[CR] รีวิว จาก นน . 78 เหลือ 61 kg หายไป 17 กิโลกรัม รีดหุ่นในระยะเวลา 4เดือน เพื่องานรับปริญญา



สวัสดีค่ะ กระทู้นี้ขอเป็นกำลังใจ ให้กับใครหลายๆคนที่กำลังคิดอยากที่จะลดความอ้วนนะค่ะ

เราอยู่อังกฤษมาปีนี้เข้าปีที่ 10ปีแล้วค่ะ ตั้งแต่อายุเพิ่งจะ21 ตอนนี้ย่าง 31 แล้วค่ะ  ชีวิตก็ไม่เคยอ้วน น้ำหนักก็ขึ้นๆลงๆตามแบบที่คนทานปกติทั่วไป
จนมาเจอกันแฟนคนปัจจุบัน ที่ทำให้เรา กลายสภาพที่สามารถเรียกได้เลยว่าอีอ้วนดำ




เราเริ่มออกเดทกันครั้งแรกเมื่อ 3ปีที่ แล้ว หลังวันปีใหม่ ที่เจอกันโดยบังเอิญและไม่ได้ตั้งใจ ตอนนั้น นน ของเราอยู่ที่ 59โล ซึ่งเราเป็นคนสูง 173เซนติเมตรค่ะ
ความรักเป็นไปด้วยดีค่ะ ซึ่งภายในหนึ่งปีแรกที่คบกัน เราทั้งคู่จะไปมา หากันทุกอาทิตย์ (เราอยู่คนละเมืองกันค่ะ)
ซึ่งพอถึงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ก็จะเป็นอะไรที่คอยลุ้นและตื่นเต้นอยู่ตลอด เพราะ เราจะชอบนัดเจอกันตามเมืองต่างๆของอังกฤษ

สำหรับการออกเดท ในแต่ละครั้ง มันก็ต้องมีค่าใช้จ่าย ค่ารถไฟ ค่าน้ำมัน ซึ่งมันก็แพง แล้วถ้าบวกค่ากินด้วยแล้ว การที่จะเดทกันแต่ละครั้งมันก็หมดหลาย
ซึ่งตอนนั้นเราสองคนเป็นเป็นนักเรียน ฟูลไทม์ แฟนเรียน สาขาฟิสิกส์ ส่วนเรา ณ เวลานั้น เรียนมหาวิทยาลัย สาขา Fine art
ธรรมดาสำหรับชีวิตของการเป็นนักเรียนนั้น งบที่มีก็น้อยอยู่แล้ว ซึ่งทำให้การหาอะไรทานในแต่ละครั้งที่เจอกัน เราก็จะชอบไปฝากท้องกันไว้ที่  พี่แมค
พี่แมคในทีนี้หมายความว่า พี่แมคโดนัล หรือไม่ก็ KFC  อาหารขยะนั่นเอง


แต่ทั้งนี้ การกินอาหารขยะอาทิตย์ละวัน สองวัน มันก็ไม่ได้ทำให้เราอ้วนโดยทีเดียว ประเด็นมันอยู่ที่ว่า หลังจากเราคบกันได้ เกือบปี เลยตัดสินใจย้าย
มาอยู่ด้วยกัน

ณ เวลานั้น ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่สำหรับเรา เพราะเนื่องจากว่า เราเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวคนข้างสูง ถ้านึกจะไปไหนก็ไป จะทำอะไรก็ทำ แต่ในเมื่อจะต้องย้ายมาอยู่ด้วยกันเป็นชีวิตคู่ ทำให้เราต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ในการใช้ชีวิตหลายอย่าง
สมัยก่อน เราเป็นคนห่วงสวย เป็นคนแต่งตัว เป็นคนที่คอยเอาใจใส่เรื่องหุ่นของตัวเองมาโดยตลอด จนชีวิตมาเปลี่ยนเพราะแฟนคนนี่ เรามีความสุข
เข้ากันได้ดี ไม่เคยทะเลาะกัน ถ้ามีปัญหาเราก็จะใช้เหตุผลพูดคุยกัน สิ่งที่เราชอบเหมือนกันก็คืออาหาร แฟนเราเขาเป็นคนชอบทานของหวาน ซึ่งสำหรับเขากินเท่าไหร่ก็คือไม่อ้วน เพราะร่างกายเขาเผาผลาญพลังงานได้ดีกว่าเรา แต่สำหรับเรานั้นมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด

ความที่เราคิดไปเองว่า เอาหวะไม่เป็นไร กินเท่าไหร่ก็กินได้ มันไม่อ้วนหรอก แล้วอีกอย่างแฟนก็มีแล้วจะไปสวยให้ใครดู
(จำไว้ว่าถ้าความคิดนี้มาถึงในหัวสมองของคุณเมื่อไหร่ หายนะแห่งความอ้วนจะมาเยือนเมื่อนั้น)


การใช้ชีวิตคู่นั้น ส่วนใหญ่แฟนกินอย่างไหน เราก็กินอย่างนั้น อาหารพวกเราก็ทานตามปกติ แต่จะไปเน้นตบท้ายด้วยของหวานก่อนนอนทุกคืน ตอนเช้าเวลาไปมหาวิทยาลัยก็จะเเวะซื้อกาแฟเย็นของ Starbuck แก้วใหญ่ โดยที่เราไม่เคยสนใจในเรื่องของแคลอรี่
ทำอย่างนี้อยู่เป็นประจำ ซึ่งตัวเราเองก็ไม่รู้ตัวว่า ตัวเองเริ่มอ้วน กลับไปหาพ่อแม่ที่ไทย ท่านก็ว่าทำไมปล่อยให้อ้วนซะ
ไอ้เราก็ไม่ฟัง คิดว่ามันคือความสุขฉัน อ้วนตรงไหน ถึงจะอ้วนก็สวยได้ มันคือเรื่องธรรมชาติ





จนจุดเปลี่ยนมันมาถึงตอนที่เรารู้สึกหายใจไม่ออก เป็นหอบ เหนื่อยง่าย บางคืนก็แถบที่จะนอนไม่ได้ เพราะหายใจไม่สะดวก พอไปหาหมอ ชั่งน้ำหนัก
ตกใจว่า น้ำหนักตัวเรานั้นปาเข้าไปเกือบ แปดสิบโล มันเลยเป็นจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจที่จะลดน้ำหนักแบบเอาจริงเอาจัง ประกอบกับงาน exhibition และงานรับปริญญาของมหาวิทยาลัย จึงเป็นแรงบรรดาลใจที่สำคัญที่ทำให้เราลงมือ ลดน้ำหนัก



โชคดีด้วยว่า มีเพื่อนแนะนำวิธีที่ๆใช้ได้ผลแล้วเห็นผลจริงๆ

1.อย่างแรกเลยก็คือต้องตั้งใจ ใจต้องมาก่อน

ตั้งเป้าหมาย จุดประสงค์ไว้ว่าจะทำเพื่ออะไร ทำเพื่อใคร

2. ซื้อตาชั่งอย่างดี แบบดิจิตอล ดูให้มียี่ห้อ ไว้ใจได้
ชั่งทุกเช้า และจดทุกวัน เพื่อเป็นเครื่องช่วยในการควบคุมอาหาร

3. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน
พยายามตัดแป้ง ในช่วงแรกๆ เน้นผัก และปลา กุ้ง หรือไก่ แต่ห้ามปรุงรส อีกทั้ง ของหวานทุกชนิดห้ามเด็ดขาด
ถ้าอยากทาน ให้ทานได้เฉพาะหนึ่งวันต่ออาทิตย์เท่านั้นค่ะ ห้ามทานอาหารหลังห้าโมงเย็น

4.ลดปริมาณแคลอรี่
จากที่เราเคยดินไม่นับแคลอรี่ ที่นี่ไม่ว่าจะกินอะไรก็ต้องนับแคลอรี่ กำหนดไว้เลยว่าช่วงแรกที่เริ่มให้ตัดลงมาต่ำกว่า สองพันแคลอรี่ แล้วก็ตัดลงมาเรื่อยๆ จนถึงประมาณ พันนิดๆแคลอรี่ ต่อวัน

5.ดื่มน้ำเปล่า น้ำชา กาแฟ ที่ไม่ใส่นม หรือน้ำตาลแทนของหวาน
ชาและกาแฟ มันจะไปช่วยระบบเผาผลาญได้ดี

6.ออกกำลังกายบ้าง ตามแต่สะดวก
ของเราเน้นเดินออกำลังกายกับแฟน เราจะกำหนดเวลาไว้เลยว่า สองทุ่มครึ่งเป็นเวลาออกไปเดินวิ่งกัน



ทุกวันนี้น้ำหนัก ลงมาในเกณฑ์ที่มีความสุขแล้วค่ะ อยู่ราวๆ 61 บางวันก็ 62 แล้วแต่วันไหนทานมากทานน้อย
แต่ราวๆนี้ก็โอเคแล้วสำหรับเรา ทำอะไรคล่องตัวขึ้น แล้วที่สำคัญไม่เหนื่อยง่ายเหมือนตอนอ้วน

ปล เราเริ่มลดน้ำหนักเมื่อตอนปีใหม่ นี้ค่ะ สี่เดือน กับการลดน้ำหนัก และที่สำคัญคือเราเลิกกินเมนูอาหารตามแฟน ต่างคนต่างกินค่ะ


ที่นี่เหลืออีกแค่เดือนเดียวเองกับงาน exhibition ของมหาวิทยาลัย แล้วเดี๋ยวจะมารีวิวกันอีกว่า น้ำหนักจะลดไปอีกเท่าไหร่

สำหรับงาน exhibition ของมหาวิทยาลัยจะจัด วันที่ 4 June 2016 / วันเสาร์ที่ 4มิถุนายน นี่ค่ะ ถ้าเพื่อนๆมีส่วนร่วมรับชม live ได้ทางเฟสค่ะ
https://www.facebook.com/krittikarn.champagne

https://www.facebook.com/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%84-Living-in-the-dream-1696098883953071/


คลิปด้านล่างเป็นคลิปตัวอย่าง ที่เพิ่งทดลองจัดไปเมื่อสองเดือนที่แล้ว งานจริงจะใหญ่กว่านี้ค่ะ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
ชื่อสินค้า:   รีวิวลดความอ้วน
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่