บทวิเคราะห์โดยสังเขป :
สูงกว่าคาด
BEM รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/59 ที่ 720 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% YoY และกำไรหลักไตรมาส 1/59 อยู่ที่ 702 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% YoY ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าประมาณการของเราและตลาดจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารและภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ต่ำกว่าคาด
ประเด็นหลักผลประกอบการ
กำไรหลักที่เพิ่มขึ้นนั้นมีปัจจัยหนุนจาก 1) ปริมาณการจราจรบนทางด่วนที่เพิ่มขึ้น (ปริมาณจราจรเฉลี่ยต่อวันรวมระหว่าง BECL+NECL เพิ่มขึ้น 2% ทั้ง YoY และ QoQ มาอยู่ที่ 1.2 ล้านเที่ยวต่อวัน), 2) รายได้เฉลี่ยต่อวันจากทางด่วน(เพิ่มขึ้น 3% YoY และ 2% QoQ มาอยู่ที่ 25 ล้านบาท), 3) จำนวนเที่ยวใช้บริการรถไฟฟ้า MRT ที่เพิ่มสูงขึ้น (จำนวนเที่ยวเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 4% YoY และ 3% QoQ มาอยู่ที่ 272,131 เที่ยว), 4) รายได้เฉลี่ยต่อวันจาก MRT (เพิ่มขึ้น 4% ทั้ง YoY และ QoQ มาอยู่ที่ 6.8 ล้านบาท), 5) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง โดยสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารหดตัวลงมาอยู่ที่ 7.7% จาก 8.7% ในไตรมาส 1/58 และ 6) ดอกเบี้ยจ่ายที่ปรับลดลงจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง (ลง 22% YoY มาอยู่ที่ 279 ล้านบาท)
แนวโน้ม
เราคาดกำไรไตรมาส 2/59 จะ เติบโต YoY จากปริมาณการจราจร และรายได้เฉลี่ยต่อวันที่สูงขึ้นของทั้งทางด่วนและ MRT อย่างไรก็ตามเราคาดว่ากำไรไตรมาส 2/59 จะหดตัว QoQ เนื่องจากไตรมาส 2 เป็นช่วงโลว์ซีซั่นของการใช้ทางด่วนและระบบขนส่งมวลชน
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
กำไรสุทธิใน 3 เดือนแรกของปีคิดเป็น 31% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีของเราที่ 2,272 ล้านบาท เรายังคงประมาณการไว้ตามเดิม
คำแนะนำ
ในความเห็นของเรา กำไร BEM มีแนวโน้มเติบโตดีจากการเปิดใช้ทางด่วนและระบบขนส่งมวลชนสายใหม่ หรือคิดเป็นกำไรหลักปี 2559 ที่เติบโต 20% และ อัตรากำไรเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีที่ 30% ในช่วงปี 2558-2561 แข็งแกร่งที่สุดเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการขนส่งทางบกรายอื่นในไทยและสูงกว่าอัตรากำไรหลักเติบโตของ SET ในปี 2559 ที่ 11% และ อัตรากำไรหลักเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีของ SET ที่ 9% ในช่วงปี 2558-2561 โดยปัจจัยดังกล่าวจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นต่อไป ซึ่งการเจรจากับรฟม.เรื่องส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินที่คาดว่าจะเสร็จสิ้นในครึ่งแรกของปีจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นในระยะสั้น นอกจากนี้เรามองว่าอาจมีอัพไซด์ต่อกำไรของบริษัทระยะยาวจากการดำเนินงานส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินและการพัฒนาธุรกิจในเชิงพาณิชย์บนเส้นทางระบบขนส่งมวลชนใหม่
คำแนะนำ :
คำแนะนำพื้นฐาน: ซื้อ
เป้าหมายพื้นฐาน: อยู่ภายใต้การพิจารณา
BLS.BEM: กำไรไตรมาส 1/59 สูงกว่าคาด แนวโน้มกำไรไตรมาส 2 เติบโต YoY
สูงกว่าคาด
BEM รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/59 ที่ 720 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% YoY และกำไรหลักไตรมาส 1/59 อยู่ที่ 702 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% YoY ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าประมาณการของเราและตลาดจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารและภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ต่ำกว่าคาด
ประเด็นหลักผลประกอบการ
กำไรหลักที่เพิ่มขึ้นนั้นมีปัจจัยหนุนจาก 1) ปริมาณการจราจรบนทางด่วนที่เพิ่มขึ้น (ปริมาณจราจรเฉลี่ยต่อวันรวมระหว่าง BECL+NECL เพิ่มขึ้น 2% ทั้ง YoY และ QoQ มาอยู่ที่ 1.2 ล้านเที่ยวต่อวัน), 2) รายได้เฉลี่ยต่อวันจากทางด่วน(เพิ่มขึ้น 3% YoY และ 2% QoQ มาอยู่ที่ 25 ล้านบาท), 3) จำนวนเที่ยวใช้บริการรถไฟฟ้า MRT ที่เพิ่มสูงขึ้น (จำนวนเที่ยวเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 4% YoY และ 3% QoQ มาอยู่ที่ 272,131 เที่ยว), 4) รายได้เฉลี่ยต่อวันจาก MRT (เพิ่มขึ้น 4% ทั้ง YoY และ QoQ มาอยู่ที่ 6.8 ล้านบาท), 5) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง โดยสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารหดตัวลงมาอยู่ที่ 7.7% จาก 8.7% ในไตรมาส 1/58 และ 6) ดอกเบี้ยจ่ายที่ปรับลดลงจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง (ลง 22% YoY มาอยู่ที่ 279 ล้านบาท)
แนวโน้ม
เราคาดกำไรไตรมาส 2/59 จะ เติบโต YoY จากปริมาณการจราจร และรายได้เฉลี่ยต่อวันที่สูงขึ้นของทั้งทางด่วนและ MRT อย่างไรก็ตามเราคาดว่ากำไรไตรมาส 2/59 จะหดตัว QoQ เนื่องจากไตรมาส 2 เป็นช่วงโลว์ซีซั่นของการใช้ทางด่วนและระบบขนส่งมวลชน
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
กำไรสุทธิใน 3 เดือนแรกของปีคิดเป็น 31% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีของเราที่ 2,272 ล้านบาท เรายังคงประมาณการไว้ตามเดิม
คำแนะนำ
ในความเห็นของเรา กำไร BEM มีแนวโน้มเติบโตดีจากการเปิดใช้ทางด่วนและระบบขนส่งมวลชนสายใหม่ หรือคิดเป็นกำไรหลักปี 2559 ที่เติบโต 20% และ อัตรากำไรเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีที่ 30% ในช่วงปี 2558-2561 แข็งแกร่งที่สุดเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการขนส่งทางบกรายอื่นในไทยและสูงกว่าอัตรากำไรหลักเติบโตของ SET ในปี 2559 ที่ 11% และ อัตรากำไรหลักเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีของ SET ที่ 9% ในช่วงปี 2558-2561 โดยปัจจัยดังกล่าวจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นต่อไป ซึ่งการเจรจากับรฟม.เรื่องส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินที่คาดว่าจะเสร็จสิ้นในครึ่งแรกของปีจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นในระยะสั้น นอกจากนี้เรามองว่าอาจมีอัพไซด์ต่อกำไรของบริษัทระยะยาวจากการดำเนินงานส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินและการพัฒนาธุรกิจในเชิงพาณิชย์บนเส้นทางระบบขนส่งมวลชนใหม่
คำแนะนำ :
คำแนะนำพื้นฐาน: ซื้อ
เป้าหมายพื้นฐาน: อยู่ภายใต้การพิจารณา