แชร์ประสบการณ์การคลอดลูกกันค่ะ

กระทู้สนทนา
สวัสดีค่ะ
กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกของเราค่ะ การเขียนอาจจะสับสนบ้างก็ขออภัยกันด้วยนะค่ะ เริ่มเลยละกัน เรื่องนี้เกิดขึ้นประมาณ 6 เดือนที่แล้วค่ะ เป็นประสบการณ์ของคลอดลูกของตัวเราเอง  เราเป็นคนอ้วน เราตั้งท้องประมาณเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ตอนนั้นเราน้ำหนัก 93 กก. เราฝากท้องกับหมอที่คลีนิคฝากครรภ์มาตลอดและไปตามนัดทุกครั้ง ทุกครั้งที่มีการตรวจก็จะมีการอัลตราซาวน์ แต่เรากับแฟนขอที่จะไม่ดูเพศ เพราะอยากรอลุ้นว่าเป็นเพศอะไร หมอก็บอกว่าลูกในท้องเราแข็งแรงดี  แต่น้ำหนักตัวเด็กค่อนข้างเยอะ ครั้งล่าสุด ตรวจได้ 3.3 กก.  เราเคยถามหมอว่า ถ้าเราคลอดลูกเองได้มั้ย หมอบอกว่าได้ ข้อผิดพลาดของเราคือ เราอยากจะประหยัดเงิน อยากเก็บเงินไว้ให้ลูกใช้หลังคลอด จึงไม่ได้ฝากหมอพิเศษ เราเคยถามหมอว่าเราสามารถไปคลอดลูกที่จังหวัดบ้านเกิดเราได้มั้ย  (เราทำงานต่างจังหวัด) หมอก็บอกว่าได้ เราถามว่าต้องทำยังไงบ้าง หมอบอกว่า ตอนที่ปวดท้องจะคลอดให้นำเอาสมุดฝากครรภ์ไปที่โรงพยาบาลแล้วคลอดได้เลย ก่อนหน้านี้เราเคยสอบถามจากเพื่อนที่เคยคลอดลูกเค้าบอกว่าเค้าก็ไม่ได้ฝากหมอพิเศษไปคลอดเองที่โรงพยาบาล ลูกก็ออกมาแข็งแรงดี วันที่ 31 มกราคม เรากลับบ้านที่ต่างจังหวัด วันนั้นตั้งครรภ์ได้ 38 สัปดาห์ 6 วัน เราไม่มีอาการปวดท้องใดๆทั้งสิ้น ตอนเย็นประมาณ 6 โมงเย็น เราเข้าห้องน้ำพบว่ามีเลือดติดอยู่ที่กางเกงใน (ติดนิดเดียวคล้ายเมนต์ค้าง) เราตกใจมากเพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยมีอาการแบบนี้มาก่อน แฟนเราบอกว่าถ้าอย่างนั้นไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดก่อน  ซึ่งบ้านเราอยู่ในชนบท โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดจึงเป็นโรงพยาบาลประจำอำเภอ  พอไปถึงโรงพยาบาลบอกอาการพนักงานก็ให้เข้าห้องคลอด ตอนนั้นชั่งน้ำหนักได้ 99.9 กก. (หมอที่ฝากครรภ์ให้เราควบคุมน้ำหนักเพราะน้ำหนักตัวเยอะกลัวภาวะครรภ์เป็นพิษได้) จากนั้นพยาบาลห้องคลอดก็ดูที่เท้าว่าบวมหรือไม่ แล้วก็ตรวจวัดปากมดลูก ตอนนั้นปากมดลูกเปิด 2 ซม.  หลังจากนั้นเราก็อยู่ห้องรอคลอด ส่วนแฟนรอที่หน้าห้องคลอด พยาบาลบอกไม่อนุญาตให้คนอื่นเข้ามา แต่ให้เราออกไปข้างนอกเองได้ (ออกได้จนถึงเที่ยงคืน) เราก็รอคลอด ตอนนั้นยังไม่มีอาการปวดใดๆอีกแต่เลือดออกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  จากนั้นประมาณ 3 ทุ่ม เราเริ่มปวดท้อง แต่ปวดท้องรุนแรงมาก อาการปวดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เลือดก็ออกเพิ่มขึ้น สังเกตได้ว่าเลือดจะออกทุกครั้งที่มีการปวด เหมือนมันมีการบีบตัว  พยาบาลมาตรวจปากมดลูกเปิด 2 ซม. เราบอกพยาบาลว่ามันปวดมาก เค้าบอกว่าการปวดเป็นเรื่องปกติและจะปวดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มันจะเป็นไปตามธรรมชาติ เราพยายามทนปวดต่อไปอีกเรื่อยๆ เราไม่ทราบว่าคนอื่นจะปวดเหมือนเราหรือเปล่า แต่ของเราปวดเยอะมากประมาณว่าเราไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ กรีดร้องโหยหวนตลอดเวลา ตอนนั้นสิ่งที่เราทำได้คือทน  เราหันไปมองเตียงข้างๆ ถามเค้าว่าปวดมั้ย เค้าบอกว่าปวดแต่ไม่หนักเท่าไหร่ ยังทนได้ แต่ดูท่าทางของพี่ดูท่าทางน่าจะปวดเยอะ (วันนั้นคลอดแค่ 2 คน เตียงข้างๆ มาก่อนเรา)  เราคุยกับเค้าได้ไม่เท่าไหร่เพราะปวดท้องหนักมาก (บรรยายความรู้สึกไม่ถูกจริงๆ) ทนไปอีกจนเที่ยงคืน เราปวดกรีดร้องเสียงดังขึ้น พยาบาลมาดู (พยาบาลไม่ได้อยู่กับเราตลอด เค้าจะมาดูนานๆครั้ง ดูเสร็จก็เข้าห้องของเค้าไป) ท่าทางเค้าคงรำคาญเรา จึงบอกว่าไม่ต้องร้องแล้วเดี๋ยวให้แฟนมาอยู่เป็นเพื่อน แฟนที่รอยอยู่ข้างนอกจึงได้เข้ามา ตอนนั้นเราปวดมากร้องไห้กับแฟน แฟนบอกว่าถ้าปวดเยอะให้กัดแขนเค้าก็ได้ เราก็กัด กัดทั้งแขนแฟน กัดทั้งผ้า อาการปวดและเลือดก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่มีอาการอีกอย่างที่เพิ่มขึ้นคืออาการอยากเบ่ง เราให้แฟนไปหาพยาบาลที่ห้อง ตามเค้ามาดู  ตรวจปาดมดลูกอีก เค้าบอกว่าเปิด 2 ซม. ให้ทนหน่อย มันเป็นไปตามธรรมชาติ (เราก็เข้าใจคิดว่าคงเป็นเราทีไม่อดทนเอง) แต่เราไม่ไหวแล้วจริงๆ เลยบอกพยาบาลว่าตามหมอให้เราหน่อยได้ไหม จะให้เราจ่ายตังค์พิเศษก็ได้  เค้าก็บอกว่าไม่ได้ พี่กลัวหมอด่า เพราะน้องมาฉุกเฉิน เราจึงต้องฝืนใจยอมรับชะตากรรมตัวเองต่อไป ตอนนั้นคิดถึงแม่มาก ตอนแม่คลอดเรา แม่คงปวดแบบนี้ เราจะเป็นแม่คนต้องทนต่อ เพื่อลูกยังไงขอให้ลูกปลอดภัย  ทนไป ร้องไปเรื่อยๆ อาการอยากเบ่งก็มากขึ้นตามลำดับ  (พยาบาลก็มาดูเราประมาณ  2 ชั่วโมงครั้ง) จนกระทั่ง 6 โมงเช้า เรากรีดร้องเสียงดังมาก ร้องสุดเสียงเพราะทนปวดไม่ไหวอีกต่อไป ตอนนั้นมีน้ำไหลออกมา น้ำเป็นสีเขียวข้น แฟนรีบไปบอกพยาบาล พยาบาลตกใจมากรีบโทรบอกหมอทันที (ซึ่งก่อนหน้านี้เราเคยของให้โทรไม่ยอมโทร) ไม่ถึง 10 นาที หมอมาถึง หมอโกรธมากว่าว่าพยาบาลเสียงดังว่าปล่อยให้คนไข้เป็นแบบนี้ได้ยังไง  ทำไมพยาบาลเวรก่อนหน้าที่รับคนไข้มาไม่แจ้งหมอว่าคนไข้น้ำหนักตัวเยอะ มีเท้าบวม จากการซาวน์เด็กหัวโต หัวไปกดปากมดลูกให้ไม่เปิด เคสแบบนี้ต้องฝ่าตัดอย่างเดียว ดูสถานการณ์ไม่เป็นหรา ทำไมตอนที่โทรแจ้งหมอตอนคนไข้มาบอกว่าอาการปกติ (ตอนนั้นเรายังเจ็บเหมือนเดิมแต่งงมากกว่าว่าทำไมต้องว่าพยาบาลด้วย) จากนั้นเราก็โดนเข็นเข้าห้องฝ่าตัดอย่างรวดเร็ว เราภาวนาขอให้สิ่งศักดิ์ทั้งหลายคุ้มครองให้ลูกเราปลอดภัย เราถูกผ่าคลอดโดยการดมยาสลบ มารู้สึกตัวอีกที จับที่หน้าท้องที่เคยนูนมันหายไป ตอนนี้ลูกแม่เป็นยังไงบ้าง คำถามแรกที่ถามพยาบาลห้องคลอด ลูกฉันปลอดภัยมั้ย พยาบาลบอกว่าแข็งแรงดี เด็กเป็นเพศชาย เราดีใจมากอยากเห็นหน้าลูกคิดในใจลูกแม่ปลอดภัยแล้วนะ แต่เหตุการณ์ไม่จบแค่นั้นค่ะ หลังจากนั้นพยาบาลก็ใส่ท่อฉี่ให้ แล้วเข็นฉันมายังห้องพักคลอด ทันใดนั้นแฟนเราก็เข้ามาจับมือเราบอกเราว่า พี่คงอยู่เฝ้าเธอไม่ได้นะ พี่ต้องไปเฝ้าลูก ลูกเราถูกส่งไปโรงพยาบาลประจำจังหวัด เราถามว่าถูกเราเป็นยังไง แฟนบอกว่าถูกเราสักลักน้ำคร่ำสูดขี้เทาเข้าปอด ที่โรงพยาบาลนี้ไม่มีเครื่องมือต้องส่งโรงพยาบาลประจำจังหวัด จากนั้นแฟนก็นั่งรถโรงพยาบาลไปกับลูก เราร้องไห้ตลอดคิดถึงลูกทั้งที่ยังไม่ได้เห็นหน้า ยังไม่เคยอุ้มสักครั้ง ภาวนาขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้คุ้มครองน้องให้ปลอดภัย โดยที่มีพ่อและแม่เราคอยเป็นกำลังใจให้ เราโทรถามอาการลูกตลอด แฟนบอกลูกอยู่ห้อง NICU เด็ก (เราก็ค้นหาข้อมูลทางโทรศัพท์ว่าอาการโรคนี้เป็นอย่างไร แล้วห้อง NICUเด็กเป็นยังไง บลาๆๆ) ญาติเราบอกว่าคนเพิ่งคลอดอย่าใช้โทรศัพท์เราก็ไม่ฟัง 1 วันต่อมาแฟนโทรมาบอก ได้ยินเสียงแฟนร้องไห้บอกว่าหมอบอกว่าให้ทำใจ โอกาสที่น้องรอด 50/50 เราก็ร้องไห้อีกภาวนาขอให้มีปฏิหารย์เกิดกับครอบครัวเราสักครั้ง  หลังจากนั้นเราออกจากโรงพยาบาลหลังจากที่ผ่าคลอดได้ 2 วัน เราตามลูกไปโรงพยาบาลประจำจังหวัดทั้งๆที่ยังเจ็บแผล ที่ห้อง NICU (ห้องวิกฤติผู้ป่วยแรกเกิด) จะรับเด็กได้ได้เดิน 8 คน เพราะพยาบาลต้องดูแลอาการเด็กอย่างใกล้ชิด เด็กแต่ละคนมีโอกาสที่จะเสียชีวิตทุกคน พ่อและแม่สามารถเยี่ยมลูกได้วันละ 2 ครั้ง แม่คนไหนที่อยากให้ลูกกินนมแม่ต้องมาบีบนมทุก 3 ชม.  ครั้งแรกที่เห็นหน้าลูก สงสารลูกจับใจ (เค้าไม่ให้ถ่ายรูป) ภาพเด็กทารกที่มีสายห้อยระโยงรยางค์เต็มไปหมด มีเครื่องสั่นอยู่หลัง ลูกไม่ร้องมีแต่เสียงเครื่องช่วยหายใจ หัวใจคนเป็นพ่อเป็นแม่แทบจะสลาย เราไม่มีปัญญาหรือวิธีการใดช่วยลูกได้เลย เราบอกลูกเราของโอกาสให้แม่คนนี้สักครั้ง หลังจากนี้แม่จะดูแลหนูให้ดีที่สุด แล้วก็ลูบที่หัวของลูก (พิมพ์ไปตอนนี้ยังน้ำตาไหล) เราถามอาการพยาบาล พยาบาลบอกว่าลูกเราอาการหนักมาก อาหารหนักกว่าเด็กคนอื่นในห้องนี้ (เด็กบางคนน้ำหนักแค่ 700 กรัม ก็ยังอาการดีกว่าลูกของเรา) เราไม่มีวิธีอื่นที่จะช่วยลูกได้หันไปมองที่ห้องบีบนมมีป้ายติดอยู่ นมแม่เป็นยารักษาที่ดีที่สุดสำหรับลูกที่ป่วย เราจึงพยายามบีบนม มันบีบไม่ค่อยออกเนื่องจากไม่ได้กระตุ้นตั้งแต่แรกคลอด บางครั้งนั่งบีบเป็นชั่วโมงได้ 20 ซีซี ก็มาบีบทุกวัน (แรกๆ หมอให้ลูกเรากินนมแค่มื้อละ 2ซีซี)  บีบบ่อยๆได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ได้ไม่เกินครั้งละ 2 ออนซ์ ลูกเราอาการดีขึ้นเรื่อยๆ กินนมมากขึ้น  ผ่านไป 18 วัน เราและแฟนก็นอนโรงพยาบาลเหมือนเดิมไม่ไปไหน (นอนริมทางเดินเนื่องจากโรงพยาบาลไม่มีที่นอนให้เพราะเราไม่ใช่คนไข้) ลูกเราได้ออกจากห้อง NICU ไปพักห้องหลังคลอด เรากับแฟนดีใจมากๆ  ที่ห้องหลังคลอดหมอให้ลูกเราดูดนมจากเต้า ซึ่งน้องสามารถดูดได้ดี วันต่อมาหมอให้ออกจากโรงพยาบาล มีการนัดตรวจอาการและเช็คพัฒนาการเป็นระยะๆ ตอนนี้ผ่านมาได้ 6 เดือน 3 วันแล้วค่ะ ลูกเราแข็งแรงดี ไม่เคยป่วยอีกเลย เราอยากให้ทุกคนที่กำลังจะเป็นแม่คนได้อ่านกระทู้ของเราแล้วหาทางป้องกันอย่าให้เรื่องแบบนี้เกิดกับเด็กคนไหนอีกเลย เราไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมลูกเราถึงสำลักน้ำครำแล้วสูดขี้เทาเข้าปอด มันเป็นอุบัติเหตุหรือเป็นความสะเพร่าของพยาบาล หรือเป็นความผิดพลาดของตัวเราเอง เราไม่อยากเอาผิดใคร แต่คิดว่าผิดที่ตัวเราเอง เราป้องกันไม่ดีพอเหตุการณ์แบบนี้จึงเกิดกับลูกของเรา ขอบคุณทุกคนที่อ่านกระทู้นี้และพร้อมยอมรับกับทุกความคิดเห็นค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่