เมื่อวานฉันได้ไปงานหนังสือมา. เราก็เดินเลือกหนังสือไปเรื่อยของเรา ไม่มีเล่มไหนถูกใจเลย. จนกระทั้งเจอเล่มหนึ่ง เอ้ยน่าอ่านวะ ความรู้สึกตอนนั้นบอกเลยคือชอบ. และเราก็คิดว่าหาอีกสักเล่ม ค่อยจ่ายตังพอแค่นี้. แต่ ณ ตอนนั้นได้ยินพนักงานในบูทหนังสือคุยกับลูกค้าคนนึ่งว่า. นี้เล่มนี้สนุกนะ เนื้อเรื่องเป็นประมาณนี้แล้วนางก็เล่าจนเราฟัง เคลิ้มตาม. คือดูแล้วน่าสนุกมาก. เราก็วางเล่มแรกเลยจ้าหันไปสนใจเล่มที่นางกำลังพูด. ถามนางว่าสนุกมมากไหม นางบอกสนุกมาก. เราก้หยิบมาเลยโดยไม่สนใจทั้งราคา. ทั้งเนื้อเรื่อย่อด้านหลังปก พอหันกลับมาเหลือบไปเห็นเล่มที่อยากได้ก่อนหน้านั้น ความรู้สึกบอกว่าเล่มนี้สนุกนะ ลังเลอยู่พักหนึ่งเราจึงหยิบมันขึ้นมา อ่า ถามพนักงานสิ. พอเราถามนาง. นางนิ่งไปสักพัก บอกไม่เคยอ่านและต่ออีกว่าเดี๋ยวน่าจะอ่าน. เอาแล้วไงหรือว่ามันไม่สนุกวะพนักงานเลยยังไม่อ่าน อ่าไม่เป็นไรคนอื่นอาจอ่านแล้ว. ถามพี่พนักงานคนนั้นดีกว่า. คำตอบที่ได้คือเหมือนเดิม พี่ไม่เคยอ่าน แล้วนางก็ก้มจัดหนังสือต่อไป5555. ไม่เป็นไรสองคนน้อยไปถามอีกคน เรากำลังอ่าปากจะถามพนักงานอีกคนก็ก้มๆๆเงยจัดหนังสือของเค้าต่อไป สงสัยงานยุ่งมาก ไม่เป็นไร(ปล. ปกติพนักงานที่เฝ้าตามบูทหนังสือส่วนมมากเขาจะอ่านแล้วสามมารถอธิบายเนื้อเรื่อง หรือความประทับใจให้เราฟังได้อ่ะ) เน็ตๆๆอ่านรีวิวดิฟร่ะ. เอาเปิดๆๆอ่านมาแบบคราวๆๆ. อ่ะเครเหมือนที่คิด แต่เอ้ยมันไม่ใช่คนที่เราอ่านรีวิวเค้านะ. ความคิดตอนนั้นตีกันมาก เหมือนกับว่าเอาไปจะคุ้มเงินไหม แต่มะกี้เราอ่านเราชอบมันนิ ลังเลหยิบแล้วหยิบอีก. ความคิดตีกัน จนในที่สุด เอาก็เอาวะ ตัดสินใจซื้อไป.
พอเรากลับถึงห้องเราก็รีบอ่านเลยจ้า. เรื่องที่พี่คนเฝ้าบูทแนะนำ เปิดบทนำโอเครมากแต่พอเริ่มเข้าเรื่องเรากับเฉยๆๆยิ่งอ่านยิ่งเปิดผ่านให้มันถึงตอนจบไว ปกติเราซื้อหนังสือมาเราจะอ่านให้จบอ่ะไม่รู้เป็นโรคอะไรต้องอ่านให้จบถึงไม่สนุกหรือเบื่อแค่ไหนก็ต้องให้จบ5555. จนวันนี้ตอนเย็นเรากลับมาจากทำงานเห็นอีกเล่มที่เราเกือบไม่เอามาอยู่. อ่ะเปิดอ่านซะหน่อย มันทำให้เรายิ่งอ่านยิ่งตื่นเต้น อยากรู้ตอนจบเป็นยังไง. คือสนุกอ่ะ.
เราไม่รู้ว่าเราคาดหวังกับเล่มแรกมากไปหรือเปล่ามันเลยรู้สึกเซงๆๆยุส่วนอีกเรื่องไม่ได้คาดหวังเลยกับสนุกมาก. ความรู้สึกตอนนี้ที่เรากำลังพิมพ์อยู่มันทำให้เราคิดว่าการเลือกหนังสือมันเหมือนความรักของเราเองตอนนี้เลยเนาะ. ความรักหรือ? เรียกการแอบรักดีกว่า
เมื่อวานก่อน เราได้ส่งข้อความไป บอกคิดถึง. คนที่เราแอบชอบ. ซึ่งเรากับเขาก็ไม่ได้ติดต่อกันนานแล้ว คิดว่าอยากให้เขารู้บางว่าเรายังคิดถึงเขาอยู่. แต่เปล่าเลย เขาไม่แม้แต่จะเปิดดูด้วยซ้ำ เจ็บนะจี้ดเลย แต่พอคิดดูอีกที่ เราเองก็ยังไม่เปิดอ่านข้อความของบางคนที่ส่งถึงเราเลย ไม่ใช่เพราะไม่อยากให้เขาคิดไปไกลหรือเราไม่มีเวลา. คำตอบแบบนี้มันก็พื้นๆๆไปจริง เราก็แค่เห็นเขาไม่ได้สำคัญกับเราเลยต่างหาก. และนั้นแระที่ทำให้เราคิดว่าคนที่เราแอบชอบเขาถึงไม่แม้แต่เปิดอ่านเลยก็ตรงๆๆ. คือไม่สำคัญไง เราเชื่อนะว่าทุกการกระทำที่แสดงออกมามันน่าจะมาจากความรู้สึกๆลึกที่ส่งผลหรือทำให้เราแสดงแบบนั้น
บางครั้งเราเองก็มองคนจากเปลือกนอก เราลองเปิดใจ เราลองคุย แต่ความรู้สึกก็บอกอยู่ดีว่าไม่ใช่ ต่อให้เราฝืนแค่ไหนสุดท้ายก็ไม่ใช่ มันเหมือนเวลาที่เราตามจีบใครสักคนเลยเนาะ คิดได้ว่าตื้อไปเรื่อยๆๆเค้าจะใจอ่อน. หรือสักวันเขาจะกลับมาหาเรา. แต่เปล่าเลยจ้าคนที่เหนื่อยนะตัวเรา เราอ่ะรู้อยู่แก่ใจแต่ก็ไม่ฟังยังหลอกตัวเองโกหกแม้กระทั้งความรู้สึกตัวเอง
"ไม่มีใครฝืนความรู้สึกตัวเองได้นานหรอก และไม่มีใครฝืนความรู้สึกคนอื่นได้นานเหมือนกัน เพราะสักวันเขาหรือเราก็ต้องยอมรับความรู้สึกตัวเองอยู่ดี"
มันก็คล้ายหนังสือ สองเล่มที่ฉันเลือกหยิบมา เล่มหนึ่งฉันเชื่อความรู้สึกคนอื่นว่ามันจะต้องสนุก ส่วนอีกเล่มฉันเลือกแล้วเลือกอีก พิจารณาแล้วพิจารณาอีก ฉันเลือกด้วยความรู้สึกของฉันเอง หนังสือที่ฉันว่าเฉยๆสำหรับฉัน มันอาจสนุกมากสำหรับบางคน วันนี้มันเลยทำให้ฉันรู้ว่าไม่มีใครรู้ความรู้สึกเราดีเท่าตัวเรา. เพียงแต่เราไม่ยอมฟังเสียงของตัวเราเองเท่านั้น คาดหวังไปก็ไม่ดี เชื่อคนอื่นมากไปก็ไม่ดี ต้องพิจารณาดีๆถามตัวเองดีๆ ความรักก็คงเหมือนกับการเลือกหนังสือสักเล่มละมั้ง
หนังสือ. ความรัก ความรู้สึก
พอเรากลับถึงห้องเราก็รีบอ่านเลยจ้า. เรื่องที่พี่คนเฝ้าบูทแนะนำ เปิดบทนำโอเครมากแต่พอเริ่มเข้าเรื่องเรากับเฉยๆๆยิ่งอ่านยิ่งเปิดผ่านให้มันถึงตอนจบไว ปกติเราซื้อหนังสือมาเราจะอ่านให้จบอ่ะไม่รู้เป็นโรคอะไรต้องอ่านให้จบถึงไม่สนุกหรือเบื่อแค่ไหนก็ต้องให้จบ5555. จนวันนี้ตอนเย็นเรากลับมาจากทำงานเห็นอีกเล่มที่เราเกือบไม่เอามาอยู่. อ่ะเปิดอ่านซะหน่อย มันทำให้เรายิ่งอ่านยิ่งตื่นเต้น อยากรู้ตอนจบเป็นยังไง. คือสนุกอ่ะ.
เราไม่รู้ว่าเราคาดหวังกับเล่มแรกมากไปหรือเปล่ามันเลยรู้สึกเซงๆๆยุส่วนอีกเรื่องไม่ได้คาดหวังเลยกับสนุกมาก. ความรู้สึกตอนนี้ที่เรากำลังพิมพ์อยู่มันทำให้เราคิดว่าการเลือกหนังสือมันเหมือนความรักของเราเองตอนนี้เลยเนาะ. ความรักหรือ? เรียกการแอบรักดีกว่า
เมื่อวานก่อน เราได้ส่งข้อความไป บอกคิดถึง. คนที่เราแอบชอบ. ซึ่งเรากับเขาก็ไม่ได้ติดต่อกันนานแล้ว คิดว่าอยากให้เขารู้บางว่าเรายังคิดถึงเขาอยู่. แต่เปล่าเลย เขาไม่แม้แต่จะเปิดดูด้วยซ้ำ เจ็บนะจี้ดเลย แต่พอคิดดูอีกที่ เราเองก็ยังไม่เปิดอ่านข้อความของบางคนที่ส่งถึงเราเลย ไม่ใช่เพราะไม่อยากให้เขาคิดไปไกลหรือเราไม่มีเวลา. คำตอบแบบนี้มันก็พื้นๆๆไปจริง เราก็แค่เห็นเขาไม่ได้สำคัญกับเราเลยต่างหาก. และนั้นแระที่ทำให้เราคิดว่าคนที่เราแอบชอบเขาถึงไม่แม้แต่เปิดอ่านเลยก็ตรงๆๆ. คือไม่สำคัญไง เราเชื่อนะว่าทุกการกระทำที่แสดงออกมามันน่าจะมาจากความรู้สึกๆลึกที่ส่งผลหรือทำให้เราแสดงแบบนั้น
บางครั้งเราเองก็มองคนจากเปลือกนอก เราลองเปิดใจ เราลองคุย แต่ความรู้สึกก็บอกอยู่ดีว่าไม่ใช่ ต่อให้เราฝืนแค่ไหนสุดท้ายก็ไม่ใช่ มันเหมือนเวลาที่เราตามจีบใครสักคนเลยเนาะ คิดได้ว่าตื้อไปเรื่อยๆๆเค้าจะใจอ่อน. หรือสักวันเขาจะกลับมาหาเรา. แต่เปล่าเลยจ้าคนที่เหนื่อยนะตัวเรา เราอ่ะรู้อยู่แก่ใจแต่ก็ไม่ฟังยังหลอกตัวเองโกหกแม้กระทั้งความรู้สึกตัวเอง
"ไม่มีใครฝืนความรู้สึกตัวเองได้นานหรอก และไม่มีใครฝืนความรู้สึกคนอื่นได้นานเหมือนกัน เพราะสักวันเขาหรือเราก็ต้องยอมรับความรู้สึกตัวเองอยู่ดี"
มันก็คล้ายหนังสือ สองเล่มที่ฉันเลือกหยิบมา เล่มหนึ่งฉันเชื่อความรู้สึกคนอื่นว่ามันจะต้องสนุก ส่วนอีกเล่มฉันเลือกแล้วเลือกอีก พิจารณาแล้วพิจารณาอีก ฉันเลือกด้วยความรู้สึกของฉันเอง หนังสือที่ฉันว่าเฉยๆสำหรับฉัน มันอาจสนุกมากสำหรับบางคน วันนี้มันเลยทำให้ฉันรู้ว่าไม่มีใครรู้ความรู้สึกเราดีเท่าตัวเรา. เพียงแต่เราไม่ยอมฟังเสียงของตัวเราเองเท่านั้น คาดหวังไปก็ไม่ดี เชื่อคนอื่นมากไปก็ไม่ดี ต้องพิจารณาดีๆถามตัวเองดีๆ ความรักก็คงเหมือนกับการเลือกหนังสือสักเล่มละมั้ง