[CR]อยากเล่า จะพาไปขึ้นเขาเทวดา ที่เสียเงินหลักร้อย แลกวิวหลักล้าน

กระทู้รีวิว
สวัสดีครับทุกๆ ท่านที่แวะเข้ามาอ่านกระทู้ของผม วันนี้ผมจะมาแชร์ประสบการณ์ดีๆ ที่ผมได้เจอมาที่ จ.สุพรรณบุรีครับ
หลายๆ คนอาจจะไม่คุ้นเคยชื่อของ เขาเทวดา ว่ามันอยู่ตรงไหน อย่างไร คุ้มค่าที่จะขึ้นไปมั้ย สวยหรือปล่าว บลาๆๆๆ ผมเองก็เช่นกันครับหลังจากที่เปิดรูปใน google ดู ก็ได้รู้ว่าเจ้าเขาเทวดาเนี้ย อยู่ใกล้ๆ กทม. แค่ สุพรรณบุรีนี้เอง หน้าตาเขาลูกนี้ก็ไม่ได้สวยอะไร จากที่คนเค้าถ่ายรูปมาก็นะ ไม่ได้มีความสวยเลย แถมคนยังไม่ค่อยมาเที่ยวด้วย สงสัยไม่มีดี เอ้!!!!!!!  เอาไงดีๆ ไปหรือไม่ไปดีนะ แต่คนที่สะสมตราประทับของอุทยานแห่ชาติแบบผม (ใครไม่รู้จักลองค้นหาคำว่า Passport อุทยานแห่งชาติดูครับ) ยังไงก็ต้องไปเก็บตราประทับอยู่แล้ว งั้นไปก็ไปว่ะเรา



เริ่มต้นการเดินทาง จุดมุ่งหมายของเราคือ "อุทยานแห่งชาติพุเตย" ซึ่งตั้งอยู่ที่ ด่านช้างครับ ออกจาก กทม. วิ่งไปถึงบางบัวทอง แล้วออกไปทางสุพรรณบุรี ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 340 ( บางบัวทอง - สุพรรณบุรี ) จนกระทั่งถึงทางแยกเข้าสู่อำเภอเดิมบางนางบวช ระยะทางประมาณ 150 กิโลเมตร จากนั้นให้ เลี้ยวซ้าย ผ่านอำเภอเดิมบางนางบวช ขับตรงไปประมาณ 33 กิโลเมตร แล้ว เลี้ยวขวา เข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 333 มุ่งหน้าสู่ตัวเมือง อำเภอด่านช้างระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร ทางไปอุทยานนั้น มีป้ายบอกตลอดทางไม่ต้องกลัวว่าจะหลงเลย ระยะทางจาก กทม. ไปถึงประมาณ 270 km. เห็นจะได้ครับจากการจับไมล์คร่าวๆ



เมื่อไปถึงอุทยานแห่งชาติก็เป็นเวลาสายๆ แล้วครับ คำถามแรกจากพี่เจ้าหน้าที่ทันทีที่เรามาถึงก็คือ
พี่เจ้าหน้าที่: มาเที่ยวไหนกันครับ?
ผม: มาขึ้นเขาเทวดาครับ.......
พี่เจ้าหน้าที่ : รถน้องไม่น่าไหนนะ พลางมองมาที่ เจ้า Civic ของผม
ผม: คิดในใจ....งานเข้าและตรู มาเสียเที่ยวแน่ๆ

เพราะงั้น จะบอกเพื่อนๆ ที่สนใจมาเที่ยวเขาเทวดาว่า รถธรรมดาที่ไม่ใช่ 4WD ขึ้นไม่ได้นะครับ ทางทรหดมาก ทั้งชัน ทั้งขรุขระ
แล้วจะไปกันยังไงหล่ะทีนี้ จะกลับก็ใช่ที่ ขับรถมาตั้งไกล เดชะบุญที่ทำให้ผมได้มานั่งเขียน Pantip ในตอนนี้ก็คือ น้องๆ ค่ายอาสาจากจุฬาฯ ครับ น้องๆ เหมารถขึ้นไป พอดี แม้ว่าที่จะแคบ แต่ใจน้องเค้ากว้าง เราก็ช่วยหารค่ารถกันไป ผมไปกันสองคนก็ 500 บาท ครับ คนขับรถเป็นคนในพื้นที่ ที่ชำนาญทางมากกก (ก.ไก่ ล้านตัว) ชื่อพี่เอก แกขับรถเก่งไม่พอนะ ทำกับข้าวเก่งอีก แถมดูแลดีจริงๆ อย่าว่างั้นงี้เลย ไม่ได้ค่าโฆษณานะ แต่อยากแนะนำ เผื่อใครอยากหารถขึ้นเขาเทวดาครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

จบเรื่องรถล่ะ ต่อไปเรื่องที่นอน สามารถเช่าเต้นท์จากข้างล่างไปได้ครับ ราคาก็ตามปรกติของค่าเช่าเต้นท์อุทยาน เต้นท์+ถุงนอน+แผ่นรองนอน+หมอน สำหรับ 2 คนก็ 275 บาท (มั้ง..จำตัวเลขกลมๆไม่ได้ แต่บวกลบไม่มากครับ) จบเรื่องที่นอนก็เรื่องกิน ด้านบนมีอาหารตามสั่งขายครับ ราคาปรกติ ส่วนน้ำมีบวกราคานิดหน่อย พวกเรามีไก่ทอดติดมือไปด้วย ประมาณว่าเหลือจากกินบนรถ ก็ติดตัวไปด้วยเช่นกัน พี่เอกบอกว่าแกแปลงสภาพเป็นอาหารเย็นให้เราได้ ส่วนน้องๆ จากจุฬาเองก็มีเสบียงไปเช่นกัน ชักเริ่มสนุกแล้วสิ พร้อมจะขึ้นเขาเทวดาแล้ว



สำหรับน้องๆ ชาวค่ายอาสา เค้ามาสำรวจเส้นทางธรรมชาติกัน เพราะฉะนั้นเค้าจะลงกลางทาง แล้วเดินผ่านเส้นทางน้ำตกขึ้นไป จนถึงตีนเขาเทวดา พวกเราก็เลยขอติดสอยห้อยตามไปด้วย เสียค่านำทางเพิ่ม 2 คน 300 ครับ (ค่านำทางพวกนี้น่าจะหารยาวครับ มาเยอะถึงจำนวนนึงก็จะถูกลง) ทางเดินเส้นนี้แม้จะเป็นหน้าแล้งแต่ไม่ร้อนมาก ทางเดินต้องมีคนนำไม่งั้นหลงแน่ ป่าทึบเชียว ที่สำคัญ ลื่นกันตลอดทาง เพราะเป็นทางน้ำผ่าน ผมเองก็ลื่นนะ หุหุหุ ปล่อยแก่กันไป




ใช้เวลากันพอสมควร ประมาณเกือบ 2 ชม. ในการพจญภัยในป่าใหญ่ เราก็เดินมาถึงตีนเขาเทวดาจนได้ ในความรู้สึกส่วนตัว ให้เดินอีกรอบเอามั้ย ตอบเลยว่าไม่ เพราะไม่รู้จะเดินดูอะไร แต่ถ้าใครอยากรำลึกถึงคืนวันวาน ครั้งยังเป็นลูกเสือ เนตรนารี เชิญครับ อารมณ์เดินทางไกลถือไม้ง่าม ได้อยู่
และเมื่อออกมาจากป่า ก็จะมีคำถามเกิดขึ้นมาทันทีว่า..... พรุ่งนี้ตรูต้องเดินขึ้นเขาลูกนั้นจริงหรอฟร่ะ (ตามรูปเลย หุหุหุ)




มีท้อกันทีเดียวเชียว อันที่จริงวันที่มาเที่ยวเนี้ย คนไม่เยอะมาก แต่คนที่มาเที่ยวมีแค่ส่วนหนึ่งที่ขึ้นเขาครับ ไม่ได้ขึ้นทั้งหมด เพราะแค่จุดกางเต้นท์ ตกกลางคืนอากาศก็หนาวแล้ว อย่าประมาทอากาศหน้าร้อนนะครับ จะฤดูไหนก็ตาม ขึ้นชื่อว่าบนภูเขาเนี้ย อากาศหนาวเสมอนั้นแหละ
ทีนี้มารีวิวห้องน้ำกันดีกว่า ห้องน้ำดีครับ ใช้ได้เลย มีสองจุด แต่ห้องน้ำตรงที่ไกลจุดกางเต้นท์ น้ำจะอุ่นกว่าเพราะเป็นถังพลาสติก และคนเข้าน้อยกว่า ส่วนห้องน้ำตรงจุดกางเต้นท์ น้ำเย็นมว้ากกกก ไม่แนะนำให้อาบหลังพระอาทิตย์ตก
มื้อเย็นวันนี้ก็เป็นหน้าที่ของพี่เอกครับ ต้มยำปลากระป๋อง ผัดผัก ไก่ทอดเอามารวนใหม่ มีอะไรเหลือทำกินหมด ไม่เก็บลงไปแน่นอน สามสี่ทุ่มพวกที่กินเหล้าก็กินกันไป พวกที่นอนก็นอนเก็บแรง อันที่จริงตามกฏของอุทยานเค้าห้ามดื่มเหล้ากันนะ แต่กฏก็ไม่ได้บังคับอะไรมาก คนส่วนใหญ่ที่เที่ยวแนวนี้กินพอประมาณอยู่แล้ว และก็ไม่ส่งเสียงดังด้วย พวกที่กินแล้วโวยวาย เปิดเพลงดังๆ เนี้ยส่วนมากไม่ได้มาเที่ยวธรรมชาติหรอก แค่เปลี่ยนที่กินเหล้าแค่นั้นเอง
บ่นนิดนึง ต่อๆๆ ก็คืนที่ผมไปเนี้ยอากาศน่าจะต่ำกว่า 20 องศา น่าจะสิบปลายๆ นอนในเต้นท์กำลังสบาย สำหรับอากาศแบบนี้ซึ่งหาไม่ได้ใน กทม. นอนเปิดเต้นท์ให้ลมเข้านิดๆ มาเป็นคู่นี้ฟินนนนน มากๆ ขอบอกๆ



แต่พอตีสี่ครึ่ง ถึงเวลาที่จะต้องขึ้นเขา พี่เอกขับรถไปส่งเราที่บริเวณจุดเริ่มเดิน แล้วก็รอเราลงมาค่อยรับกลับ พวกเราไปถึงเป็นกลุ่มแรก ขอบอกเลยว่าต้องพกไฟฉายไปทุกคนนะ แค่แสงไฟจากมือถือไม่พอแน่นอน เพราะมืดและชันพอสมควร ส่วนตัวผมว่าอากาศมันหนาวขึ้นมากๆ แนะนำว่าให้ใส่เสื้อกันหนาวไป แล้วถอดทิ้งไว้ในรถดีกว่า เพราะเมื่อคุณเริ่มเดิน มันก็ไม่หนาวแล้วล่ะ



ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชม.  15  นาที ไม่รีบ ไม่หยุดบ่อย กลางๆ เดินย่องๆ ไม่ให้เหนื่อย พวกเราก็มาถึงหลังคาของเมืองสุพรรณจนได้ คืนนี้ดาวเต็มฟ้าเลย
แสงขอบฟ้าก็เริ่มขึ้นแล้ว พวกเรานั่งพักเหนื่อย แล้วก็รอเวลาให้พระอาทิตย์ขึ้น กลุ่มอื่นๆ ก็ทยอยตามมาจับจองพื้นที่ เพื่อนั่งดูพระอาทิตย์กัน




นั่งคุยนี้นั้น เม้ามอยดื ถ่ายรูปรวมกลุ่มกับน้องๆ ซักพักพระอาทิตย์ก็โผล่มาปริ่มๆ เป็นนาทีทองของคนถ่ายรูป ที่จะต้องเก็บแสงเช้านี้เอาไว้ เนื่องจากผมมาเป้นกลุ่มแรก จุดยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุดถูกผมจับจองเอาไว้แล้ว แต่ด้วยสำนึกดีสังคมดี ถ่ายเสร็จก็ต้องรีบลุกออกไปครับ คนอื่นเค้าก็อยากถ่ายเช่นกัน ใจเค้าใจเรา แหม๋ เห็นวิวสวยๆ แล้วถ่ายไม่ได้เนี้ย เสียอารมณ์นะ แถมมีเวลาให้ถ่ายแค่ไม่ถึง 15 นาทีด้วย แบ่งๆ กันไปดีกว่า
อ่ะ!!!!! ลืมตัว บ่นอีกละ มาดูวิวหลักล้านที่ผมบอกดีกว่า มาม่ะ









เป็นยังไงกันบ้างครับกับ วิวหลักล้านของผม สวยงามคู่ควรที่จะมาท่องเที่ยวกันมั้ยเอ่ย ถ้าอยากมาก็ต้องเตรียมตัวดังนี้ครับ
1. ติดต่ออุทยานก่อนมานะครับ ลานกางเต้นท์อาจจะเต็ม ที่ทำการอุทยาน โทร 035 446 237, 0819342240
2. รถ 4WD เท่านั้นนะครับ ถ้าไม่มีหรืออยากจะเช่าเหมารถ ก็โทรหาพี่เอกได้เลย เบอร์ให้ไปแล้วนะ
3. อาหารการกินด้านบนมีขาย แต่ไหนๆ รถมันก็เข้าถึงแล้วอะน่ะ เตรียมมากินเองก็ดีครับ
4. ห้องอาบน้ำจุดที่สองน้ำอุ่นกว่าจุดแรกครับ แล้วก็อย่าลืมไฟฉายล่ะสำคัญมาก
5. ฟิตร่างกายกันมาด้วย ทางขึ้นแม้จะใช้เวลาไม่นานแต่ก็มีคนถอดใจกลางทางเหมือนกันนะ

ค่าใช้จ่ายคร่าวๆ นะครับ
1. ค่าน้ำมัน เติม E85 แค่ 850 บาท ก็เต็มถังละ อันนี้คำนวณเผื่อไว้ให้เยอะเลย ถ้าใครไม่มีรถจะมายังไง น้องๆ ค่ายอาสาขึ้นรถทัวร์มาลงด่านช้าง แล้วให้พี่เอกไปรับครับ เหมารวมเลย ไม่แพงนะ จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่ แต่จำได้ว่าไม่แพง
2.  ค่าเต้นท์ ค่านำทาง ค่ารถ 4WD ค่ากินมื้อเช้า(มื้อเย็นต้องนับด้วยมั้ย เอากับข้าวเหลือๆ มาทำใหม่ไม่ได้ซื้อ) ก็ 275+300+500+100= 1,175 บาท
เบ็ดเสร็จ หมดไป 2,025 บาท เที่ยวแบบปรกติไม่ได้ หักดิบกินดิน กรองน้ำจากลำธาร หรือโบกรถไปเอง หารสองก็คนละ พันนิดๆ (ขัดกับชื่อกระทู้เนอะ แต่ช่างมันเถอะ คริๆ)

สุดท้ายนี้มีอะไรสงสัย ตามมาคุยกันได้ครับตามนี้ (เพจข้าพเจ้าเอง เพจเล็กๆ แค่อยากให้มีคนสนใจ 555) [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ หรือจะ ส่ง จม.มาในนี้ก็ได้แต่ตอบช้าหน่อยนะไม่ได้เข้าทุกวัน
สุดท้ายอีกครั้ง ขอบคุณที่คลิ้กเข้ามาอ่านครับ หวังว่าเขาเทวดาจะถูกใจทุกท่านนะครับ สวัสดีครับ
ชื่อสินค้า:   เขาเทวดา อุทยานแห่งชาติพุเตย สุพรรณบุรี
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แสดงความคิดเห็น
Preview