ไม่ได้ฝีมือถ่ายภาพอะไรหรอก แต่ว่าของที่ถ่าย
มันเป็นของตั้งโชว์ภายในบ้าน คนอื่นเลยถ่ายไม่ได้



ส่วนหุ้นบางตัว ก็เคยซื้ออยู่คนเดียว
เพราะ
ไม่มีใครอยากซื้อ



พอดีไม่มีอะไรจะทำเกี่ยวกับหุ้นในพอร์ต
นอกจากรอน้ำซึมบ่อทรายจากเงินปันผล
ที่คาดว่าจะได้จากปลายเดือนนี้ ไปจนถึงปลายเดือนหน้า
ในจำนวนมากพอจะใช้จ่ายในปีนี้ ?
หลักการบริหารเงินแบบมวยวัด เอาตัวรอดได้แบบชาวบ้านๆคือ
๑ ไม่พยายามก่อหนี้เพื่อการบริโภค เน้นการซื้อด้วยเงินสด
๒ ค่าใช้จายจะกำหนดจากรายได้ที่คิดว่าจะได้แน่ๆ
แล้วใข้จ่ายให้อยู่ในวงเงินรายได้ที่คิดว่าจะได้แน่ๆ
เช่นเงินปันผลรับ ดอกเบี้ยเงินฝาก รางวัลสลากออมสิน ฯลฯ
๓ อะไรเป็นหนี้ที่สามารถจ่ายล่วงหน้าได้ จะจ่ายไปเลย
เช่น ค่ามือถือ ค่าเนต จะจ่ายล่วงหน้าเป็นรายปี
ค่าส่วนกลางคอนโด จ่ายล่วงหน้าสองปี
ประกันไฟ ซื้อแบบคุ้มครองทีละ ห้าปี
จ่ายค่า easy pass ครั้งละห้าพันบาท สามารถใช้ผ่านด่านทางด่วนได้นานนับปี เพราะไม่ได้ขึ้นทางด่วนทุกวัน ฯลฯ
สรุปได้ว่า
ผมไม่เคยจดว่าตัวเองใช้จ่ายอะไรไปบ้าง
แต่จะจำแม่นๆว่า ทุกวันนี้มีเงินสด ที่ไม่นับเงินมายาในหุ้น อยู่เท่าไร
แล้วก็พยายามใช้จ่ายให้อยู่ภายใต้กรอบของเงินที่มีอยู่
หลักคิดแบบมวยวัดว่าด้วย รายได้ กับ รายจ่าย
ถ้าเราไม่มีหนี้ อย่างเลวร้ายที่สุด ก็แค่รายได้เท่ากับรายจ่าย
อย่างดีกว่านั้น ก็คือรายได้มากกว่ารายจ่าย มีเงินเหลือเก็บ
การไม่มีหนี้ จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ผมมีเงินเหลือเก็บ ทั้งเงินจริง และเงินมายาในพอร์ตหุ้น?




๙ แล้ว ๖ ๖ แล้ว ๙ มีผมคนเดียวที่ถ่ายภาพนี้ได้
มันเป็นของตั้งโชว์ภายในบ้าน คนอื่นเลยถ่ายไม่ได้
ส่วนหุ้นบางตัว ก็เคยซื้ออยู่คนเดียว
เพราะ
ไม่มีใครอยากซื้อ
พอดีไม่มีอะไรจะทำเกี่ยวกับหุ้นในพอร์ต
นอกจากรอน้ำซึมบ่อทรายจากเงินปันผล
ที่คาดว่าจะได้จากปลายเดือนนี้ ไปจนถึงปลายเดือนหน้า
ในจำนวนมากพอจะใช้จ่ายในปีนี้ ?
หลักการบริหารเงินแบบมวยวัด เอาตัวรอดได้แบบชาวบ้านๆคือ
๑ ไม่พยายามก่อหนี้เพื่อการบริโภค เน้นการซื้อด้วยเงินสด
๒ ค่าใช้จายจะกำหนดจากรายได้ที่คิดว่าจะได้แน่ๆ
แล้วใข้จ่ายให้อยู่ในวงเงินรายได้ที่คิดว่าจะได้แน่ๆ
เช่นเงินปันผลรับ ดอกเบี้ยเงินฝาก รางวัลสลากออมสิน ฯลฯ
๓ อะไรเป็นหนี้ที่สามารถจ่ายล่วงหน้าได้ จะจ่ายไปเลย
เช่น ค่ามือถือ ค่าเนต จะจ่ายล่วงหน้าเป็นรายปี
ค่าส่วนกลางคอนโด จ่ายล่วงหน้าสองปี
ประกันไฟ ซื้อแบบคุ้มครองทีละ ห้าปี
จ่ายค่า easy pass ครั้งละห้าพันบาท สามารถใช้ผ่านด่านทางด่วนได้นานนับปี เพราะไม่ได้ขึ้นทางด่วนทุกวัน ฯลฯ
สรุปได้ว่า
ผมไม่เคยจดว่าตัวเองใช้จ่ายอะไรไปบ้าง
แต่จะจำแม่นๆว่า ทุกวันนี้มีเงินสด ที่ไม่นับเงินมายาในหุ้น อยู่เท่าไร
แล้วก็พยายามใช้จ่ายให้อยู่ภายใต้กรอบของเงินที่มีอยู่
หลักคิดแบบมวยวัดว่าด้วย รายได้ กับ รายจ่าย
อย่างดีกว่านั้น ก็คือรายได้มากกว่ารายจ่าย มีเงินเหลือเก็บ
การไม่มีหนี้ จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ผมมีเงินเหลือเก็บ ทั้งเงินจริง และเงินมายาในพอร์ตหุ้น?