๙ แล้ว ๖ ๖ แล้ว ๙ มีผมคนเดียวที่ถ่ายภาพนี้ได้

ไม่ได้ฝีมือถ่ายภาพอะไรหรอก  แต่ว่าของที่ถ่าย
มันเป็นของตั้งโชว์ภายในบ้าน  คนอื่นเลยถ่ายไม่ได้

อมยิ้ม01อมยิ้ม01อมยิ้ม01อมยิ้ม01


ส่วนหุ้นบางตัว  ก็เคยซื้ออยู่คนเดียว





เพราะ






ไม่มีใครอยากซื้อ  
อมยิ้ม16อมยิ้ม16อมยิ้ม16อมยิ้ม16










พอดีไม่มีอะไรจะทำเกี่ยวกับหุ้นในพอร์ต  
นอกจากรอน้ำซึมบ่อทรายจากเงินปันผล
ที่คาดว่าจะได้จากปลายเดือนนี้ ไปจนถึงปลายเดือนหน้า
ในจำนวนมากพอจะใช้จ่ายในปีนี้ ?

หลักการบริหารเงินแบบมวยวัด  เอาตัวรอดได้แบบชาวบ้านๆคือ

๑ ไม่พยายามก่อหนี้เพื่อการบริโภค เน้นการซื้อด้วยเงินสด  

๒ ค่าใช้จายจะกำหนดจากรายได้ที่คิดว่าจะได้แน่ๆ
แล้วใข้จ่ายให้อยู่ในวงเงินรายได้ที่คิดว่าจะได้แน่ๆ
เช่นเงินปันผลรับ   ดอกเบี้ยเงินฝาก รางวัลสลากออมสิน ฯลฯ



๓ อะไรเป็นหนี้ที่สามารถจ่ายล่วงหน้าได้ จะจ่ายไปเลย
เช่น ค่ามือถือ ค่าเนต จะจ่ายล่วงหน้าเป็นรายปี
ค่าส่วนกลางคอนโด จ่ายล่วงหน้าสองปี
ประกันไฟ ซื้อแบบคุ้มครองทีละ ห้าปี
จ่ายค่า easy  pass  ครั้งละห้าพันบาท   สามารถใช้ผ่านด่านทางด่วนได้นานนับปี เพราะไม่ได้ขึ้นทางด่วนทุกวัน  ฯลฯ

สรุปได้ว่า
ผมไม่เคยจดว่าตัวเองใช้จ่ายอะไรไปบ้าง
แต่จะจำแม่นๆว่า ทุกวันนี้มีเงินสด ที่ไม่นับเงินมายาในหุ้น อยู่เท่าไร
แล้วก็พยายามใช้จ่ายให้อยู่ภายใต้กรอบของเงินที่มีอยู่



หลักคิดแบบมวยวัดว่าด้วย รายได้ กับ รายจ่าย

ถ้าเราไม่มีหนี้  อย่างเลวร้ายที่สุด  ก็แค่รายได้เท่ากับรายจ่าย
อย่างดีกว่านั้น  ก็คือรายได้มากกว่ารายจ่าย  มีเงินเหลือเก็บ
การไม่มีหนี้  จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ  ที่ทำให้ผมมีเงินเหลือเก็บ ทั้งเงินจริง และเงินมายาในพอร์ตหุ้น?

อมยิ้ม16อมยิ้ม16อมยิ้ม16อมยิ้ม16อมยิ้ม16

แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่