ขอฝากเรื่องไว้เป็นอุทาหรณ์ ในการซื้อคอนโดสมัยนี้ ต่อให้เป็นบริษัทที่ไม่เจอชื่อเสียหาย เจ้าของภาพลักษณ์ดี มีคุณธรรม ไม่ใช่ว่าเค้าจะตรงไปตรงมา ทั้งเรื่องสัญญาที่เราจะต้องดูให้ถูกต้อง และ เก็บข้อมูลห้องตัวอย่าง รูปและเอกสารต่างๆ รวมถึงเอกสารโฆษณาทั้งหมดของบ้านหรือห้องชุดไว้ให้ครบถ้วน เพื่ออ้างอิงตอนตรวจรับนะ
ถ้ายาวไปจะอ่านถึงแค่นี้ ขอบอกว่า ระวังการหมกเม็ดจากโครงการภาพลักษณ์ดีสวยหรูชื่อ นี้ ไว้ ที่พร้อมจะเอาเปรียบผู้บริโภคไก่กาอยู่ตลอดเวลา
ขอเกริ่นก่อน ถึงช่วงการตัดสินใจซื้อ
เราได้ทำสัญญาซื้อ คอนโดแบบ หนึ่งห้องนอน รวมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องมีการติดตั้ง แอร์เครื่องทำน้ำอุ่น สำหรับคอนโด ระดับลักชัวรี่ริมหาดส่วนตัวใน ชะอำ
พอดีพ่อแม่เรากำลังมองหาคอนโดพักตากอากาศริมทะเล ก็เลยไปลองหาดูแถวชะอำหัวหิน ตอนแรกพ่อกับแม่ได้ไปวางเงินทำสัญญาซื้อขายห้องชุดคอนโดกับอีกบริษัทนึงไว้แล้ว แต่พอเราไปเห็นเราก็เตือนไปว่าเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงเสียหาย บอกให้พ่อแม่ยอมทิ้งเงินทำสัญญามาซื้อกับ บริษัทร่วมทุนของ สองกลุ่ม ที่เป็นบริษัทที่มีธรรมาภิบาล เจ้าของบริษัท ทั้งสองตระกูล มี คุณธรรม เชื่อถือได้ ออกข่าวทำบุญตลอด ไม่น่าจะโกงเล็กโกงน้อยให้เสียความรู้สึก ถึงจะแพงกว่าแต่ได้ความสบายใจ
เราก็ไปดูห้องพักตัวอย่าง (ซึ่งตอนนี้ ห้องตัวอย่างซึ่งทำใหม่ในปัจจุบัน มีการลดสเปคไป) ก็รู้สึกชอบสไตล์เฟอร์นิเจอร์ไม้จริงโมเดิร์น และอุปกรณ์ต่างๆที่ให้มา ก็ใช้ของดีมีคุณภาพคงทนมียี่ห้อ เช่นก๊อกน้ำ Grohe เครื่องทำน้ำอุ่น Stiebel แอร์ Daikin อุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ก็เพียงพอสำหรับบ้านพักตากอากาศเล็กๆ มีตู้บิวท์บานเลื่อนใหญ่พอจะเก็บของพวกเครื่องนอนหลายชิ้นได้ จึงตัดสินใจซื้อ ไม่ได้ต่อรองอะไรเพิ่มเติมไปจากราคาตอนนั้นเลย วางเงินจองและทำสัญญาและผ่อนดาวน์ไปเรื่อยๆ
ประมาณ ปลายปี 2558 ถึง ต้นปี 2559 ก็เริ่มแวะเวียนเข้าไปดู ว่าส่วนกลางเสร็จรึยัง ตึกเสร็จรึยัง ทางโครงการแจ้งเริ่มมีการโอนบ้างแล้ว และแจ้งเพียงแค่ว่าห้องของเราอยู่ชั้นสูงยังไม่พร้อมโอนแต่น่าจะเสร็จทันให้โอนสำหรับมาตรการรัฐ ลดค่าธรรมเนียมการโอน ไม่มีการสื่อสารใดใดจากโครงการถึงการเปลี่ยนแปลงใดให้ทราบ
ทีนี้มาถึงตอนตรวจห้อง ครั้งแรกเมื่อ ต้นเดือนเมษายน ทางเราไม่ได้รู้เรื่องโครงสร้างอะไรนัก แต่เห็นชัดและพบว่าห้องได้มีการผิดสเปคไป ทั้งก๊อกน้ำ เครื่องทำน้ำอุ่น สวิทช์ไฟ
ส่วนที่เห็นชัดและรับไม่ได้เลยคือตู้เสื้อผ้า เราจึงขอให้เค้าจัดการเรื่องตู้ให้เรียบร้อย กับก๊อกน้ำได้ไหม ส่วนอื่นเราจะไม่ติดใจเอาความ จากที่ควรจะเป็นบานเลื่อนลักษณะตู้บิวท์อิน ยาวจรดพื้น กลับกลายเป็นตู้ลอยตัว แคบและเล็กกว่า (โพสต์รูปไม่ได้ค่ะ)
โอเค ก็คิดบวกโลกสวยไป ทางโครงการอาจจะมีเหตุผล ที่ต้อง เปลี่ยนแบบ สิ่งเหล่านี้เป็นแค่การผิดสัญญาที่ไม่ใช่สาระสำคัญ เลยคุยต่อรองกับทางโครงการ ถึงจะไม่ได้แจ้งอะไรก่อน ให้เรามาตรวจเจอเอง ก็เอาน่าเค้าอาจจะวุ่นวายรีบทำโครงการให้เสร็จทันการโอนมาตรการรัฐ ไม่มีเวลาจะมาแจ้งลูกค้า ถ้าเราร้องเรียนไปทางโครงการน่าจะมีความจริงใจที่จะแก้ไข หรือชดเชยให้เราได้ตามสเปคหรือเท่าเทียม ก็เลยส่งเรื่องร้องเรียนไป และส่งอีเมลไปอธิบายเพิ่มเติมอีก
ครั้งแรกว่า ขอให้ทางโครงการเปลี่ยนตู้เสื้อผ้าเป็นแบบเดิม เพราะมันไม่ตรงกับการใช้งานจริงๆ ขนาดตู้เล็กและไม่ใช่บานเลื่อน เวลาเปิดกินพื้นที่มาก ส่วนของด้านใน ไม่มีลิ้นชัก มันไม่ตรงกับฟังก์ชั่นเดิมที่มีหรือเทียบเคียงได้ ซึ่งเป็นห้องพักขนาดไม่ใหญ่ไม่มีที่เก็บของเลย ยกเว้นตู้เสื้อผ้า ซึ่งถ้าขนาดเล็กลงมาก มันจะกระทบกับการใช้งานในการเข้าพักของเรา
ทางผู้จัดการโครงการให้ส่งเป็นอีเมลอธิบายมาอีกทีและอ้างว่า ต้องเสนอเรื่องไปถึงผู้ใหญ่ยังไม่แน่ใจว่าจะได้อะไรชดเชยไหม จุดนี้ก็รู้สึกเฟลเล็กน้อย อ้าวผิดสัญญา ลดสเปค ไม่แจ้ง ให้ไปตรวจเจอเอง แล้วจะให้เนียนต่อด้วย
มีเซลอีกท่านนึงที่ไม่ได้ดูแลห้องเรา บอกมาอีกว่าทางลูกค้าก็พิจารณาเองว่าจะยอมจ่ายค่าโอนที่เพิ่มขึ้นรึเปล่า กับแค่ตู้เล็กน้อย คล้ายกับว่าเราเรื่องมากก็ต้องรับสภาพไป เฟลอีกที อ้าวมาบีบบังคับให้เราโอนและจำยอมรับสภาพ ทั้งที่โครงการผิดสเปคเนี่ยนะ ได้คุยกับทางฝ่ายก่อสร้างแจ้งลูกค้าว่า ทางโครงการเปลี่ยนแบบตู้ของทั้งตึก ใครๆก็ได้แบบตู้แบบนี้ นี่คงได้กำไรเพิ่มจากจุดนี้สินะ เสี่ยงดวงให้คนอื่นไม่ทันสังเกตก็พลาดไป โอนไปแบบไม่ได้อะไรสินะ ใครเจอก็ค่อยทำเรื่องทีละห้องไป
พอส่งเรื่องไป ทางโครงการ เสนอมาทีแรก ที่ กิฟท์เวาเชอร์ โฮมโปร หนึ่งหมื่นบาท
ทางเราเลยบอกเค้าไปตรงๆว่าเราต้องการตู้ที่ใช้งานได้ตามฟังก์ชั่น ตามแบบสัญญาเท่านั้น ไม่ได้อยากได้เงินไปซื้ออย่างอื่น รบกวนพิจารณาใหม่อีกครั้ง ในการเปลี่ยนตู้มาตามแบบเถิด
ครั้งที่สอง มีการแจ้งกลับมาว่า ทางโครงการต้องขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนตู้ และให้เป็นกิฟท์เวาเชอร์ โฮมโปร สองหมื่นบาทแทน เป็นมูลค่าหนึ่งหมื่นบาทสำหรับตู้ และมูลค่าหนึ่งหมื่นบาทสำหรับก๊อกน้ำ ทางลูกค้าจะได้ไปซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มเติม
ทางเราก็ยืนยันตามเดิมคือไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าตู้ และทางเราเริ่มรู้สึกไม่พอใจกับทางโครงการที่ดูจะไม่มีความจริงใจที่จะเสนอหนทางแก้ไข ตั้งแต่ต้น เราไปหาตัวก๊อกที่อ่างล้างจานและลองไปเช็คราคาตัวก๊อกที่ให้มา ปรากฏไม่มีราคาเพราะเป็นตัวแถมมากับอ่าง
ครั้งที่สาม ก่อนสงกรานต์ ทางผู้จัดการโครงการ ได้อ้างว่าจะพยายามช่วยเสนอเรื่องไปให้ทางผู้ใหญ่ คิดว่าจะพยายามเปลี่ยนตู้มาให้ได้ และให้กิฟท์เวาเชอร์ หนึ่งหมื่นบาทสำหรับก๊อกน้ำมาทดแทน
ทางเราก็สบายใจ คิดว่าเรื่องคงจบ เพราะถ้าได้ตู้ในแบบตามสัญญามาก็จบตรงนั้น
ปรากฏพอหลังสงกรานต์ ตามเรื่องไปพบว่า ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนตู้ตัวเดิมมาให้ได้ จะขอชดเชยค่าก๊อกน้ำและตู้เป็น กิฟท์เวาเชอร์ โฮมโปร สามหมื่นบาทแทน และมีการอ้างว่า ได้ชดเชยขนาดนี้เยอะกว่าคนอื่นแล้ว ทางเจ้าอื่นที่เค้าก็ได้ตู้ผิดสเปคเหมือนกัน ยอมความไปกันตั้งแต่สองหมื่นแล้ว สามหมื่นนี่คือมากกว่าคนอื่น คงจะให้มากกว่านี้ไม่ได้แล้วเพราะมูลค่าตู้ที่แท้จริงที่ทางโครงการซื้อมา อยู่ที่สองหมื่นบาทต่อตู้ เท่านั้น
ถึงตอนนี้คือไม่เหลือความรู้สึกที่ดีแล้ว หมายความว่าทางโครงการตั้งใจที่จะเปลี่ยนลดสเปคของทั้งโครงการ แค่นั้นไม่พอ ต้องให้ลูกค้ามาตรวจเจอเอง เหมือนกับว่าลักไก่ไป และสุดท้ายใครมีแรงจะไฟต์ก็ว่ามาค่อยๆให้ค่าปิดปากไปทีละนิดละหน่อย แสดงถึงความไม่จริงใจในการทำโครงการเพื่อลูกค้า และพยายามจะแสวงหากำไรแบบไม่รับผิดชอบต่อคุณภาพเลย อย่างนี้เลยพาลคิดไปว่า นี่แค่ที่เจอ แล้วที่ไม่เจอล่ะ คงจะลดสเปคไปตั้งเท่าไหร่ ไอ้ทางเราก็ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญเชค โครงสร้าง แบบ สายไฟ สเปคอื่นๆเสียด้วย คงจะหมกเม็ดลักไก่แบบนี้เหรอ เป็นโครงการที่มีภาพลักษณ์ดี รวมถึงเจ้าของบริษัทมีธรรมภิบาล อาจจะเป็นแค่สร้างภาพลักษณ์อีกรึเปล่า
ทางเราเลยตอบไปว่า ถ้ายังไงทางโครงการจะต้องหาตู้ตามแบบสัญญามาให้เรา ถ้าได้ไม่ทันก็ไม่เป็นไรเรายอมโอนก่อน เพื่อไม่ให้ทางโครงการต้องเสียประโยชน์มารับผิดชอบค่าโอนที่เพิ่มขึ้นของเรา แต่ทางโครงการต้องเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะหามาให้ในกำหนดเมื่อไหร่ สุดท้ายก็ไม่ได้
ครั้งที่สี่ทางโครงการติดต่อกลับมา เปลี่ยนเป็นจะให้ ค่าตู้เพิ่มมาเป็นสามหมื่นห้าพันบาท แต่เป็นส่วนลด มีค่ากิฟท์เวาเชอร์ก๊อกน้ำอีกหนึ่งหมื่นบาทต่างหาก โดยอ้างว่า ตู้เสื้อผ้าที่แท้จริงนั้นราคาอยู่ที่สามหมื่นห้าพันบาท เลยเสนอมาให้เท่ากับราคาจริงชดเชยให้แล้ว
ทางเราจึงยืนยันว่า ในเมื่อทางโครงการเป็นฝ่ายผิดสัญญามาตั้งแต่ต้น ทางเราก็ให้โอกาสโครงการให้การแก้ไข และเราไม่ได้ต้องการเงินชดเชย เราซื้อคอนโดนี้เพื่อพักผ่อน ไม่มีเวลามาตกแต่งหรือหาเฟอร์นิเจอร์ เราถึงพอใจกับที่โครงการตกแต่งพร้อมอยู่
ตู้เสื้อผ้าที่ไม่ได้คืนมา ตามสเปค ทำให้เราต้องเสียเวลาไปเจรจา และเครียด ทั้งที่มันควรจะได้รับตามสิทธิในสัญญา รู้สึกผิดหวังมากๆกับโครงการระดับนี้ และไม่อยากจะเชื่อว่า ตระกูล ที่มีภาพลักษณ์ว่าธรรมะ ฟังธรรม จะบริหารโครงการออกมาแบบนี้
ทางเราเลยขอเสนอไป ถ้าไม่หาตู้ที่เป็นไปตามแบบมาให้เรา ทางเราจะขอหาแบบตู้มาเอง แต่ทางโครงการต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ราคาตู้ที่เราดูมาของอิเกียจะอยู่ที่ราคาสามหมื่นเก้าพันบาท ค่าจัดส่ง สี่พันแปดร้อยบาท และค่าประกอบอีก 7%
ครั้งที่ห้า ทางโครงการตอบกลับมาอีกทีว่า ขอจบที่ มูลค่าตู้ เป็นส่วนลด สี่หมื่นบาท และส่วนลดก๊อกน้ำ อีก หนึ่งหมื่นบาท
ไม่สามารถออกค่าจัดส่งให้ และค่าประกอบ ให้ขนเองประกอบเอง สรุปได้เพิ่มจากต่อรองครั้งที่แล้วอีกห้าพันบาท ปลื้มใจจนน้ำตาไหลร้องไห้ตอนคุยเลย ซาบซึ้งจริงๆค่ะ
หมายความว่าเค้าก็ไม่สามารถให้ ตู้มาใช้งานได้ตามจริง ทางเราสงสัยว่า การจ่ายค่าขนส่งและค่าประกอบ คงจะทำให้โครงการถึงขั้นล่มจมสินะ ตอดเล็กตอดน้อย ก็เข้าใจ มูลค่าเล็กน้อยหลายร้อยห้องก็คือกำไรมหาศาลที่จะเสียไป
คือให้ทางเรายอมรับ ก็คือ ไปซื้อตู้มา ขนเองประกอบเอง ทางโครงการไม่รับผิดชอบ ทำเองนะ เรื่องของคุณลูกค้า
คงต้องยอมรับผิดแต่โดยดีที่ โง่เอง รนหาที่มาซื้อของเค้าเอง หลงเชื่อในภาพลักษณ์ ที่ดีของโครงการเอง
สุดท้ายเราคงจะไม่ต่อรองอะไรแล้ว เนื่องด้วยทางบริษัท ไม่มีความจริงใจต่อลูกค้า พยายามจะแสวงหากำไรเล็กน้อย และไม่ออกมารับผิดชอบเสียแต่ทีแรก หมกเม็ดให้เราไปเจอเอง แล้วยังไม่ชดเชยค่าเสียหายให้ตามที่เราจะสามารถหาของมาชดเชยได้จริง ให้ลูกค้าอยู่ในสภาวะจำยอม
ทางบริษัทนี้กำลังจะเปิดคอนโดอีกโครงการในบริเวณเดียวกัน ใครจะตัดสินใจซื้อก็ระวังเรื่องหมกเม็ดเล็กน้อย แต่มากมาย ถ้าตรวจเจอก็จะได้รับเงินชดเชยเล็กน้อยปิดปาก ถ้าไม่เจอก็ช่วยไม่ได้โครงการก็เนียนไป
อยากสอบถามด้วย เนื่องจาก ว่า โครงการได้ทำการผิดสัญญา ถึงแม้ในส่วนนี้จะไม่ใช่สาระสำคัญ แต่ก็มีผลการทบต่อการอยู่อาศัย และแสดงถึงจรรยาบรรณของโครงการ ซึ่งทางเราก็ได้แจ้งให้เค้าทำการแก้ไขให้เป็นไปตามแบบในสัญญาแล้ว และมีการเจรจาต่อรองหลายครั้ง แต่ทางโครงการไม่ยอมแก้ไข และทำเพิกเฉยในท้ายที่สุด โดยข้อสรุปสุดท้าย ค่าชดเชยก็ ไม่สามารถ ชดใช้จัดซื้อจัดตั้งให้ได้ของที่เป็นไปตามแบบในสัญญาได้ ฉะนั้นทางเราจะถือว่า โครงการได้ทำการผิดสัญญากับเราก่อน
มันมีความเป็นไปได้ไหมในแง่กฎหมาย ถ้าจะขอใช้สิทธิ์ยกเลิกสัญญากับทางโครงการและขอเงินต้นที่ได้ชำระไปแล้ว มีเงินดาวน์ เงินจอง และเงินทำสัญญา ทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ15% และไม่ต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินกู้ คืน
เราเสียความรู้สึกไปแล้ว คงเรียกกลับคืนมาไม่ได้และถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะได้เงินคืนไม่อยากจะซื้อแล้ว เครียด เหนื่อย และ เสียความรู้สึกมาก
เตือนภัย ความไม่ซื่อสัตย์ ของโครงการคอนโดริมหาดชะอำ จะยกเลิกสัญญาโดยได้เงินต้นคืนได้ไหม
ถ้ายาวไปจะอ่านถึงแค่นี้ ขอบอกว่า ระวังการหมกเม็ดจากโครงการภาพลักษณ์ดีสวยหรูชื่อ นี้ ไว้ ที่พร้อมจะเอาเปรียบผู้บริโภคไก่กาอยู่ตลอดเวลา
ขอเกริ่นก่อน ถึงช่วงการตัดสินใจซื้อ
เราได้ทำสัญญาซื้อ คอนโดแบบ หนึ่งห้องนอน รวมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องมีการติดตั้ง แอร์เครื่องทำน้ำอุ่น สำหรับคอนโด ระดับลักชัวรี่ริมหาดส่วนตัวใน ชะอำ
พอดีพ่อแม่เรากำลังมองหาคอนโดพักตากอากาศริมทะเล ก็เลยไปลองหาดูแถวชะอำหัวหิน ตอนแรกพ่อกับแม่ได้ไปวางเงินทำสัญญาซื้อขายห้องชุดคอนโดกับอีกบริษัทนึงไว้แล้ว แต่พอเราไปเห็นเราก็เตือนไปว่าเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงเสียหาย บอกให้พ่อแม่ยอมทิ้งเงินทำสัญญามาซื้อกับ บริษัทร่วมทุนของ สองกลุ่ม ที่เป็นบริษัทที่มีธรรมาภิบาล เจ้าของบริษัท ทั้งสองตระกูล มี คุณธรรม เชื่อถือได้ ออกข่าวทำบุญตลอด ไม่น่าจะโกงเล็กโกงน้อยให้เสียความรู้สึก ถึงจะแพงกว่าแต่ได้ความสบายใจ
เราก็ไปดูห้องพักตัวอย่าง (ซึ่งตอนนี้ ห้องตัวอย่างซึ่งทำใหม่ในปัจจุบัน มีการลดสเปคไป) ก็รู้สึกชอบสไตล์เฟอร์นิเจอร์ไม้จริงโมเดิร์น และอุปกรณ์ต่างๆที่ให้มา ก็ใช้ของดีมีคุณภาพคงทนมียี่ห้อ เช่นก๊อกน้ำ Grohe เครื่องทำน้ำอุ่น Stiebel แอร์ Daikin อุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ก็เพียงพอสำหรับบ้านพักตากอากาศเล็กๆ มีตู้บิวท์บานเลื่อนใหญ่พอจะเก็บของพวกเครื่องนอนหลายชิ้นได้ จึงตัดสินใจซื้อ ไม่ได้ต่อรองอะไรเพิ่มเติมไปจากราคาตอนนั้นเลย วางเงินจองและทำสัญญาและผ่อนดาวน์ไปเรื่อยๆ
ประมาณ ปลายปี 2558 ถึง ต้นปี 2559 ก็เริ่มแวะเวียนเข้าไปดู ว่าส่วนกลางเสร็จรึยัง ตึกเสร็จรึยัง ทางโครงการแจ้งเริ่มมีการโอนบ้างแล้ว และแจ้งเพียงแค่ว่าห้องของเราอยู่ชั้นสูงยังไม่พร้อมโอนแต่น่าจะเสร็จทันให้โอนสำหรับมาตรการรัฐ ลดค่าธรรมเนียมการโอน ไม่มีการสื่อสารใดใดจากโครงการถึงการเปลี่ยนแปลงใดให้ทราบ
ทีนี้มาถึงตอนตรวจห้อง ครั้งแรกเมื่อ ต้นเดือนเมษายน ทางเราไม่ได้รู้เรื่องโครงสร้างอะไรนัก แต่เห็นชัดและพบว่าห้องได้มีการผิดสเปคไป ทั้งก๊อกน้ำ เครื่องทำน้ำอุ่น สวิทช์ไฟ
ส่วนที่เห็นชัดและรับไม่ได้เลยคือตู้เสื้อผ้า เราจึงขอให้เค้าจัดการเรื่องตู้ให้เรียบร้อย กับก๊อกน้ำได้ไหม ส่วนอื่นเราจะไม่ติดใจเอาความ จากที่ควรจะเป็นบานเลื่อนลักษณะตู้บิวท์อิน ยาวจรดพื้น กลับกลายเป็นตู้ลอยตัว แคบและเล็กกว่า (โพสต์รูปไม่ได้ค่ะ)
โอเค ก็คิดบวกโลกสวยไป ทางโครงการอาจจะมีเหตุผล ที่ต้อง เปลี่ยนแบบ สิ่งเหล่านี้เป็นแค่การผิดสัญญาที่ไม่ใช่สาระสำคัญ เลยคุยต่อรองกับทางโครงการ ถึงจะไม่ได้แจ้งอะไรก่อน ให้เรามาตรวจเจอเอง ก็เอาน่าเค้าอาจจะวุ่นวายรีบทำโครงการให้เสร็จทันการโอนมาตรการรัฐ ไม่มีเวลาจะมาแจ้งลูกค้า ถ้าเราร้องเรียนไปทางโครงการน่าจะมีความจริงใจที่จะแก้ไข หรือชดเชยให้เราได้ตามสเปคหรือเท่าเทียม ก็เลยส่งเรื่องร้องเรียนไป และส่งอีเมลไปอธิบายเพิ่มเติมอีก
ครั้งแรกว่า ขอให้ทางโครงการเปลี่ยนตู้เสื้อผ้าเป็นแบบเดิม เพราะมันไม่ตรงกับการใช้งานจริงๆ ขนาดตู้เล็กและไม่ใช่บานเลื่อน เวลาเปิดกินพื้นที่มาก ส่วนของด้านใน ไม่มีลิ้นชัก มันไม่ตรงกับฟังก์ชั่นเดิมที่มีหรือเทียบเคียงได้ ซึ่งเป็นห้องพักขนาดไม่ใหญ่ไม่มีที่เก็บของเลย ยกเว้นตู้เสื้อผ้า ซึ่งถ้าขนาดเล็กลงมาก มันจะกระทบกับการใช้งานในการเข้าพักของเรา
ทางผู้จัดการโครงการให้ส่งเป็นอีเมลอธิบายมาอีกทีและอ้างว่า ต้องเสนอเรื่องไปถึงผู้ใหญ่ยังไม่แน่ใจว่าจะได้อะไรชดเชยไหม จุดนี้ก็รู้สึกเฟลเล็กน้อย อ้าวผิดสัญญา ลดสเปค ไม่แจ้ง ให้ไปตรวจเจอเอง แล้วจะให้เนียนต่อด้วย
มีเซลอีกท่านนึงที่ไม่ได้ดูแลห้องเรา บอกมาอีกว่าทางลูกค้าก็พิจารณาเองว่าจะยอมจ่ายค่าโอนที่เพิ่มขึ้นรึเปล่า กับแค่ตู้เล็กน้อย คล้ายกับว่าเราเรื่องมากก็ต้องรับสภาพไป เฟลอีกที อ้าวมาบีบบังคับให้เราโอนและจำยอมรับสภาพ ทั้งที่โครงการผิดสเปคเนี่ยนะ ได้คุยกับทางฝ่ายก่อสร้างแจ้งลูกค้าว่า ทางโครงการเปลี่ยนแบบตู้ของทั้งตึก ใครๆก็ได้แบบตู้แบบนี้ นี่คงได้กำไรเพิ่มจากจุดนี้สินะ เสี่ยงดวงให้คนอื่นไม่ทันสังเกตก็พลาดไป โอนไปแบบไม่ได้อะไรสินะ ใครเจอก็ค่อยทำเรื่องทีละห้องไป
พอส่งเรื่องไป ทางโครงการ เสนอมาทีแรก ที่ กิฟท์เวาเชอร์ โฮมโปร หนึ่งหมื่นบาท
ทางเราเลยบอกเค้าไปตรงๆว่าเราต้องการตู้ที่ใช้งานได้ตามฟังก์ชั่น ตามแบบสัญญาเท่านั้น ไม่ได้อยากได้เงินไปซื้ออย่างอื่น รบกวนพิจารณาใหม่อีกครั้ง ในการเปลี่ยนตู้มาตามแบบเถิด
ครั้งที่สอง มีการแจ้งกลับมาว่า ทางโครงการต้องขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนตู้ และให้เป็นกิฟท์เวาเชอร์ โฮมโปร สองหมื่นบาทแทน เป็นมูลค่าหนึ่งหมื่นบาทสำหรับตู้ และมูลค่าหนึ่งหมื่นบาทสำหรับก๊อกน้ำ ทางลูกค้าจะได้ไปซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มเติม
ทางเราก็ยืนยันตามเดิมคือไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าตู้ และทางเราเริ่มรู้สึกไม่พอใจกับทางโครงการที่ดูจะไม่มีความจริงใจที่จะเสนอหนทางแก้ไข ตั้งแต่ต้น เราไปหาตัวก๊อกที่อ่างล้างจานและลองไปเช็คราคาตัวก๊อกที่ให้มา ปรากฏไม่มีราคาเพราะเป็นตัวแถมมากับอ่าง
ครั้งที่สาม ก่อนสงกรานต์ ทางผู้จัดการโครงการ ได้อ้างว่าจะพยายามช่วยเสนอเรื่องไปให้ทางผู้ใหญ่ คิดว่าจะพยายามเปลี่ยนตู้มาให้ได้ และให้กิฟท์เวาเชอร์ หนึ่งหมื่นบาทสำหรับก๊อกน้ำมาทดแทน
ทางเราก็สบายใจ คิดว่าเรื่องคงจบ เพราะถ้าได้ตู้ในแบบตามสัญญามาก็จบตรงนั้น
ปรากฏพอหลังสงกรานต์ ตามเรื่องไปพบว่า ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนตู้ตัวเดิมมาให้ได้ จะขอชดเชยค่าก๊อกน้ำและตู้เป็น กิฟท์เวาเชอร์ โฮมโปร สามหมื่นบาทแทน และมีการอ้างว่า ได้ชดเชยขนาดนี้เยอะกว่าคนอื่นแล้ว ทางเจ้าอื่นที่เค้าก็ได้ตู้ผิดสเปคเหมือนกัน ยอมความไปกันตั้งแต่สองหมื่นแล้ว สามหมื่นนี่คือมากกว่าคนอื่น คงจะให้มากกว่านี้ไม่ได้แล้วเพราะมูลค่าตู้ที่แท้จริงที่ทางโครงการซื้อมา อยู่ที่สองหมื่นบาทต่อตู้ เท่านั้น
ถึงตอนนี้คือไม่เหลือความรู้สึกที่ดีแล้ว หมายความว่าทางโครงการตั้งใจที่จะเปลี่ยนลดสเปคของทั้งโครงการ แค่นั้นไม่พอ ต้องให้ลูกค้ามาตรวจเจอเอง เหมือนกับว่าลักไก่ไป และสุดท้ายใครมีแรงจะไฟต์ก็ว่ามาค่อยๆให้ค่าปิดปากไปทีละนิดละหน่อย แสดงถึงความไม่จริงใจในการทำโครงการเพื่อลูกค้า และพยายามจะแสวงหากำไรแบบไม่รับผิดชอบต่อคุณภาพเลย อย่างนี้เลยพาลคิดไปว่า นี่แค่ที่เจอ แล้วที่ไม่เจอล่ะ คงจะลดสเปคไปตั้งเท่าไหร่ ไอ้ทางเราก็ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญเชค โครงสร้าง แบบ สายไฟ สเปคอื่นๆเสียด้วย คงจะหมกเม็ดลักไก่แบบนี้เหรอ เป็นโครงการที่มีภาพลักษณ์ดี รวมถึงเจ้าของบริษัทมีธรรมภิบาล อาจจะเป็นแค่สร้างภาพลักษณ์อีกรึเปล่า
ทางเราเลยตอบไปว่า ถ้ายังไงทางโครงการจะต้องหาตู้ตามแบบสัญญามาให้เรา ถ้าได้ไม่ทันก็ไม่เป็นไรเรายอมโอนก่อน เพื่อไม่ให้ทางโครงการต้องเสียประโยชน์มารับผิดชอบค่าโอนที่เพิ่มขึ้นของเรา แต่ทางโครงการต้องเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะหามาให้ในกำหนดเมื่อไหร่ สุดท้ายก็ไม่ได้
ครั้งที่สี่ทางโครงการติดต่อกลับมา เปลี่ยนเป็นจะให้ ค่าตู้เพิ่มมาเป็นสามหมื่นห้าพันบาท แต่เป็นส่วนลด มีค่ากิฟท์เวาเชอร์ก๊อกน้ำอีกหนึ่งหมื่นบาทต่างหาก โดยอ้างว่า ตู้เสื้อผ้าที่แท้จริงนั้นราคาอยู่ที่สามหมื่นห้าพันบาท เลยเสนอมาให้เท่ากับราคาจริงชดเชยให้แล้ว
ทางเราจึงยืนยันว่า ในเมื่อทางโครงการเป็นฝ่ายผิดสัญญามาตั้งแต่ต้น ทางเราก็ให้โอกาสโครงการให้การแก้ไข และเราไม่ได้ต้องการเงินชดเชย เราซื้อคอนโดนี้เพื่อพักผ่อน ไม่มีเวลามาตกแต่งหรือหาเฟอร์นิเจอร์ เราถึงพอใจกับที่โครงการตกแต่งพร้อมอยู่
ตู้เสื้อผ้าที่ไม่ได้คืนมา ตามสเปค ทำให้เราต้องเสียเวลาไปเจรจา และเครียด ทั้งที่มันควรจะได้รับตามสิทธิในสัญญา รู้สึกผิดหวังมากๆกับโครงการระดับนี้ และไม่อยากจะเชื่อว่า ตระกูล ที่มีภาพลักษณ์ว่าธรรมะ ฟังธรรม จะบริหารโครงการออกมาแบบนี้
ทางเราเลยขอเสนอไป ถ้าไม่หาตู้ที่เป็นไปตามแบบมาให้เรา ทางเราจะขอหาแบบตู้มาเอง แต่ทางโครงการต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ราคาตู้ที่เราดูมาของอิเกียจะอยู่ที่ราคาสามหมื่นเก้าพันบาท ค่าจัดส่ง สี่พันแปดร้อยบาท และค่าประกอบอีก 7%
ครั้งที่ห้า ทางโครงการตอบกลับมาอีกทีว่า ขอจบที่ มูลค่าตู้ เป็นส่วนลด สี่หมื่นบาท และส่วนลดก๊อกน้ำ อีก หนึ่งหมื่นบาท
ไม่สามารถออกค่าจัดส่งให้ และค่าประกอบ ให้ขนเองประกอบเอง สรุปได้เพิ่มจากต่อรองครั้งที่แล้วอีกห้าพันบาท ปลื้มใจจนน้ำตาไหลร้องไห้ตอนคุยเลย ซาบซึ้งจริงๆค่ะ
หมายความว่าเค้าก็ไม่สามารถให้ ตู้มาใช้งานได้ตามจริง ทางเราสงสัยว่า การจ่ายค่าขนส่งและค่าประกอบ คงจะทำให้โครงการถึงขั้นล่มจมสินะ ตอดเล็กตอดน้อย ก็เข้าใจ มูลค่าเล็กน้อยหลายร้อยห้องก็คือกำไรมหาศาลที่จะเสียไป
คือให้ทางเรายอมรับ ก็คือ ไปซื้อตู้มา ขนเองประกอบเอง ทางโครงการไม่รับผิดชอบ ทำเองนะ เรื่องของคุณลูกค้า
คงต้องยอมรับผิดแต่โดยดีที่ โง่เอง รนหาที่มาซื้อของเค้าเอง หลงเชื่อในภาพลักษณ์ ที่ดีของโครงการเอง
สุดท้ายเราคงจะไม่ต่อรองอะไรแล้ว เนื่องด้วยทางบริษัท ไม่มีความจริงใจต่อลูกค้า พยายามจะแสวงหากำไรเล็กน้อย และไม่ออกมารับผิดชอบเสียแต่ทีแรก หมกเม็ดให้เราไปเจอเอง แล้วยังไม่ชดเชยค่าเสียหายให้ตามที่เราจะสามารถหาของมาชดเชยได้จริง ให้ลูกค้าอยู่ในสภาวะจำยอม
ทางบริษัทนี้กำลังจะเปิดคอนโดอีกโครงการในบริเวณเดียวกัน ใครจะตัดสินใจซื้อก็ระวังเรื่องหมกเม็ดเล็กน้อย แต่มากมาย ถ้าตรวจเจอก็จะได้รับเงินชดเชยเล็กน้อยปิดปาก ถ้าไม่เจอก็ช่วยไม่ได้โครงการก็เนียนไป
อยากสอบถามด้วย เนื่องจาก ว่า โครงการได้ทำการผิดสัญญา ถึงแม้ในส่วนนี้จะไม่ใช่สาระสำคัญ แต่ก็มีผลการทบต่อการอยู่อาศัย และแสดงถึงจรรยาบรรณของโครงการ ซึ่งทางเราก็ได้แจ้งให้เค้าทำการแก้ไขให้เป็นไปตามแบบในสัญญาแล้ว และมีการเจรจาต่อรองหลายครั้ง แต่ทางโครงการไม่ยอมแก้ไข และทำเพิกเฉยในท้ายที่สุด โดยข้อสรุปสุดท้าย ค่าชดเชยก็ ไม่สามารถ ชดใช้จัดซื้อจัดตั้งให้ได้ของที่เป็นไปตามแบบในสัญญาได้ ฉะนั้นทางเราจะถือว่า โครงการได้ทำการผิดสัญญากับเราก่อน
มันมีความเป็นไปได้ไหมในแง่กฎหมาย ถ้าจะขอใช้สิทธิ์ยกเลิกสัญญากับทางโครงการและขอเงินต้นที่ได้ชำระไปแล้ว มีเงินดาวน์ เงินจอง และเงินทำสัญญา ทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ15% และไม่ต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินกู้ คืน
เราเสียความรู้สึกไปแล้ว คงเรียกกลับคืนมาไม่ได้และถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะได้เงินคืนไม่อยากจะซื้อแล้ว เครียด เหนื่อย และ เสียความรู้สึกมาก