ไฟเขียว! โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง "บิ๊กตู่"สั่งหาผู้รับเหมาภายใน2เดือน

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบโครงการรถไฟฟ้าจำนวน 2 เส้นทาง ตามมติเห็นชอบของคณะกรรมการ PPP อนุมัติให้เอกชนเข้าลงทุนกับภาครัฐ (PPP) ในรูปแบบ PPP Net Cost โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) ระยะทาง 34.5 กม. วงเงิน 56,691 ล้านบาท และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ระยะทาง 30.4 กม.วง 54,644 เป็นระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) ระยะเวลาดำเนินการ 33 ปี 3 เดือน แบ่งเป็น ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี 3 เดือน และระยะเวลาเดินรถ 30 ปี และเอกชนเป็นผู้จัดเก็บค่าโดยสารและรับความเสี่ยงด้านจำนวนผู้โดยสาร โดยรัฐบาลมีรายจ่ายเฉพาะค่ากรรมสิทธิ์ที่ดิน ที่เหลือเอกชนลงทุนทั้งหมด อาทิ ค่างานโยธา ค่างานระบบรถไฟฟ้าและขบวนรถไฟฟ้า และค่าจ้างที่ปรึกษาโครงการ รวมทั้งบริหารการเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการ  

นอกจากนี้ ยังอนุมัติค่างานที่เกี่ยวกับการจัดสรรกรรมสิทธิ์ที่ดินและค่าสำรวจอสังหาริมทรัพย์โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูวงเงิน 6,847 ล้านบาทและโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู 6,013 ล้านบาท

เนื่องจากทั้ง 2 เส้นทางเป็นเส้นทางสายรอง ทำให้เอกชนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้นรัฐบาลควรจะมีเงินสนันสนุนงานโยธา ทดังวนั้นรัฐบาลจะอุดหนุนประกอบด้วยโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ไม่เกินกรอบวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ไม่เกินกรอบวงเงิน 2.23 หมื่นล้านบาท โดยจะทยอยผ่อนระยะเวลา 10 ปีจนกรอบกรอบวงเงินอุดหนุน นับตั้งแต่โครงการรถไฟฟ้าเปิดให้บริการเดินรถ ทั้งนี้บริษัทใดกำหนดต้องการให้รัฐบาลอุดนุนน้อยที่สุดจะได้โครงการไป

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำชับให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจต้องดำเนินการจัดหาผู้ดำเนินโครงการให้ได้ภายใน 2 เดือน

อย่างไรก็ตาม สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ตั้งข้อสังเกตุว่า เอกชนควรจะลงทุนในค่างานโยธามากกว่านี้ หรือกำหนดให้ชัดเจนว่าไม่ต่ำกว่า 25 % ขณะเดียวกันกระทรวงการคลังตั้งข้อสังเกตุเช่นกันว่าการกำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 25 % อาจทำให้ไม่มีความยืดหยุ่น  เพราะบริษัทผู้ร่วมเสนอโครงการควรเสนอรับเงินอุดหนุนจากโครงการน้อยที่สุด ดังนั้นข้อสังเกตุดังกล่าวไปพิจารณาในคณะกรรมการประกวดราคาด้วย
ขอขอบคุณ นสพ.ประชาชาติธุรกิจ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่