[CR] เมื่อวันที่ผมได้รู้ว่า " ทำไมใครๆก็อยากไปญี่ปุ่น " : Part 1

ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เพื่อนๆหลายๆคนของผมบอกไว้ว่าไปเที่ยวแล้วอยากจะกลับไปอีกหลายๆรอบ ส่วนตัวผมเองยังไม่เคยไป พอดีช่วงนี้มีเวลาว่างเลยต้องหาโอกาสไปซะหน่อยครับ ช่วงที่ผมไปคือ 22/4/59 - 30/4/59 ครับ โดยโซนที่เดินทางคือ โตเกียว - อาโอโมริ - ฮาโกดาเตะ - โนโบริเบทสึ - ซัปโปโร - โอตารุ สิ่งที่ผมอยากจะเขียนบรรยายจะเน้นไปที่ความรู้สึก รีวิวของกิน และบรรยากาศที่ได้ไปสัมผัสมาละกันนะครับ เพราะถ้ารีวิวการเดินทางหรือแผนที่ เชื่อว่าหลายๆคนน่าจะอ่านผ่านตากันมามากแล้ว

Tokyo
จะว่าไปผมมีเวลาเที่ยวที่โตเกียวแค่ 2 วันเท่านั้นเพราะรอบนี้เน้นไปโซน Tohoku และ Hokkaido มากกว่า สถานที่ๆได้ไปก็ล้วนแล้วแต่เป็นที่ๆยอดนิยมทั้งสิ้นครับ ขอเลือกมาสองที่ๆผมชอบละกันนะครับ

" Asakusa Temple " หรือวันเซนโซจิ สุดยอดสถานที่ยอดนิยมของคนไทย ซึ่งผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไม สัมผัสแรกที่ได้ไปรู้สึกว่า "คนเยอะมาก" ไม่ว่าจะเป็นคนไทย ญี่ปุ่น จีน เกาหลี ฝรั่งก็มีให้เห็นบ้าง จะว่าไปแล้วบริเวณวัดก็ไม่ได้สวยงามมากขนาดว่าต้องไป และของกินที่ขายบริเวณวัดก็ไม่ได้อร่อยมากมาย
แต่สิ่งที่ทำให้ผมชอบวัดนี้คือบรรยากาศและได้ดูวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นมากกว่า ทั้งการได้มองเด็กนักเรียนมาทรรศนศึกษา หรือแม้แต่ดูชายชาวญี่ปุ่นรับจ้างลากรถพานักท่องเที่ยวชมเมืองอย่างสนุกสนาน ผมก็รู้สึกว่าคุ้มแล้วครับที่ได้ไป







" Meji - Jingu " ศาลเจ้าเมจิ จินกุ อีกหนึ่งสถานที่ยอดนิยมเช่นกัน ผมจำได้ว่าตอนที่ได้อ่านและดูรูปภาพรีวิวนั้น อยากไปมาก ส่วนนึงที่เป็นเช่นนั้นเพราะผมเองชอบธรรมชาติ และความร่มรื่นของต้นไม้ มากกว่าการมองดูแสงสีในเมือง สถานที่นี้สำหรับผมแล้วเหมือนเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจให้กับความเครียด ความเหนื่อยล้าทั้งหลาย การได้มาสัมผัสธรรมชาติท่ามกลางเมืองที่แออัดอย่างโตเกียว ถือได้ว่าเป็นสวรรค์ย่อมๆของคนโตเกียวและนักท่องเที่ยวเลย ผมอยากบอกถึงหลายๆคนที่ยังไม่เคยไปว่าควรจะไปสัมผัสสักครั้งจะรู้สึกว่าโชคดีมากจริงๆที่ได้มาครับ





ก่อนเข้าวัด การล้างมือและบ้วนปากถือเป็นการชำระความสะอาดให้ตนเองครับ



ถ้าโชคดีก็อาจจะได้เจองานแต่งงานที่วัดนี้ด้วย ซึ่งถือเป็นโชคดีของผมที่ได้ไปเจอ เท่าที่ดูพิธีการเค้าเรียบง่ายและเป็นกันเองมากๆ ไม่จำเป็นจะต้องจัดงานหรูหราในโรงแรมห้าดาว ขอแค่มีเพื่อนสนิท ญาติมิตร และคนรักเท่านี้พวกเค้าก็ดูมีความสุขมากๆแล้วครับ หัวเราะ







" Ameyayokocho " ตลาดยอดฮิตอีกที่นึง คนแน่นมากแทบจะไม่มีที่เดิน แต่ถามว่าน่ามาไหม ผมตอบได้เลยว่าน่ามาเที่ยวมากๆครับ และเป็นครั้งแรกที่ผมยอมกิน Strawberry เนื่องจากโดนคะยั้นคะยอให้กินด้วยว่ามันอร่อยมากๆ และผมก็ยอมรับว่ามันอร่อยมากจริงๆ
หากใครได้ไปแล้วไม่ได้ชิมผมคงถือว่าพลาดมากๆ นอกจากนี้ก็ยังมีของสด ข้าวหน้าปลาดิบให้เลือกทาน แต่ผมไม่แนะนำนะครับ ผมรู้สึกเอาเองว่ามันไม่ค่อยอร่อยเลย หาทานร้านข้างนอกอร่อยกว่าเยอะครับ







เวลาสองวันในโตเกียวของผม ส่วนมากจะปล่อยสาวๆมาช้อปปิ้งสะมากกว่าครับ เลยไม่ค่อยจะได้ไปเที่ยวไหนเยอะๆเพราะเวลาน้อย แต่อย่างว่าครับถ้ามาแล้วก็ต้องได้ทานอาหารที่อร่อยๆบ้าง ผมจะขอแนะนำร้านที่ผมได้ไปทานมาพร้อมพิกัดร้านละกันนะครับ

ร้านแรกคือร้าน Tsukiji Tama Sushi พิกัด GPS( 35.711708, 139.797969 ) สามารถนำไปใส่ใน google map ได้เลยครับ เท่าที่ผมได้ทานร้านนี้อร่อยได้มาตรฐานครับ แต่ราคาแอบสูงไปนิดเพราะอยู่ในห้าง โดยรวมแล้วสามารถหาร้านที่อร่อยพอๆกันแต่ราคาถูกกว่านี้ได้แน่นอนครับ

อันนี้ Anago ย่าง อร่อยดีครับ


ชามนี้เป็นสลัดปลา ผมว่าเฉยๆครับ



ส่วนซูชิที่ผมได้ทาน ที่ผมว่าอร่อยกว่าเมืองไทยชัดเจนคือ Uni , Ikura และ Akami ครับ แต่เอาเข้าจริงแล้ว สามอย่างนี้ที่ผมได้ทานแทบทุกร้านอร่อยหมดครับ มากน้อยแล้วแต่ร้าน



ร้านที่สองคือ Tempura Hisago ที่ย่าน Akihabara ครับ พอดีผมได้พักแถวนั้นเลยลองหาข้อมูลดูว่าร้านเทมปุระเทพๆ แถวนั้นมีบ้างไหม เท่าที่ดูในรีวิวร้านนี้ใช้ได้เลยขอลองซะหน่อย พิกัดตามนี้นะครับ 35.701061, 139.772475 ที่ร้านจะมีครัวเปิดให้ลูกค้ามาดูพ่อครัวทำอาหารได้ครับ ร้านนี้บริการดี นั่งสบายเป็นส่วนตัวมากๆ ผมประทับใจกับอาหารมื้อนี้มากๆครับ



มีวิธีการสอนทานเทมปุระด้วยครับ



เทมปุระที่นี่ทอดมาดีมากๆเลยล่ะครับ แทบไม่อมน้ำมัน เครื่องเทมปุระกับน่ำจิ้มเข้ากันได้อย่างดี ถ้าใครได้มาแถวอากิบะ แนะนำว่าลองมาทานนะครับไม่ผิดหวังแน่นอน





แต่ร้านที่ผมอยากแนะนำมากที่สุดคือร้านนี้ครับ " Hashimoto " พิกัดร้าน 35.709539, 139.736300 สำหรับร้านนี้เป็นร้าน Unagi ที่ได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ 1 ดาว ร้านอาจจะเล็กๆและไม่ค่อยมีที่นั่งมากนัก แต่เชื่อผมเถอะครับ การได้ไปนั่งรอคอย ในสิ่งที่มันคุ้มค่านั้น จะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน ร้านนี้เมื่อไปถึงและสั่งข้าวหน้าปลาไหล ที่ร้านจะค่อยๆเอาปลาไหลตัวใหม่ออกมาทำและย่างใหม่ๆตอนนั้นเลย อาจจะต้องใช้เวลาบ้างครับในการรออาหาร



ก่อนจะได้ทานข้าวหน้าปลาไหล ผมขอทานไข่หวานย่างยัดไส้ปลาไหลก่อนแล้วกันครับ ผมยังจำได้เลยว่าสัมผัสแรกที่ได้ทานปลาไหลมันสุดยอดมาก แค่คิดว่าอีกเดี๋ยวจะได้ทานทั้งตัวก็ตื่นเต้นแล้วครับ



ที่ร้านมีสอง Size นะครับ small , regular กล่องสีแดงจะเล็กกว่านะครับ





นี่แหละครับที่ผมรอคอย สัมผัสแรกที่ได้ทาน รู้สึกเลยว่ารสมันอ่อนกว่า unagi ที่ขายในบ้านเรามากๆ ที่นี่จะไม่หวานจนเลี่ยน ตรงกันข้าม ปลาที่เพิ่งย่างมามันยังหอมอยู่เลย บางทีผมก็รู้สึกว่ามันยากที่จะมานั่งพิมพ์อธิบายความอร่อยของมัน เอาเป็นว่าลองไปเถอะครับร้านนี้อร่อยสมกับที่ได้มิชลิน 1 ดาวแน่นอน



Aomori - Hirosaki

หลังจากที่อยู่โตเกียวได้แค่สองวัน ผมก็ต้องเดินทางขึ้นไปทางโซน Tohoku ซึ่งที่ๆไปก็คือเมืองแห่งแอปเปิ้ล Aomori และหนึ่งในสุดยอดสถานที่ชมซากุระอย่าง Hirosaki Castle นั่นเองครับ เมื่อไปถึงที่นั่นความรู้สึกแรกของผมคือ " มัน สวย มาก " ผมเองได้ดูรีวิวมาก็เยอะเกี่ยวกับการชมซากุระ ที่คนไทยชอบนักหนา บางคนอวยว่าสวยงามมากขนาดที่ผมคิดว่า เว่อไปรึเปล่า พอได้มีโอกาสมาเห็นกับตาตัวเองเลยรู้เลยว่าเค้าไม่ได้เว่อเลย มันสวยงามมากจริงๆ มากจนอยากจะนอนค้างใต้ต้นซากุระเลยล่ะครับ





ตอนที่ย่างเข้าไปในปราสาท ผมรู้สึกอิจฉาเจ้าของปราสาทมากที่เมื่อก่อนได้นั่ง นอน เดิน ในสถานที่ๆงดงามขนาดนี้ และรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ได้มีโอกาสมาชมที่แห่งนี้ หวังว่าสักวันจะได้กลับมาดูอีกครั้ง







ซากุระแบบชัดๆมันสวยมาก จริงๆ





จะว่าไปแล้วจำนวนนักท่องเที่ยวค่อนข้างมากทีเดียว แถมในปราสาทยังจัดงานวัดมีของกินอีกเต็มไปหมด แต่แปลกที่ไม่มีขยะแม้แต่ชิ้นเดียวตกลงบนพื้น นี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้ประเทศเค้าพัฒนามาได้ ก็เพราะความเป็นระเบียบของคนในชาติเค้านั่นเอง







สำหรับผมแล้ว การได้มาพักผ่อน บางทีอาจจะแค่เดินเที่ยวไปมาบริเวณปราสาท ได้ดูต้นซากุระไหวไปตามลม ดูกลีบซากุระร่วงโรยผ่านลงมา แค่นี้ก็เป็นความสุขที่สุดอย่างนึงที่ผมได้รับแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีอย่างอื่นเพิ่มเติมเลย



เวลาที่ผมได้อยู่ที่เมืองอาโอโมริค่อนข้างน้อย ร้านอาหารที่เลือกไว้ชื่อว่า " Osanai Shokudo " พิกัดประมาณนี้นะครับ 40.828002, 140.736055 หน้าร้านจะมีตู้อาหารพวกปลาดิบและของทอดอยู่ หาไม่ยากครับเพราะร้านอื่นๆไม่มีโชว์เลย ตั้งแต่เข้าไปรู้เลยว่าร้านนี้ต้องไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน คนเยอะมากในขณะที่ร้านแถวๆนั้นคนร่อยหรอเลยละครับ

เมนูแรกที่สั่งคือ Akami และ Hotate tempura สำหรับผมแล้วโฮตาเตะนี้อร่อยสุดยอดครับ



เซตสองที่จัดมาก็คือข้าวหน้า Ikura + Uni อย่างที่ผมบอกครับอร่อยกว่าเมืองไทยแน่ๆ โดนเฉพาะ Ikura ที่นี่ทำไมอร่อยทุกร้านเลยนะเนี่ย >.<"



ส่วนจานสุดท้ายที่ทานก็คือปลาย่างและซาชิมิ โฮตาเตะครับ อร่อยเช่นกัน สรุปแล้วถ้ามานอนอาโอโมริ ร้านนี้ไม่ผิดหวังครับ ราคาไม่แพงจนเกินไปด้วย



อันที่จริงแล้วอีกที่ที่ควรไปเมื่อมาเยือนเมืองอาโอโมริ นั่นก็คือ A-Factory ครับอยู่ติดกันกับ Aomori train station เลย เป็นที่ๆขายทุกอย่างที่ทำจากแอปเปิ้ล เสียดายว่าผมถ่ายรูปน้อยไปนิดนึงครับ สิ่งที่อยากแนะนำให้ลอง
คือน้ำแอปเปิ้ลครับ ความหวานของแอปเปิ้ลที่นี่มันดีมากๆ ไม่ต้องเพิ่มเติมน้ำตาลเข้าไปก็อร่อยได้เลยครับ ส่วนเค้กก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน ถ้าได้มาลองต้องไม่ผิดหวังแน่ๆครับ





สำหรับพาทแรกผมขอจบไว้เท่านี้ก่อนนะครับ อาจจะเขียนเยอะไปหน่อย ถ้าไม่เบื่อกันเกินไปก็ลองอ่านดูนะครับ มันเป็นความรู้สึกส่วนตัวของผมล้วนๆครับ ว่าความประทับใจกับการที่ได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกนั้นมันเป็นอย่างไร
ส่วนตอนหน้าผมจะขึ้นเหนือไปอีกเพื่อไปเที่ยว Hokkaido อย่าลืมติดตามนะครับ ^^
ชื่อสินค้า:   Japan
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่