คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 2
ขนมไทยบางชื้นถูกตีค่าต่ำเกินไป ทั้งที่บางอย่างมีกระบวนการทำที่ซับซ้อนและรสชาติที่ลุ่มลึก
ผมยกตัวอย่างหม้อข้าวหม้อแกง ส่วนตัวชอบมากกว่าพุดดิ้งหรือคัสตาร์ดเค้ก ยิ่งช่วงปีสองปีกระแสมะพร้าวบูมมาก ยิ่งทำให้ของกินที่มีส่วนผสมจากมะพร้าวดูดีขึ้นมากยกเว้นในสายตาคนไทย ลองเข้าพินเทอร์เรสต์ กะทินี่แทบจะเป็นวัตถุดิบสุดเจ๋งสำหรับต่างชาติ ขนมหรือของกินเอะอะก็ โคโคนัท น้ำมันมะพร้าวมีงานวิจัยมากมาย ใครเรียนสายเคมี ก็คงจะรู้ดี ส่งออกทั่วโลก เดี๋ยวนี้ลูกก็หลายตังอยู่ราคาขึ้นแทบจะสองเท่า ทัวร์จีนมาไทยต้องซื้อทุกราย เป็นอาณิสงฆ์ให้ขนมที่มีส่วนประกอบจากมะพร้าวขายดีไปด้วย
หรือว่าจะเป็นข้าวต้มมัด โดยพื้นแล้วเหมือนไดฟุกุสตรอว์เบอร์รี่ชิ้นละเกือบร้อย แต่ขายในราคาที่ต่ำกว่ามาก ส่วนประกอบหลักคือ แป้ง (ข้าวเหนียว vs โมจิ) ถั่ว (ุ่ถั่วแดงบด vs ถั่วดำ) และผลไม้ (สตรอว์เบอร์รี่ vs กล้วย) เช่นเดียวกัน
ถัดมาเป็นของโปรดผม ขนมเปียกปูน มีสีสันสวยงาม และรูปทรงที่ทันสมัย สัมผัสจากเปียกปูนนั้นล้ำลึกและไม่อาจพบได้ในคัสตาร์ดต่างประเทศ สีเขียวเข้มคล้ายมรกต สัมผัสนุ่มนวลและมีรสเฝื่อนแบบผู้ใหญ แน่นอน โรยหน้าด้วยมะพร้าวที่ชินลิ้นคนไทยไปแล้วเลยดูแสนจะธรรมดา เหมาะกับชาร้อนทุกประเภท หรือจะทานคู่กับน้ำใบเตยก็เข้าที
ขนมไทยสายโปรตุเกสอย่างทองหยิบทองหยอดไม่ค่อยใช่แนวผม เพราะรสค่อนข้างเข้มข้น นานๆ กินที
นอกจากนี้ก็ยังมีน้ำแข็งใส vs บิงซู ที่ราคาต่างกัน 10 เท่า ทั้งที่นอกจากความเป็นเกล็ดละเอียดของน้ำแข็ง ส่วนอื่นก็ไม่ได้ต่างอะไรขนาดนั้น ไมองอย่างไรก็ไม่ใช่ราคา 20 บาท กับ 200 บาท
หรือจะเป็นขนมไข่ ที่รสชาติไม่แพ้กับคัสเทล่าจากเมืองนางาซากิ รูปทรงที่เจอบ่อยๆ เป็นลูกรักบี้ พอเอามายัดรวมๆ กันในถุงพลาสติกแล้วก็ไม่ค่อยน่ากิน
ขนมผิงใส่ถุงตามตลาดนัดเองก็มีสัมผัสดูดน้ำลายที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้เมอแรงก์ หาขนมต่างชาติที่มีสัมผัสแบบขนมผิงได้ยากเหลือเกิน
กรรมวิธีทำขนมชั้นเองก็ลำบากมาก สีสันที่มาจากใบเตย สีฟ้าที่มาจากอัญชัญ ต้องเททีละชั้น หากเทียบกับการอบเค้กสปันจ์นั้น นับว่ายากกว่าเป็นแน่แท้ มีกระทู้ถามวิธีอบสปันจ์ให้สวยงาม แต่ไม่ยักกะมีวิธีเทขนมชั้นให้สวยงาม
ขนมไทยนั้นจะออกแนวป้าๆ หน่อย ถ้าไปซื้อนี่จะคิดถึงคุณยาย คุณป้า แม่ค้าตามตลาดนัด ในขณะที่ถ้าเป็นขนมต่างประเทศเราจะยกย่องว่าเป็น เพสทรี่เชฟ ต้องไปเรียนหลักสูตรอย่างจริงจังเป็นหมื่นเป็นแสนที่โรงแรมชื่อดัง เชื่อเถอะ ผมชอบทั้งคู่ กินทั้งคู่ อร่อยทั้งคู่ แต่สงสารขนมเมียน้อยอย่างบขนมไทยชะมัด
ข้อเสียอย่างหนึ่งของขนมไทยคือมันไม่เบาและง่าย (light and casual) เทียบกับชูครีมที่ชิ้นใหญ่ แต่แป้งฟูกรอบ ครีมตีเบาๆ โรยด้วยไอซิง กินทั้งชิ้นก็ยังไหว หากแต่เป็นขนมไทยที่ขนาดเท่ากัน มักจะหนักกว่า ที่ดาราเทวีมีการขายขนมไทยกับน้ำชาเหมือนกัน แต่ก็ต้องจัดเป็นคำเล็กๆ เหมือนงานศิลปะ เพื่อให้มันกินได้ ไม่หนักมาก แต่ที่จริงขนมญี่ปุ่นดั้งเดิมเองก็ค่อนข้างหนักเหมือนกัน
อ่อ ที่จริงก็มีขนมเบาๆ อย่างขนมสาลี่ มีบางเจ้าทำให้ทันสมัยด้วยการสอดไส้ ชายดิบชายดี แวลู่แอดเดด์ไปตามๆ กัน
ร้านขนมไทยเจ้าดังๆ อย่างร้านตรงตลาดพูลคนก็ยังเยอะอยู่ ขายหมดตลอด แต่ถ้าพิจารณาดูให้ดี กลุ่มเป้าหมายส่วนมากก็มีอายุ อีกไม่นานคนเหล่านี้ก็จะล้มหายตายจาก ปล่อยให้คนรุ่นใหม่กินขนมชาติอื่น โพสต์ลงอินสตาแกรมพร้อมใช้ฟิลเตอร์วินเทจ เพราะขนมไทยไม่โก้เก๋เท่าช็อคโกแลตรอยส์ จะซื้อฝากใครก็อายเขา หยิบแดนิชจากโอปงแปง ใส่ในถุงกระดาษสีน้ำตาลตุ่น ราวกับฝากเพื่อนบ้านที่อยู่กลางกรุงปารีส หยิบออกมากินได้คำเดียว ก็ต้องวาง รสชาติหาได้สมราคาไม่ ยิ่งทิ้งให้เย็นยิ่งไปกันใหญ่ เหนียวเหมือนเคี้ยวเนื้อของลูฟี่ อนาคตเจ้าแห่งโจรสลัด
พูดถึงช็อคโกแลตรอยส์ ช่วงทีผ่านมาเป็นหน้ามะม่วง มีช็อคโกแลตรอยส์ที่ใช้มะม่วงพันธุ์ดีจากเมืองไทย กล่องสีขาวสวยหรู มะม่วงพันธุ์นั้นคนไทยแทบไม่ได้กิน เพราะส่งออกนอกจนหมด เหลือแต่อกร่องกับน้ำดอกไม้ ทั้งที่เมื่อก่อนมะม่วงนั้นมีหลากเผ่าพันธุ์ เสียดายเดี๋ยวนี้หาซื้อเมล่อนญี่ปุ่น หรือแตงโมสี่เหลี่ยม ไม่ก็สตรอว์เบอรรี่เกาหลีได้ง่ายกว่าอีก เรื่องนี้เป็นทุกวงการ เงาะ ส้ม ไปจนถึงข้าว ที่แทบไม่เหลือความหลากหลายทางชีวภาพ มีผู้คนอยากจะอนุรักษ์มากมาย อย่างโจน จันได พันธุ์พืชพื้นเมืองเหล่านั้นไม่ได้รับการดูแล เพราะความต้องการพืชเชิงเดี่ยว ให้ผลผลิตสูง หน้าตาอวบอิ่ม เหมาะแก่การส่งออกของรัฐบาลที่ถูกคำว่าครัวแห่งโลกค้ำคอ
แม้แต่แบรนด์ของกินช่วงหลังของไทย ถ้าอยากจะให้ขายดีต้องแสร้งว่ามาจากญี่ปุ่น ยกตัวอย่างขนมขึ้นห้างเจ้าหนึ่ง เห็นครั้งแรกนึกว่าของฝากจากฮกไกโด ค้นไปค้นมา อ้าว, คนไทยทำ มีมาสคอตประจำแบรนด์หน้าตาน่ารัก แพคเกจใช้ฟอนท์เฮลเวติก้า โมเดิร์นเต็มสูบ บรรทัดล่างมีภาษาญี่ปุ่นกำกับ เขียนด้วยตัวคะตะกะนะชัดเจน หาภาษาไทยในฉลากแทบไม่เจอ ต้องพลิกไปด้านหลัง ยิ่งบริเวณผู้ผลิตที่จำต้องเขียนสถานที่ตั้งโรงงานคนไทย มักจะถูกหลบซ่อนราวกับเป็นความลับของเด็กประถมที่แอบทำแจกันของครูสมศรีแตก อยากให้พี่เล็กฮิวโก้มาร้องเพลงความลับในใจให้ฟังเสียจริง
พูดแล้วก็เศร้า ที่ต้องหยิบยืมมือชาติอื่นมาขายของ รู้สึกอับอายราวกับถูกฝรั่งเศษชนแสดงความเห็นอกเห็นใจ ในมุมมองมาร์เก็ตติ้ง แบรนด์ดิ้งบางครั้งยังสอนให้พยายามทำของให้ไม่ไทยเพื่อที่จะขายได้ด้วยซ้ำ ฟังดูย้อนแย้งพิลึก ไม่รู้ว่ามีการทำแบรนด์ดิ้งชาติใดที่คิดแบบนี้อีก
วันก่อนหยิบโบรชัวร์ร้านขนมติดมือมาจากพารากอน หาภาษาไทยไม่เจอเช่นกัน ไอ้เราก็อยากกินเลยเดินเข้าไปซื้อฝาก หมดค่ะ ขายดีขนาดนั้นเชียว เดินไปอีกหน่อย บูธข้างๆ ขนมกล้วย ขนมฟักทองยังวางอยู่เต็มชั้น ชิมดูแล้วก็พบว่ารสชาติดีทีเดียว อย่างเมื่อหลายปีก่อนก็เข้าใจว่าขนมอากิโกะที่ขายบริเวณรถไฟฟ้าสยามนั้นมาจากปนะเทศญี่ปุ่นแน่ๆ ใครพูดอย่างไรก็ไม่เชื่อ หน้าตาแบบนั้นยังไงก็ต้องใช่ พอมารู้ทีหลังว่าไม่ใช่ก็เลยเฟวคล้ายจะอกหัก
พูดแล้วก็เศร้า ที่ต้องหยิบยืมมือชาติอื่นมาขายของ รู้สึกอับอายราวกับถูกฝรั่งเศษชนแสดงความเห็นอกเห็นใจ
ไม่ใช่แค่วงการอาหาร แต่รวมไปถึงศิลปะและวัฒนธรรม วงการออกแบบ แฟชั่น ตกแต่งภายใน ดนตรี ภาพยนตร์ ที่ไม่ค่อยพัฒนาเพราะเหตุผลไม่ต่างจากขนมไทยเท่าไหร่
ก่อนจะชื่นชมสิ่งใดรอบตัว เราควรจะชื่นชมตัวเองให้ได้เสียก่อน
ผมยกตัวอย่างหม้อข้าวหม้อแกง ส่วนตัวชอบมากกว่าพุดดิ้งหรือคัสตาร์ดเค้ก ยิ่งช่วงปีสองปีกระแสมะพร้าวบูมมาก ยิ่งทำให้ของกินที่มีส่วนผสมจากมะพร้าวดูดีขึ้นมากยกเว้นในสายตาคนไทย ลองเข้าพินเทอร์เรสต์ กะทินี่แทบจะเป็นวัตถุดิบสุดเจ๋งสำหรับต่างชาติ ขนมหรือของกินเอะอะก็ โคโคนัท น้ำมันมะพร้าวมีงานวิจัยมากมาย ใครเรียนสายเคมี ก็คงจะรู้ดี ส่งออกทั่วโลก เดี๋ยวนี้ลูกก็หลายตังอยู่ราคาขึ้นแทบจะสองเท่า ทัวร์จีนมาไทยต้องซื้อทุกราย เป็นอาณิสงฆ์ให้ขนมที่มีส่วนประกอบจากมะพร้าวขายดีไปด้วย
หรือว่าจะเป็นข้าวต้มมัด โดยพื้นแล้วเหมือนไดฟุกุสตรอว์เบอร์รี่ชิ้นละเกือบร้อย แต่ขายในราคาที่ต่ำกว่ามาก ส่วนประกอบหลักคือ แป้ง (ข้าวเหนียว vs โมจิ) ถั่ว (ุ่ถั่วแดงบด vs ถั่วดำ) และผลไม้ (สตรอว์เบอร์รี่ vs กล้วย) เช่นเดียวกัน
ถัดมาเป็นของโปรดผม ขนมเปียกปูน มีสีสันสวยงาม และรูปทรงที่ทันสมัย สัมผัสจากเปียกปูนนั้นล้ำลึกและไม่อาจพบได้ในคัสตาร์ดต่างประเทศ สีเขียวเข้มคล้ายมรกต สัมผัสนุ่มนวลและมีรสเฝื่อนแบบผู้ใหญ แน่นอน โรยหน้าด้วยมะพร้าวที่ชินลิ้นคนไทยไปแล้วเลยดูแสนจะธรรมดา เหมาะกับชาร้อนทุกประเภท หรือจะทานคู่กับน้ำใบเตยก็เข้าที
ขนมไทยสายโปรตุเกสอย่างทองหยิบทองหยอดไม่ค่อยใช่แนวผม เพราะรสค่อนข้างเข้มข้น นานๆ กินที
นอกจากนี้ก็ยังมีน้ำแข็งใส vs บิงซู ที่ราคาต่างกัน 10 เท่า ทั้งที่นอกจากความเป็นเกล็ดละเอียดของน้ำแข็ง ส่วนอื่นก็ไม่ได้ต่างอะไรขนาดนั้น ไมองอย่างไรก็ไม่ใช่ราคา 20 บาท กับ 200 บาท
หรือจะเป็นขนมไข่ ที่รสชาติไม่แพ้กับคัสเทล่าจากเมืองนางาซากิ รูปทรงที่เจอบ่อยๆ เป็นลูกรักบี้ พอเอามายัดรวมๆ กันในถุงพลาสติกแล้วก็ไม่ค่อยน่ากิน
ขนมผิงใส่ถุงตามตลาดนัดเองก็มีสัมผัสดูดน้ำลายที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้เมอแรงก์ หาขนมต่างชาติที่มีสัมผัสแบบขนมผิงได้ยากเหลือเกิน
กรรมวิธีทำขนมชั้นเองก็ลำบากมาก สีสันที่มาจากใบเตย สีฟ้าที่มาจากอัญชัญ ต้องเททีละชั้น หากเทียบกับการอบเค้กสปันจ์นั้น นับว่ายากกว่าเป็นแน่แท้ มีกระทู้ถามวิธีอบสปันจ์ให้สวยงาม แต่ไม่ยักกะมีวิธีเทขนมชั้นให้สวยงาม
ขนมไทยนั้นจะออกแนวป้าๆ หน่อย ถ้าไปซื้อนี่จะคิดถึงคุณยาย คุณป้า แม่ค้าตามตลาดนัด ในขณะที่ถ้าเป็นขนมต่างประเทศเราจะยกย่องว่าเป็น เพสทรี่เชฟ ต้องไปเรียนหลักสูตรอย่างจริงจังเป็นหมื่นเป็นแสนที่โรงแรมชื่อดัง เชื่อเถอะ ผมชอบทั้งคู่ กินทั้งคู่ อร่อยทั้งคู่ แต่สงสารขนมเมียน้อยอย่างบขนมไทยชะมัด
ข้อเสียอย่างหนึ่งของขนมไทยคือมันไม่เบาและง่าย (light and casual) เทียบกับชูครีมที่ชิ้นใหญ่ แต่แป้งฟูกรอบ ครีมตีเบาๆ โรยด้วยไอซิง กินทั้งชิ้นก็ยังไหว หากแต่เป็นขนมไทยที่ขนาดเท่ากัน มักจะหนักกว่า ที่ดาราเทวีมีการขายขนมไทยกับน้ำชาเหมือนกัน แต่ก็ต้องจัดเป็นคำเล็กๆ เหมือนงานศิลปะ เพื่อให้มันกินได้ ไม่หนักมาก แต่ที่จริงขนมญี่ปุ่นดั้งเดิมเองก็ค่อนข้างหนักเหมือนกัน
อ่อ ที่จริงก็มีขนมเบาๆ อย่างขนมสาลี่ มีบางเจ้าทำให้ทันสมัยด้วยการสอดไส้ ชายดิบชายดี แวลู่แอดเดด์ไปตามๆ กัน
ร้านขนมไทยเจ้าดังๆ อย่างร้านตรงตลาดพูลคนก็ยังเยอะอยู่ ขายหมดตลอด แต่ถ้าพิจารณาดูให้ดี กลุ่มเป้าหมายส่วนมากก็มีอายุ อีกไม่นานคนเหล่านี้ก็จะล้มหายตายจาก ปล่อยให้คนรุ่นใหม่กินขนมชาติอื่น โพสต์ลงอินสตาแกรมพร้อมใช้ฟิลเตอร์วินเทจ เพราะขนมไทยไม่โก้เก๋เท่าช็อคโกแลตรอยส์ จะซื้อฝากใครก็อายเขา หยิบแดนิชจากโอปงแปง ใส่ในถุงกระดาษสีน้ำตาลตุ่น ราวกับฝากเพื่อนบ้านที่อยู่กลางกรุงปารีส หยิบออกมากินได้คำเดียว ก็ต้องวาง รสชาติหาได้สมราคาไม่ ยิ่งทิ้งให้เย็นยิ่งไปกันใหญ่ เหนียวเหมือนเคี้ยวเนื้อของลูฟี่ อนาคตเจ้าแห่งโจรสลัด
พูดถึงช็อคโกแลตรอยส์ ช่วงทีผ่านมาเป็นหน้ามะม่วง มีช็อคโกแลตรอยส์ที่ใช้มะม่วงพันธุ์ดีจากเมืองไทย กล่องสีขาวสวยหรู มะม่วงพันธุ์นั้นคนไทยแทบไม่ได้กิน เพราะส่งออกนอกจนหมด เหลือแต่อกร่องกับน้ำดอกไม้ ทั้งที่เมื่อก่อนมะม่วงนั้นมีหลากเผ่าพันธุ์ เสียดายเดี๋ยวนี้หาซื้อเมล่อนญี่ปุ่น หรือแตงโมสี่เหลี่ยม ไม่ก็สตรอว์เบอรรี่เกาหลีได้ง่ายกว่าอีก เรื่องนี้เป็นทุกวงการ เงาะ ส้ม ไปจนถึงข้าว ที่แทบไม่เหลือความหลากหลายทางชีวภาพ มีผู้คนอยากจะอนุรักษ์มากมาย อย่างโจน จันได พันธุ์พืชพื้นเมืองเหล่านั้นไม่ได้รับการดูแล เพราะความต้องการพืชเชิงเดี่ยว ให้ผลผลิตสูง หน้าตาอวบอิ่ม เหมาะแก่การส่งออกของรัฐบาลที่ถูกคำว่าครัวแห่งโลกค้ำคอ
แม้แต่แบรนด์ของกินช่วงหลังของไทย ถ้าอยากจะให้ขายดีต้องแสร้งว่ามาจากญี่ปุ่น ยกตัวอย่างขนมขึ้นห้างเจ้าหนึ่ง เห็นครั้งแรกนึกว่าของฝากจากฮกไกโด ค้นไปค้นมา อ้าว, คนไทยทำ มีมาสคอตประจำแบรนด์หน้าตาน่ารัก แพคเกจใช้ฟอนท์เฮลเวติก้า โมเดิร์นเต็มสูบ บรรทัดล่างมีภาษาญี่ปุ่นกำกับ เขียนด้วยตัวคะตะกะนะชัดเจน หาภาษาไทยในฉลากแทบไม่เจอ ต้องพลิกไปด้านหลัง ยิ่งบริเวณผู้ผลิตที่จำต้องเขียนสถานที่ตั้งโรงงานคนไทย มักจะถูกหลบซ่อนราวกับเป็นความลับของเด็กประถมที่แอบทำแจกันของครูสมศรีแตก อยากให้พี่เล็กฮิวโก้มาร้องเพลงความลับในใจให้ฟังเสียจริง
พูดแล้วก็เศร้า ที่ต้องหยิบยืมมือชาติอื่นมาขายของ รู้สึกอับอายราวกับถูกฝรั่งเศษชนแสดงความเห็นอกเห็นใจ ในมุมมองมาร์เก็ตติ้ง แบรนด์ดิ้งบางครั้งยังสอนให้พยายามทำของให้ไม่ไทยเพื่อที่จะขายได้ด้วยซ้ำ ฟังดูย้อนแย้งพิลึก ไม่รู้ว่ามีการทำแบรนด์ดิ้งชาติใดที่คิดแบบนี้อีก
วันก่อนหยิบโบรชัวร์ร้านขนมติดมือมาจากพารากอน หาภาษาไทยไม่เจอเช่นกัน ไอ้เราก็อยากกินเลยเดินเข้าไปซื้อฝาก หมดค่ะ ขายดีขนาดนั้นเชียว เดินไปอีกหน่อย บูธข้างๆ ขนมกล้วย ขนมฟักทองยังวางอยู่เต็มชั้น ชิมดูแล้วก็พบว่ารสชาติดีทีเดียว อย่างเมื่อหลายปีก่อนก็เข้าใจว่าขนมอากิโกะที่ขายบริเวณรถไฟฟ้าสยามนั้นมาจากปนะเทศญี่ปุ่นแน่ๆ ใครพูดอย่างไรก็ไม่เชื่อ หน้าตาแบบนั้นยังไงก็ต้องใช่ พอมารู้ทีหลังว่าไม่ใช่ก็เลยเฟวคล้ายจะอกหัก
พูดแล้วก็เศร้า ที่ต้องหยิบยืมมือชาติอื่นมาขายของ รู้สึกอับอายราวกับถูกฝรั่งเศษชนแสดงความเห็นอกเห็นใจ
ไม่ใช่แค่วงการอาหาร แต่รวมไปถึงศิลปะและวัฒนธรรม วงการออกแบบ แฟชั่น ตกแต่งภายใน ดนตรี ภาพยนตร์ ที่ไม่ค่อยพัฒนาเพราะเหตุผลไม่ต่างจากขนมไทยเท่าไหร่
ก่อนจะชื่นชมสิ่งใดรอบตัว เราควรจะชื่นชมตัวเองให้ได้เสียก่อน
แสดงความคิดเห็น
ราคาขนมไทย กับ ราคาขนมต่างชาติ ใช้อะไรวัด
มองว่า ด้วยราคา 40 บาท มันแพง แต่ถ้าขนมตัวนี้มันอร่อยจริง อร่อยแตกต่างจากร้านอื่น
มันจะสามารถขายออกเหมือน เค้ก , มาการอง ที่มีราคาชิ้นละ 40 บาทไหม....
แค่สงสัยว่า มาการอง ก็ชิ้นเล็กพอดีคำเหมือน ขนมใส่ไส้ แต่ราคาทำไมถึงต่างกันจัง บางทีขั้นตอนการทำขนมใส่ไส้ ก็ยากไม่แพ้ มาการอง นะ
สุดท้าย จะเป็นไปได้ไหม.. ที่จะซื้อขนมไส้ใส้ หรือ ขนมไทยชนิดอื่น ที่มีราคาแพงพอๆกับขนมต่างชาติ ถ้าขนมไทยชนิดนั้น อร่อยจริง....