อาลีบาบา เว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก เตรียมใช้ไทยเป็นฐานให้บริการสมาชิกระยะยาว เผยมีผู้ส่งออก-นำเข้าเป็นสมาชิกว่า 6 แสนราย จิวเวอรี่-อาหารไทย เป็นสินค้าติดท็อป 5 ของเว็บไซต์
Mr.Zhang Jun General Manager of B2B Oversea Business, Alibaba เปิดเผยว่า Alibaba.comได้แต่งตั้ง AJD เป็นตัวแทนผู้บริการแก่สมาชิกอีคอมเมิร์ซในไทย เป็นประเทศที่ 6 นับจาก ตุรกี อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม ปัจจุบัน อาลีบาบามีสมาชิกอยู่ทั่วโลกกว่า 600,000 แสนรายใน 240 ประเทศ และจิวเวอรี่และอาหารไทย เป็นสินค้าที่ ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 5 ในเว็บไซต์ของเรา
สำหรับสินค้าที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคส่วนใหญ่ ได้แก่ สินค้าประเภทจิวเวอรี่และอาหาร ซึ่ง เรามองเห็นศักยภาพของตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่องและสามารถเติบโตได้อีก จึงแต่งตั้งตัวแทนผู้ให้บริการในไทย และในอนาคตจะใช้เป็นฐานในการให้บริการในระยะยาว ซึ่งทางบริษัทจะไปติดต่อกับทางสถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมบุคลากรรองรับงานที่จะถ่ายเทมา
ด้านนายณัฐวัชร์ วรนพกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คราวด์ เทค แอดวานซ์(AJD) กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดอีคอมเมิร์ซในไทย ส่วนใหญ่ยังเป็นแบบ B2C คือสินค้าจะผู้ผลิตไปสู่ตัวแทนจำหน่าย ขณะที่การขายผ่านเว็บไซต์จะเป็นแบบ B2B หรือสินค้าจากผู้ผลิตส่งตรงไปยังผู้จำหน่าย ซึ่งจะไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ทำให้ราคาสินค้าถูกลง เป็นการสร้างธุรกิจใหม่ๆ ด้วย ปัจจุบันตลาดอีคอมเมิร์ซในไทยอยู่ที่ระดับ 2.03 ล้านล้านบาท และอยู่ในรูปแบบ B2C เนื่องจากคนไทยส่วนใหญ่ยังคงใช้ระบบเทคโนโลยีในการกระจายหรือโฆษณาสินค้าอยู่ในระดับต่ำ
http://thaiquote.org/article-details.php?code=664
จิวเวอรี่-อาหารไทย ติดท็อป5สินค้าขายดีของเว็บไซต์อาลีบาบา
อาลีบาบา เว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก เตรียมใช้ไทยเป็นฐานให้บริการสมาชิกระยะยาว เผยมีผู้ส่งออก-นำเข้าเป็นสมาชิกว่า 6 แสนราย จิวเวอรี่-อาหารไทย เป็นสินค้าติดท็อป 5 ของเว็บไซต์
Mr.Zhang Jun General Manager of B2B Oversea Business, Alibaba เปิดเผยว่า Alibaba.comได้แต่งตั้ง AJD เป็นตัวแทนผู้บริการแก่สมาชิกอีคอมเมิร์ซในไทย เป็นประเทศที่ 6 นับจาก ตุรกี อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม ปัจจุบัน อาลีบาบามีสมาชิกอยู่ทั่วโลกกว่า 600,000 แสนรายใน 240 ประเทศ และจิวเวอรี่และอาหารไทย เป็นสินค้าที่ ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 5 ในเว็บไซต์ของเรา
สำหรับสินค้าที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคส่วนใหญ่ ได้แก่ สินค้าประเภทจิวเวอรี่และอาหาร ซึ่ง เรามองเห็นศักยภาพของตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่องและสามารถเติบโตได้อีก จึงแต่งตั้งตัวแทนผู้ให้บริการในไทย และในอนาคตจะใช้เป็นฐานในการให้บริการในระยะยาว ซึ่งทางบริษัทจะไปติดต่อกับทางสถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมบุคลากรรองรับงานที่จะถ่ายเทมา
ด้านนายณัฐวัชร์ วรนพกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คราวด์ เทค แอดวานซ์(AJD) กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดอีคอมเมิร์ซในไทย ส่วนใหญ่ยังเป็นแบบ B2C คือสินค้าจะผู้ผลิตไปสู่ตัวแทนจำหน่าย ขณะที่การขายผ่านเว็บไซต์จะเป็นแบบ B2B หรือสินค้าจากผู้ผลิตส่งตรงไปยังผู้จำหน่าย ซึ่งจะไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ทำให้ราคาสินค้าถูกลง เป็นการสร้างธุรกิจใหม่ๆ ด้วย ปัจจุบันตลาดอีคอมเมิร์ซในไทยอยู่ที่ระดับ 2.03 ล้านล้านบาท และอยู่ในรูปแบบ B2C เนื่องจากคนไทยส่วนใหญ่ยังคงใช้ระบบเทคโนโลยีในการกระจายหรือโฆษณาสินค้าอยู่ในระดับต่ำ
http://thaiquote.org/article-details.php?code=664