จุดเริ่มต้นของผมเกิดจากที่ผมไปถามเรื่องกิจกรรมในมหาวิทยาลัย ทำให้เราได้เป็นเพื่อนกัน คุยเฟสกันทุกวัน ส่งเพลงให้กันฟังคุยเรื่องต่างๆนาๆ พอได้มาสักพักผมรู้ว่าผมรู้สึกกับเธอเช่นไร เพราะคุยกับเพื่อน ดันไปเรียกชื่อเพื่อนเป็นชื่อของเธอ โดนเพื่อนแซวประจำ 555มันแปลกไม๊ละ แต่ผมรู้สึกว่าเธอมีความรู้สึกเช่นผมเหมือนกัน
เลยทำให้ผมคิด ถ้าเราตกลงเป็นแฟนกัน ผมจะทำให้เธอเสียใจไหม เธอจะรับในความเป็นผมได้ไหม ผมจะมีอิสระในการใช้ชีวิตเด็กผู้ชายในวัยเรียนรึป่าว ปัญหาที่บ้านเราก็มีมากมายจนบางครั้งเครียดมาก กลัวมันจะกระทบกับชีวิตเธอไหม(ตอนนั้นปัญหาลุมเล้ามากมายเครียด ไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้น) แล้วอีกอย่างผมรักเธอจริงๆ?อาการแบบนี้คือรักใช่ไหม ผมเลยอยากรู้ใจตัวเอง ผมเลยตัดสินใจว่า ขนาดตัวเองยังจะเอาไม่รอด อย่าเอาคนอื่นมาผูกด้วยเลย ผมเลยไม่รับไม่โทรไม่คุย แต่เธอพยายามติดต่อผมทุกทาง เธอทำอะไรให้ผมอีกมากมาย มีทั้งเสื้อคู่ รูป ประวัติและเขียนความในใจของเธอ มาที่บ้าน ทำให้ผมได้รู้ว่าเขารักผมจริงๆ ผมเลยตัดสินใจทดสอบใจตัวเอง ไปลองคุยกะผู้หญิงคนอื่นแต่ผมก็ยังคุยกับเธออยู่นานๆครั้งเพราะผมรั้งมันไม่ได้ (จะว่าผมเห็นแก่ตัวผมก็ยอมรับเพราะผมไปเล่นกับความรู้สึกของเขา) 1ปีหลังจากนั้น ผมกลับรู้สึกว่า ความรู้สึกที่ผมรู้สึกกับผญ.คนอื่นกลับต่างกัน ผมเลยไม่อยากคิดอะไรมาก เครียดมีแต่ปัญหาทั้งทางบ้าน เรียน ต่างๆนาๆ ชีวิตผมตอนนั้นไร้หนทาง เล่นแต่เกมมีเรียนก็ไปเรียน โดดบ้างเวลาท้อและเหนื่อย ตอนเยนก็เที่ยวกะเพื่อนบ้างผ่านไปอีกปีครึ่ง เธอก็เริ่มห่างหายผมเลยไปปรึกษาเพื่อนของเธอคนนึ่งพร้อมกับถามทุกข์สุขของเธอ ว่าเป็นยังไงบ้าง และมีเพื่อนผมคนหนึ่งบอกผมว่าอะรักเขาเขาก็รักทำไมไม่รักษาเขาไว้ และแล้วปี่สี่ก็มาถึง ผมเลยทบทวนคิดว่าเขาจะยังรักผมอยู่ไหมที่ผมทำกับเขาไว้ขนาดนั้น เลยทักเธอไป พร้อมกลับตื้อเธอ ในที่สุดเธอก็ให้โอกาสผม ผมยินดีมาก แต่ผมรู้สึกได้ว่าเธอเปลี่ยนไป(ก็แหง๋ละนานแล้วนิน่า+กลับความรู้สึกเจ็บและเสียความรู้สึกใครบ้างจะไม่รุ้สึก) แต่เธอก็คุยกับผม เธอยอมคบกับผม แต่ระยะทางเรากลับเริ่มไกลกันเพราะสาขาเธอต้องไปฝึกงานแล้ว ผมก็ชัดเหนี่ยวกับโปรเจคจบและโปรเจครายวิชา และแล้ววันเวลาก็ผ่านไป เราจบกันแล้วง๊าบบบ(จบมหาลัยนะ)เธอก็ลงไปทำงานที่กทม. ผมมีเพลนบวชให้ยาย 1 พรรษาเพราะสัญญากับยายไว้ก่อนท่านเสีย ผมเลยตัดสินใจบวชก่อน เธอบอกว่าหลังบวชเสร็จทำตัวให้ว่าง (เธออยากจะไปภูกระดึง) ไม่เล่าละเนอะตอนบวช พอลาสิกขา ผมเลยวางแผนว่าอยากมีทริปเที่ยวกับเธอสักที่ แล้วจะลงหางานกทม. พร้อมเธอเลย และแล้ว ยังไม่ถึงวันไปภูเลย เธอบอกเลิกผม ผมไม่รู้เหตุผลเลย เธอไม่ยอมคุยกับผม ผมใจคอไม่ดี ใจหวามๆโล่งๆเสียวๆบอกไม่ถูก ...เวลาผ่านไปผมก็ทำทุกอย่างเพื่อให้เธอกลับมาผมก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรเพราะไม่เคยมีแฟนกับเขาเลยปรึกษาเพื่อนเราเองและเพื่อนเธอ จนเธอกลับมาคุยกับผมและคบกันอีกครั้ง
และแล้วก็ใกล้ถึงวันรับปริญา ผมจำได้ว่าเธอขอผมถ่ายรูปชุดครุยด้วยกันตอนปีหนึ่งตอนคุยกันแรกๆ ภาพที่ได้เป็นรูปคู่รูปแรกในชีวิต ผมดีใจมากแม้มันจะไม่สวยหรือไม่เฟอเฟคเหมือนคู่อื่นๆ หลังจากนั้นผมก็มาทำงานกทม. ผมกับเธอทำงานวันจันทร์-เสาร์ เหมือนกัน แต่คนละที่ ผมพักอยู่กับป้า เธอพักอยู่กับพี่สาว มีเวลาว่างเรานัดกันเที่ยวมีวันหนึ่งเรานัดกันไปดูหนังแต่ผมก็อดดูหนังเลย ผมนั่งรอหน้าโรงหนัง คนเดียวจนหนังจบ เพราะเธอไปดูก่อนแล้วกับพี่สาวฝาแฝดของเธอและผช.คนนึ่งเขาบอกว่าเป็นเพื่อน แต่ทำไมดูสนิทกันจังแต่ผมก็ไม่คิดอะไรเพราะเป็นที่ทำให้ผมมีความรู้สึกว่าอบอุ่น อยากก้าวชีวิตไปพร้อมกับเธอเพราะผมได้จับมือเธอครั้งแรก เที่ยวสวนจตุจักร อยากให้โลกหยุดหมุนนะเวลานั้น
(สำหรับผม การให้เกียรติคนที่เรารักคือสิ่งมีค่าสิ่งหนึ่ง)
อีกไม่กี่วันแล้วจะถึงวันเกิดเธอ 29 เมษา ผมเตรียมของไว้เชอไพร์เธอแล้ว ช่วยเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ จะเป็นยังไงน้อลุ้นจัง
#เปิดบันทึกความทรงจำ 1 #รัก
รักจะเป็นเช่นไร ทำอย่างไรให้คำว่าลาอยู่ไกลเราที่สุด บันทึกความรู้สึก #รัก # สิ้นหวัง #จุดจบ
เลยทำให้ผมคิด ถ้าเราตกลงเป็นแฟนกัน ผมจะทำให้เธอเสียใจไหม เธอจะรับในความเป็นผมได้ไหม ผมจะมีอิสระในการใช้ชีวิตเด็กผู้ชายในวัยเรียนรึป่าว ปัญหาที่บ้านเราก็มีมากมายจนบางครั้งเครียดมาก กลัวมันจะกระทบกับชีวิตเธอไหม(ตอนนั้นปัญหาลุมเล้ามากมายเครียด ไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้น) แล้วอีกอย่างผมรักเธอจริงๆ?อาการแบบนี้คือรักใช่ไหม ผมเลยอยากรู้ใจตัวเอง ผมเลยตัดสินใจว่า ขนาดตัวเองยังจะเอาไม่รอด อย่าเอาคนอื่นมาผูกด้วยเลย ผมเลยไม่รับไม่โทรไม่คุย แต่เธอพยายามติดต่อผมทุกทาง เธอทำอะไรให้ผมอีกมากมาย มีทั้งเสื้อคู่ รูป ประวัติและเขียนความในใจของเธอ มาที่บ้าน ทำให้ผมได้รู้ว่าเขารักผมจริงๆ ผมเลยตัดสินใจทดสอบใจตัวเอง ไปลองคุยกะผู้หญิงคนอื่นแต่ผมก็ยังคุยกับเธออยู่นานๆครั้งเพราะผมรั้งมันไม่ได้ (จะว่าผมเห็นแก่ตัวผมก็ยอมรับเพราะผมไปเล่นกับความรู้สึกของเขา) 1ปีหลังจากนั้น ผมกลับรู้สึกว่า ความรู้สึกที่ผมรู้สึกกับผญ.คนอื่นกลับต่างกัน ผมเลยไม่อยากคิดอะไรมาก เครียดมีแต่ปัญหาทั้งทางบ้าน เรียน ต่างๆนาๆ ชีวิตผมตอนนั้นไร้หนทาง เล่นแต่เกมมีเรียนก็ไปเรียน โดดบ้างเวลาท้อและเหนื่อย ตอนเยนก็เที่ยวกะเพื่อนบ้างผ่านไปอีกปีครึ่ง เธอก็เริ่มห่างหายผมเลยไปปรึกษาเพื่อนของเธอคนนึ่งพร้อมกับถามทุกข์สุขของเธอ ว่าเป็นยังไงบ้าง และมีเพื่อนผมคนหนึ่งบอกผมว่าอะรักเขาเขาก็รักทำไมไม่รักษาเขาไว้ และแล้วปี่สี่ก็มาถึง ผมเลยทบทวนคิดว่าเขาจะยังรักผมอยู่ไหมที่ผมทำกับเขาไว้ขนาดนั้น เลยทักเธอไป พร้อมกลับตื้อเธอ ในที่สุดเธอก็ให้โอกาสผม ผมยินดีมาก แต่ผมรู้สึกได้ว่าเธอเปลี่ยนไป(ก็แหง๋ละนานแล้วนิน่า+กลับความรู้สึกเจ็บและเสียความรู้สึกใครบ้างจะไม่รุ้สึก) แต่เธอก็คุยกับผม เธอยอมคบกับผม แต่ระยะทางเรากลับเริ่มไกลกันเพราะสาขาเธอต้องไปฝึกงานแล้ว ผมก็ชัดเหนี่ยวกับโปรเจคจบและโปรเจครายวิชา และแล้ววันเวลาก็ผ่านไป เราจบกันแล้วง๊าบบบ(จบมหาลัยนะ)เธอก็ลงไปทำงานที่กทม. ผมมีเพลนบวชให้ยาย 1 พรรษาเพราะสัญญากับยายไว้ก่อนท่านเสีย ผมเลยตัดสินใจบวชก่อน เธอบอกว่าหลังบวชเสร็จทำตัวให้ว่าง (เธออยากจะไปภูกระดึง) ไม่เล่าละเนอะตอนบวช พอลาสิกขา ผมเลยวางแผนว่าอยากมีทริปเที่ยวกับเธอสักที่ แล้วจะลงหางานกทม. พร้อมเธอเลย และแล้ว ยังไม่ถึงวันไปภูเลย เธอบอกเลิกผม ผมไม่รู้เหตุผลเลย เธอไม่ยอมคุยกับผม ผมใจคอไม่ดี ใจหวามๆโล่งๆเสียวๆบอกไม่ถูก ...เวลาผ่านไปผมก็ทำทุกอย่างเพื่อให้เธอกลับมาผมก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรเพราะไม่เคยมีแฟนกับเขาเลยปรึกษาเพื่อนเราเองและเพื่อนเธอ จนเธอกลับมาคุยกับผมและคบกันอีกครั้ง
และแล้วก็ใกล้ถึงวันรับปริญา ผมจำได้ว่าเธอขอผมถ่ายรูปชุดครุยด้วยกันตอนปีหนึ่งตอนคุยกันแรกๆ ภาพที่ได้เป็นรูปคู่รูปแรกในชีวิต ผมดีใจมากแม้มันจะไม่สวยหรือไม่เฟอเฟคเหมือนคู่อื่นๆ หลังจากนั้นผมก็มาทำงานกทม. ผมกับเธอทำงานวันจันทร์-เสาร์ เหมือนกัน แต่คนละที่ ผมพักอยู่กับป้า เธอพักอยู่กับพี่สาว มีเวลาว่างเรานัดกันเที่ยวมีวันหนึ่งเรานัดกันไปดูหนังแต่ผมก็อดดูหนังเลย ผมนั่งรอหน้าโรงหนัง คนเดียวจนหนังจบ เพราะเธอไปดูก่อนแล้วกับพี่สาวฝาแฝดของเธอและผช.คนนึ่งเขาบอกว่าเป็นเพื่อน แต่ทำไมดูสนิทกันจังแต่ผมก็ไม่คิดอะไรเพราะเป็นที่ทำให้ผมมีความรู้สึกว่าอบอุ่น อยากก้าวชีวิตไปพร้อมกับเธอเพราะผมได้จับมือเธอครั้งแรก เที่ยวสวนจตุจักร อยากให้โลกหยุดหมุนนะเวลานั้น
(สำหรับผม การให้เกียรติคนที่เรารักคือสิ่งมีค่าสิ่งหนึ่ง)
อีกไม่กี่วันแล้วจะถึงวันเกิดเธอ 29 เมษา ผมเตรียมของไว้เชอไพร์เธอแล้ว ช่วยเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ จะเป็นยังไงน้อลุ้นจัง
#เปิดบันทึกความทรงจำ 1 #รัก