คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 48
ขอบคุณทุกความเห็นมากๆค่ะ
เห็นบางท่านตอบยาวและละเอียดมาก ประทับใจในความตั้งใจและปรารถนาดีมากค่ะ
เห็นบางท่านตอบยาวและละเอียดมาก ประทับใจในความตั้งใจและปรารถนาดีมากค่ะ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 26
พี่เข้าใจคุณน้อง จขกท.นะ ..แต่พี่ไม่กล้าฟันธงว่าคุณควร หรือไม่ควรลาออก
เพราะเรื่องพรรค์นี้ มันแล้วแต่บริบทของแต่ละครอบครัว ..ซึ่งต่างคน ก็ต่างกรรม ต่างวาระ
เรามิอาจนำมาวิจารณ์ร่วมกัน
..หรือไม่แม้แต่จะกล้าบอกว่า พี่เคยทำแบบนั้นแบบนี้แล้วดีนะ ..พี่ยังไม่กล้าซี้ซั้วการันตีเลยว่า ใครทำตามแล้วจะประสบความสำเร็จ
แต่ก็อยากเล่าสู่กันฟัง ^^
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ในอดีต สมัยเป็นมนุษย์เงินเดือน ..ตำแหน่งสุดท้าย ทั้งพี่ ทั้งคุณสามีก็อยู่ในระดับจัดการด้วยกันทั้งคู่ ในธุรกิจที่เปิดให้บริการปีละ 365 วัน
..แม้ในเวลานั้น พี่กำลังอยู่ในช่วง "ขาขึ้น" คือเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติ โทษสมบัติ ที่ยังสามารถเติบโต เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงานได้อีกไกล
เพราะ performance ชนะเลิศ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ทั้งทักษะภาษา ทักษะการบริหารจัดการงานแผนก การทำงานภายใต้ความกดดัน ฯลฯ ฯลฯ
แต่เพราะอายุเข้าเลข 3 ..เริ่มคิดถึงการสร้างครอบครัว ( คือมันไม่ทันเพื่อนฝูง หรือลูกน้องในแผนกแล้ว ..แต่ละคน จูงลูกมา "สวัสดีคุณป้า"
มันตะเตือนใตมาก T___T )
..และด้วยธรรมชาติของงานที่ทำ มันช่างไม่เอื้อให้คนทำงานแบบเราจะสามารถมีครอบครัวที่ปกติ ..อยู่กันพร้อมหน้าได้
คุยกันกับคุณสามี ก็ได้ข้อสรุปว่า พี่เลือกที่จะเดินออกมาจากธุรกิจนั้น
เพราะแม้รายได้จะหายไปครึ่งหนึ่ง แต่ลำพังเงินเดือนคุณสามีคนเดียว ก็มากพอเลี้ยงดูลูกเมียได้
และแอบมั่นใจในตัวเองเล็กๆ ว่า คนอย่างฉัน อยู่ตรงไหนก็ทำงานได้ ^^
( หมายเหตุ : ถ้าครอบครัวไหน รายได้ 2 คนผัวเมียรวมกัน ยังหมิ่นเหม่กับภาระหนี้สิน ค่าใช้จ่ายในบ้าน ..ก็อย่าได้ตัดสินใจแบบพี่ )
คิดได้ดังนั้น ท่ามกลางเสียงคัดค้าน / ออดอ้อนให้อยู่ช่วยงานกันก่อน ..พี่ก็ได้แต่น้อมรับความปรารถนาดีของแต่ละท่านไว้ด้วยใจ
พร้อมยื่นใบลาออก แล้วมาเป็นแม่บ้านเต็มเวลา ..อยู่เป็น "ชาวเกาะ" ให้คุณสามีหาเลี้ยง มีลูกหัวปี-ท้ายปี ..สบายไป 5555
..แต่ในทางปฏิบัติ เหล่า Working woman อย่างเราย่อมรู้ดี ว่าคนที่เคยทำงานนอกบ้าน ..ให้มานั่งปัดกวาดเช็ดถู ทำงานบ้านทั้งวัน ทุกวัน
จะต้องบ้าตายแน่ๆ 5555 เพราะขอบอกเลยว่า ทำงานนอกบ้าน เหนื่อยน้อยกว่าทำงานบ้าน ..มหาศาล
สามีคนไหนไม่เคยทำงานบ้าน ..ก็อย่าได้บังอาจคิดว่า "อยู่บ้าน" จะเป็นความสบาย ..ไม่เชื่อให้มาลองทำเอง
แต่คงก็เป็นโชคดีอย่างหนึ่ง ที่พี่ไม่ใช่สาวสังคม ที่หลงใหลในแสงสีเสียงสื่อผสม ในยามราตรีอยู่แล้ว
จึงตัดปัญหาเรื่องที่จะคลุ้มคลั่ง อึดอัดใจตาย หากไม่ได้ออกไปร่อนนอกบ้าน ไปเที่ยวเตร่เฮฮา สังสรรค์ปาร์ตี้กับฝูงเพื่อน
..พี่จึงมีความสุขกับการอยู่บ้าน เลี้ยงลูก ทำงานบ้าน ทำกับข้าวให้คุณสามี ^^
ประกอบกับสามีพี่ เค้าก็มีจิตสำนึกในความเป็นสามี เป็นพ่อที่ดี ..และรู้ว่าพี่ยอมสละอะไรบ้าง เพื่อให้พวกเราได้อยู่เป็นครอบครัวกัน
เค้าจึงไม่ได้ถือโอกาสข่ม หรือยึดอำนาจในบ้าน เพราะอ้างว่าเป็นคนหาเงินเข้าบ้าน
ในตอนที่คุณสามีทำงานคนเดียว ..เงินเดือนออก เค้าก็ให้พี่เป็นคนบริหารเงินในกระเป๋า ..จะทำอะไรก็ปรึกษาหารือกันก่อน
สามีพี่เค้าเข้าใจดีกว่า ..เงินผัว ก็คือเงินเมีย ..และแน่นอน เงินเมีย ก็คือเงินเมีย ..คิดได้แบบนี้ เค้าก็สบายใจ
..และเราก็ผ่านช่วงเวลานั้นกันมาได้แม้จะสะดุดบ้าง อะไรบ้าง ..แต่เราก็จับมือกันก้าวข้ามจุดนั้นมาได้แบบไม่ยากเย็นเท่าไหร่
จนวันที่ลูกๆ เริ่มโต ทยอยเข้าโรงเรียน พี่มีเวลาว่างมากขึ้น ..แต่กลับไปทำงานนอกบ้านไม่ได้
พี่ก็เริ่มต้นกิจการเล็กๆ ของตัวเอง ..ทำอยู่กับบ้าน หาค่าขนมลูก
..และขอขอบคุณที่โลกนี้มีคอมพิวเตอร์ มีอินเตอร์เน็ต มีร้านค้าออนไลน์ ..เราก็สามารถทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลา
และถ้าเราตั้งใจมากพอ รู้ในสิ่งที่ทำดีพอ ..มีฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา มากพอ ..งานอะไร เราก็ทำให้สำเร็จได้
..ถึงวันนี้ พี่ก็ยังคงทำงานอยู่กับบ้าน แต่ยอดขายสินค้า จากออเดอร์แรก 200 กว่าบาท ..
ปีที่แล้ว (เพิ่งส่งงบการเงิน ยื่นแบบ ภงด.51 ไปสดๆ ร้อนๆ) ..ยอดขายโตจากออเดอร์แรก 20,000++ เท่า
ส่วนเรื่องการพัฒนาตัวเอง ..พี่ยิ่งไม่เป็นห่วง
เพราะสำหรับพี่ มันไม่จำเป็นว่าต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ถึงจะมีโอกาสพัฒนา
..ทุกวันนี้ ..ทักษะภาษาต่างประเทศของพี่ ..ดีกว่าคุณสามี ซึ่งทำงานติดต่อกับลูกค้า - supplier ต่างชาติซะอีก
เพราะพี่มีเวลาดูซีรีย์ฝรั่งทั้งวัน 5555 skill ฟัง ..ได้ฝึกกันทั้งวัน ..แถมได้ศัพท์ ได้สำนวนประโยค ได้แสลง ได้วิธีพูด เยอะแยะ
แถมพี่ค้าขายกับต่างชาติ ..skill อ่าน กับเขียน มีตลอดเวลา
ส่วน skill พูด ..ก็ได้เรื่อยๆ เดี๋ยวลูกค้าโทร.มาจากสิงคโปร์ ..เดี๋ยวลูกค้าจากแคนาดา แวะมาเยี่ยม ตอนเค้า transit
เดี๋ยว buyer จากอังกฤษ แวะมา visit โรงงาน หรือตอนช่วงสอนการบ้านภาษาอังกฤษให้ลูกๆ
..ด้านการบริหารจัดการ ..ในความเป็นเจ้าของกิจการขนาดเล็ก ..ที่เป็นตั้งแต่ผู้จัดการ ยันภารโรง
ก็ยิ่งรับเต็มๆ จะเอาทักษะด้านไหนล่ะ ..เราต้องได้หมด ..ฝ่ายบุคคล ก็เรานี่แหละ recruit เอง ฝึกอบรมเอง
ฝ่ายจัดซื้อ ..ก็เรา
ฝ่ายขาย , ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ , ฝ่ายบริการลูกค้า , ฝ่ายตรวจสอบคุณภาพ , จัดหาเงินทุนหมุนเวียน ตีซี้กับแบงค์
ไปยันออกใบส่งของ - ใบกำกับภาษี - ใบเสร็จรับเงิน - เก็บเช็ค ..ก็เราอีกน่ะแหละ
..จนแทบจะไปหาเสื้อ ..อะไรก็กู.. มาใส่อยู่แล้ว ^^
พูดได้เต็มปากว่า ..มีโอกาสได้พัฒนาตัวเองในทุกๆ ด้าน ..และได้รับผลของการทำงานเอง แบบเต็มๆ
และดีใจด้วยซ้ำ ที่ประสบการณ์จากการทำงานร่วม 10 ปีของเรา ในฐานะมนุษย์เงินเดือน ที่เคยสร้างความสำเร็จสู่นายจ้าง
วันนี้ เราสามารถนำพาให้กิจการเล็กๆ ที่เราสร้างมาเองกับมือ ..โตมาได้ถึงเดี๋ยวนี้ และหวังว่าจะเติบโตขึ้นต่อๆ ไป
ส่วนคุณสามีสุดที่รัก ..เพราะความที่เมียอยู่บ้าน เลี้ยงลูก ..เค้าก็อุ่นใจว่าลูกๆ เราจะได้รับการอบรม ปลูกฝังทัศนคติ
แนวคิดในการดำเนินชีวิตจากแม่เอง ..ไม่ได้ถูกสปอยล์ ถูกตามใจจนเสียผู้เสียคน หรือไปดูดซับความ "แก่แดด"
..คำพูดคำจา ท่าทาง การแสดงออกจากคนอื่น หรือแม้แต่ปู่ย่าตายายของเค้าเอง ..
ซึ่งเราก็ยากจะปฏิเสธว่า บางทีท่านเหล่านั้น ก็ติดละครแนวตลาดกันงอมแงม ..ตบตีแย่งผู้ชาย กรี๊ดกร๊าด เมียหลวง vs เมียน้อย
..ดูไป อินไป ..ต่อให้ละคร ขึ้นคำเตือนละนะ ว่า 13+ หรือ น - แนะนำ
แต่ในยามที่กำลังอินจัด ..เค้าจะมีเวลามาสอนหลานรึ ?? เด็กเล็กนั่งดูกันเพลินไป ..ซึมซับไปเรื่อย ..ไม่รู้ตัว
และสามีพี่เค้าโชคดี ที่ได้เมียที่เข้าใจประเภทธุรกิจ และหน้าที่-ความรับผิดชอบ ที่สามีทำ (เพราะเราเคยทำธุรกิจประเภทเดียวกันมาก่อนไง)
..ไม่งี่เง่า ง้องแง้ง ตามจิกสามีทุกที่ ทุกเวลา ซะยังกับเกิดปีระกา
ปล่อยให้เค้าได้ตั้งใจทำงาน แถมช่วยเป็น back up ให้ ..คอยรับฟังปัญหา ..ช่วยคิด ช่วยแนะนำได้ เพราะเราก็ไม่ใช่แม่บ้านไก่กา
ให้เกียรติกัน ..มอบศรัทธาให้กัน ว่าต่างคนต่างตระหนักรู้ ในบทบาท - หน้าที่ - ความรับผิดชอบ
และมั่นใจว่ารักกันมากพอ โดยไม่ต้องมาตามหวาดระแวง ว่าทันที่สามีก้าวเท้าออกพ้นประตูบ้าน ..ก็จะกลายร่างเป็นคนโสดทันที
เมื่อเค้ามีชีวิตส่วนตัวที่ดี เค้าก็สามารถทำงานได้ดี ..เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
..ทุกวันนี้ สามีพี่ก็เป็น GM ..เงินเดือน 6 หลัก ..เดินทางบ่อย ทั้งในและต่างประเทศ
ในขณะที่พี่ อยู่บ้านแทบจะตลอดเวลา ..ใครมาหาพี่แล้วไม่เจอ ..ถือว่าโชคร้ายสุดๆ 5555
แต่พี่ไม่ยักกะอิจฉาเค้าแฮะ ว่า Passport เต็มไปหลายเล่มแล้ว ..เพราะพี่รู้ว่าเค้าไปทำงาน
..แต่เค้าโชคดี ที่มีโอกาสได้ไปเปิดหูเปิดตา ..แค่เค้าส่งรูปมาให้ดู ว่าไปไหน ทำอะไรอยู่ พี่ก็สนุกไปด้วยแล้วค่ะ
ครอบครัวเราเดินทางมาถึงจุดนี้ ด้วยระยะเวลา 16 ปี ..พี่ขอบอกว่า ไม่เคยมีสักนาที ที่พี่นึกเสียใจ ว่ากรูไม่น่าลาออกเล้ยยย
ในทางตรงข้าม พี่ดีใจด้วยซ้ำ ที่วันนั้น ไม่มัวห่วงหัวโขนของตัวเอง
ประกอบกับพี่เลือกผู้ชายที่มาเป็นคู่ชีวิต ได้ไม่ผิด ..
..วันนี้ หน้าที่การงานของคุณสามีก็ดี มั่นคง เงินเดือนมากพอให้พี่หยิบยืม (แล้วเนียนไม่คืน)
งานการของพี่เอง ก็ไปได้เรื่อยๆ โตวันโตคืน ..ปวดหัวบ้าง ตามประสา..การทำงานย่อมมีอุปสรรค
ลูกเต้าเป็นเด็กดี น่ารัก ไม่เกเร ไม่ดื้อด้าน เชื่อฟังพ่อแม่ ไม่ออกนอกลู่นอกทาง เพราะพี่มีเวลากรอกหูลูกทุกวัน 5555
มีปัญญาก่อหนี้ ก็มีปัญญาจ่าย , มีเงินเก็บ เงินออม เงินลงทุน ..เตรียมการไว้สำหรับอนาคต ในยามลูกโต(กว่านี้) ..ในยามเราแก่เฒ่า
ครอบครัวมีบรรยากาศของความสุข ความรัก ความอบอุ่น
..ในบ้านมีแต่เสียงหัวเราะ ไม่เคยมีปากเสียงกัน
และแม้ว่าคุณพ่อจะงานเยอะ กลับดึก ออก trip บ่อย แต่เราก็ใช้เวลาที่ได้อยู่ร่วมกัน ..เป็นเวลาคุณภาพ
พี่ว่า แค่นี้พี่พอใจแล้วนะ
คุยมาตั้งยาว ..เพื่อที่จะบอกว่า ..คุณน้องยังไม่ต้องรีบตีตนไปก่อนไข้ หรือมองโลกแง่ร้ายจนเกินไป
คุณยังมีเวลาในการตัดสินใจ เมื่อคุณได้เห็นหน้าลูกแล้ว ..
ช่วงลาคลอด น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดี ที่คุณและสามี จะได้ทบทวน "ความเป็นไปได้" และมองหาทางเลือกที่ดีที่สุด
..คุณเองจะได้สัมผัสกับรสชาติของการเป็นแม่ เป็นแม่บ้านเต็มเวลา อย่างจริงจัง
..สามีคุณจะได้สัมผัสกับรสชาติของการเป็นพ่อคน เป็นพ่อบ้าน ที่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายประดามี ทั้งในปัจจุบัน และในอนาคต
ไหนจะต้องทำหน้าที่สามีและพ่อให้ดีด้วย ..ไม่ใช่ปล่อยเมียเลี้ยงลูกอ่อนอยู่บ้านคนเดียว แล้วตัวเองออกไปแรดกับเพื่อน
หรือแม้แต่ในกรณีที่มี "ตัวช่วย" ..ไม่ว่าปู่ย่าตายาย หรือจ้างพี่เลี้ยงเด็ก ..ก็จะได้สัมผัสว่า คนอื่นเลี้ยงลูกเรา อิท่าไหน ยังไง
..แล้วมันคุ้มค่าที่จะแลกมั้ย ระหว่างเงินเดือนของเรา กับการได้เลี้ยงดูอุ้มชูลูกเองกับมือ
ยังไงก็ขอให้คุณน้องและสามี พบทางออกที่ดีที่สุดของครอบครัวคุณเองนะ ..ไม่ต้องฟังคนอื่นมาก
เพราะยังไงซะ คนที่ต้องรับผลของการตัดสินใจในครั้งนี้ ไปอีกนานเท่านาน ..คือพวกคุณเอง
เป็นกำลังใจให้ค่ะ
เพราะเรื่องพรรค์นี้ มันแล้วแต่บริบทของแต่ละครอบครัว ..ซึ่งต่างคน ก็ต่างกรรม ต่างวาระ
เรามิอาจนำมาวิจารณ์ร่วมกัน
..หรือไม่แม้แต่จะกล้าบอกว่า พี่เคยทำแบบนั้นแบบนี้แล้วดีนะ ..พี่ยังไม่กล้าซี้ซั้วการันตีเลยว่า ใครทำตามแล้วจะประสบความสำเร็จ
แต่ก็อยากเล่าสู่กันฟัง ^^
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ในอดีต สมัยเป็นมนุษย์เงินเดือน ..ตำแหน่งสุดท้าย ทั้งพี่ ทั้งคุณสามีก็อยู่ในระดับจัดการด้วยกันทั้งคู่ ในธุรกิจที่เปิดให้บริการปีละ 365 วัน
..แม้ในเวลานั้น พี่กำลังอยู่ในช่วง "ขาขึ้น" คือเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติ โทษสมบัติ ที่ยังสามารถเติบโต เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงานได้อีกไกล
เพราะ performance ชนะเลิศ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ทั้งทักษะภาษา ทักษะการบริหารจัดการงานแผนก การทำงานภายใต้ความกดดัน ฯลฯ ฯลฯ
แต่เพราะอายุเข้าเลข 3 ..เริ่มคิดถึงการสร้างครอบครัว ( คือมันไม่ทันเพื่อนฝูง หรือลูกน้องในแผนกแล้ว ..แต่ละคน จูงลูกมา "สวัสดีคุณป้า"
มันตะเตือนใตมาก T___T )
..และด้วยธรรมชาติของงานที่ทำ มันช่างไม่เอื้อให้คนทำงานแบบเราจะสามารถมีครอบครัวที่ปกติ ..อยู่กันพร้อมหน้าได้
คุยกันกับคุณสามี ก็ได้ข้อสรุปว่า พี่เลือกที่จะเดินออกมาจากธุรกิจนั้น
เพราะแม้รายได้จะหายไปครึ่งหนึ่ง แต่ลำพังเงินเดือนคุณสามีคนเดียว ก็มากพอเลี้ยงดูลูกเมียได้
และแอบมั่นใจในตัวเองเล็กๆ ว่า คนอย่างฉัน อยู่ตรงไหนก็ทำงานได้ ^^
( หมายเหตุ : ถ้าครอบครัวไหน รายได้ 2 คนผัวเมียรวมกัน ยังหมิ่นเหม่กับภาระหนี้สิน ค่าใช้จ่ายในบ้าน ..ก็อย่าได้ตัดสินใจแบบพี่ )
คิดได้ดังนั้น ท่ามกลางเสียงคัดค้าน / ออดอ้อนให้อยู่ช่วยงานกันก่อน ..พี่ก็ได้แต่น้อมรับความปรารถนาดีของแต่ละท่านไว้ด้วยใจ
พร้อมยื่นใบลาออก แล้วมาเป็นแม่บ้านเต็มเวลา ..อยู่เป็น "ชาวเกาะ" ให้คุณสามีหาเลี้ยง มีลูกหัวปี-ท้ายปี ..สบายไป 5555
..แต่ในทางปฏิบัติ เหล่า Working woman อย่างเราย่อมรู้ดี ว่าคนที่เคยทำงานนอกบ้าน ..ให้มานั่งปัดกวาดเช็ดถู ทำงานบ้านทั้งวัน ทุกวัน
จะต้องบ้าตายแน่ๆ 5555 เพราะขอบอกเลยว่า ทำงานนอกบ้าน เหนื่อยน้อยกว่าทำงานบ้าน ..มหาศาล
สามีคนไหนไม่เคยทำงานบ้าน ..ก็อย่าได้บังอาจคิดว่า "อยู่บ้าน" จะเป็นความสบาย ..ไม่เชื่อให้มาลองทำเอง
แต่คงก็เป็นโชคดีอย่างหนึ่ง ที่พี่ไม่ใช่สาวสังคม ที่หลงใหลในแสงสีเสียงสื่อผสม ในยามราตรีอยู่แล้ว
จึงตัดปัญหาเรื่องที่จะคลุ้มคลั่ง อึดอัดใจตาย หากไม่ได้ออกไปร่อนนอกบ้าน ไปเที่ยวเตร่เฮฮา สังสรรค์ปาร์ตี้กับฝูงเพื่อน
..พี่จึงมีความสุขกับการอยู่บ้าน เลี้ยงลูก ทำงานบ้าน ทำกับข้าวให้คุณสามี ^^
ประกอบกับสามีพี่ เค้าก็มีจิตสำนึกในความเป็นสามี เป็นพ่อที่ดี ..และรู้ว่าพี่ยอมสละอะไรบ้าง เพื่อให้พวกเราได้อยู่เป็นครอบครัวกัน
เค้าจึงไม่ได้ถือโอกาสข่ม หรือยึดอำนาจในบ้าน เพราะอ้างว่าเป็นคนหาเงินเข้าบ้าน
ในตอนที่คุณสามีทำงานคนเดียว ..เงินเดือนออก เค้าก็ให้พี่เป็นคนบริหารเงินในกระเป๋า ..จะทำอะไรก็ปรึกษาหารือกันก่อน
สามีพี่เค้าเข้าใจดีกว่า ..เงินผัว ก็คือเงินเมีย ..และแน่นอน เงินเมีย ก็คือเงินเมีย ..คิดได้แบบนี้ เค้าก็สบายใจ
..และเราก็ผ่านช่วงเวลานั้นกันมาได้แม้จะสะดุดบ้าง อะไรบ้าง ..แต่เราก็จับมือกันก้าวข้ามจุดนั้นมาได้แบบไม่ยากเย็นเท่าไหร่
จนวันที่ลูกๆ เริ่มโต ทยอยเข้าโรงเรียน พี่มีเวลาว่างมากขึ้น ..แต่กลับไปทำงานนอกบ้านไม่ได้
พี่ก็เริ่มต้นกิจการเล็กๆ ของตัวเอง ..ทำอยู่กับบ้าน หาค่าขนมลูก
..และขอขอบคุณที่โลกนี้มีคอมพิวเตอร์ มีอินเตอร์เน็ต มีร้านค้าออนไลน์ ..เราก็สามารถทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลา
และถ้าเราตั้งใจมากพอ รู้ในสิ่งที่ทำดีพอ ..มีฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา มากพอ ..งานอะไร เราก็ทำให้สำเร็จได้
..ถึงวันนี้ พี่ก็ยังคงทำงานอยู่กับบ้าน แต่ยอดขายสินค้า จากออเดอร์แรก 200 กว่าบาท ..
ปีที่แล้ว (เพิ่งส่งงบการเงิน ยื่นแบบ ภงด.51 ไปสดๆ ร้อนๆ) ..ยอดขายโตจากออเดอร์แรก 20,000++ เท่า
ส่วนเรื่องการพัฒนาตัวเอง ..พี่ยิ่งไม่เป็นห่วง
เพราะสำหรับพี่ มันไม่จำเป็นว่าต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ถึงจะมีโอกาสพัฒนา
..ทุกวันนี้ ..ทักษะภาษาต่างประเทศของพี่ ..ดีกว่าคุณสามี ซึ่งทำงานติดต่อกับลูกค้า - supplier ต่างชาติซะอีก
เพราะพี่มีเวลาดูซีรีย์ฝรั่งทั้งวัน 5555 skill ฟัง ..ได้ฝึกกันทั้งวัน ..แถมได้ศัพท์ ได้สำนวนประโยค ได้แสลง ได้วิธีพูด เยอะแยะ
แถมพี่ค้าขายกับต่างชาติ ..skill อ่าน กับเขียน มีตลอดเวลา
ส่วน skill พูด ..ก็ได้เรื่อยๆ เดี๋ยวลูกค้าโทร.มาจากสิงคโปร์ ..เดี๋ยวลูกค้าจากแคนาดา แวะมาเยี่ยม ตอนเค้า transit
เดี๋ยว buyer จากอังกฤษ แวะมา visit โรงงาน หรือตอนช่วงสอนการบ้านภาษาอังกฤษให้ลูกๆ
..ด้านการบริหารจัดการ ..ในความเป็นเจ้าของกิจการขนาดเล็ก ..ที่เป็นตั้งแต่ผู้จัดการ ยันภารโรง
ก็ยิ่งรับเต็มๆ จะเอาทักษะด้านไหนล่ะ ..เราต้องได้หมด ..ฝ่ายบุคคล ก็เรานี่แหละ recruit เอง ฝึกอบรมเอง
ฝ่ายจัดซื้อ ..ก็เรา
ฝ่ายขาย , ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ , ฝ่ายบริการลูกค้า , ฝ่ายตรวจสอบคุณภาพ , จัดหาเงินทุนหมุนเวียน ตีซี้กับแบงค์
ไปยันออกใบส่งของ - ใบกำกับภาษี - ใบเสร็จรับเงิน - เก็บเช็ค ..ก็เราอีกน่ะแหละ
..จนแทบจะไปหาเสื้อ ..อะไรก็กู.. มาใส่อยู่แล้ว ^^
พูดได้เต็มปากว่า ..มีโอกาสได้พัฒนาตัวเองในทุกๆ ด้าน ..และได้รับผลของการทำงานเอง แบบเต็มๆ
และดีใจด้วยซ้ำ ที่ประสบการณ์จากการทำงานร่วม 10 ปีของเรา ในฐานะมนุษย์เงินเดือน ที่เคยสร้างความสำเร็จสู่นายจ้าง
วันนี้ เราสามารถนำพาให้กิจการเล็กๆ ที่เราสร้างมาเองกับมือ ..โตมาได้ถึงเดี๋ยวนี้ และหวังว่าจะเติบโตขึ้นต่อๆ ไป
ส่วนคุณสามีสุดที่รัก ..เพราะความที่เมียอยู่บ้าน เลี้ยงลูก ..เค้าก็อุ่นใจว่าลูกๆ เราจะได้รับการอบรม ปลูกฝังทัศนคติ
แนวคิดในการดำเนินชีวิตจากแม่เอง ..ไม่ได้ถูกสปอยล์ ถูกตามใจจนเสียผู้เสียคน หรือไปดูดซับความ "แก่แดด"
..คำพูดคำจา ท่าทาง การแสดงออกจากคนอื่น หรือแม้แต่ปู่ย่าตายายของเค้าเอง ..
ซึ่งเราก็ยากจะปฏิเสธว่า บางทีท่านเหล่านั้น ก็ติดละครแนวตลาดกันงอมแงม ..ตบตีแย่งผู้ชาย กรี๊ดกร๊าด เมียหลวง vs เมียน้อย
..ดูไป อินไป ..ต่อให้ละคร ขึ้นคำเตือนละนะ ว่า 13+ หรือ น - แนะนำ
แต่ในยามที่กำลังอินจัด ..เค้าจะมีเวลามาสอนหลานรึ ?? เด็กเล็กนั่งดูกันเพลินไป ..ซึมซับไปเรื่อย ..ไม่รู้ตัว
และสามีพี่เค้าโชคดี ที่ได้เมียที่เข้าใจประเภทธุรกิจ และหน้าที่-ความรับผิดชอบ ที่สามีทำ (เพราะเราเคยทำธุรกิจประเภทเดียวกันมาก่อนไง)
..ไม่งี่เง่า ง้องแง้ง ตามจิกสามีทุกที่ ทุกเวลา ซะยังกับเกิดปีระกา
ปล่อยให้เค้าได้ตั้งใจทำงาน แถมช่วยเป็น back up ให้ ..คอยรับฟังปัญหา ..ช่วยคิด ช่วยแนะนำได้ เพราะเราก็ไม่ใช่แม่บ้านไก่กา
ให้เกียรติกัน ..มอบศรัทธาให้กัน ว่าต่างคนต่างตระหนักรู้ ในบทบาท - หน้าที่ - ความรับผิดชอบ
และมั่นใจว่ารักกันมากพอ โดยไม่ต้องมาตามหวาดระแวง ว่าทันที่สามีก้าวเท้าออกพ้นประตูบ้าน ..ก็จะกลายร่างเป็นคนโสดทันที
เมื่อเค้ามีชีวิตส่วนตัวที่ดี เค้าก็สามารถทำงานได้ดี ..เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
..ทุกวันนี้ สามีพี่ก็เป็น GM ..เงินเดือน 6 หลัก ..เดินทางบ่อย ทั้งในและต่างประเทศ
ในขณะที่พี่ อยู่บ้านแทบจะตลอดเวลา ..ใครมาหาพี่แล้วไม่เจอ ..ถือว่าโชคร้ายสุดๆ 5555
แต่พี่ไม่ยักกะอิจฉาเค้าแฮะ ว่า Passport เต็มไปหลายเล่มแล้ว ..เพราะพี่รู้ว่าเค้าไปทำงาน
..แต่เค้าโชคดี ที่มีโอกาสได้ไปเปิดหูเปิดตา ..แค่เค้าส่งรูปมาให้ดู ว่าไปไหน ทำอะไรอยู่ พี่ก็สนุกไปด้วยแล้วค่ะ
ครอบครัวเราเดินทางมาถึงจุดนี้ ด้วยระยะเวลา 16 ปี ..พี่ขอบอกว่า ไม่เคยมีสักนาที ที่พี่นึกเสียใจ ว่ากรูไม่น่าลาออกเล้ยยย
ในทางตรงข้าม พี่ดีใจด้วยซ้ำ ที่วันนั้น ไม่มัวห่วงหัวโขนของตัวเอง
ประกอบกับพี่เลือกผู้ชายที่มาเป็นคู่ชีวิต ได้ไม่ผิด ..
..วันนี้ หน้าที่การงานของคุณสามีก็ดี มั่นคง เงินเดือนมากพอให้พี่หยิบยืม (แล้วเนียนไม่คืน)
งานการของพี่เอง ก็ไปได้เรื่อยๆ โตวันโตคืน ..ปวดหัวบ้าง ตามประสา..การทำงานย่อมมีอุปสรรค
ลูกเต้าเป็นเด็กดี น่ารัก ไม่เกเร ไม่ดื้อด้าน เชื่อฟังพ่อแม่ ไม่ออกนอกลู่นอกทาง เพราะพี่มีเวลากรอกหูลูกทุกวัน 5555
มีปัญญาก่อหนี้ ก็มีปัญญาจ่าย , มีเงินเก็บ เงินออม เงินลงทุน ..เตรียมการไว้สำหรับอนาคต ในยามลูกโต(กว่านี้) ..ในยามเราแก่เฒ่า
ครอบครัวมีบรรยากาศของความสุข ความรัก ความอบอุ่น
..ในบ้านมีแต่เสียงหัวเราะ ไม่เคยมีปากเสียงกัน
และแม้ว่าคุณพ่อจะงานเยอะ กลับดึก ออก trip บ่อย แต่เราก็ใช้เวลาที่ได้อยู่ร่วมกัน ..เป็นเวลาคุณภาพ
พี่ว่า แค่นี้พี่พอใจแล้วนะ
คุยมาตั้งยาว ..เพื่อที่จะบอกว่า ..คุณน้องยังไม่ต้องรีบตีตนไปก่อนไข้ หรือมองโลกแง่ร้ายจนเกินไป
คุณยังมีเวลาในการตัดสินใจ เมื่อคุณได้เห็นหน้าลูกแล้ว ..
ช่วงลาคลอด น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดี ที่คุณและสามี จะได้ทบทวน "ความเป็นไปได้" และมองหาทางเลือกที่ดีที่สุด
..คุณเองจะได้สัมผัสกับรสชาติของการเป็นแม่ เป็นแม่บ้านเต็มเวลา อย่างจริงจัง
..สามีคุณจะได้สัมผัสกับรสชาติของการเป็นพ่อคน เป็นพ่อบ้าน ที่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายประดามี ทั้งในปัจจุบัน และในอนาคต
ไหนจะต้องทำหน้าที่สามีและพ่อให้ดีด้วย ..ไม่ใช่ปล่อยเมียเลี้ยงลูกอ่อนอยู่บ้านคนเดียว แล้วตัวเองออกไปแรดกับเพื่อน
หรือแม้แต่ในกรณีที่มี "ตัวช่วย" ..ไม่ว่าปู่ย่าตายาย หรือจ้างพี่เลี้ยงเด็ก ..ก็จะได้สัมผัสว่า คนอื่นเลี้ยงลูกเรา อิท่าไหน ยังไง
..แล้วมันคุ้มค่าที่จะแลกมั้ย ระหว่างเงินเดือนของเรา กับการได้เลี้ยงดูอุ้มชูลูกเองกับมือ
ยังไงก็ขอให้คุณน้องและสามี พบทางออกที่ดีที่สุดของครอบครัวคุณเองนะ ..ไม่ต้องฟังคนอื่นมาก
เพราะยังไงซะ คนที่ต้องรับผลของการตัดสินใจในครั้งนี้ ไปอีกนานเท่านาน ..คือพวกคุณเอง
เป็นกำลังใจให้ค่ะ
^Bloody_Brownie^ ถูกใจ, ~๐o.ลิงน้อยเคลือบชอคโกแลต.o๐~ ถูกใจ, kobachi ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2964456 ถูกใจ, HappyJourney ถูกใจ, SavageHuman ถูกใจ, JC2002 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3137767 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3108349 ถูกใจ, รักจางที่บางปะกง ถูกใจรวมถึงอีก 4 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 4
อย่าเด็ดขาด เพราะการลาออกจะทำให้ต้องรับเงินจากสามีอย่างเดียว และสามีจะชอบคิดว่าตัวเองเป็นผู้หาเงิน และจะมีปัญหากันในอนาคต
RUC_blue blood ถูกใจ, love2loveU ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2540584 ถูกใจ, กระต่ายลงพุง ถูกใจ, Fight The Dead Fear The Living ถูกใจ, เลดี้ลูน่า ถูกใจ, humming in my sleep ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3137767 ถูกใจ, พริกน้ำส้ม ถูกใจ, cardiogenic ถูกใจรวมถึงอีก 10 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
จากใจ Working woman ไม่อยากลาออกมาเลี้ยงลูก