หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
แสงส่องใจ จาก หนังสือธรรมะใกล้ตัว ฉบับที่ 194 และ ฉบับที่ 196 โดยสมเด็จพระสังฆราช (สกลมหาสังฆปริณายก) ค่ะ
กระทู้สนทนา
ศาสนาพุทธ
แสงส่องใจ จาก หนังสือธรรมะใกล้ตัว ฉบับที่ 194
โดยสมเด็จพระสังฆราช (สกลมหาสังฆปริณายก)
ดวงตาแห่งปัญญา
พระพุทธเจ้าทรงเป็นพระผู้ตรัสรู้ คือเป็นผู้รู้ ผู้เห็นสัจจะ ทรงเป็นผู้บริสุทธิ์จากกิเลส เป็นผู้พ้นจากกองทุกข์ทั้งสิ้น และได้ทรงมีพระกรุณาแผ่ไปในสัตวโลกทุกกาลทุกสมัย ธรรม คือคำสั่งสอนของพระองค์ เมื่อตั้งใจฟังก็จะได้ประสบพบพระคุณของพระองค์ คือ พระปัญญา พระบริสุทธิ์และพระกรุณา ดังกล่าวแล้ว ธรรมที่ทรงสั่งสอนด้วยความรู้ ความเห็น ย่อมประมวลลงในสัจจะทั้ง 4 ดังที่เรียกว่า อริยสัจ 4 แต่ผู้ที่จะฟังและพิจารณาให้เข้าถึงสัจจะ ก็จำจะต้องเป็นผู้ปฏิบัติในธรรมปฏิบัติที่เป็นพื้นฐานขัดเกลาจิตใจจากกิเลสอย่างหยาบด้วยศีล และกิเลสอย่างกลางด้วยสมาธิ เมื่อมีศีลเป็นภาคพื้น และมีจิตเป็นสมาธิสงบสงัดจากกาม และอกุศลธรรมซึ่งเป็นเครื่องหุ้มห่อ การพิจารณาสัจธรรมตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าจึงจะปรากฏได้ง่าย และพระพุทธเจ้าจะปรากฏเหมือนอย่างเป็นผู้ชูดวงประทีปขึ้นในที่มืด สำหรับผู้ที่มีจักษุคือดวงตาจะได้มองเห็นทาง เมื่อพระองค์ทรงชูประทีปขึ้นในที่มืด ทุกๆคนก็จะต้องมีดวงตาและจะต้องลืมตาขึ้นมอง ดั่งนี้ จึงจะเหมือนอย่างดวงประทีปที่ทรงชูขึ้นในที่มืด เมื่อธรรมคือคำสั่งสอน ยังดำรงอยู่ยังเป็นไปอยู่ ดวงประทีปสำหรับส่องให้มองเห็นสัจจะในโลกนี้ก็ยังมีอยู่
ฉะนั้น ในบัดนี้ จึงตกอยู่แก่หน้าที่ของเราทั้งหลายทุกคน ที่จะต้องใช้ดวงตาลืมตาดูทางที่ทรงส่องแสดงนั้น ดั่งนี้ จึงจะบังเกิดประโยชน์และพระพุทธเจ้าก็จะปรากฏเป็นสรณะ คือที่พึ่งอย่างแจ้งชัด พระพุทธะทรงเป็นสรณะคือที่พึ่ง ก็ในฐานะที่ทรงชูดวงประทีปให้มองเห็นทาง ธรรมเป็นสรณะคือที่พึ่ง ก็โดยเป็นทางที่ประทีปส่องให้มองเห็น และพระสงฆ์เป็นสรณะคือที่พึ่ง ก็โดยที่ได้เป็นผู้เดินไปในทางที่ทรงส่อง ได้บรรลุถึงความเกษมสวัสดิ์แล้ว และผู้ปฏิบัติทุกคนก็เป็นผู้เดินตามพระสงฆ์ และเมื่อเดินไปประสบความสวัสดี ก็เป็นผู้เข้าหมู่พระสงฆ์นับเนื่องอยู่ในพระรัตนตรัย และเมื่อเป็นดั่งนี้ พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ก็ย่อมมาประมวลกันเต็มที่ แต่ดวงตาที่ทุกๆคนมีอยู่ซึ่งจะพึงลืมตาขึ้นดูทางนั้น ก็ย่อมมีกิเลสธุลี คือผงกิเลส ที่เข้าตาอยู่ น้อยบ้าง มากบ้าง อันทำให้มองไม่เห็นชัดหรือมองไม่เห็น
แก้ไขข้อความเมื่อ
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
...แสงส่องใจ... จาก หนังสือธรรมะใกล้ตัว ฉบับที่ 207 ค่ะ โดยสมเด็จพระสังฆราช (สกลมหาสังฆปริณายก)
แสงส่องใจ จาก หนังสือธรรมะใกล้ตัว ฉบับที่ 207 ค่ะ โดยสมเด็จพระสังฆราช (สกลมหาสังฆปริณายก) การฟังธรรมนำไปสู่สัมมาทิฏฐิ การส่งจิตไปในกระแสธรรมนี้ ก็คือการส่งจิตไปสู่ธรรมที่กำลังแสดง กล่าวคือส่งจิต
you4lucky
...แสงส่องใจ... จาก หนังสือธรรมะใกล้ตัว ฉบับที่ 179 ค่ะ โดยสมเด็จพระสังฆราช (สกลมหาสังฆปริณายก) ค่ะ
แสงส่องใจ จาก หนังสือธรรมะใกล้ตัว ฉบับที่ 179 ค่ะ โดยสมเด็จพระสังฆราช (สกลมหาสังฆปริณายก) ความทุกข์ 2 อย่าง ทุกข์ นั้นมีความหมายเป็น 2 อย่าง คือ หมายถึง ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ อันเป็นตรงข
you4lucky
แสงส่องใจ จาก หนังสือธรรมะใกล้ตัว ฉบับที่ 190 - 191 ค่ะ โดยสมเด็จพระสังฆราช (สกลมหาสังฆปริณายก)
แสงส่องใจ จาก หนังสือธรรมะใกล้ตัว โดยสมเด็จพระสังฆราช (สกลมหาสังฆปริณายก) แสงส่องใจ จาก หนังสือธรรมะใกล้ตัว ฉบับที่ 190 ค่ะ อภิญญา 3 สัจฉิกรณะในวิชชา วิมุติ ธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน อันเป
you4lucky
...แสงส่องใจ... จาก หนังสือธรรมะใกล้ตัว ฉบับที่ 182 ค่ะ โดยสมเด็จพระสังฆราช (สกลมหาสังฆปริณายก) ค่ะ
แสงส่องใจ จาก หนังสือธรรมะใกล้ตัว ฉบับที่ 182 ค่ะ โดยสมเด็จพระสังฆราช (สกลมหาสังฆปริณายก) ค่ะ วิธีนั่งสมาธิ กระแสของธรรมนั้นคือกระแสของธรรม ในคำบรรยายอบรม ซึ่งชี้เข้ามาถึงกระแสธรรมภายในตน คือ ก
you4lucky
หลวงปู่มั่น พรรณนาคุณ.ของพระพุทธเจ้า..”
“..หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต พรรณนาคุณของพระพุทธเจ้า..” “..ข้าพเจ้าจะพรรณนาคุณของพระพุทธเจ้าให้ท่านเข้าใจโดยย่อ เพราะว่าคุณของพระพุทธเจ้านั้นมากไม่มีที่สิ้นสุด เหลือที่จะพรรณนา แต่ถ
สมาชิกหมายเลข 9294830
ทำไมบางคนถึงเชื่อว่าไม่ต้องมีสติกำหนดรู้หรือใช้ปัญญาพิจารณาในสภาวะจริงของกายใจหรือกายเวทนาจิตธรรมก็สามารถบรรลุธรรมได้
จขทก.สงสัยทำไมมีคนนึงหรือบางคนเชื่อว่าไม่ต้องมีสติในกายเวทนาจิตธรรมหรือไม่ต้องมีสติกำหนดรู้หรือพิจารณาในสภาวะจริงของกายและใจจะเรียกสติปัฏฐาน4หรืออะไรก็แล้วมันจริงเหรอแม้แต่สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสั
สมาชิกหมายเลข 9259420
💛🙏 “สมเด็จพระสังฆราช” ประทานพระคติธรรม เนื่องในวันมาฆบูชา ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
💛🙏 “สมเด็จพระสังฆราช” ประทานพระคติธรรม เนื่องในวันมาฆบูชา ๒๕๖๙ เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๙ สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เผยแพร่พระคติธรรม เนื่องในวันมาฆบูชา ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เจ้า
สมาชิกหมายเลข 4962221
...แสงส่องใจ... จาก หนังสือธรรมะใกล้ตัว ฉบับที่ 180 ค่ะ โดยสมเด็จพระสังฆราช (สกลมหาสังฆปริณายก) ค่ะ
แสงส่องใจ จาก หนังสือธรรมะใกล้ตัว ฉบับที่ 180 ค่ะ โดยสมเด็จพระสังฆราช (สกลมหาสังฆปริณายก) อบรมจิตให้ปฏิบัติในศีล สมาธิ ปัญญา จิตใจนี้ต้องอบรมจึงจะเป็นประโยชน์ และจะพบความสุขอย่างประณีตอันเหนือค
you4lucky
อะไรหนอเป็นเครื่องวัดความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรม.
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก หลักพระพุทธศาสนา พิมพ์ครั้งที่เจ็ด ๒๕๓๐ หลักพระพุทธศาสนา พิมพ์ครั้งแรก ๒๕๑๖ พิมพ์ครั้งที่เจ็ด ๒๕๓๐ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสัง
สมาชิกหมายเลข 917113
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ศาสนาพุทธ
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ :
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
แสงส่องใจ จาก หนังสือธรรมะใกล้ตัว ฉบับที่ 194 และ ฉบับที่ 196 โดยสมเด็จพระสังฆราช (สกลมหาสังฆปริณายก) ค่ะ
โดยสมเด็จพระสังฆราช (สกลมหาสังฆปริณายก)
ดวงตาแห่งปัญญา
พระพุทธเจ้าทรงเป็นพระผู้ตรัสรู้ คือเป็นผู้รู้ ผู้เห็นสัจจะ ทรงเป็นผู้บริสุทธิ์จากกิเลส เป็นผู้พ้นจากกองทุกข์ทั้งสิ้น และได้ทรงมีพระกรุณาแผ่ไปในสัตวโลกทุกกาลทุกสมัย ธรรม คือคำสั่งสอนของพระองค์ เมื่อตั้งใจฟังก็จะได้ประสบพบพระคุณของพระองค์ คือ พระปัญญา พระบริสุทธิ์และพระกรุณา ดังกล่าวแล้ว ธรรมที่ทรงสั่งสอนด้วยความรู้ ความเห็น ย่อมประมวลลงในสัจจะทั้ง 4 ดังที่เรียกว่า อริยสัจ 4 แต่ผู้ที่จะฟังและพิจารณาให้เข้าถึงสัจจะ ก็จำจะต้องเป็นผู้ปฏิบัติในธรรมปฏิบัติที่เป็นพื้นฐานขัดเกลาจิตใจจากกิเลสอย่างหยาบด้วยศีล และกิเลสอย่างกลางด้วยสมาธิ เมื่อมีศีลเป็นภาคพื้น และมีจิตเป็นสมาธิสงบสงัดจากกาม และอกุศลธรรมซึ่งเป็นเครื่องหุ้มห่อ การพิจารณาสัจธรรมตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าจึงจะปรากฏได้ง่าย และพระพุทธเจ้าจะปรากฏเหมือนอย่างเป็นผู้ชูดวงประทีปขึ้นในที่มืด สำหรับผู้ที่มีจักษุคือดวงตาจะได้มองเห็นทาง เมื่อพระองค์ทรงชูประทีปขึ้นในที่มืด ทุกๆคนก็จะต้องมีดวงตาและจะต้องลืมตาขึ้นมอง ดั่งนี้ จึงจะเหมือนอย่างดวงประทีปที่ทรงชูขึ้นในที่มืด เมื่อธรรมคือคำสั่งสอน ยังดำรงอยู่ยังเป็นไปอยู่ ดวงประทีปสำหรับส่องให้มองเห็นสัจจะในโลกนี้ก็ยังมีอยู่
ฉะนั้น ในบัดนี้ จึงตกอยู่แก่หน้าที่ของเราทั้งหลายทุกคน ที่จะต้องใช้ดวงตาลืมตาดูทางที่ทรงส่องแสดงนั้น ดั่งนี้ จึงจะบังเกิดประโยชน์และพระพุทธเจ้าก็จะปรากฏเป็นสรณะ คือที่พึ่งอย่างแจ้งชัด พระพุทธะทรงเป็นสรณะคือที่พึ่ง ก็ในฐานะที่ทรงชูดวงประทีปให้มองเห็นทาง ธรรมเป็นสรณะคือที่พึ่ง ก็โดยเป็นทางที่ประทีปส่องให้มองเห็น และพระสงฆ์เป็นสรณะคือที่พึ่ง ก็โดยที่ได้เป็นผู้เดินไปในทางที่ทรงส่อง ได้บรรลุถึงความเกษมสวัสดิ์แล้ว และผู้ปฏิบัติทุกคนก็เป็นผู้เดินตามพระสงฆ์ และเมื่อเดินไปประสบความสวัสดี ก็เป็นผู้เข้าหมู่พระสงฆ์นับเนื่องอยู่ในพระรัตนตรัย และเมื่อเป็นดั่งนี้ พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ก็ย่อมมาประมวลกันเต็มที่ แต่ดวงตาที่ทุกๆคนมีอยู่ซึ่งจะพึงลืมตาขึ้นดูทางนั้น ก็ย่อมมีกิเลสธุลี คือผงกิเลส ที่เข้าตาอยู่ น้อยบ้าง มากบ้าง อันทำให้มองไม่เห็นชัดหรือมองไม่เห็น