ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณทุกท่านอีกครั้งสำหรับการติดตามนะครับ มาถึงEp. นี้ผมอยากจะบอกเป็นช่วงชีวิตที่เต็มไปด้วยการค้นพบการเผชิญเรื่องราวต่างๆมากมาย และเป็นการก้าวกระโดดของผมเลยก็ว่าได้ ...แต่ก่อนอื่นผมขอย้อนกลับไปตอนที่แล้วนะครับ ค้างไว้ว่าเรื่องการเรียนระดับ ป.ตรีของผม ซึ่งตอนนี้สถานะผมพ้นสสภาพนิสิตเป็นที่เรียบร้อย หลายท่านอาจคิดว่าผมคงตกอกตกใจ กระวนกระวาย เปล่าเลยครับเฉยๆๆ (ทั้งที่ลงทุนแลกมาด้วยหลายๆสิ่งขนาดนั้น หร๊อออออ ????) ที่ผมนิ่งมันมีเหตุและผลครับ ด้วยความที่ว่าผมไปศึกษาวิธีการคืนสภาพมาแล้ว กรณีผมคือพ้นสภาพเพราะขาดการติดต่อรักษาสภาพนิสิตไม่ใช่การพ้นสภาพฯเพราะเกรดไม่ถึงครับ ซึ่งตอนที่ไปติดต่อเจ้าหน้าที่ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามพี่ๆให้คำแนะนำดีมากนะครับ พี่บอกผมว่าให้ไปเตรียมเงินให้พร้อม แล้วค่อยกลับมาคืนสภาพนิสิต มหาลัยยังเก็บข้อมูลไว้ให้ 2 ปี ถึงจะลบออก ... (ที่ไม่ได้รักษาสภาพคือไม่มีเงินแหละครับ สาเหตุหลักๆ) และนั้นผมกลับมาตั้งใจทำหน้าที่ทหารของผมต่อ
ตอนนี้ชีวิตของทหารผมเข้าช่วงเดือนที่ 6 แล้วนะครับ ตอนนี้ก็อยู่สำนักงานของท่าน ผช.เสธฯ จะว่าความบังเอิญหรือโชคชะตาก็ว่าได้ ผมเองตอนที่จบนักเรียนพลฯ ที่โรงเรียนพลาธิการทหารเรือแล้วย้ายหน่วยมาอยู่ที่หอประชุมกองทัพเรือ เหตุที่ย้ายมานี้เพราะเค้าว่าอยู่นี้มีงานนอก (เป็นงานนอกเหนือหน้าที่ปกติในวันเวลาราชชการ ซึ่งเป็นงานนอกจากการบริหารโดยกิจการหอประชุมกองทัพเรือ) แล้วได้เงินเยอะด้วย (เรื่องเงินนิหูตั้งครัช 555+++) ...มาถึงวันแรกเค้าถามว่ามีใครไม่สูบบุหรี่ไหม ..... บังเอิญมีผมคนเดียวไง (หู้ยยยย ดูดี๊ดูดี 555+++) หัวหน้าแจ้งว่าจะให้ไปอยู่กับนายพล. งานนอกสิครัช ผมไม่ชอบ เพราะแรกเข้าใจว่าไปอยู่บ้าน ...แต่รุ่งเช้าหัวหน้าเรียกมาปรับทัศคติใหม่ บอกว่าอยู่หน้าห้อง คอยดูแลเรื่องอาหารการกินนาย ช่วยธุรการบ้างเป็นครั้งคราว เลิกงานนายกลับบ้านก็กลับมากราบพักฯ เหมือนเดิม (โล่งอกไป) และนั้นฟ้าก็ได้ส่งผมมาอยู่กับท่านผู้ช่วยเสธฯ ฝ่ายยุทธบริการ แล้วช่วงเดือนตุลาคมที่ผมมาอยู่กับท่าน เป็นช่วงที่ท่านเดินสายทำบุญพอดีครับ เสาร์อาทิตย์ท่านก็ให้ไปไหนมาไหนด้วย ... (บังเอิญเป็นเด็กน่ารักน่าชัง รู้จักพูดรู้จักจา ผู้ใหญ่เลยชอบ 5555++++) และนั้นทำให้สนิทกับท่าน และหัวหน้าฝ่ายเสธฯ ที่อยู่สำนักงานด้วยกันไปด้วย ผ่านช่วงทำบุญไป บวกกับการทำงานที่ตั้งอกตั้งใจ (นิผมจะโดนด่ามะเนี๊ยว่าอวยตัวเอง อิอิ) ช่วงเดือนพฤศจิกายน นายธงของท่าน ผช.ฯ (นายธงภาษาทางทหาร ตำแหน่งนี้จะหมายถึงเลขาครับ) นายธงจะแต่งงานพอดี แกคงเห็นแววผมละมั้ง (หราาาาา) เลยให้ผมมาช่วยเตรียมงาน ซึ่งแกจะหมั้นมกราคม แล้วแต่งกุมภาพันธ์ แล้วผมก็เริ่มไปไหนมาไหนกับนายธงบ่อยขึ้น เริ่มได้ทำงานด้วยกันบ่อยขึ้น และในช่วงนี้จะบอกว่า หัวใจชุ่มฉ่ำนะจร้าาาาาาาา มีรักใหม่ด้วยจร้าาาา อิอิ
นั้นแหละครับ ช่วงการเตรียมงานหมั้นที่โคราชบ้านแฟนของนายธงผม จนกระทั้งงานแต่งที่แปดริ้ว มันก็ต้องมีการเตรียมการวางแผนมากมายพอสมควร ผมจึงไปไหนมาไหนในวันเสาร์อาทิตย์กับธงค่อนข้างบ่อย ช่วงนี้คนที่กองฯ นินทาให้สนั่นหวั่นไหว ไม่คิดว่าผมจะไปได้ดีขนาดนี้ (ง้อออออ) แต่บางคนก็อิจฉา หมั่นไส้ก็มี จะไม่ให้หมั่นไส้ได้ไง เป็นพลทหาร แต่มีรถเบนซ์ป้ายแดงมาจอดรอหน้ากราบพัก นิก็เดินเฉิดฉายลงจากกราบพักด้วยชุดนอก (ซึ่งเค้าห้ามใส่ในกราบพัก มันไม่เรียบร้อย) ....ถามว่าแรกๆก็กลัวๆอยู่นะว่าคนจะไม่ชอบ ทำไงได้ละนายสั่ง จะต้องไปทำธุระกะเจ้านายก็ต้องแต่งสิ .......แล้ววันแรกที่มาเตรียมงานแต่งธงที่แปดริ้วคือวันเกิดผมพอดี แล้วโดยปกติวัดหลวงพ่อปิด 5 โมงกว่าๆนะครับ วันนั้นวัดปิด 18.30 บารมีองค์หลวงพ่อผมได้มาสักการะ แล้วนั้นมั้งผมเลยได้เป็นคนแปดริ้วไปซ่ะละ ...แล้วงานแต่งก็ผ่านไปได้ด้วยดีครับ
งานหมั้นงานแต่งผ่านไป แต่ด้วยความที่สนิทกะนายธงแล้ว ช่วงเสาร์อาทิตย์แกเลยชวนมาทำงานที่บริษัทฯ แล้วนั้นคือจุดเริ่มต้นที่มาของหน้าที่การงานในปัจจุบันนี้ จากจุดเล็กๆ งานชิ้นเล็กๆๆ ที่ได้รับมอบหมาย จนงานก็เริ่มใหญ่ขึ้นๆ สำคัญขึ้น ซึ่งงานนั้นไม่ได้เกี่ยวอะไรเล๊ยกับที่เรียนมา แต่คนเราใช่จะเรียนรู้ไม่ได้ แล้วนั้นเองทำให้ผมมี 2 บทบาท จ.-ศ. เป็นทหาร เสาร์อาทิตย์ เป็นพนักงานบริษัทฯ (รายละเอียดงานจะไม่ขอพูดถึงมากเท่าไหร่นะครับ หลักๆผมเป็นเลขานายธงครับ) ช่วงนี้ก็เริ่มมีเงินเก็บครับ รับเงินสองทาง (ชีวิต ดี๊ดีไหมละครับ) ถามว่าแฟนละ ก็คุยครับ แต่จะโฟกัสงานมากกว่า
แล้วพอถึงจุดนี้ก็ได้กลับไปที่มหาลัยทำเรื่องคืนสภาพนิสิต แล้วก็ลงวิชาที่เหลือ 1 ตัวนั้นซ่ะ ....อ้าวแล้วทหารละ ????? ผมจึงไปปรึกษาอาจารย์ผู้สอน และอ.ที่ปรึกษา แล้วได้รับคำแนะนำให้ทำเรื่องขอความอนุเคาระห์ขึ้นไปขออนุมัติเห็นชอบทีละลำดับ ซึ่งนี้คือโอกาสครั้งสำคัญอีกครั้งที่ได้รับจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยการการสนับสนุนช่วยเหลือของอ.ที่ปรึกษา แล้วพี่ๆเจ้าหน้าที่ทุกท่าน แล้วนั้นผมก็สำเร็จการศึกษาจนได้......เป็นไงละครับกว่าจะจบได้ (นี้รวบตึงนะ ขั้นตอนจริง...... โหยยยยยยบอกเลยยยทุลักทุเลมากกกกกกกกกกกกก)
ใกล้จะรับปริญาละครับ แต่อย่างที่ว่าแหละชีวิตผม ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ผมจะรับปริญญาธันวา 57 ซึ่งช่วงนี้ย้ายตามท่านมาประจำที่ใหม่ เป็นหน่วยที่กำลังพลมากขึ้น จากเดิมที่อยู่กันสำนักงาน 9 คน ตอนนี้มาอยู่หน่วยรบ มีผู้บังคัญชามากขึ้น นั้นแหละครับ มาแรกๆคนที่นี้ก็ดีกับผมนะครับ ...หลังๆเริ่มละครับ หาว่าผมเป็นเด็กธง นั้นนี้โน้น (งานหมั่นยังอยู่........) สุดท้ายเค้าก็ทำการเด็ดหัวผมโชว์นายธง มันเป็นเหตุการณ์สำคัญอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่จำจนตายว่าคนเราอยู่สูงได้ แต่ต้องระวังตัวเองด้วย เพราะด้านล่างมีมีดมีหอกคอยถิ่มแทงอยู่ตลอดเวลา ...อย่าได้พลาด..............ย้อนกลับไปสิ่งที่เจ็บปวดที่สุดคืออีกไม่มีวันจะรับปริญญา แต่มาเกิดเรื่องแล้วธงผมแกก็ต้องมานั้งทำโทษผม แกบอกว่าโอมันเป็นลูกน้องผม ผมจัดการมันเอง.....สิ่งที่รับรู้ได้คือความเจ็บปวดของเจ้านาย รอยแผลยังอยู่ในกายผมอยู่เลยครับ แต่จะบอกว่าเลือดที่หยด แผลที่ได้รับมันเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บช้ำของเจ้านายผม เพราะแกรักผมมาก ช่วงของการลงโทษแกบอกว่าจะไม่ให้ผมไปรับปริญญา แล้วแกบอกอีกด้วยความแกเสียใจมากที่ต้องมาทำแบบนี้กับผม ...(ตอนนั้นคิดอะไรหรอ หวังไหมว่าจะได้ไปรับปริญญา ไม่มีครับ หมดหวังที่จะได้ใส่ชุดครุยแล้ว ความสุขที่จะได้ถ่ายรูปกับครอบครัว พังลงไม่เป็นท่า ด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง.........) แต่วินาทีสุดท้าย เจ้านายบอกผมหยุด แล้วเอามือมาจับแผลที่หน้าผาก เอาทิชชู่เช็ดเลือดให้ แล้วถามผมว่าเจ็บไหม ????? คือวินาทีนั้น มันสุดทรมานมากกับผู้ใต้บังคัญชาอย่างผม เกียรติของเจ้านายต้องมามัวหมองเพราะเรา ... แต่นายผู้มีแต่ให้ บอกผมให้กลับที่พักทานยา นอนพัก แล้วพรุ่งนี้ให้เดินทางกลับเตรียมรับปริญญา ....นายเช็ดน้ำตาให้ สายตาที่เต็มไปด้วยความรักความเอ็นดูส่งมารับรู้ได้อย่างจับใจครับ..เป็นการรับปริญญาที่น่าจดจำมากสำหรับผม ภายหลังกลับมาจากรับปริญญาผมเองก็กลับมาพิสูจน์ตัวเอง ลุกขึ้นสู้อีกครั้ง แล้วนั้นผมก็จบปริญญา พร้อมกับปลดทหารมาอย่างภาคภูมิใจ .......
ปลดทหารเดือนพฤษภาคม 2558 มาทำงานที่บริษัทฯอย่างเต็มตัว....หน้าที่การงานดีครับ ทำงานเดือนแรกปังมากกกกกกกกก แต่ด้วยความไม่ระมัดระวัง หลงไหลในตำแหน่งทำอะไรหลายๆอย่างโดยที่ขาดการใตร่ตรองให้ละเอียดรอบคอบ......ในระหว่างที่ผมเพลิดเพลินกับหน้าที่การงาน และเพื่อนร่วมงานที่ต้อนรับอย่างดี ....หารู้ไม่ประวัติศาสตร์จะกลับมาซ้ำรอยอีกครั้ง....วันวันที่ 20 มิถุนายน 2558 เวลา 23.00 น. มันจะเป็นเหตุการณ์ที่ใหญ่ที่สุดละสำหรับผม ณ ตอนนี้ ถ้าว่าที่เล่าๆมาหนัก ยังหรอกครับ วันที่ 20 มิ.ย. 58 นี้เด็ดจริง.....เด็ดทุกอย่างเลยยย ย้ำว่าพีคทุกเรื่อง....... บทสรุป (แต่ไม่ที่สุดของเรื่องนี้) จะกลับมาในวันที่ 20 มิย.นี้ เวลา 23.00 น.นะครับ ขอบพระคุณทุกท่านอีกครั้งที่สละเวลาอ่านเรื่องราวของผม ....ท้ายข้อความของ Ep.4 ต้องขอกราบอภัยหากมีข้อความไหนที่เขียนไม่ถูกกาละเทศะ แต่นี้คือความต้องการที่อยากจะเล่าเรื่องราว ไม่ใช่เพื่ออยากโอ้อวด แต่อยากจะแชร์สิ่งที่ประสบพบเจอ อย่างน้อยหากมีใครที่กำลังหมดหวัง ผมจะบอกว่าจับดูหัวใจครับ ตราบใดที่มันเต้นอยู่จงลุกขึ้นมาสู้เถอะครับ โลกนี้ไม่มีที่ยืนสำหรับพวกอ่อนแอ ขี้แย จงสู้กับมันอย่างมีสติและเชื่อมั่น...แล้วกลับมาพบกันใน Ep.5 กับ "บทสรุปสู่โลกใหม่........" ขอบคุณและสวัสดีครับ
Ep.4 โชคชะตานำพา ...............หรือว่าเพราะความไม่ท้อ อยู่ที่เราจะมอง ^^
ตอนนี้ชีวิตของทหารผมเข้าช่วงเดือนที่ 6 แล้วนะครับ ตอนนี้ก็อยู่สำนักงานของท่าน ผช.เสธฯ จะว่าความบังเอิญหรือโชคชะตาก็ว่าได้ ผมเองตอนที่จบนักเรียนพลฯ ที่โรงเรียนพลาธิการทหารเรือแล้วย้ายหน่วยมาอยู่ที่หอประชุมกองทัพเรือ เหตุที่ย้ายมานี้เพราะเค้าว่าอยู่นี้มีงานนอก (เป็นงานนอกเหนือหน้าที่ปกติในวันเวลาราชชการ ซึ่งเป็นงานนอกจากการบริหารโดยกิจการหอประชุมกองทัพเรือ) แล้วได้เงินเยอะด้วย (เรื่องเงินนิหูตั้งครัช 555+++) ...มาถึงวันแรกเค้าถามว่ามีใครไม่สูบบุหรี่ไหม ..... บังเอิญมีผมคนเดียวไง (หู้ยยยย ดูดี๊ดูดี 555+++) หัวหน้าแจ้งว่าจะให้ไปอยู่กับนายพล. งานนอกสิครัช ผมไม่ชอบ เพราะแรกเข้าใจว่าไปอยู่บ้าน ...แต่รุ่งเช้าหัวหน้าเรียกมาปรับทัศคติใหม่ บอกว่าอยู่หน้าห้อง คอยดูแลเรื่องอาหารการกินนาย ช่วยธุรการบ้างเป็นครั้งคราว เลิกงานนายกลับบ้านก็กลับมากราบพักฯ เหมือนเดิม (โล่งอกไป) และนั้นฟ้าก็ได้ส่งผมมาอยู่กับท่านผู้ช่วยเสธฯ ฝ่ายยุทธบริการ แล้วช่วงเดือนตุลาคมที่ผมมาอยู่กับท่าน เป็นช่วงที่ท่านเดินสายทำบุญพอดีครับ เสาร์อาทิตย์ท่านก็ให้ไปไหนมาไหนด้วย ... (บังเอิญเป็นเด็กน่ารักน่าชัง รู้จักพูดรู้จักจา ผู้ใหญ่เลยชอบ 5555++++) และนั้นทำให้สนิทกับท่าน และหัวหน้าฝ่ายเสธฯ ที่อยู่สำนักงานด้วยกันไปด้วย ผ่านช่วงทำบุญไป บวกกับการทำงานที่ตั้งอกตั้งใจ (นิผมจะโดนด่ามะเนี๊ยว่าอวยตัวเอง อิอิ) ช่วงเดือนพฤศจิกายน นายธงของท่าน ผช.ฯ (นายธงภาษาทางทหาร ตำแหน่งนี้จะหมายถึงเลขาครับ) นายธงจะแต่งงานพอดี แกคงเห็นแววผมละมั้ง (หราาาาา) เลยให้ผมมาช่วยเตรียมงาน ซึ่งแกจะหมั้นมกราคม แล้วแต่งกุมภาพันธ์ แล้วผมก็เริ่มไปไหนมาไหนกับนายธงบ่อยขึ้น เริ่มได้ทำงานด้วยกันบ่อยขึ้น และในช่วงนี้จะบอกว่า หัวใจชุ่มฉ่ำนะจร้าาาาาาาา มีรักใหม่ด้วยจร้าาาา อิอิ
นั้นแหละครับ ช่วงการเตรียมงานหมั้นที่โคราชบ้านแฟนของนายธงผม จนกระทั้งงานแต่งที่แปดริ้ว มันก็ต้องมีการเตรียมการวางแผนมากมายพอสมควร ผมจึงไปไหนมาไหนในวันเสาร์อาทิตย์กับธงค่อนข้างบ่อย ช่วงนี้คนที่กองฯ นินทาให้สนั่นหวั่นไหว ไม่คิดว่าผมจะไปได้ดีขนาดนี้ (ง้อออออ) แต่บางคนก็อิจฉา หมั่นไส้ก็มี จะไม่ให้หมั่นไส้ได้ไง เป็นพลทหาร แต่มีรถเบนซ์ป้ายแดงมาจอดรอหน้ากราบพัก นิก็เดินเฉิดฉายลงจากกราบพักด้วยชุดนอก (ซึ่งเค้าห้ามใส่ในกราบพัก มันไม่เรียบร้อย) ....ถามว่าแรกๆก็กลัวๆอยู่นะว่าคนจะไม่ชอบ ทำไงได้ละนายสั่ง จะต้องไปทำธุระกะเจ้านายก็ต้องแต่งสิ .......แล้ววันแรกที่มาเตรียมงานแต่งธงที่แปดริ้วคือวันเกิดผมพอดี แล้วโดยปกติวัดหลวงพ่อปิด 5 โมงกว่าๆนะครับ วันนั้นวัดปิด 18.30 บารมีองค์หลวงพ่อผมได้มาสักการะ แล้วนั้นมั้งผมเลยได้เป็นคนแปดริ้วไปซ่ะละ ...แล้วงานแต่งก็ผ่านไปได้ด้วยดีครับ
งานหมั้นงานแต่งผ่านไป แต่ด้วยความที่สนิทกะนายธงแล้ว ช่วงเสาร์อาทิตย์แกเลยชวนมาทำงานที่บริษัทฯ แล้วนั้นคือจุดเริ่มต้นที่มาของหน้าที่การงานในปัจจุบันนี้ จากจุดเล็กๆ งานชิ้นเล็กๆๆ ที่ได้รับมอบหมาย จนงานก็เริ่มใหญ่ขึ้นๆ สำคัญขึ้น ซึ่งงานนั้นไม่ได้เกี่ยวอะไรเล๊ยกับที่เรียนมา แต่คนเราใช่จะเรียนรู้ไม่ได้ แล้วนั้นเองทำให้ผมมี 2 บทบาท จ.-ศ. เป็นทหาร เสาร์อาทิตย์ เป็นพนักงานบริษัทฯ (รายละเอียดงานจะไม่ขอพูดถึงมากเท่าไหร่นะครับ หลักๆผมเป็นเลขานายธงครับ) ช่วงนี้ก็เริ่มมีเงินเก็บครับ รับเงินสองทาง (ชีวิต ดี๊ดีไหมละครับ) ถามว่าแฟนละ ก็คุยครับ แต่จะโฟกัสงานมากกว่า
แล้วพอถึงจุดนี้ก็ได้กลับไปที่มหาลัยทำเรื่องคืนสภาพนิสิต แล้วก็ลงวิชาที่เหลือ 1 ตัวนั้นซ่ะ ....อ้าวแล้วทหารละ ????? ผมจึงไปปรึกษาอาจารย์ผู้สอน และอ.ที่ปรึกษา แล้วได้รับคำแนะนำให้ทำเรื่องขอความอนุเคาระห์ขึ้นไปขออนุมัติเห็นชอบทีละลำดับ ซึ่งนี้คือโอกาสครั้งสำคัญอีกครั้งที่ได้รับจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยการการสนับสนุนช่วยเหลือของอ.ที่ปรึกษา แล้วพี่ๆเจ้าหน้าที่ทุกท่าน แล้วนั้นผมก็สำเร็จการศึกษาจนได้......เป็นไงละครับกว่าจะจบได้ (นี้รวบตึงนะ ขั้นตอนจริง...... โหยยยยยยบอกเลยยยทุลักทุเลมากกกกกกกกกกกกก)
ใกล้จะรับปริญาละครับ แต่อย่างที่ว่าแหละชีวิตผม ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ผมจะรับปริญญาธันวา 57 ซึ่งช่วงนี้ย้ายตามท่านมาประจำที่ใหม่ เป็นหน่วยที่กำลังพลมากขึ้น จากเดิมที่อยู่กันสำนักงาน 9 คน ตอนนี้มาอยู่หน่วยรบ มีผู้บังคัญชามากขึ้น นั้นแหละครับ มาแรกๆคนที่นี้ก็ดีกับผมนะครับ ...หลังๆเริ่มละครับ หาว่าผมเป็นเด็กธง นั้นนี้โน้น (งานหมั่นยังอยู่........) สุดท้ายเค้าก็ทำการเด็ดหัวผมโชว์นายธง มันเป็นเหตุการณ์สำคัญอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่จำจนตายว่าคนเราอยู่สูงได้ แต่ต้องระวังตัวเองด้วย เพราะด้านล่างมีมีดมีหอกคอยถิ่มแทงอยู่ตลอดเวลา ...อย่าได้พลาด..............ย้อนกลับไปสิ่งที่เจ็บปวดที่สุดคืออีกไม่มีวันจะรับปริญญา แต่มาเกิดเรื่องแล้วธงผมแกก็ต้องมานั้งทำโทษผม แกบอกว่าโอมันเป็นลูกน้องผม ผมจัดการมันเอง.....สิ่งที่รับรู้ได้คือความเจ็บปวดของเจ้านาย รอยแผลยังอยู่ในกายผมอยู่เลยครับ แต่จะบอกว่าเลือดที่หยด แผลที่ได้รับมันเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บช้ำของเจ้านายผม เพราะแกรักผมมาก ช่วงของการลงโทษแกบอกว่าจะไม่ให้ผมไปรับปริญญา แล้วแกบอกอีกด้วยความแกเสียใจมากที่ต้องมาทำแบบนี้กับผม ...(ตอนนั้นคิดอะไรหรอ หวังไหมว่าจะได้ไปรับปริญญา ไม่มีครับ หมดหวังที่จะได้ใส่ชุดครุยแล้ว ความสุขที่จะได้ถ่ายรูปกับครอบครัว พังลงไม่เป็นท่า ด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง.........) แต่วินาทีสุดท้าย เจ้านายบอกผมหยุด แล้วเอามือมาจับแผลที่หน้าผาก เอาทิชชู่เช็ดเลือดให้ แล้วถามผมว่าเจ็บไหม ????? คือวินาทีนั้น มันสุดทรมานมากกับผู้ใต้บังคัญชาอย่างผม เกียรติของเจ้านายต้องมามัวหมองเพราะเรา ... แต่นายผู้มีแต่ให้ บอกผมให้กลับที่พักทานยา นอนพัก แล้วพรุ่งนี้ให้เดินทางกลับเตรียมรับปริญญา ....นายเช็ดน้ำตาให้ สายตาที่เต็มไปด้วยความรักความเอ็นดูส่งมารับรู้ได้อย่างจับใจครับ..เป็นการรับปริญญาที่น่าจดจำมากสำหรับผม ภายหลังกลับมาจากรับปริญญาผมเองก็กลับมาพิสูจน์ตัวเอง ลุกขึ้นสู้อีกครั้ง แล้วนั้นผมก็จบปริญญา พร้อมกับปลดทหารมาอย่างภาคภูมิใจ .......
ปลดทหารเดือนพฤษภาคม 2558 มาทำงานที่บริษัทฯอย่างเต็มตัว....หน้าที่การงานดีครับ ทำงานเดือนแรกปังมากกกกกกกกก แต่ด้วยความไม่ระมัดระวัง หลงไหลในตำแหน่งทำอะไรหลายๆอย่างโดยที่ขาดการใตร่ตรองให้ละเอียดรอบคอบ......ในระหว่างที่ผมเพลิดเพลินกับหน้าที่การงาน และเพื่อนร่วมงานที่ต้อนรับอย่างดี ....หารู้ไม่ประวัติศาสตร์จะกลับมาซ้ำรอยอีกครั้ง....วันวันที่ 20 มิถุนายน 2558 เวลา 23.00 น. มันจะเป็นเหตุการณ์ที่ใหญ่ที่สุดละสำหรับผม ณ ตอนนี้ ถ้าว่าที่เล่าๆมาหนัก ยังหรอกครับ วันที่ 20 มิ.ย. 58 นี้เด็ดจริง.....เด็ดทุกอย่างเลยยย ย้ำว่าพีคทุกเรื่อง....... บทสรุป (แต่ไม่ที่สุดของเรื่องนี้) จะกลับมาในวันที่ 20 มิย.นี้ เวลา 23.00 น.นะครับ ขอบพระคุณทุกท่านอีกครั้งที่สละเวลาอ่านเรื่องราวของผม ....ท้ายข้อความของ Ep.4 ต้องขอกราบอภัยหากมีข้อความไหนที่เขียนไม่ถูกกาละเทศะ แต่นี้คือความต้องการที่อยากจะเล่าเรื่องราว ไม่ใช่เพื่ออยากโอ้อวด แต่อยากจะแชร์สิ่งที่ประสบพบเจอ อย่างน้อยหากมีใครที่กำลังหมดหวัง ผมจะบอกว่าจับดูหัวใจครับ ตราบใดที่มันเต้นอยู่จงลุกขึ้นมาสู้เถอะครับ โลกนี้ไม่มีที่ยืนสำหรับพวกอ่อนแอ ขี้แย จงสู้กับมันอย่างมีสติและเชื่อมั่น...แล้วกลับมาพบกันใน Ep.5 กับ "บทสรุปสู่โลกใหม่........" ขอบคุณและสวัสดีครับ