2 ข่าว: 1.สงฆ์เคลื่อนไหวปมเบนซ์หรู ประโยชน์ศาสนา? 2.อู่วิชาญได้รับคุ้มครองพยาน --> ใครทำผิด?

กระทู้ข่าว
รวบ 2 ข่าวได้ด้วยกันเลย สะดวกดี.. เชิญอ่านตามสะดวก ข่าวแรกจากเดลินิวส์ ข่าวสองจากสำนักข่าวไทย

-----------
1.จี้ปชช.ตรองดูประโยชน์ใคร สงฆ์เคลื่อนไหวปมเบนซ์หรู
http://www.dailynews.co.th/crime/387594

จี้ปชช.ตรองดูประโยชน์ใคร สงฆ์เคลื่อนไหวปมเบนซ์หรู | เดลินิวส์
„“บิ๊กต๊อก” ไม่ยุ่งเครือข่ายสงฆ์ เตรียมเคลื่อนไหวปมสอบ “สมเด็จช่วง” เผยเป็นหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง แนะปชช.พิจารณา ความเหมาะสม ปกป้องผลประโยชน์ชาติ หรือของใคร วันพฤหัสที่ 24 มีนาคม 2559 เวลา 14:07 น. เมื่อวันที่ 24 มี.ค. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่เครือข่ายพระสงฆ์ มีการประชุมเพื่อกำหนดประเด็นเคลื่อนไหว กรณีการครอบครองรถเบนซ์ของ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือ "สมเด็จช่วง" เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ว่า ตนไม่ได้เกี่ยวข้อง หรือมีส่วนรับผิดชอบกับเรื่องการเคลื่อนไหวขององค์กรต่างๆ เป็นหน้าที่ของหน่วยงานความมั่นคง ตนจะไม่พูดถึงเรื่องเหล่านี้อีก เพราะได้ชี้แจงอย่างครบถ้วนแล้ว "การออกมาเคลื่อนไหวลักษณะนี้ ประชาชนต้องพิจารณาความเหมาะสมว่า ใคร ทำอะไร อย่างไร ต้องดูความถูกต้อง ว่าเป็นการทำเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ หรือของใคร ในส่วนของผมเชื่อว่าดำเนินการอย่างรอบคอบแล้ว"พล.อ.ไพบูลย์กล่าว..“
---------

2.ดีเอสไอ เผยรับเจ้าของอู่วิชาญเข้าคุ้มครองพยานแล้ว
Written by: กอง บก.ข่าวสังคม2016/03/24 3:54 PM
http://www.tnamcot.com/content/431648

ดีเอสไอ 24 มี.ค.-ดีเอสไอรับเจ้าของอู่วิชาญเข้าคุ้มครองพยาน คาดคดีสมเด็จช่วงครอบครองเบนซ์ผิดกฎหมายสรุปได้เม.ย.นี้  

พ.ต.อ.ไพสิฐ  วงศ์เมือง  อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)  กล่าวถึงการตรวจสอบรถเบนซ์ทะเบียน  ขม.99  ที่มีชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์  หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ  ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเป็นผู้ครอบครอง  ว่า พนักงานสอบสวนอยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐานและข้อเท็จจริง คาดว่าจะสรุปสำนวนได้ภายในเดือนเมษายนนี้

ส่วนกรณีที่นายวิชาญ รัษฐปานะ เจ้าของอู่วิชาญ ซึ่งเป็นผู้ประกอบรถเบนซ์ของสมเด็จช่วง  ขอรับการคุ้มครองพยานนั้น  ดีเอสไอได้พิจารณาเงื่อนไขการเข้าโครงการคุ้มครองพยาน และได้รับนายวิชาญเข้าสู่โครงการคุ้มครองพยานแล้ว โดยหลักเกณฑ์การคุ้มครองพยานดีเอสไอจะพิจารณาจากคำให้การที่เป็นประโยชน์และเรื่องความปลอดภัย  ซึ่งกรณีดังกล่าวนายวิชาญถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายในคดี  และเกรงจะไม่ได้รับความปลอดภัยเพราะเคยออกมาเปิดเผยข้อมูล

อธิบดีดีเอสไอ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบรถจดประกอบ จำนวน 7,123 คันว่า ล่าสุด กรมการขนส่งทางบก ได้ยืนยันตัวเลขจำนวนรถจดประกอบตั้งแต่ปี 53-56 ที่มีกฎหมายรถจดประกอบ ที่จำนวน 7,123 คัน โดยดีเอสไอ ได้ส่งข้อมูลหมายเลขเครื่อง และตัวถังรถ ไปให้กรมศุลกากร ตรวจสอบกับบริษัทผู้ผลิตในต่างประเทศ เช่น ประเทศเยอรมัน และอังกฤษ ผ่านตัวแทนจำหน่ายในไทย ว่าตัวเลขเครื่องและตัวถัง เลขคลัชซี ตรงกันหรือไม่  ถ้าตรงกันก็เป็นรถนำเข้าทั้งคัน ไม่ใช่รถจดประกอบ  โดยขั้นตอนการตรวจสอบกรมศุลกากรจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ซึ่งตรวจทั้งหมดไม่มียกเว้น.-สำนักข่าวไทย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่