5
แอชลี่ย์ ซิมมอนด์
โดย ฮาร์โมนิก้า
เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังติดต่อกันหลายครั้งจนดับไปปลุกอาบิเกลตื่นจากนิทรารมย์
เธอเหลือบมองนาฬิกาและตกใจเมื่อเห็นว่าเป็นเวลาสิบโมงเช้า หญิงสาวสวมเสื้อคลุมนอนลุก
ออกจากห้องไปยังห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ซึ่งต่อเนื่องกับครัวแบบเปิดกว้าง เธออยากได้กาแฟ
สักถ้วยก่อนเริ่มต้นวัน โชคดีที่เป็นเช้าวันเสาร์และเธอไม่มีเรียน กระดาษโน๊ตที่ติดอยู่บนตู้เย็น
ด้วยลายมือของนีลบอกข้อความสั้นๆ ว่าเขาออกไปข้างนอกและมีนัดกินกลางวันกับนักการเงิน
คนหนึ่งซึ่งเขาพบเมื่อคืน และนีลต้องการให้เธอมาร่วมอาหารมื้อนั้นด้วย บอกว่าจะมารับตอน
สิบเอ็ดโมงครึ่ง หญิงสาวเบ้ปาก เหนื่อยกับการไม่มีเวลาส่วนตัว นีลจะอยู่ถึงพรุ่งนี้ก็กลับ
หลังจากนั้นเธอจะมีเวลาของตัวเองเสียที เธอคิดอย่างปลอบใจตัวเอง
มือถือดังขึ้นอีกครั้ง อาบิเกลมองเห็นเป็นเบอร์ที่ไม่ได้บันทึกไว้และเป็นเบอร์เดิมที่โทรมา
ปลุกเธอแต่รับไม่ทัน
“ฮัลโหล”
“ฮัลโหล มิสวอลเด็น อาบิเกล วอลเด็นนั่นคุณรึเปล่าครับ” เสียงไม่คุ้นหูและการเรียกที่บอกว่าไม่สนิท
“ค่ะ ใครพูดคะ”
“อาบิเกล นี่ผมพอลนะ เมื่อคืนนี้ที่งานเลี้ยงอาหารค่ำ คุณจำผมได้ใช่มั้ย”
“ค่ะ”
“อาบิเกล มันสำคัญมากนะ คุณอย่าเพิ่งวางหูใส่ผม ผมเป็นน้องชายของจูเลีย แฮมิลตัน พี่สาว
ผมเคยเป็นเพื่อนสนิทกับนาตาชา ทอมป์สันน้องสาวลูกติดแม่เลี้ยงคุณ และพวกเขาคุยกัน
แทบทุกเรื่อง”
อาบิเกลนิ่ง เธอจำจูเลีย แฮมิลตันได้ เพราะเคยมาเที่ยวเล่นในบ้านบ่อยๆ “ค่ะ”
“ครอบครัวผมย้ายถิ่นฐานกลับมาที่อังกฤษนี่เมื่อเกือบสี่ปีก่อน ก่อนที่นาตาชาจะเสียชีวิต แต่
จูเลียเคยไปเที่ยวนิวซีย์แลนด์กับนาตาชา และไปพักที่บ้านพักตากอากาศที่เนลสันของครอบครัว
คุณเมื่อสามสี่ปีก่อน พี่สาวผมเคยให้ข้อมูลบางอย่างที่ทำให้ผมสนใจ ผมจึงเริ่มสืบค้นคดี
ฆาตกรรมที่บ้านคุณ และผมพบว่ามันมีหลายอย่างน่าสงสัย”
“เรื่องมันจบไปแล้วค่ะพอล”
“คุณไม่อยากรู้หรืออาบิเกลว่าฆาตกรคือใคร ชีวิตคุณไม่มีทางปลอดภัยหากฆาตกรยังลอยนวล
อยู่นะ ที่สำคัญเหตุฆาตกรรมมันเกิดในบ้านคุณและพ่อคุณก็ยังย้ายกลับไปอยู่บ้านหลังนั้น คุณไม่
คิดว่าฆาตกรจะสามารถย้อนกลับไปทำร้ายคุณกับครอบครัวได้อีกงั้นหรือ”
“คุณมีข้อมูลอะไรหรือพอล คุณพูดมาเลยดีกว่า”
“ไม่สะดวกที่จะคุยทางโทรศัพท์หรอกนะอาบิเกล คุณออกมาพบกับผมได้มั้ย ดื่มกาแฟด้วยกันสักถ้วย”
อาบิเกลมองนาฬิกา “ไม่ได้หรอกค่ะ ฉันมีนัดกินกลางวันกับคู่หมั้น ยังไม่รู้ว่าจะเสร็จกี่โมง”
พอลนิ่งไปครู่ใหญ่ เขาทำเสียงคล้ายจะพูดบางอย่างแล้วก็ไม่พูด เริ่มต้นประโยคแล้วก็เปลี่ยนใหม่
อยู่หลายครั้งจนอาบิเกลแอบรำคาญ ที่สุดเขาก็เรียบเรียงประโยคใหม่สำเร็จหลังจากนิ่งไปอีกอึดใจ
“คู่หมั้นของคุณ… นีล แม็กซ์เวลสินะ นักการเมืองหนุ่มอนาคตไกล เขาจะกลับไปเมลเบิร์นเมื่อไหร่หรือ”
ดูเขารู้เกี่ยวกับเธอพอควรทีเดียว แต่อย่างว่าล่ะ นีลเป็นคนดัง เขาอาจรู้จักนีลก็ได้ “วันพรุ่งนี้ค่ะ”
“ผมต้องกลับลอนดอนเย็นวันอาทิตย์เหมือนกัน เอาแบบนี้นะอาบิเกล หากคุณมีเวลาว่างในระหว่างนี้
คุณช่วยข้อความบอกผมด้วย ผมจะรีบไปพบคุณทันที นะ อาบิเกล”
อาบิเกลลังเล ที่สุดก็ตอบรับ “ค่ะ ถ้าฉันว่างนะคะ”
วางสายไปแล้วอาบิเกลก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัวให้พร้อมทันนีลมารับ ช่วงเวลาหลังจากนั้นเธอลืมพอล
ไปเลยเพราะนีลพาเธอไปกินกลางวันแล้วก็ไปช็อปปิ้งต่อ ก่อนจะไปงานตัดริบบิ้นอะไรสักอย่าง
ในตอนค่ำ แล้วก็ดินเนอร์ เช้าวันอาทิตย์อาบิเกลหลับยาวโดยไม่เปิดโทรศัพท์มือถือ หญิงสาวหลับ
จนเกือบเที่ยง จึงตื่นมากินบรั้นช์กับคู่หมั้นซึ่งอาบิเกลขอให้เป็นการกินกันแค่สองคนและนีลตกลง
รักในรอยฝัน บทที่ 5 แอชลี่ย์ ซิมมอนด์ (Romantic Thriller Suspense)
แอชลี่ย์ ซิมมอนด์
โดย ฮาร์โมนิก้า
เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังติดต่อกันหลายครั้งจนดับไปปลุกอาบิเกลตื่นจากนิทรารมย์
เธอเหลือบมองนาฬิกาและตกใจเมื่อเห็นว่าเป็นเวลาสิบโมงเช้า หญิงสาวสวมเสื้อคลุมนอนลุก
ออกจากห้องไปยังห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ซึ่งต่อเนื่องกับครัวแบบเปิดกว้าง เธออยากได้กาแฟ
สักถ้วยก่อนเริ่มต้นวัน โชคดีที่เป็นเช้าวันเสาร์และเธอไม่มีเรียน กระดาษโน๊ตที่ติดอยู่บนตู้เย็น
ด้วยลายมือของนีลบอกข้อความสั้นๆ ว่าเขาออกไปข้างนอกและมีนัดกินกลางวันกับนักการเงิน
คนหนึ่งซึ่งเขาพบเมื่อคืน และนีลต้องการให้เธอมาร่วมอาหารมื้อนั้นด้วย บอกว่าจะมารับตอน
สิบเอ็ดโมงครึ่ง หญิงสาวเบ้ปาก เหนื่อยกับการไม่มีเวลาส่วนตัว นีลจะอยู่ถึงพรุ่งนี้ก็กลับ
หลังจากนั้นเธอจะมีเวลาของตัวเองเสียที เธอคิดอย่างปลอบใจตัวเอง
มือถือดังขึ้นอีกครั้ง อาบิเกลมองเห็นเป็นเบอร์ที่ไม่ได้บันทึกไว้และเป็นเบอร์เดิมที่โทรมา
ปลุกเธอแต่รับไม่ทัน
“ฮัลโหล”
“ฮัลโหล มิสวอลเด็น อาบิเกล วอลเด็นนั่นคุณรึเปล่าครับ” เสียงไม่คุ้นหูและการเรียกที่บอกว่าไม่สนิท
“ค่ะ ใครพูดคะ”
“อาบิเกล นี่ผมพอลนะ เมื่อคืนนี้ที่งานเลี้ยงอาหารค่ำ คุณจำผมได้ใช่มั้ย”
“ค่ะ”
“อาบิเกล มันสำคัญมากนะ คุณอย่าเพิ่งวางหูใส่ผม ผมเป็นน้องชายของจูเลีย แฮมิลตัน พี่สาว
ผมเคยเป็นเพื่อนสนิทกับนาตาชา ทอมป์สันน้องสาวลูกติดแม่เลี้ยงคุณ และพวกเขาคุยกัน
แทบทุกเรื่อง”
อาบิเกลนิ่ง เธอจำจูเลีย แฮมิลตันได้ เพราะเคยมาเที่ยวเล่นในบ้านบ่อยๆ “ค่ะ”
“ครอบครัวผมย้ายถิ่นฐานกลับมาที่อังกฤษนี่เมื่อเกือบสี่ปีก่อน ก่อนที่นาตาชาจะเสียชีวิต แต่
จูเลียเคยไปเที่ยวนิวซีย์แลนด์กับนาตาชา และไปพักที่บ้านพักตากอากาศที่เนลสันของครอบครัว
คุณเมื่อสามสี่ปีก่อน พี่สาวผมเคยให้ข้อมูลบางอย่างที่ทำให้ผมสนใจ ผมจึงเริ่มสืบค้นคดี
ฆาตกรรมที่บ้านคุณ และผมพบว่ามันมีหลายอย่างน่าสงสัย”
“เรื่องมันจบไปแล้วค่ะพอล”
“คุณไม่อยากรู้หรืออาบิเกลว่าฆาตกรคือใคร ชีวิตคุณไม่มีทางปลอดภัยหากฆาตกรยังลอยนวล
อยู่นะ ที่สำคัญเหตุฆาตกรรมมันเกิดในบ้านคุณและพ่อคุณก็ยังย้ายกลับไปอยู่บ้านหลังนั้น คุณไม่
คิดว่าฆาตกรจะสามารถย้อนกลับไปทำร้ายคุณกับครอบครัวได้อีกงั้นหรือ”
“คุณมีข้อมูลอะไรหรือพอล คุณพูดมาเลยดีกว่า”
“ไม่สะดวกที่จะคุยทางโทรศัพท์หรอกนะอาบิเกล คุณออกมาพบกับผมได้มั้ย ดื่มกาแฟด้วยกันสักถ้วย”
อาบิเกลมองนาฬิกา “ไม่ได้หรอกค่ะ ฉันมีนัดกินกลางวันกับคู่หมั้น ยังไม่รู้ว่าจะเสร็จกี่โมง”
พอลนิ่งไปครู่ใหญ่ เขาทำเสียงคล้ายจะพูดบางอย่างแล้วก็ไม่พูด เริ่มต้นประโยคแล้วก็เปลี่ยนใหม่
อยู่หลายครั้งจนอาบิเกลแอบรำคาญ ที่สุดเขาก็เรียบเรียงประโยคใหม่สำเร็จหลังจากนิ่งไปอีกอึดใจ
“คู่หมั้นของคุณ… นีล แม็กซ์เวลสินะ นักการเมืองหนุ่มอนาคตไกล เขาจะกลับไปเมลเบิร์นเมื่อไหร่หรือ”
ดูเขารู้เกี่ยวกับเธอพอควรทีเดียว แต่อย่างว่าล่ะ นีลเป็นคนดัง เขาอาจรู้จักนีลก็ได้ “วันพรุ่งนี้ค่ะ”
“ผมต้องกลับลอนดอนเย็นวันอาทิตย์เหมือนกัน เอาแบบนี้นะอาบิเกล หากคุณมีเวลาว่างในระหว่างนี้
คุณช่วยข้อความบอกผมด้วย ผมจะรีบไปพบคุณทันที นะ อาบิเกล”
อาบิเกลลังเล ที่สุดก็ตอบรับ “ค่ะ ถ้าฉันว่างนะคะ”
วางสายไปแล้วอาบิเกลก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัวให้พร้อมทันนีลมารับ ช่วงเวลาหลังจากนั้นเธอลืมพอล
ไปเลยเพราะนีลพาเธอไปกินกลางวันแล้วก็ไปช็อปปิ้งต่อ ก่อนจะไปงานตัดริบบิ้นอะไรสักอย่าง
ในตอนค่ำ แล้วก็ดินเนอร์ เช้าวันอาทิตย์อาบิเกลหลับยาวโดยไม่เปิดโทรศัพท์มือถือ หญิงสาวหลับ
จนเกือบเที่ยง จึงตื่นมากินบรั้นช์กับคู่หมั้นซึ่งอาบิเกลขอให้เป็นการกินกันแค่สองคนและนีลตกลง