"อวิชชา" เป็นต้นกำเนิดของชีวิตและความทุกข์ทั้งปวง ตามหลักการของพระพุทธศาสนา

ในระยะหลังๆนี้ผมเขียนบทความเกี่ยวกับพุทธศาสนามากทีเดียว ทำให้มีผู้สงสัยว่าทำไมมุสลิมจึงมายุ่งเกี่ยวกับหลักการทางพุทธศาสนา ในฐานะที่เป็นผู้สนใจ ในการศึกษาพระพุทธศาสนาภาคทฤษฏีมานาน หลังจากได้ศึกษาหลักการของศาสนาอิสลามจนเกิดความศรัทธาในอำนาจของผู้สร้างและมีความศรัทธาในศาสนาอิสลามด้วยเหตุผล และได้เห็นว่าระบบอิสลามเป็นระบบที่รวมเอาภาคศีลธรรม การปกครองและการดำเนินชีวิตตามแนวทางที่พระเจ้าผู้สร้างซึ่งเป็นเอกเทวนิยม "อัลลอฮ์" ผู้มีพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่เหนือธรรมชาติ จึงยอมรับระบบอิสลามเป็นหลักศรัทธา ถ้าท่านเเห็นว่าการเขียนเรื่อง "อวิชชา" นี้ไม่ถูกต้องตามหลักการของพุทธศาสนา ก็จงอธิบายสิ่งที่ถูกต้องเพื่อความเข้าใจที่ดี  จะขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ศาสนาอิสลามไม่มีข้อห้ามในการศึกษาเพื่อความรู้ มุสลิมสามารถมองพระพุทธเจ้าในฐานะครูสอนศีลธรรมได้ แต่ทัศนคตินั้นแตกต่างกันไป นักวิชาการมุสลิมบางคนยอมรับพระพุทธเจ้าในฐานะศาสดาหรือครูสอนศีลธรรมที่มีคำสอนสอดคล้องกับค่านิยมของอิสลาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องความเมตตาและความประพฤติทางจริยธรรม ตัวอย่างเช่น อัล-บิรูนี นักวิชาการชาวเปอร์เซียในศตวรรษที่ 11 กล่าวถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นศาสดา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการยอมรับคำสอนทางศีลธรรมของพระองค์  (https://en.wikipedia.org/wiki/Al-Biruni) คำสอนทางด้านศีลธรรม มีความคล้ายคลึงกันระหว่างคำสอนของพุทธศาสนาและอิสลาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการเน้นความเมตตาและความกรุณา นักวิชาการมุสลิมหลายคนได้สังเกตเห็นความคล้ายคลึงกันเหล่านี้ โดยชี้ให้เห็นว่าคำสอนของพระพุทธเจ้าสามารถได้รับการเคารพภายในกรอบของอิสลาม

ในปัจจุบันนักวิชาการผู้อธิบายคัมภีร์อัลกุรอาน มักจะมองคำสอนของ พุทธศาสนาในลักษณะที่เน้นมิติทางจริยธรรม โดยชี้ให้เห็นว่าแม้คำสอนดั้งเดิมอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่หลักการทางศีลธรรมหลักๆยังคงมีความเกี่ยวข้องกันอยู่ ศาสนาอิสลามส่งเสริมการเคารพศาสนาอื่นและผู้นำของศาสนาเหล่านั้น ซึ่งรวมถึงบุคคลสำคัญอย่างพระพุทธเจ้าด้วย ความเคารพนี้สามารถนำไปสู่การยอมรับบทบาทของท่านในฐานะครูสอนศีลธรรม แม้ว่าจะมีความแตกต่างทางหลักคำสอนอยู่ก็ตาม

หลักคำสอนของพุทธศาสนา พุทธศาสนาเริ่มต้นคำสอนเฉพาะช่วงชีวิตมนุษย์ที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้ โดยไม่กล่าวถึงผู้สร้าง คือว่า สรรพสิ่งที่มีชีวิต (สัตว์) เกิดขึ้นมาอย่างไรไม่รู้แจ้ง (อวิชชา) แต่อาศัยปัจจัยเป็นสาเหตุ "เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้จึงไม่มี" ขบวนการนี้เรียกว่า "ปฏิจจสมุปบาท"  
โดยที่จะกล่าวถึง ขบวนการ "ปฏิจจสมุปบาท" จาก อดีต ปัจจุบัน และอนาคต, ขบวนการนี้เริ่มต้นด้วบ "อวิชชา"

คำสอนของพระพุทธเจ้าทรงเน้นย้ำว่า "อวิชชา" เป็นสาเหตุพื้นฐานของความทุกข์ พระองค์ทรงอธิบายว่า "อวิชชา"เป็นเหมือนความมืดที่บดบังความเข้าใจและนำไปสู่การกระทำที่ไม่ฉลาด พระพุทธเจ้าทรงสอนว่าการบรรลุธรรมนั้นเกี่ยวข้องกับการเอาชนะ "อวิชชา" ด้วยปัญญาและวิจารณญาณ ในคำสอนของพระองค์ พระพุทธเจ้าทรงเปรียบเทียบ "อวิชชา" เหมือนคุก โดยทรงชี้ให้เห็นว่ามันกักขังบุคคลไว้ในวัฏสงสารแห่งความทุกข์ พระองค์ทรงเชื่อว่าการตระหนักรู้และแก้ไข "อวิชชา" เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการบรรลุการหลุดพ้นและการตรัสรู้

พระพุทธเจ้าทรงสนับสนุนการฝึกฝนปัญญาเป็นวิธีการขจัด"อวิชชา" การฝึกฝนนี้เกี่ยวข้องกับการเข้าใจอริยสัจ 4 และการปฏิบัติมรรค 8 ซึ่งนำพาบุคคลไปสู่ความตระหนักรู้และความเมตตาที่มากขึ้น ในความทรงจำในอดีตชาติ พระพุทธเจ้าทรงเล่าถึงช่วงเวลาแห่ง "อวิชชา" ก่อนการตรัสรู้ของพระองค์ แสดงให้เห็นว่าแม้แต่พระองค์เองก็ต้องเผชิญหน้าและเอาชนะอุปสรรคแห่งปัญญานี้  พระพุทธเจ้าทรงอธิบายว่า "อวิชชา" เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการบรรลุธรรม ในคำสอนของพระองค์ "อวิชชา" ไม่ได้เป็นเพียงการขาดความรู้ แต่เป็นการเข้าใจผิดอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับความเป็นจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับอริยสัจ 4 และมรรค 8 บุคคลผู้เปี่ยมด้วย "อวิชชา"  มักไม่ตระหนักถึงความทุกข์ของตนเองและสาเหตุของความทุกข์นั้น นำไปสู่วัฏสงสารของการกระทำที่ไม่ดีและความทุกข์ที่ดำเนินต่อไป

ลักษณะของ "อวิชชา" ผู้เปี่ยมด้วย "อวิชชา" ไม่รู้จักความจริงของความทุกข์ ต้นกำเนิดของความทุกข์ หรือหนทางสู่การดับทุกข์ พวกเขามักหลงผิดด้วยทัศนะที่ผิดและความเข้าใจผิดเกี่ยวกับตนเองและโลก "อวิชชา"​นำไปสู่การปฏิเสธปัญญาและความเข้าใจ ขัดขวางการเติบโตส่วนบุคคลและการบรรลุธรรม พระพุทธ เจ้าทรงเรียกบุคคลที่ไม่รู้ว่า "สรรพสัตว์ผู้ไม่รู้" แทนที่จะเรียกว่า "คนชั่ว" โดยเน้นความเมตตาและความเข้าใจต่อสภาพของพวกเขา

" ในกาลก่อนก็ตาม ในบัดนี้ก็ตาม เราตถาคต บัญญัติขึ้นสอนแต่เรื่องทุกข์ และการดับทุกข์เท่านั้น "

อลคัททูปมสูตร (๒๘๖)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่