'เอไอเอส' กร้าวชน 'กสทช.' บีบโอนย้ายเลขหมายประเคนให้ 'ทรูมูฟ'


เอไอเอสกร้าวชน กสทช. บีบโอนย้ายเลขหมายประเคนให้ทรูมูฟ
พิมพ์ไทย ฉบับวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

          โต้ กทค. รับรองการโอนย้ายเลขหมายผ่านร้านสะดวกซื้อโดยไม่มีเรียกเก็บเอกสาร ชี้หากประกาศ กสทช.ไร้มนต์ขลังต่อไปคงเป็นได้แค่เสือกระดาษซัดตอนออกประกาศบังคับผู้ใช้บริการต้องลงทะเบียนซิมการ์ดทำเป็นเข้มบี้ผู้ให้บริการหากไม่ดำเนินการเป็นถูกปรับหน้ามืด แต่พอเจอค่ายทรูเล่นแร่แปรธาตุจับผู้ใช้บริการโอนย้ายอัตโนมัติทั้งที่ไม่ได้ร้องขอกลับใบ้กิน

          แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยกรณี กสทช.ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)หรือเอไอเอสให้เร่งดำเนินการตามประกาศกสทช.เรื่องหลักเกณฑ์บริการคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือการย้ายค่ายมือถือเบอร์เดิมให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 9 พ.ค.พร้อมระบุหากไม่ดำเนินการตามที่กสทช.แจ้งไป จะต้องถูกปรับวันละ 2.5 ล้านบาทตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค.เป็นต้นไปจนกว่าการดำเนินการจะแล้วเสร็จนั้นว่า

          กรณีดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องมาจากปัญหาการแย่งชิงลูกค้าของค่ายมือถือ โดยที่ผ่านมาบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์ แซลคอมมูนิเคชั่น จำกัด ได้ร้องเรียนว่ามีลูกค้าจากเอไอเอสที่ต้องการย้ายค่ายมายังทรูมูฟ แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ภายใน 3 วัน เพราะเอไอเอสไม่ดำเนินการให้ ขณะที่บริษัทเอไอเอสได้ตอบโต้ว่าไม่ได้กีดกันลูกค้า แต่เห็นว่าการโอนย้ายเลขหมายที่ทรูมูฟแจ้งมาโดยอ้างดำเนินการผ่านร้านค้าสะดวกซื้อ และใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์นั้นไม่ถูกต้องตามประกาศ กสทช.ว่าด้วยการให้บริการโอนย้ายเลขหมาย

          "แม้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) จะมีมติรองรับว่า การโอนย้ายค่ายมือถือเลขหมายเดิม ผ่านร้านค้าสะดวกซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามพ.ร.บ.ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์สามารถดำเนินการได้ไม่ผิดกฎหมายแต่ก็ยังมีปัญหาอยู่ดี เพราะหากประกาศ กสทช.ยังคงใช้อยู่และไม่ได้ยกเลิกการที่บริษัทสื่อสารผู้ให้บริการจะกระทำผิดประกาศ กสทช.ย่อมจะถูกลงโทษตามมา"

          แหล่งข่าวในวงการโทรคมนาคม เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ กสทช.ได้ออกประกาศกำหนดให้ผู้ใช้บริการต้องลงทะเบียนซิมการ์ดบัตรเติมเงิน(พรีเพด)ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.-31 ก.ค.58 เพื่อระบุตัวตนผู้ใช้งานป้องกันการนำซิมการ์ดไปกระทำผิด โดยหากผู้ใช้บริการรายใดไม่ลงทะเบียนตามประกาศกสทช.จะระงับให้บริการทันที ซึ่งขณะนั้นมีซิมการ์ดที่ใช้งานอยู่ถึง 90 ล้านเลขหมาย ก่อนจะยืดเวลาลงทะเบียนออกไปเป็น 31 สิงหาคม 58 พร้อมกับจัดประชุมชี้แจงและเร่งรัดให้ผู้ให้บริการมือถือทั้ง 3 ค่ายต้องเร่งลงทะเบียนซิมการ์ดดังกล่าว โดยหากรายใดดำเนินการล่าช้า ไม่เป็นไปตามประกาศ กสทช.จะถูกปรับและถึงขั้นพิจารณาใบอนุญาต

          แต่พอมาถึงประกาศ กสทช.ว่าด้วยการให้บรอการคงสิทธิ์เลขหมายหรือย้ายค่ายเบอร์เดิมที่ กสทช.กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ให้บริการจะต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัดให้เป็นไปตามระเบียบนั้น เมื่อค่ายทรูมูฟจัดให้มีการดำเนินการโอนย้ายเลขหมายหรือย้ายค่ายผ่านร้านสะดวกซื้อ โดยไม่มีการเรียกเก็บเอกสารหลักฐานตามประกาศ กสทช.โดยอ้างว่าทำตามกฎหมายใหม่ ก็กลับเป็นที่น่าสังเกตุว่าบอร์ด กทค.และกสทช. กลับยอมรับให้ทำได้ แต่กลับไม่ยอมให้เอกชนรายอื่นดำเนินการตาม ถือเป็นดารเลือกปฏิบัติอย่างชัดเจน  หากประกาศกสทช.ไร้ความหมายหรือโอนอ่อนผ่อนตามแรงบีบบริษัทสื่อสารเช่นนี้ต่อไปก็คงทำให้ กสทชเป็นได้แค่เสือกระดาษแน่

          "ก่อนหน้านี้ทั้งดีแทค และเอไอเอสได้ร้องเรียนไปยังสำนักงาน กสทช.ให้ตรวจสอบกรณีโอนย้ายเลขหมายของทรูว่าไม่เป็นไปตามประกาศ กสทช.ว่าด้วยการให้บริการคงสิทธิ์เลขหมาย เพราะไม่มีการเรียกเก็บเอกสารจากผู้ใช้บริการและบางกรณีก็ตรวจสอบพบว่าแค่ลูกค้าไปเติมเงินซิมการ์มก็ถูกดึงไปลงทะเบียนให้ดำเนินการโอนย้ายเลขหมายโดยอัตโนมัติแทน จึงทำให้ 2 ค่ายมือถือเอไอเอสและดีแทคต้องร้องเรียนพฤติการณ์ดังกล่าวไปยัง กสทช."

          ทั้งนี้ แหล่งข่าวระบุว่า ปัญหาการโอนย้ายค่ายมือถือของผู้ใช้บริการที่อ้างว่า ประสบปัญหาไม่สามารถย้ายค่ายได้สำเร็จภายใน 3 วันนั้น ขณะนี้มียอดลูกค้าเอไอเอสที่แจ้งโอนย้ายค่ายมือถือ แต่ไม่สามารถโอนย้ายได้สำเร็จราว300,000 เลขหมาย โดยเอไอเอสแจ้งว่า ได้ตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่าข้อมูลการโอนย้ายไม่ถูกต้องจึงไม่ได้เร่งรัดการโอนย้ายแต่อย่างใด

          แหล่งข่สาวยังเผยด้วยว่าปัญหาดังกล่าว ส่งให้เอไอเอสและทรูมูฟ ไม่สามารถลงนามบันทึกความเข้าใจเบื้องต้น(เอ็มโอยู) ตามที่ได้มีการเจรจาร่วมกันระหว่างนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายอุตตม สาวนายนรมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที)  ผู้บริหารระดับสูงจากเอไอเอสและทรู ก่อนหน้านั้นได้


แหล่งข่าว
หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย ฉบับวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 (หน้า 12)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่