ปรึกษาปัญหาการใช้เงินครับ รายได้ลดลงแต่ค่าใช้จ่าย Fix เท่าเดิม

สวัสดีครับ ก่อนอื่นขอเกริ่นเรื่องราวคร่าวๆ ก่อนว่า เป็นมนุษย์เงินเดือนชายไทย ใช้เงินตามแบบฉบับชายไทย คือหน้าใหญ่ เป็นป๋า เป็นเฮีย เป็นลูกพี่ และกลัวขายหน้าเสียหน้า(ตามนิสัยคนไทย คือไม่มีกิน แต่ขอไม่อายใคร ไม่รู้คิดได้ไง)

ทำงานมาหลายปีครับ เงินเก็บไม่มี เพราะ ซื้อของใหญ่ๆ ก่อน (ตามรูปแบบทำอะไรตามใจคือไทยแท้เลยครับ)

ซื้อรถ อันดับ 1 ผ่อนคันแรกหมด ก็ขายต่อให้ญาติเนื่องจากมีอยู่ช่วงหนึ่งไม่ได้ใช้รถเกือบปี แล้วเสียดายค่าบำรุงรักษา ต้องจอดทิ้งไว้เลยขายต่อ(ได้เงินมาประมาณหนึ่ง พอจำเป็นต้องใช้รถ เลยเอาเงินจำนวนนี้มาดาวน์รถส่วนหนึ่งและดาวน์บ้านส่วนหนึ่ง)

ซื้อบ้าน อันนี้รวมๆ กับครอบครัวครับ(พ่อแม่) ก็ช่วยส่วนหนึ่งจากเงินเก็บ(ทั้งหมดในช่วงแรกของการทำงาน ร่วมกับค่าขายรถ)

ซื้อของที่ฟุ่มเฟือยชิ้นใหญ่ เกินความเป็นบางอย่าง ตามความชอบ เช่น รองเท้าหนัง รองเท้าผ้าใบ จักรยาน


ตอนแรกๆ ของการทำงาน ปัญหามันยังไม่เกิดหรอกครับ เพราะตอนนั้นเงินเดือนเริ่มที่ 15K++(จากตอนนั้นปอตรีเงินเดือน 7-8 พัน) มีผ่อนแค่รถ 7 พัน มีเงินเก็บก้อนหนึ่งก็เอาไปรวมเงินกับพ่อแม่ดาวน์บ้าน

จนถึงเมื่อสามปีที่แล้วเงินเดือน 30K++ ก็ทั้งผ่อนบ้านผ่อนรถ(บ้าน 6 พัน รถ 1 หมื่น รวมรายจ่ายที่ Fix 16,000) ก็เหลือครึ่งหนึ่ง ใช้จ่ายสบายครับ มีเงินเก็บประมาณแสนนิดๆ นี่ก็เที่ยวบ้างอะไรบ้าง ต่างประเทศบ้างไทยบ้าง โชคดีที่มีแม่บ้านคอยเก็บเงินให้ และผมทำบัญชีรายรับรายจ่ายด้วยครับ

จนเมื่อปีที่แล้ว ผมสอบบรรจุราชการได้ เงินเดือนเหลือ 15K ยิ่งช่วงทดลองราชการ เงินเดือนตกเบิกครับ ก็เอาเงินเก็บมาใช้ซิครับ เงินเก็บก็ค่อยๆ ร่อยหรอ จนตอนนี้จะเกลี้ยงกระเป๋าแล้ว(ผ่านช่วงทดลองราชการมาแล้วครับ แต่เนื่องจากรายจ่ายที่ Fix 16,000 แต่รายรับอยู่ที่ 15,000 ติดลบอยู่แล้วละครับเดือนละพัน ก็ต้องเอาเงินเก็บมาใช้ซัพพอร์ต)

พอดีทำงานที่ไม่ใช้บ้านอีก ส่วนตัวเองต้องมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมาคือค่าเช่าหอ(ประมาณ 5 พัน) รถยนต์ก็เอารถเก่าที่บ้านมาใช้ รถของตัวเองให้ที่บ้านใช้เนื่องจาก รถยนต์ที่บ้าน 6 ปีแล้ว อยากให้ที่บ้านขับรถใหม่ ปลอดภัยกว่า ส่วนตัวเองก็มารองรับค่าซ่อมศูนย์ ค่าประกัน ค่าต่างๆ จิปาถะ ก็เลยเอาจักรยานมาปั่น แล้วรถยนต์ใช้เฉพาะยามจำเป็นจริงๆ (ไม่งั้นก็มีค่าน้ำมันอีกตกๆ เดือน สามพัน)

แล้วดั๊นอยากเก็บเงินออมอีก ต้องฝากประจำเดือนละ 2-3 พัน (เงินก็ยังจะไม่มีอยู่ละ)

สรุปค่าใช้จ่ายที่ฟิก นี่ 20K ครับ เยอะมาก แต่รายรับ 15K++(ซึ่งก็พยายามหารายได้เสริม แต่มันไม่แน่นอนไงครับ บางเดือนอาจไม่ถึง ก็ติดลบ)

ที่มาทำราชการเพราะหวังผลเงิน Income ระยะยาว หลังเกษียณอายุราชการ และสวัสดิการครับ ค่ารักษาพยาบาลตัวเองและครอบครัวพ่อแม่ เพราะพ่อแม่ไม่มีสิทธิรักษาพยาบาล

และเห็นเพื่อนๆ รุ่นราวคราวเดียวกันตอนนี้เงินเดือนก็น้อยกว่าเราไม่เท่าไหร่(แต่เพื่อนทำราชการมาเกือบ 10 ปีแล้วครับ) ก็กะสบาย กะย้ายกลับบ้านเร็วๆ นี้(แต่พอเข้ามาจริงๆ มีแต่คนบอกว่าย้ายยากมาก)

คาดหวังว่าเงินเดือนจะเพิ่มขึ้น ซึ่งก็นานโขทีเดียว(ท่าเข้าใจระบบราชการคือไม่รวยแน่นอน เงินเดือนขึ้นทีละหลักร้อยครับ) พยายามหาอาชีพเสริมก็ลำบาก ไม่คุ้มกับที่ทำ งานประจำก็หนักแล้ว กลัวกระทบงานประจำ ฯลฯ

ที่สำคัญนิสัยส่วนตัวด้วยครับ ติดสบาย ติดหรู(แต่ก็พยายามนะครับ กินนี่ประหยัดมาก กินห้างนี่เดือนละครั้ง แต่ก่อนฟูจิ เซน โออิชิ ไม่ต้องพูดถึง แทบจะบอกว่ากินทุกอาทิตย์ เดี๋ยวนี้มาม่าบ้าง ข้าวแกงถุงบ้าง อุ่นกับข้าวกินเองบ้าง ทำเองบ้าง น้ำชากาแฟ กินนี่กินเลี้ยง เลี้ยงน้องที่ทำงาน เลี้ยงน้องมาทำงานใหม่ เลี้ยงวันเกิด ก็ประมาณไม่เกินสองสามครั้งต่อเดือน แต่ก่อนกินสตาร์บั๊ค อเมซอน เดี๋ยวนี้งดเลย ไม่ก็อาจจะมีบ้างเดือนละแก้ว ไม่ก็ร้าน 20 บาทครับ รถยนต์นี่ท่าไม่จำเป็นจริงๆ ก็ไม่ขับครับ ก็นั่งรถสาธารณะบ้าง ไม่ก็ปั่นจักรยานบ้าง) เที่ยวนี้คิดว่าคงงดไปอีกสองสามปีเลย(เครียดมากอันนี้ คือยังไม่เห็นหนทางที่จะได้เที่ยวต่างประเทศอีก ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสอีกไหม)


ส่วนตัวคิดว่าจะอะไรๆ มันจะดีขึ้น เพราะผ่อนรถ ก็เหลืออีกแค่สองปี บ้านนี่ไม่ต้องพูดถึงเป็นสิบๆ ปีแต่ด้วยความที่ผ่อนไม่เยอะมาก ก็ไม่ค่อยเครียด จะมาเครียดก็ค่าที่มองไม่เห็นต่างๆ ในแต่ละเดือนนะครับ เช่น เดือนนี้พลาด ซื้อรองเท้ากระเป๋าเสื้อผ้ามาเกือบๆ แปดพัน (คือพยายามลังเลมาหลายรอบละครับ ตามปกติก็จะซื้อประมาณปีละสองครั้ง ซื้อใหญ่ไปเลย เป็นหมื่นๆ เดี๋ยวนี้คือคาดว่าครั้งนี้ แล้วคงไม่มีอีก 555+ อีกสาเหตุคือช่วงนี้หน้าฝน รองเท้าที่ใส่ก็เน่า เดินลุยน้ำ ชุดทำงาน กับกระเป๋าก็ต้องเปลี่ยน เก่าบ้างขาดบ้าง ซีดบ้าง ใส่ไม่ได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้ซื้อเยอะนะครับ แพงเพราะรองเท้านี่แหละ) นี่ยังไม่รวมพวก เครื่องประทินผิว เช่น ครีมทาหน้า ทาตัว ครีมอาบน้ำ แชมพู(อันนี้ซื้อใหญ่ปีละครั้งไปเลย ประมาณเกือบๆ หมื่น) ซึ่งก็จะครบรอบเร็วๆ นี้  ค่าซ่อมรถ ค่านั่นค่านู้นค่านี้ ที่เรากำหนดไม่ได้มากอีก

คือเงินเก็บไม่มี งานพิเศษรายได้ที่คุ้มจริงๆ ก็ไม่แน่นอน

ตอนนี้กำลังคิดอยู่ว่าจะกู้เงินมาหมุนก่อน เพราะเงินเก็บแทบไม่มีแล้ว จะขอที่บ้านก็ลำบาก ไม่กล้า อีกอย่างเป็นคนหน้าใหญ่ไง ให้แต่ที่บ้าน ช่วงบรรจุใหม่ก็บอกที่บ้านเลยว่า เงินเดือนลดนะ ของดไม่ให้เงินที่บ้านก่อนละครับ แต่จะช่วยภาระเช่น ผ่อนบ้านอยู่ บอกไปแค่นี้ก็เครียดแล้วครับ

ปัญหาคือไม่อยากจะกู้เยอะมาก อยากเอามาหมุนใช้ในแต่ละเดือนที่ขาดตกประมาณเดือนละ 10K ก็กะไว้ว่าซักสองสามปี กะกู้ซัก 4-5 แสนให้พอมีเงินเย็น เงินให้อุ่นใจ เพียงแต่ว่ามีคนแนะนำว่าให้กู้เยอะๆ ไปเลย เต็มจำนวน เพราะว่าถ้าขาดเหลืออะไรจะกู้ไม่ได้อีก ส่วนตัวคิดไปคิดมา ก็หลักล้านนะครับ ไหนจะดอกเบี้ยอีก นี่คิดแค่ค่าบ้านก็ไม่รู้เมื่อไหร่จะหมด ภาวนาให้ช่วงนี้ผ่อนรถหมด แล้วคงมีฟ้าหลังฝนบ้าง ก็จะรีบทบ คือเข้าใจนะครับเผื่อเกิดอะไรฉุกเฉิน แต่ก็ไม่อยากมีหนี้มาก

ใจหนึ่งก็อยากเอาเงินมาลงทุน แต่ก็กะว่า 4-5 แสนก็ยังเหลือเงินบ้าง ก็เอามาลงทุนสักแสนซิ(แต่คงไม่ฝากธนาคารทั้งหมดเพราะเสียดอกเบี้ยที่กู้มาแพงกว่า) ยังไม่รู้เลยครับว่าจะเอามาลงทุนอะไร

หรือใครมีข้อเสนอดีๆ ที่ไม่ทำให้ต้องกู้ไหมครับ งานอาชีพเสริม หรืออะไรดีครับ ส่วนตัว ว่างเสาร์อาทิตย์ ส่วนช่วงเย็นวันธรรมดาเลิกค่อนข้างมืดครับ

หรือท่ากู้แล้วผมควรจำแนกเงินยังไงต่อไปดีครับ

ใครเคยมีปัญหาอย่างผมบ้างครับ ที่รายรับ น้อยกว่ารายจ่ายFix

ตอนนี้เครียดมาจะเกือบปีแล้ว เพราะเห็นสภาพอยู่แล้วว่าเงินเก็บร่อยหรอไปทุกวันครับ (ตอนนี้เกือบจะหมดคลังละ เกือบจะโทรศัพท์ไปขอเงินที่บ้านละเนี่ย)

ยังไงก็ช่วยแนะนำผมด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ

ปล.พอมานั่งคิดแล้วยังเสียดายที่ช่วงแรกๆ ใช้แลกกับความสุขเยอะไปหน่อย ตอนนี้ก็สุขน้อยไปหน่อย น้อยแทบจะเรียกได้ว่า เอิ่มมม นี่คุณภาพชีวิตแย่มาก 555

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่