สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 5
ผมว่าความรุนแรงของเหตุการณ์มันต่างกันนะครับ รายเกาหลีนั่นถึงกับสั่งนักบินให้วนกลับมาจอดเพื่อไล่แอร์ลง ซึ่งดูเหมือนรุนแรงกว่าเคสของไทยเยอะ ผู้โดยสารทั้งลำดีเลย์ กระทบหมด เครื่องบินลำอื่นที่ควรจะบินตามปกติก็รวนไปหมด
แต่เคสของไทยเป็นเรื่องของคนแค่ไม่กี่คน ไม่ได้มีผลกระทบในวงกว้าง คือสถานที่เกิดเหตุ ลักษณะการกระทำคล้ายๆกัน แต่ความรุนแรงต่างกันเยอะ
แต่เคสของไทยเป็นเรื่องของคนแค่ไม่กี่คน ไม่ได้มีผลกระทบในวงกว้าง คือสถานที่เกิดเหตุ ลักษณะการกระทำคล้ายๆกัน แต่ความรุนแรงต่างกันเยอะ
คึกคักสารณัง ถูกใจ, dajimmie ถูกใจ, tachycardia ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 786186 ถูกใจ, slidetounlock ถูกใจ, กำนันปลูก ถูกใจ, เข้ามากดปุ่ม ถูกใจ, ผึ้งน้อยพเนจร ถูกใจ, ผู้ประกาศข่าวดี ถูกใจ, birdinha ถูกใจรวมถึงอีก 4 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
ยังจำข่าวที่ ลูกสาวประธานสายการบินเกาหลีไล่หัวหน้าแอร์ลงจากเครื่องได้ไหม?
จากเหตุการณ์ที่...
- ลูกสาวประธานสายการบินเกาหลี เดินทางในฐานะผู้โดยสาร มีเหตุการณ์กับแอร์บนเครื่อง ด้วยเรื่องเสิร์ฟถั่ว
- ลูกสาวประธานโชว์พลังอำนาจเหนือมนุษย์คนอื่น บังคับพนักงานคุกเข่า (เธอปฏิเสธว่าไม่ได้บังคับ) และ ผลักพนักงานไปติดประตูห้องนักบิน และใช้หนังสือคู่มือบริการกระทุ้งเขา และ บังคับเครื่องบินให้วกกลับไปที่เกท
หลังจากมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น...
- ทางด้านกระทรวงคมนาคมและอัยการกรุงโซลเปิดฉากสอบสวนความจริงทันทีว่า การกระทำของลูกสาวประธานสายการบินเป็นการละเมิดกฎหมายความปลอดภัยทางการบิน หรือไม่
- ประธานสายการบินเกาหลี ในฐานะผู้บริหารสายการบิน ออกมาขอโทษ และ ยอมรับในความผิด พร้อมทั้งปลดผู้ก่อเหตุ (ลูกสาว) ออกจากทุกตำแหน่งที่ได้ดำรงอยู่ (บางสื่อบอกว่าเธอตัดสินใจลาออกเอง)
- ลูกสาวประธานสายการบิน ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 1 ปี ต่อมา ศาลอุทธรณ์อุทธรณ์ ลดจากโทษจำคุก เหลือรอลงอาญา 2 ปี
คำถามคือออออ กระบวนการแบบนี้จะได้เห็นในประเทศไทยบ้างไหม?? วะ ฮะๆๆๆ (หัวเราะอย่างสิ้นหวัง)
คือ ควรไหมที่จะต้อง....
- มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนแบบชัดเจน เพื่อหาคำตอบให้กับสังคม และให้ความยุติธรรมแก่ผู้ถูกกระทำ
// มิใช่แค่ออกมาบอกสื่อ จบเรื่องด้วยการ บอกว่า ไม่มีอะไรเลย เข้าใจผิดกันทั้งนั้นฮะ เขาขอโทษกันแล้วฮะ ดีกันแล้วฮะ เรื่องจบแล้วนะจ๊ะ
- ไม่มีข้อยกเว้น แม้ผู้ก่อเหตุที่ต้องถูกสอบสวน จะเป็นเจ้าใหญ่นายโตมาจากไหน ในเคสนี้คือ เป็นถึงลูกสาวของประธานสายการบินดังกล่าวเลยนะฮะ
// เพราะฉะนั้น ไม่ว่าคนก่อเหตุจะเป็นใครมาจากไหน จะมีหัวโขนบิ้กเบิ้มขนาดไหน หรือรากเหง้าเค้าจุติมาจากเทพดาวดึงส์แห่งใด ตราบใดที่สองเท้าเค้ายังเดินอยู่บนดิน ยังกินข้าวทางปาก ไม่ได้กินผ่านทางควันธูป เค้าผู้นั้นก็ควรต้องถูกสอบสวนเหมือนกัน
- สิ้นสุดกระบวนการไต่สวน ก็มีผลการตัดสินออกมาชัดเจน ผิดว่าไปตามผิด บทลงโทษมีชัดเจน / ถึงจุดนี้ คือ ผู้ถูกกระทำจะได้รู้สึกว่าได้รับความยุติธรรมอย่างแท้จริง
// คือ ไม่ได้แก้ปัญหา ด้วยการใช้แนวคิด "เดี๋ยวเรื่องก็เงียบ" "คนบ้านเราลืมง่ายหน่า" "ตีมึนเข้าไว้ เดี๋ยวดีเองงงงงง"
กี่เรื่องต่อกี่เรื่องแล้ว....ขอมีซักเรื่อง ที่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกระบวนการไต่สวนเพื่อหาความยุติธรรม แบบที่ชัดเจนและเห็นผล บ้างเถอะนะ ประเทศไทย TT
ปล. ไม่ได้พาดพิงถึงใคร หรือ เรื่องที่เป็นประเด็นอะไรเลยนะเค่อะ #ยิ้มมมมมม#
Cr. http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9570000143501
http://www.thairath.co.th/content/500421
http://www.springnews.co.th/global/187068