน่อยครับ
มนุษย์เงินเดือนในพันทิปที่เล่นหุ้นแนวVI ชีวิตจริงใช้รถเก่ากันกี่ปี อยู่บ้านใหญ่ไหม ใช้ชีวิตตามดร.นิเวศน์ได้แค่ไหนคร
ใช้รถญี่ปุ่นเก่าๆ ก็ไปถึงเป้าหมาย ไปถึงความสุขได้เหมือนกัน เอาเงินมาลงทุนงอกเงยดีกว่า
บ้านหลังใหญ่ ราคาเป็นสิบล้านก้เป็นการลงทุนๆที่ดูเหมือนโง่ๆ ไม่คุ้มค่าเลย บ้านหลังเล็กๆ แคบๆ ทุกคนใกล้ชิดกัน เจอหน้ากัน ดีกว่าตั้งเยอะ ไปโง่ๆ แบกหนี้บ้านไปทำไม
http://www.stock2morrow.com/forums/forum/%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81/%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81/9945-
"เมื่อได้มีโอกาสนั่งคุยกัน ก็ยิ่งเข้าถึงทางเดินความคิด ของ "Value Investor" หมายเลข 1 ผู้นี้ ทั้งเรียบง่าย สมถะ ตั้งแต่วิธีคิดไปจนถึงวิถีการดำเนินชีวิต
แม้จะได้ชื่อว่าเป็นนักเฟ้นหุ้นระดับ "เฟิร์สคลาส" ตรงกันข้าม ดอกเตอร์กลับไม่เคยใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย เพราะยึดถือในหลักการดำเนินชีวิตที่อิงอยู่กับความ "คุ้มค่า" กับของทุกชิ้นที่แลกมาด้วยน้ำพักน้ำแรง "คนชอบเข้าใจผิดว่า Value Investor ต้องใช้ของถูก จริงๆแล้วเข้าใจผิดกันหมด เรามองทุกอย่างที่ความคุ้มค่าของเงิน และประโยชน์ที่ได้รับกลับมา โดยจะไม่จ่ายอะไรที่แพงเกินความจำเป็น เพราะฉะนั้น การใช้จ่ายเพื่อซื้อความสุข สำหรับ Value Investor จึงไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง
ผมไม่ได้เป็นคนประหยัด หรือขี้เหนียวสุดๆ แต่เราใช้จ่ายเท่าที่เราคิดว่ามันเพียงพอ ทำให้เรามีความสุข ผมเชื่อว่า 90% ของความสุขในชีวิตของทุกๆคน คุณซื้อได้ด้วยเงินนิดเดียว เวลาที่คุณต้องการความสุขเพิ่มขึ้นมาอีก 10% (ครบ 100%) คุณอาจจะต้องใช้เงินมากขึ้นไปอีกหลายเท่า ซึ่งตรงนี้ผมไม่พร้อมจะจ่าย เพราะถ้าจ่ายไปก็ไม่มีความสุข"
ดอกเตอร์ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณบินตั๋วชั้น "เฟิร์สคลาส" ความสุขคุณเพิ่มขึ้นมานิดหน่อย แต่คุณต้องจ่ายเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า คุณขับรถญี่ปุ่นกับขับรถเบนซ์ ไปถึงที่หมายเหมือนกัน แต่คุณต้องจ่ายเพิ่ม 3-4 เท่า
ทุกวันนี้เขายังไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง
"บ้านผมมีห้องเดียวนะ เป็นบ้านที่อยู่ตั้งแต่สมัยที่ไม่มีตังค์เลย ตอนแต่งงานใหม่ๆ ชีวิตทำงานกินเงินเดือน ก็ไม่ได้มีตังค์มาก ทุกวันนี้ก็ยังอยู่บ้านหลังเดิม"
บ้านของดอกเตอร์เป็นบ้านชั้นเดียวเล็กๆ บนเนื้อที่ไม่กี่ตารางวา ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิของแม่ยาย ทุกคนอยู่รวมกัน เห็นหน้ากันทุกวัน ไม่มีพื้นที่สำหรับความเป็นส่วนตัว ไม่มีคนรับใช้ แต่บ้านหลังนี้ไม่เคยปราศจากไออุ่นของทุกคน
"ความสะดวกสบายในบ้านจริงๆมีน้อย บ้านหลังเล็กมาก แต่ผมไม่ได้ต้องการอะไรมากกว่านี้ เพราะมาคิดดูอีกทีถามว่าไปอยู่บ้านหลังใหญ่ๆโตๆได้มั้ย มันก็ได้ แต่บ้านใหญ่โตไม่ได้ให้ความสุขกับเรามากไปกว่าบ้านหลังเล็ก ทุกคนใกล้ชิดกัน เจอหน้ากันทั้งวัน"
----------------------------------------
มีใครทำได้แบบนี้บ้างครับ มาเล่าเป็นแรงบันดาลใจให้ฟังหน่อยครับ