คนเป็นสะเก็ดเงินอย่าพึ่งท้อเหมือนเราค่ะ

สวัสดีค่ะ หากมีข้อผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะคะ กระทู้นี้ไม่มีขายของค่ะ แค่มาแนะนำเป็นแนวทาง
ก่อนอื่นเราต้องขอบอกก่อนนะคะว่าเราอายุ 22 ปี รู้ตัวว่าเป็นโรคนี้ก็ช่วงเราอยู่ ม.6
ซึ่งก็ไม่เคยคิดค่ะว่าจะเป็น เพราะก่ินหน้านี้ก็ไม่ได้เป็นอะไรเลย จนมีแผลที่เข่าเพื่อนก็ไล่ไปหาหมอ หมอบอกว่าเกิดจากพันธุกรรม
ก็มานึกขึ้นได้ว่าคุณตาเราก็เป็น แต่คุณตาทานเหล้าและของที่หมอห้ามเลยไม่หายซักที แต่ตอนนี้ท่านเสียแล้วค่ะ
ตอนแรกที่เป็นก็เป็นในร่มผ้าค่ะ ช่วงบริเวณหลัง แต่ยังไม่เยอะ หมอให้ยาทามาเป็นครีมสีขาว ทาแล้วแสบค่ะ แสบจับใจ
แล้วแผลก็หายไปค่ะ บอกเลยว่ามีอยู่ฃ่วงนึงที่ดูแลตัวเองแบบสุดๆ แต่ก็จะมีช่วงที่ไม่ได้ดูแลตัวเองเลยเหมือนกัน
นั่นก็คือกินเหล้า กินอาหารทะเล กินทุกอย่างที่หมอห้าม นอนดึก แต่แล้วแผลก็ไม่ขึ้นก็เลยไม่ได้ระวังตัวเองเท่าไหร่
แต่นานๆเข้าก็เริ่มกลับมาเป็นค่ะ จากเป็นแค่ในร่มผ้า ตอนนี้เป็นทั้งแขน ทั้งขา จากเป็นคนชอบใส่ขาสั้น ต้องเปลี่ยนใส่แต่ขายาวตลอดเวลา
ต้องยอมใส่เสื้อแขนยาวตลอดเวลา อึดอัดมาก ไปเที่ยวไหนก็ใส่ได้แต่แขนสั้นกับขายาว ท้อสุดๆ อายมาก
แต่ที่บ้านก็ให้กำลังใจตลอดค่ะ คุณแม่นี่เห็นแผลเราทีท่านก็จะร้องไห้ หลายๆคนทราบนะคะว่าเราเป็นอะไร
ก็ไม่มีใครรังเกียจ เพื่อนหรือคนที่ทำงานก็พยายามหายาหาทางให้เราหาย แต่เราก็กลัวคนอื่นรังเกียจเหมือนกันค่ะ ><

จนน้าเราทนไม่ไหวให้น้ำหมักที่หมักด้วยมะเฟืองมาให้เราฉีด ขอบอกนะคะว่าเหม็นและไม่อยากฉีดเลยแอบเททิ้งทุกครั้ง

**รูปต่อไปนี้ไม่แนะนำให้ดูตอนทานข้าวนะคะ
ต้องขออภัยหลายๆท่านด้วย **


อันนี้เป็นด้านหลังค่ะแดงและแสบมากเวลาโดนน้ำเพราะเราเกาค่ะ





ส่วนรูปนี้เป็นรูปปัจจุบันหลังจากฉีกน้ำหมักมะเฟืองเป็นเวลา 1 เดือนค่ะ โดนคุณแม่บังคับฉีด
ตอนก่อนฉีดเหม็นมาก พอฉีดเสร็จ ไม่มีกลิ่นเลยค่ะ แปลกใจ
จากที่เป็นในรูปก็ยังดูน่ากลัวใช่มั้ยคะ แต่ของจริงคือมันบางลงมากและไม่คันแล้ว






ช่วงแขนและขาก็ลดลงมากค่ะ มันอัศจรรย์มากไม่น่าเชื่อ ตอนแรกทั้งคันและแสบตอนนี้เหลือแค่รอบแห้งๆกับรอยแผลเป็น
ก่อนฉีด



หลังฉีด



ไม่น่าเชื่อนะคะว่าของจากธรรมชาติจะช่วยบำบัดโรคหรือทำให้อาการทุเลาลงได้ขนาดนี้
อยากจะนะนำค่ะ ไม่จำเป็นเลยที่ต้องไปหายาแพงๆหรือหมอแพงๆ
ภูมิปัญญาชาวบ้านบางทีก็มีดีเหมือนกันนะคะ

ส่วนข้อมูลอื่นๆลองหาในกูเกิ้ลดูนะคะ
มีข้อมูลการรักษาเพียบ แต่ด้วยความที่เราไม่มีเวลาไปหาหมอก็เลยลองพึ่งภูมิปัญญาชาวบ้านดูค่ะ
แถมคุณหมอยังเตือนอีกนะคะว่าอาหารสมัยนี้ผ่านการปรุงแต่งเยอะ จะทางอะไรก็ดูให้ดี
เพราะมีผลต่อแผลของเราด้วยนะ ถ้าเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพก็จะช่วยลดน้ำหนัก
แล้วแผลก็จะไม่ขึ้นด้วย (คือเราอ้วนน่ะค่ะ 55555)
เอ่อ ลืมบอกไปค่ะ เราควบคุมอาหารพร้อมออกกำลังและนั่งสมาธิสวดมนต์
เพราะคุณหมอบอกว่าการทำสมาธิทำให้จิตใจเราสงบจะได้ไม่ต้องไปนึกถึงด้วยว่าเราเป็นแผล
คุณหมอยังบอกอีกนะคะว่า เชื้อนี้มันมีในตัวทุกคนอยู่ที่ว่าใครจะออกตอนไหน แต่เราดันมาออกตอนสาวๆ
ประกอบกับเราเป็นภูมิแพ้ด้วยซิ เลยจัดเต็มกันเลย 555 TT
ไว้เดี๋ยวหายมากกว่านี้จะมารีวิวใหม่นะคะ ขอบคุณค่ะ

ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะคะอธิบายอะไรไม่ค่อยเก่ง 555
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่