กราบทักทายยามค่ำขอรับ
หลายวันก่อนเห็นท่าน สว กับอดีตพระออกรายการช่องหนึ่ง เสวนากันเรื่องปฏิรูปวงการศาสนาพุทธในประเทศไทย
โดยส่วนตัวกระผมขออนุโมทนากับทั้งสองท่านที่มีความตั้งใจจะทำให้องค์กรสงฆ์นั้นพัฒนาหรือดีขึ้น
ทำได้หรือไม่ได้นั่นเรื่องหนึ่ง มีวาระซ่อนเร้นหรือไม่นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง
กระผมมองว่าสภาพขององค์กรสงฆ์นั้นมีความสัมพันธ์กับสภาพสังคม
ในอดีตพระนั้นอาจจะอยู่ในสถานะที่สูงกว่าโยม แต่ปัจจุบันนี้พระกับโยมนั้นอาจจะต่างกันเพียงแค่ทรงผมและเครื่องแต่งกาย
กิจกรรมทางโลกบางอย่างพระในยุคก่อนอาจจะไม่กล้าทำหรืออาจต้องแอบทำเพราะกลัวโยมติเตียน
แต่ปัจจุบันนี้โยมจำนวนหนึ่งไม่สนใจหรือถึงขั้นรับได้กับการที่พระจะทำกิจกรรมทางโลกบางอย่างที่คนยุคก่อนอาจไม่เคยได้เห็น
จะปฏิรูปองค์กรสงฆ์ คงจำเป็นต้องปฏิรูปโยมคู่กันไปด้วย
ยกตัวอย่าง -
จะห้ามพระรับเงิน ก็ต้องห้ามโยมถวายเงินด้วย
จะห้ามพระทำเดรัจฉานวิชา ก็ต้องอัพเกรดระบบการศึกษาและกระบวนการความคิดของโยมให้เลิกงมงายด้วย
จะห้ามพระดูดวง ก็ต้องให้ความรู้กับโยมด้วยว่าพระคือพระ พระไม่ใช่หมอดู
ไม่ใช่เพียงแค่พระที่ต้องรู้ว่ากฏระเบียบของพระคืออะไร โยมเองก็ต้องรู้ด้วยเช่นกัน
ท่านจะเห็นได้ว่าการไปลงที่พระฝ่ายเดียวนั้นไม่ใช่การแก้ปัญหาแน่นอน
ท่านอาจจะแย้งว่าบวชเป็นพระแล้วต้องรู้ว่าอะไรทำได้ไม่ได้ อะไรเหมาะไม่เหมาะ บางอย่างโยมถวายก็อย่ารับ บางสิ่งโยมขอก็อย่าให้
ความจริงคือเราอาจจะมีพระหลักร้อย หลักพัน หรือ หลักหมื่น ที่เคร่งครัดต่อกฏกติกามารยาทในการเป็นพระ
แต่ประเทศไทยเรานั้นพระมีจำนวนเป็นแสนๆรูป ไหนจะโยมอีกเป็นล้านๆคน
ปฏิรูปศาสนาพุทธในบ้านเราเป็นเรื่อง ง่าย หรือ ยาก ท่านน่าจะมีคำตอบในใจกันอยู่แล้ว
ทุกอย่างเป็นไปตามสภาพของมัน
หากพระหรือชาวพุทธจำนวนหนึ่งทำ Mission Impossible นี้สำเร็จก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีต่อโลกใบนี้
แต่หากทำกันไม่สำเร็จก็ไม่ต้องเสียใจหรือท้อแท้ไป
เพราะต่อให้ทั้งพระทั้งโยมรั่วกันไป คำสอนของศาสดาก็ยังคงสะอาดและบริสุทธิ์อยู่เช่นเดิม
พูดง่ายๆ มันไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อคำสอนของพระพุทธเจ้าเลย
ก็แค่จะมีคนได้พบธรรมแห่งการพ้นทุกข์ของศาสดาน้อยลงเท่านั้นเอง
ไข่แมว
พุทธศาสนาประเทศไทย: ปล่อยให้ทั้งพระทั้งโยมรั่วกันไป ก็ไม่กระทบต่อคำสอนของศาสดา แค่จะมีคนพบธรรมน้อยลงเท่านั้นเอง
หลายวันก่อนเห็นท่าน สว กับอดีตพระออกรายการช่องหนึ่ง เสวนากันเรื่องปฏิรูปวงการศาสนาพุทธในประเทศไทย
โดยส่วนตัวกระผมขออนุโมทนากับทั้งสองท่านที่มีความตั้งใจจะทำให้องค์กรสงฆ์นั้นพัฒนาหรือดีขึ้น
ทำได้หรือไม่ได้นั่นเรื่องหนึ่ง มีวาระซ่อนเร้นหรือไม่นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง
กระผมมองว่าสภาพขององค์กรสงฆ์นั้นมีความสัมพันธ์กับสภาพสังคม
ในอดีตพระนั้นอาจจะอยู่ในสถานะที่สูงกว่าโยม แต่ปัจจุบันนี้พระกับโยมนั้นอาจจะต่างกันเพียงแค่ทรงผมและเครื่องแต่งกาย
กิจกรรมทางโลกบางอย่างพระในยุคก่อนอาจจะไม่กล้าทำหรืออาจต้องแอบทำเพราะกลัวโยมติเตียน
แต่ปัจจุบันนี้โยมจำนวนหนึ่งไม่สนใจหรือถึงขั้นรับได้กับการที่พระจะทำกิจกรรมทางโลกบางอย่างที่คนยุคก่อนอาจไม่เคยได้เห็น
จะปฏิรูปองค์กรสงฆ์ คงจำเป็นต้องปฏิรูปโยมคู่กันไปด้วย
ยกตัวอย่าง -
จะห้ามพระรับเงิน ก็ต้องห้ามโยมถวายเงินด้วย
จะห้ามพระทำเดรัจฉานวิชา ก็ต้องอัพเกรดระบบการศึกษาและกระบวนการความคิดของโยมให้เลิกงมงายด้วย
จะห้ามพระดูดวง ก็ต้องให้ความรู้กับโยมด้วยว่าพระคือพระ พระไม่ใช่หมอดู
ไม่ใช่เพียงแค่พระที่ต้องรู้ว่ากฏระเบียบของพระคืออะไร โยมเองก็ต้องรู้ด้วยเช่นกัน
ท่านจะเห็นได้ว่าการไปลงที่พระฝ่ายเดียวนั้นไม่ใช่การแก้ปัญหาแน่นอน
ท่านอาจจะแย้งว่าบวชเป็นพระแล้วต้องรู้ว่าอะไรทำได้ไม่ได้ อะไรเหมาะไม่เหมาะ บางอย่างโยมถวายก็อย่ารับ บางสิ่งโยมขอก็อย่าให้
ความจริงคือเราอาจจะมีพระหลักร้อย หลักพัน หรือ หลักหมื่น ที่เคร่งครัดต่อกฏกติกามารยาทในการเป็นพระ
แต่ประเทศไทยเรานั้นพระมีจำนวนเป็นแสนๆรูป ไหนจะโยมอีกเป็นล้านๆคน
ปฏิรูปศาสนาพุทธในบ้านเราเป็นเรื่อง ง่าย หรือ ยาก ท่านน่าจะมีคำตอบในใจกันอยู่แล้ว
ทุกอย่างเป็นไปตามสภาพของมัน
หากพระหรือชาวพุทธจำนวนหนึ่งทำ Mission Impossible นี้สำเร็จก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีต่อโลกใบนี้
แต่หากทำกันไม่สำเร็จก็ไม่ต้องเสียใจหรือท้อแท้ไป
เพราะต่อให้ทั้งพระทั้งโยมรั่วกันไป คำสอนของศาสดาก็ยังคงสะอาดและบริสุทธิ์อยู่เช่นเดิม
พูดง่ายๆ มันไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อคำสอนของพระพุทธเจ้าเลย
ก็แค่จะมีคนได้พบธรรมแห่งการพ้นทุกข์ของศาสดาน้อยลงเท่านั้นเอง
ไข่แมว