จากกระแสตอบรับค่อนข้างดีจากสวิตเซอร์แลนด์ทริปที่เขียนไปเมื่อคราวก่อน ทำให้ผมมีแรงบันดาลใจเปิดโน้ตบุ๊ก กระหน่ำแป้นพิมพ์อีกครั้ง (สี่แชร์มันค่อนข้างดีตรงไหนห๊ะ??) และนี่คือทริปสวิตเซอร์แลนด์ที่พูดถึงข้างต้นนะครับ
http://pantip.com/topic/35265339 ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับผม
ทริปเบลเยี่ยมนี้ เป็นทริปยุโรปครั้งแรกที่ผมพาแฟนไปด้วยครับ อะไรต่ออะไรหลายๆอย่างอาจติดๆขัดๆ ดูเตรียมตัวไม่ดี หากขัดใจยังไงก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ อย่างเช่นวางแผนตอนแรกจะไปอัมสเตอร์ดัม แต่ด้วยเหตุผลบางประการ ทำให้เปลี่ยนแผนกะทันหันครับ (ทะเลาะกัน เอาง่ายๆเลย 555)
การเตรียมตัวก็คล้ายๆกับที่ไปสวิตเซอร์แลนด์ครับ ต่างกันเพียงไม่ได้ซื้อบัตรรถไฟล่วงหน้าครับ วีซ่าก็ใช้เชงเก้น (Schengen) เหมือนกันครับ จะมีที่เพิ่มเติมคือ วันเสาร์ - อาทิตย์ ตั๋วรถไฟลด 50% ครับ (ซึ่งก็คือซื้อตั๋วไป-กลับได้ในราคาขาไปอย่างเดียว ซึ่งผมมาทราบตอนเย็นวันอาทิตย์แล้ว T_T) เพราะฉะนั้น รายละเอียดเรื่องการเตรียมตัวเดินทาง ขออนุญาตข้ามไปเลยนะครับ
หลังจากเดินทางถึงสนามบินบรัสเซลส์ ก็เดินทางไปยังโรงแรมที่พักของลูกเรือทันทีครับ ซึ่งก็คือโรงแรม NH Brussels Grand Sablon (ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนไปที่อื่นแล้วครับ) เมื่อถึงโรงแรม ไม่รอช้าครับ อาบน้ำ แต่งตัว ออกเดินทางทันที ซึ่งที่หมายแรกที่เราจะเดินทางไปกันก็คือ เมือง Antwerp หรือ Antwerpen ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของสถาปัตยกรรม และเครื่องเพชร (สุภาพบุรุษท่านใดพาสาวไป ระวังโดนตื๊อซื้อเพชรนะครับ)
เริ่มเดินทางจากโรงแรมที่พัก เดินไปสถานีรถไฟ Brussels Central Station ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 10 นาทีครับ

สวน Knot garden ระว่างทางเดินไปขึ้นรถไฟครับ

ถึงแล้วครับ Brussels Central Station บรรยากาศภายในสถานีรถไฟ
จาก Brussels Central Station ถึง Antwerpen Centraal Station ซึ่งใช้เวลาประมาณ 50 นาทีครับ เมื่อถึงสถานีรถไฟ Antwerp สิ่งที่ได้เห็นกับตา ไม่ได้ด้อยไปกว่าคำร่ำลือแต่อย่างใด เพราะสถานีนี้ ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสิบสถานีรถไฟที่สวยที่สุดในยุโรปครับ

ย้อนไปสมัยวัยกระเตาะ ผมได้เคยดูคลิปนี้ครับ
https://www.youtube.com/watch?v=7EYAUazLI9k ทำให้ผมมีแรงบันดาลใจว่า ครั้งหนึ่ง อยากไปเหยียบที่นี่ให้ได้ สถานีรถไฟอะไร สวยจับใจจริงๆ (แรงบันดาลใจดูแปลกๆนะฮะ) และโชคชะตาก็นำพาให้ผมได้มาที่นี่จริงๆ ขอบคุณสวรรค์
หลังจากชื่นชมบรรยากาศสถานีรถไฟในตำนานกันจนเต็มอิ่ม ก็ได้เวลาเดินเที่ยวตัวเมือง กันแล้วครับ เมือง Antwerp เป็นเมืองที่ City Center อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟมากนัก โดยที่สามารถเดินตรงออกจากหน้าสถานีออกไปได้เลยระหว่างเส้นทางเดินไปก็มีร้านค้า และร้านอาหารมากมายครับ ซึ่งตลอดสองข้างทางถูกออกแบบไว้ด้วยสถาปัตยกรรมสวยงามมากมาย

Cathedral of Our Lady Antwerp ซึ่งเป็นโบสถ์ประจำเมืองของที่นี่

Peter Paulo Rubens สุดยอดศิลปินบาโร้กแห่งเมือง Antwerp

Grote Markt van Antwerpen เป็นเหมือนลานจัตุรัสกว้างๆ มีบ้านทรงที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศนี้ และมีรูปปั้นอยู่ตรงกลางครับ

เดินเล่นจนหิวแล้ว ก็ต้องหาอะไรอร่อยๆเพิ่มพลังครับ
เนื่องจากเวลามีน้อยครับ เรารีบเดินทางกลับไปยังสถานีรถไฟ โดยไม่แวะร้านเพชรแม้แต่ร้านเดียว (ข้ออ้างของราชสีห์) เพื่อเดินทางต่อไปยังเมือง Bruges ครับ ใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งครับ

ด้านหน้าสถานีรถไฟ Antwerpen Centraal Station
เมื่อมาถึง Brugge station ให้เดินออกมาทางซ้ายมือของสถานี เพื่อจะซื้อตัวรถบัส เข้าจตุรัสกลางเมืองกันครับ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก็มาถึง จตุรัสกลางเมือง หรือ Burg Square

ถึงแล้วครับ จตุรัสกลางเมือง เราจะเจอร้านค้าตามถนนมากมาย ที่นี่ยังมีรถม้าชมเมืองให้บริการ และมีการแสดงข้างถนน หรือ Street Performance

อากาศหนาวๆ ได้ช็อคโกแลตร้อนๆ มันดีจริงๆเลยครับ ร้านช็อคโกแลตที่ดังระดับโลกอย่าง Godiva ก็มีต้นกำเนิดมาจากประเทศนี้เช่นกันครับ

ที่เมือง Bruges มีคลองซึ่งเราสามารถนั่งชมเมืองได้ด้วยครับ แต่เนื่องจากเวลาน้อยครับ มาถึงก็เย็นมาก ใกล้จะมืดแล้ว เลยได้แค่ถ่ายรูป เดินชมเมือง
เมืองนี้สวยน่ารักครับ เป็นเมืองที่บรรยากาศดี น่ามาพักสักคืน
ต่อจาก Bruges ก็เดินทางไปเมือง Ghent ต่อครับ เดินทางโดยรถไฟ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จากสถานี Brugge Station ไปจนถึง Gent-Dampoort (ชื่ออาจเขียนต่างกันบ้างนะครับ แต่หมายถึงสถานที่เดียวกัน)

ถ่ายรูปบนรถไฟซะหน่อย ไม่มีที่นั่งครับ คนเยอะ ต้องมานั่งข้างบันไดรถไฟ ได้บรรยากาศไปอีกแบบ
เมื่อถึง Ghent ซื้อตั๋ว tram เพื่อเข้าไปยัง City Center ครับ สิ่งแรกที่จะไปทำคือ “กินข้าว” ครับ เพราะหิวมาก ทั้งวันมีแต่แฮมเบอร์เกอร์รองท้องมาชิ้นเดียว (แบ่งกันสองคนด้วย) มาถึงปุ๊บ ก็ตามลายแทงเพื่อนเลยครับ บอกว่า Ribs ร้านนี้ อร่อยขึ้นชื่อ เลยไปลองทานดูครับ ชื่อร้าน Amadeus II เดินเท้าจากสถานีประมาณ 20 นาทีครับ ส่วนมากที่ทุกโต๊ะสั่งกันก็คือ Ribs เท่านั้นแหละครับ ผมสั่งแบบ All you can eat หรือ บุฟเฟต์นั่นเอง ซึ่งเติม Ribs ได้ไม่อั้น ผมกินไปสองแท่ง ก็จุกแล้วครับ ราคาไม่แพง ถ้าจำไม่ผิด น่าจะ 15.95 ยูโรต่อคนครับ

อร่อยมากครับ สมคำล่ำรือ กินไปคนละ 2 ชิ้นใหญ่ๆครับ แทบออกทางเดิมทีเดียว

บรรยากาศเมือง Ghent ยามพลบค่ำครับ
เวลามีน้อยครับ ขณะนั้นฟ้ามืดหมดแล้ว จึงเดินทางกลับ Brussels ครับ เก็บแรงไว้เที่ยวพรุ่งนี้ต่อ ซึ่งวางแผนไว้ตอนแรก ว่าจะไป Amsterdam ครับ แต่ทว่า .... ไม่ได้ไปครับ สุดท้ายจึงได้เปลี่ยนแผนเป็น เที่ยวใน Brussels แทน
[CR] Belgium เบลเยี่ยม เยี่ยม เยี่ยม เยี่ยมจริง ๆ นะเออ
จากกระแสตอบรับค่อนข้างดีจากสวิตเซอร์แลนด์ทริปที่เขียนไปเมื่อคราวก่อน ทำให้ผมมีแรงบันดาลใจเปิดโน้ตบุ๊ก กระหน่ำแป้นพิมพ์อีกครั้ง (สี่แชร์มันค่อนข้างดีตรงไหนห๊ะ??) และนี่คือทริปสวิตเซอร์แลนด์ที่พูดถึงข้างต้นนะครับ http://pantip.com/topic/35265339 ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับผม
ทริปเบลเยี่ยมนี้ เป็นทริปยุโรปครั้งแรกที่ผมพาแฟนไปด้วยครับ อะไรต่ออะไรหลายๆอย่างอาจติดๆขัดๆ ดูเตรียมตัวไม่ดี หากขัดใจยังไงก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ อย่างเช่นวางแผนตอนแรกจะไปอัมสเตอร์ดัม แต่ด้วยเหตุผลบางประการ ทำให้เปลี่ยนแผนกะทันหันครับ (ทะเลาะกัน เอาง่ายๆเลย 555)
การเตรียมตัวก็คล้ายๆกับที่ไปสวิตเซอร์แลนด์ครับ ต่างกันเพียงไม่ได้ซื้อบัตรรถไฟล่วงหน้าครับ วีซ่าก็ใช้เชงเก้น (Schengen) เหมือนกันครับ จะมีที่เพิ่มเติมคือ วันเสาร์ - อาทิตย์ ตั๋วรถไฟลด 50% ครับ (ซึ่งก็คือซื้อตั๋วไป-กลับได้ในราคาขาไปอย่างเดียว ซึ่งผมมาทราบตอนเย็นวันอาทิตย์แล้ว T_T) เพราะฉะนั้น รายละเอียดเรื่องการเตรียมตัวเดินทาง ขออนุญาตข้ามไปเลยนะครับ
หลังจากเดินทางถึงสนามบินบรัสเซลส์ ก็เดินทางไปยังโรงแรมที่พักของลูกเรือทันทีครับ ซึ่งก็คือโรงแรม NH Brussels Grand Sablon (ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนไปที่อื่นแล้วครับ) เมื่อถึงโรงแรม ไม่รอช้าครับ อาบน้ำ แต่งตัว ออกเดินทางทันที ซึ่งที่หมายแรกที่เราจะเดินทางไปกันก็คือ เมือง Antwerp หรือ Antwerpen ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของสถาปัตยกรรม และเครื่องเพชร (สุภาพบุรุษท่านใดพาสาวไป ระวังโดนตื๊อซื้อเพชรนะครับ)
เริ่มเดินทางจากโรงแรมที่พัก เดินไปสถานีรถไฟ Brussels Central Station ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 10 นาทีครับ
สวน Knot garden ระว่างทางเดินไปขึ้นรถไฟครับ
ถึงแล้วครับ Brussels Central Station บรรยากาศภายในสถานีรถไฟ
จาก Brussels Central Station ถึง Antwerpen Centraal Station ซึ่งใช้เวลาประมาณ 50 นาทีครับ เมื่อถึงสถานีรถไฟ Antwerp สิ่งที่ได้เห็นกับตา ไม่ได้ด้อยไปกว่าคำร่ำลือแต่อย่างใด เพราะสถานีนี้ ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสิบสถานีรถไฟที่สวยที่สุดในยุโรปครับ
ย้อนไปสมัยวัยกระเตาะ ผมได้เคยดูคลิปนี้ครับ https://www.youtube.com/watch?v=7EYAUazLI9k ทำให้ผมมีแรงบันดาลใจว่า ครั้งหนึ่ง อยากไปเหยียบที่นี่ให้ได้ สถานีรถไฟอะไร สวยจับใจจริงๆ (แรงบันดาลใจดูแปลกๆนะฮะ) และโชคชะตาก็นำพาให้ผมได้มาที่นี่จริงๆ ขอบคุณสวรรค์
หลังจากชื่นชมบรรยากาศสถานีรถไฟในตำนานกันจนเต็มอิ่ม ก็ได้เวลาเดินเที่ยวตัวเมือง กันแล้วครับ เมือง Antwerp เป็นเมืองที่ City Center อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟมากนัก โดยที่สามารถเดินตรงออกจากหน้าสถานีออกไปได้เลยระหว่างเส้นทางเดินไปก็มีร้านค้า และร้านอาหารมากมายครับ ซึ่งตลอดสองข้างทางถูกออกแบบไว้ด้วยสถาปัตยกรรมสวยงามมากมาย
Cathedral of Our Lady Antwerp ซึ่งเป็นโบสถ์ประจำเมืองของที่นี่
Peter Paulo Rubens สุดยอดศิลปินบาโร้กแห่งเมือง Antwerp
Grote Markt van Antwerpen เป็นเหมือนลานจัตุรัสกว้างๆ มีบ้านทรงที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศนี้ และมีรูปปั้นอยู่ตรงกลางครับ
เดินเล่นจนหิวแล้ว ก็ต้องหาอะไรอร่อยๆเพิ่มพลังครับ
เนื่องจากเวลามีน้อยครับ เรารีบเดินทางกลับไปยังสถานีรถไฟ โดยไม่แวะร้านเพชรแม้แต่ร้านเดียว (ข้ออ้างของราชสีห์) เพื่อเดินทางต่อไปยังเมือง Bruges ครับ ใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งครับ
ด้านหน้าสถานีรถไฟ Antwerpen Centraal Station
เมื่อมาถึง Brugge station ให้เดินออกมาทางซ้ายมือของสถานี เพื่อจะซื้อตัวรถบัส เข้าจตุรัสกลางเมืองกันครับ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก็มาถึง จตุรัสกลางเมือง หรือ Burg Square
ถึงแล้วครับ จตุรัสกลางเมือง เราจะเจอร้านค้าตามถนนมากมาย ที่นี่ยังมีรถม้าชมเมืองให้บริการ และมีการแสดงข้างถนน หรือ Street Performance
อากาศหนาวๆ ได้ช็อคโกแลตร้อนๆ มันดีจริงๆเลยครับ ร้านช็อคโกแลตที่ดังระดับโลกอย่าง Godiva ก็มีต้นกำเนิดมาจากประเทศนี้เช่นกันครับ
ที่เมือง Bruges มีคลองซึ่งเราสามารถนั่งชมเมืองได้ด้วยครับ แต่เนื่องจากเวลาน้อยครับ มาถึงก็เย็นมาก ใกล้จะมืดแล้ว เลยได้แค่ถ่ายรูป เดินชมเมือง
เมืองนี้สวยน่ารักครับ เป็นเมืองที่บรรยากาศดี น่ามาพักสักคืน
ต่อจาก Bruges ก็เดินทางไปเมือง Ghent ต่อครับ เดินทางโดยรถไฟ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จากสถานี Brugge Station ไปจนถึง Gent-Dampoort (ชื่ออาจเขียนต่างกันบ้างนะครับ แต่หมายถึงสถานที่เดียวกัน)
ถ่ายรูปบนรถไฟซะหน่อย ไม่มีที่นั่งครับ คนเยอะ ต้องมานั่งข้างบันไดรถไฟ ได้บรรยากาศไปอีกแบบ
เมื่อถึง Ghent ซื้อตั๋ว tram เพื่อเข้าไปยัง City Center ครับ สิ่งแรกที่จะไปทำคือ “กินข้าว” ครับ เพราะหิวมาก ทั้งวันมีแต่แฮมเบอร์เกอร์รองท้องมาชิ้นเดียว (แบ่งกันสองคนด้วย) มาถึงปุ๊บ ก็ตามลายแทงเพื่อนเลยครับ บอกว่า Ribs ร้านนี้ อร่อยขึ้นชื่อ เลยไปลองทานดูครับ ชื่อร้าน Amadeus II เดินเท้าจากสถานีประมาณ 20 นาทีครับ ส่วนมากที่ทุกโต๊ะสั่งกันก็คือ Ribs เท่านั้นแหละครับ ผมสั่งแบบ All you can eat หรือ บุฟเฟต์นั่นเอง ซึ่งเติม Ribs ได้ไม่อั้น ผมกินไปสองแท่ง ก็จุกแล้วครับ ราคาไม่แพง ถ้าจำไม่ผิด น่าจะ 15.95 ยูโรต่อคนครับ
อร่อยมากครับ สมคำล่ำรือ กินไปคนละ 2 ชิ้นใหญ่ๆครับ แทบออกทางเดิมทีเดียว
บรรยากาศเมือง Ghent ยามพลบค่ำครับ
เวลามีน้อยครับ ขณะนั้นฟ้ามืดหมดแล้ว จึงเดินทางกลับ Brussels ครับ เก็บแรงไว้เที่ยวพรุ่งนี้ต่อ ซึ่งวางแผนไว้ตอนแรก ว่าจะไป Amsterdam ครับ แต่ทว่า .... ไม่ได้ไปครับ สุดท้ายจึงได้เปลี่ยนแผนเป็น เที่ยวใน Brussels แทน