สวัสดีค่ะ ขอแนะนำตัวก่อนนะค่ะ ชื่อลิต้า อายุ 27 ปี เป็นสาวประเภทสองค่ะ เข้าเรื่องเลยนะค่ะ เมื่อ 4 ปีก่อน ดิฉันได้ตัดสินใจลาออกจากงานที่
โรงพยาบาลแห่งหนึ่งเพื่อมาใช้ชีวิตในเมืองกรุง ตอนนั้นมาอยู่คนเดียวที่ลาดกระบังชีวิตตอนนั้นตกงาน 3 เดือน ทางบ้านจึงขอให้กลับไปอยู่ที่
บ้าน พอกลับไปอยู่ที่บ้านรู้สึกไม่ดีเพราะตัวเองไม่ได้ทำงาน เลยแอบกลับมาที่กรุงเทพอีกครั้ง โดยมาขอพักอาศัยกับหลานสาวที่นิคม
ลาดกระบัง ก็หางานอยู่สักพักเพื่อนสนิทคนหนึ่งเลยชวนไปทำงานที่บริษัทด้วยตำแหน่งฝ่ายบุคคลแถวถนนไอซีดี พอทำได้สักพักหลานสาว
อยากให้ไปทำงานด้วย จึงออกจากที่เดิม ซึ่งบริษัทที่หลานทำนั้นเป็นคลั้งสินค้าของแบรนด์สินค้าที่ผลิตสินค้าทุกอย่างที่ขึ้นต้นด้วยตัวU พอวัน
ทำงานจริงบริษัทให้ไปทำงานคนละที่กับหลานสาว ซึ่งเราต้องนั่งรถบริษัทไปทำงานที่คลังอีกที่หนึ่งที่ฉะเชิงเทรา แล้วทุกอย่างก็เริ่มต้นขึ้น เรา
ได้รู้จักกับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นคนเทรนงานให้เรา เขามักจะเล่าเรื่องส่วนตัวชีวิตครอบครัวของเขาให้เราฟัง และก็ถามเรื่องส่วนตัวเรา ตอนแรกก็
ไม่คิดไร ประมาณ 16 วันที่เขาเทรนงานให้ บริษัทจะให้เราย้ายไปอีกคลังซึ่งเป็นคลังข้างๆกัน วันสุดท้ายพี่เขาขอเลี้ยงข้าวข้างนอกบริษัท เขา
สารภาพกับเราว่ารักเหมือนคุ้นเคยกันมานาน รู้สึกถูกชะตาตามประสาผู้ชายที่จะจีบ เขาบอกว่าเราไม่เหมือนกะเทยทั่วไป เราก็ตกลงคบกันแต่
ตอนนั้นเราไม่ได้คิดอะไรมากปัญหาแรกจึงเกิดขึ้นเพราะพี่เขามีครอบครัวอยู่แล้ว เราจึงให้เขาเลือกและตัดสินใจว่าจะเอายังไง ถ้าจะคบกับเรา
คือต้องหย่ากับภรรยาจะมาคบกับเราทั้งที่มีภรรยาอยู่แล้วไม่ได้ ประมาณสัปดาห์เขาก็บอกเราว่าเขาตัดสินใจได้แล้วนะเขาจะเลิกกับภรรยาที่มีลูก
ด้วยกันมาแล้วเพื่อมาอยู่กับเรา สุดท้ายพี่เขาก็ทำแบบนั้นจริงๆจากคนที่เคยมีทุกอย่างต้องสละให้ภรรยาหมดมีเพียงชุดทำงานเสื้อผ้าไม่กี่ชุด
และรถยนต์คันนึงมาอยู่กับเรา ซึ่งปกติพี่เขาจะจอดรถไว้ที่บริษัทและนั่งรถบริษัทไปทำงาน ค่ำวันนั้นฝนตกเขานั่งแท็กซี่มาแล้วชวนเราไปหา
ห้องพักแถวบริษัทกัน เราก็นั่งรถจาดนิคมลาดกระบังไปหาหอพักแถวบริษัทที่ฉะเชิงเทรา พอลงจากรถฝนก็ตกพรำ ตอนนั้นดูพี่เขาเป็นห่วงเรา
มากคอยเอามือป้องไม่ให้ฝนโดนเรา พี่เขาโทรหาเพื่อนที่อยู่ในซอยนั้นแล้วไม่นานเพื่อนเขาก็ออกมาพาไปหาห้องเช่า พอได้ห้องพักทำการจ่าย
ค่ามัดจำและค่าเช่าเดือนแรก พรุ่งนี้จะทำการย้ายเข้ามาพัก เราสองคนก็กลับไปที่ห้องพักที่นิคมลาดกระบังและนอนที่นั่นเป็นคืนแรกที่นอนด้วย
กัน แต่ก็มีหลานเขยนอนอยู่ข้างๆนะ ได้แค่นอนจับมือกันตอนนั้นมีความสุขมาก พอวันรุ่งขึ้นเราก็ทำการย้ายห้องใหม่และอยู่ด้วยกันที่นั่นอย่างมี
ความสุข มีทะเลาะกันบ้างเพราะพี่เขาเป็นคนขี้หึงเห็นเราคุยโทรศัพท์ไม่ได้ต้องดูว่าคุยกับใคร เฟสก็ต้องเคยเข้าไปดู มีรหัสของกันและกัน 2 ปีก
ว่าที่อยู่ด้วยกันมีความสุขค่ะ พอเข้าปีที่ 3 เริ่มมีปัญหาเข้ามาภรรยาคนเดียวมาตามตื้อ เราก็โอเคนะอณุญาตให้คุยกันได้เพราะยังไงเขาก็มีลูก
ด้วยกัน และปัญหาที่ 2 คือ แม่เขาไม่โอเคกับสภาพเพศของเรา เขาจึงทำทุกวิถีทางให้เราได้แยกทางกัน มันอาจจะดูเหมือนเป็นละครนะ แต่มัน
คือชีวิตจริงของเรา เมื่อระยะเวลามันเริ่มนานปัญหาก็เพิ่มมากขึ้น อยู่ๆก็มีสารพันปัญหาเข้ามาในชีวิต พี่เขาเริ่มมีความลับ เริ่มโกหก จากเฟสที่
เคยลงรูปคู่ แท็กรูปได้ รหัสเฟสก็เปลี่ยน พอเราถามก็ว่าอย่าเยอะนะ ผู้หญิงแท้ๆยังไม่ขนาดนี้เลย เราจับได้ว่าเขาคุยกันกับผู้หญิงไม่ว่าจะเป็นใน
เฟส ในไลน์ แต่ทุกครั้งเขาก็ขอโทษและเราก็ให้อภัยทุกครั้งที่จับได้ประมาณ 4-5 คน และผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ยอมออกไปจากชีวิตของเรา ใครจะ
รู้ว่ามรสุมลูกใหญ่มันจะเข้ามา เดือนเมษายนที่ผ่านมาเขาบอกว่าเขาทำสินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารแห่งหนึ่ง ชื่อภาษาอังกฤษ มี 3 พยางค์
ผ่านได้เงินมา 8 หมื่นกว่าบาท เราเลยถามว่าไปทำไว้ตอนไหนเขาบอกว่ายื่นเอกสารไป 2-3 วันก่อน เราเลยงงว่ามันเร็วขนาดนั้นเลยหรอ พอ
เดือนพฤษภาคมแฟนเราก็เริ่มแปลกๆ จากที่เคยโทรหาเราก็ไม่โทร พอทะเลาะกันก็ไม่ง้อ โทรหาขึ้นรอสาย พอถามก็บอกว่าคุยกับธนาคาร
สุดท้ายเราจับได้ว่าเขาแอบคุยกันกับสินเชื่อธนาคารคนนั้น คนที่ปล่อยสินเชื่อให้เขา เรารับไม่ได้เขาบอกว่าเขาจะเลิกเราให้โอกาสอีกครั้งแต่ผู้
หญิงคนนั้นยังโทรมาหาแฟนเรา โทรมากระทั่งเวลาที่เราอยู่กับแฟน เราโมโหเลยส่งอีเมล์และโทรแจ้งสำนักงานใหญ่ให้ว่ากล่าวตักเตือน
พนักงานคนนี้ แล้ววันหนึ่งแฟนเราก็ถามเราว่าไปทำอะไรไว้เราบอกว่าก็ส่งอีเมล์แจ้งสำนักงานใหญ่ให้ตักเตือนพนักงานของเขา แต่แฟนเราบอก
ว่าทำแบบนั้นเขาโดนไล่ออกและโทรมาร้องไห้ให้แฟนเรารับผิดชอบ และจะทำให้เราออกจากงานเหมือนกัน เพราะเขาบอกว่าเขารู้ข้อมูลเรา
หมดเพราะทำสินเชื่อเข้าไปดูข้อมูลได้ วันที่ 23 มิถุนายน เรานั่งดูทีวีอยู่กับแฟนผู้หญิงคนนั้นโทรมา เราเป็นคนรับเราโมโหเลยบอกแฟนว่ายังไม่
เลิกคุยกันอีกเหรอ งั้นเอางี้นะ แยกทางกันเลย เราไล่แฟนออกจากห้องให้เขาย้ายไปอยู่ที่อื่นถ้าจะคุยกันกับมัน เขาก็ยอมออกไป เราเลิกติดต่อ
กันตั้งแต่วันนั้น วันที่ 8 สิงหาคม มีเบอร์แปลกโทรมาหาเรา เรารับสายแล้วถามว่าใครค่ะ เขาพูดว่า จำพี่ไม่ได้หรอ เราตอบว่าใคร จำไม่ได้ค่ะ
เขาบอกว่าพี่เอง พี่ไม่สบายเสียงเลยแหบ เราเลยบอกว่า ออ แล้วทำไมไม่ไปหาหมอ หลังจากวันนั้นเขาก็เริ่มโทรหาเราบ่อยขึ้น วันที่ 15 เขา
สารภาพกับเราว่า เขาอยู่กับผู้หญิงคนนั้นแล้วไม่มีความสุข มันยังคิดถึงเราอยู่ เพราะอยู่กับใครก็ไม่เหมือนอยู่กับเรา เพราะความดีของเราที่
กระทำต่อเขามาในระยะเวลาที่ได้ใช้คำว่า ภรรยาที่ปฏิบัติต่อสามี เลิกงานมาต้องคอยหุงหาอาหารไว้ให้ สามีกลับมาถามว่าเหนื่อยไหม ปวดเท้า
ไหม นวดเท้าให้ไหม ในวันนี้มันทำให้เขาคิดขึ้นมาได้ แล้วเขาก็เอาไปถามผู้หญิงคนนั้นว่าทำไมไม่เคยถามพี่แบบนี้เลย ผู้หญิงตอบว่า แล้ว
ทำไมไม่บอกละ จะได้ทำให้ (ในความคิดของเราต้องบอกเหรอ ถ้าเป็นสามีภรรยากัน) ในวันนี้ 16/8/59 แฟนเก่าเราได้คุยกับเราแล้วบอกว่า
อยากเลิกกับผู้หญิงคนนั้น ซึ่งแฟนเก่าก็ได้พูดหลายครั้งเพื่อให้ฝ่ายผู้หญิงทำใจ แต่คำพูดของผู้หญิงทำให้แฟนเก่าเราไปจากเขาไม่ได้ ผู้หญิง
คนนั้นบอกวา อย่าคิดจะเล่นกับไฟนะ เขาจะทำให้ผู้ชายอับอายและออกจากงาน และทำให้ครอบครัวของฝ่ายชายนั้นไม่มีความสุข และเอา
ลูกสาวของฝ่ายชายที่เรียนอยู่แค่ ป.3 นั้นคอยขู่ ว่าจะตามรังควน ไม่ให้อยู่แบบมีความสุขหากกลับมาอยู่กับเรา เราได้บอกแฟนเก่าไปว่า มัน
อยากทำอะไรให้มันทำไปเพราะเรามีทนายประจำบ้านอยู่ เมื่อไหร่ที่มันทำเราจะเอาคืนด้วยกฏหมาย ไม่คิดจะเล่นวิธีสกปรก และในวันนี้ ผู้หญิง
คนนั้นได้ประชุมสายโทรศัพท์กันซึ่งมีทั้งแฟนเก่า ผู้หญิงคนนั้น และแม่ของแฟนเก่า ซึ่งแม่แฟนเก่าพูดอย่างเดียวเลยว่า ไม่เอาเรา ไม่ให้ผู้ชาย
กลับมาหาเรา มันไม่ถูกต้อง ผู้ชายต้องอยู่กับผู้หญิง ถ้าฝ่ายชายกลับมาอยู่กับเรา แม่ก็จะเป็นทุกข์ ญาติก็ทุกข์ ลูกก็ทุกข์ ทุกคนเป็นทุกข์หมด
เพียงเพราะแค่ผู้ชายอยู่กับกระเทย แต่เราอยากถามหน่อยเหอะว่ามีใครเข้าใจความทุกข์ของผุ้ชายบ้างไหม ตอนนี้เราไม่ทำอะไร ได้แค่ให้กำลัง
ใจฝ่ายชาย ไม่ว่าเขาจะเลือกใคร แค่ให้เขามีความสุขกายสุขใจก็พอแล้ว ถ้ามีอะไรอัพเดทจะมาต่อนะค่ะ ขอบคุณค่ะ
มันคงเป็นเวรกรรม
โรงพยาบาลแห่งหนึ่งเพื่อมาใช้ชีวิตในเมืองกรุง ตอนนั้นมาอยู่คนเดียวที่ลาดกระบังชีวิตตอนนั้นตกงาน 3 เดือน ทางบ้านจึงขอให้กลับไปอยู่ที่
บ้าน พอกลับไปอยู่ที่บ้านรู้สึกไม่ดีเพราะตัวเองไม่ได้ทำงาน เลยแอบกลับมาที่กรุงเทพอีกครั้ง โดยมาขอพักอาศัยกับหลานสาวที่นิคม
ลาดกระบัง ก็หางานอยู่สักพักเพื่อนสนิทคนหนึ่งเลยชวนไปทำงานที่บริษัทด้วยตำแหน่งฝ่ายบุคคลแถวถนนไอซีดี พอทำได้สักพักหลานสาว
อยากให้ไปทำงานด้วย จึงออกจากที่เดิม ซึ่งบริษัทที่หลานทำนั้นเป็นคลั้งสินค้าของแบรนด์สินค้าที่ผลิตสินค้าทุกอย่างที่ขึ้นต้นด้วยตัวU พอวัน
ทำงานจริงบริษัทให้ไปทำงานคนละที่กับหลานสาว ซึ่งเราต้องนั่งรถบริษัทไปทำงานที่คลังอีกที่หนึ่งที่ฉะเชิงเทรา แล้วทุกอย่างก็เริ่มต้นขึ้น เรา
ได้รู้จักกับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นคนเทรนงานให้เรา เขามักจะเล่าเรื่องส่วนตัวชีวิตครอบครัวของเขาให้เราฟัง และก็ถามเรื่องส่วนตัวเรา ตอนแรกก็
ไม่คิดไร ประมาณ 16 วันที่เขาเทรนงานให้ บริษัทจะให้เราย้ายไปอีกคลังซึ่งเป็นคลังข้างๆกัน วันสุดท้ายพี่เขาขอเลี้ยงข้าวข้างนอกบริษัท เขา
สารภาพกับเราว่ารักเหมือนคุ้นเคยกันมานาน รู้สึกถูกชะตาตามประสาผู้ชายที่จะจีบ เขาบอกว่าเราไม่เหมือนกะเทยทั่วไป เราก็ตกลงคบกันแต่
ตอนนั้นเราไม่ได้คิดอะไรมากปัญหาแรกจึงเกิดขึ้นเพราะพี่เขามีครอบครัวอยู่แล้ว เราจึงให้เขาเลือกและตัดสินใจว่าจะเอายังไง ถ้าจะคบกับเรา
คือต้องหย่ากับภรรยาจะมาคบกับเราทั้งที่มีภรรยาอยู่แล้วไม่ได้ ประมาณสัปดาห์เขาก็บอกเราว่าเขาตัดสินใจได้แล้วนะเขาจะเลิกกับภรรยาที่มีลูก
ด้วยกันมาแล้วเพื่อมาอยู่กับเรา สุดท้ายพี่เขาก็ทำแบบนั้นจริงๆจากคนที่เคยมีทุกอย่างต้องสละให้ภรรยาหมดมีเพียงชุดทำงานเสื้อผ้าไม่กี่ชุด
และรถยนต์คันนึงมาอยู่กับเรา ซึ่งปกติพี่เขาจะจอดรถไว้ที่บริษัทและนั่งรถบริษัทไปทำงาน ค่ำวันนั้นฝนตกเขานั่งแท็กซี่มาแล้วชวนเราไปหา
ห้องพักแถวบริษัทกัน เราก็นั่งรถจาดนิคมลาดกระบังไปหาหอพักแถวบริษัทที่ฉะเชิงเทรา พอลงจากรถฝนก็ตกพรำ ตอนนั้นดูพี่เขาเป็นห่วงเรา
มากคอยเอามือป้องไม่ให้ฝนโดนเรา พี่เขาโทรหาเพื่อนที่อยู่ในซอยนั้นแล้วไม่นานเพื่อนเขาก็ออกมาพาไปหาห้องเช่า พอได้ห้องพักทำการจ่าย
ค่ามัดจำและค่าเช่าเดือนแรก พรุ่งนี้จะทำการย้ายเข้ามาพัก เราสองคนก็กลับไปที่ห้องพักที่นิคมลาดกระบังและนอนที่นั่นเป็นคืนแรกที่นอนด้วย
กัน แต่ก็มีหลานเขยนอนอยู่ข้างๆนะ ได้แค่นอนจับมือกันตอนนั้นมีความสุขมาก พอวันรุ่งขึ้นเราก็ทำการย้ายห้องใหม่และอยู่ด้วยกันที่นั่นอย่างมี
ความสุข มีทะเลาะกันบ้างเพราะพี่เขาเป็นคนขี้หึงเห็นเราคุยโทรศัพท์ไม่ได้ต้องดูว่าคุยกับใคร เฟสก็ต้องเคยเข้าไปดู มีรหัสของกันและกัน 2 ปีก
ว่าที่อยู่ด้วยกันมีความสุขค่ะ พอเข้าปีที่ 3 เริ่มมีปัญหาเข้ามาภรรยาคนเดียวมาตามตื้อ เราก็โอเคนะอณุญาตให้คุยกันได้เพราะยังไงเขาก็มีลูก
ด้วยกัน และปัญหาที่ 2 คือ แม่เขาไม่โอเคกับสภาพเพศของเรา เขาจึงทำทุกวิถีทางให้เราได้แยกทางกัน มันอาจจะดูเหมือนเป็นละครนะ แต่มัน
คือชีวิตจริงของเรา เมื่อระยะเวลามันเริ่มนานปัญหาก็เพิ่มมากขึ้น อยู่ๆก็มีสารพันปัญหาเข้ามาในชีวิต พี่เขาเริ่มมีความลับ เริ่มโกหก จากเฟสที่
เคยลงรูปคู่ แท็กรูปได้ รหัสเฟสก็เปลี่ยน พอเราถามก็ว่าอย่าเยอะนะ ผู้หญิงแท้ๆยังไม่ขนาดนี้เลย เราจับได้ว่าเขาคุยกันกับผู้หญิงไม่ว่าจะเป็นใน
เฟส ในไลน์ แต่ทุกครั้งเขาก็ขอโทษและเราก็ให้อภัยทุกครั้งที่จับได้ประมาณ 4-5 คน และผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ยอมออกไปจากชีวิตของเรา ใครจะ
รู้ว่ามรสุมลูกใหญ่มันจะเข้ามา เดือนเมษายนที่ผ่านมาเขาบอกว่าเขาทำสินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารแห่งหนึ่ง ชื่อภาษาอังกฤษ มี 3 พยางค์
ผ่านได้เงินมา 8 หมื่นกว่าบาท เราเลยถามว่าไปทำไว้ตอนไหนเขาบอกว่ายื่นเอกสารไป 2-3 วันก่อน เราเลยงงว่ามันเร็วขนาดนั้นเลยหรอ พอ
เดือนพฤษภาคมแฟนเราก็เริ่มแปลกๆ จากที่เคยโทรหาเราก็ไม่โทร พอทะเลาะกันก็ไม่ง้อ โทรหาขึ้นรอสาย พอถามก็บอกว่าคุยกับธนาคาร
สุดท้ายเราจับได้ว่าเขาแอบคุยกันกับสินเชื่อธนาคารคนนั้น คนที่ปล่อยสินเชื่อให้เขา เรารับไม่ได้เขาบอกว่าเขาจะเลิกเราให้โอกาสอีกครั้งแต่ผู้
หญิงคนนั้นยังโทรมาหาแฟนเรา โทรมากระทั่งเวลาที่เราอยู่กับแฟน เราโมโหเลยส่งอีเมล์และโทรแจ้งสำนักงานใหญ่ให้ว่ากล่าวตักเตือน
พนักงานคนนี้ แล้ววันหนึ่งแฟนเราก็ถามเราว่าไปทำอะไรไว้เราบอกว่าก็ส่งอีเมล์แจ้งสำนักงานใหญ่ให้ตักเตือนพนักงานของเขา แต่แฟนเราบอก
ว่าทำแบบนั้นเขาโดนไล่ออกและโทรมาร้องไห้ให้แฟนเรารับผิดชอบ และจะทำให้เราออกจากงานเหมือนกัน เพราะเขาบอกว่าเขารู้ข้อมูลเรา
หมดเพราะทำสินเชื่อเข้าไปดูข้อมูลได้ วันที่ 23 มิถุนายน เรานั่งดูทีวีอยู่กับแฟนผู้หญิงคนนั้นโทรมา เราเป็นคนรับเราโมโหเลยบอกแฟนว่ายังไม่
เลิกคุยกันอีกเหรอ งั้นเอางี้นะ แยกทางกันเลย เราไล่แฟนออกจากห้องให้เขาย้ายไปอยู่ที่อื่นถ้าจะคุยกันกับมัน เขาก็ยอมออกไป เราเลิกติดต่อ
กันตั้งแต่วันนั้น วันที่ 8 สิงหาคม มีเบอร์แปลกโทรมาหาเรา เรารับสายแล้วถามว่าใครค่ะ เขาพูดว่า จำพี่ไม่ได้หรอ เราตอบว่าใคร จำไม่ได้ค่ะ
เขาบอกว่าพี่เอง พี่ไม่สบายเสียงเลยแหบ เราเลยบอกว่า ออ แล้วทำไมไม่ไปหาหมอ หลังจากวันนั้นเขาก็เริ่มโทรหาเราบ่อยขึ้น วันที่ 15 เขา
สารภาพกับเราว่า เขาอยู่กับผู้หญิงคนนั้นแล้วไม่มีความสุข มันยังคิดถึงเราอยู่ เพราะอยู่กับใครก็ไม่เหมือนอยู่กับเรา เพราะความดีของเราที่
กระทำต่อเขามาในระยะเวลาที่ได้ใช้คำว่า ภรรยาที่ปฏิบัติต่อสามี เลิกงานมาต้องคอยหุงหาอาหารไว้ให้ สามีกลับมาถามว่าเหนื่อยไหม ปวดเท้า
ไหม นวดเท้าให้ไหม ในวันนี้มันทำให้เขาคิดขึ้นมาได้ แล้วเขาก็เอาไปถามผู้หญิงคนนั้นว่าทำไมไม่เคยถามพี่แบบนี้เลย ผู้หญิงตอบว่า แล้ว
ทำไมไม่บอกละ จะได้ทำให้ (ในความคิดของเราต้องบอกเหรอ ถ้าเป็นสามีภรรยากัน) ในวันนี้ 16/8/59 แฟนเก่าเราได้คุยกับเราแล้วบอกว่า
อยากเลิกกับผู้หญิงคนนั้น ซึ่งแฟนเก่าก็ได้พูดหลายครั้งเพื่อให้ฝ่ายผู้หญิงทำใจ แต่คำพูดของผู้หญิงทำให้แฟนเก่าเราไปจากเขาไม่ได้ ผู้หญิง
คนนั้นบอกวา อย่าคิดจะเล่นกับไฟนะ เขาจะทำให้ผู้ชายอับอายและออกจากงาน และทำให้ครอบครัวของฝ่ายชายนั้นไม่มีความสุข และเอา
ลูกสาวของฝ่ายชายที่เรียนอยู่แค่ ป.3 นั้นคอยขู่ ว่าจะตามรังควน ไม่ให้อยู่แบบมีความสุขหากกลับมาอยู่กับเรา เราได้บอกแฟนเก่าไปว่า มัน
อยากทำอะไรให้มันทำไปเพราะเรามีทนายประจำบ้านอยู่ เมื่อไหร่ที่มันทำเราจะเอาคืนด้วยกฏหมาย ไม่คิดจะเล่นวิธีสกปรก และในวันนี้ ผู้หญิง
คนนั้นได้ประชุมสายโทรศัพท์กันซึ่งมีทั้งแฟนเก่า ผู้หญิงคนนั้น และแม่ของแฟนเก่า ซึ่งแม่แฟนเก่าพูดอย่างเดียวเลยว่า ไม่เอาเรา ไม่ให้ผู้ชาย
กลับมาหาเรา มันไม่ถูกต้อง ผู้ชายต้องอยู่กับผู้หญิง ถ้าฝ่ายชายกลับมาอยู่กับเรา แม่ก็จะเป็นทุกข์ ญาติก็ทุกข์ ลูกก็ทุกข์ ทุกคนเป็นทุกข์หมด
เพียงเพราะแค่ผู้ชายอยู่กับกระเทย แต่เราอยากถามหน่อยเหอะว่ามีใครเข้าใจความทุกข์ของผุ้ชายบ้างไหม ตอนนี้เราไม่ทำอะไร ได้แค่ให้กำลัง
ใจฝ่ายชาย ไม่ว่าเขาจะเลือกใคร แค่ให้เขามีความสุขกายสุขใจก็พอแล้ว ถ้ามีอะไรอัพเดทจะมาต่อนะค่ะ ขอบคุณค่ะ