หลังจากตามข่าวเจ้า Alpha Go ซึ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถพัฒนาตัวเองได้ (พัฒนาความสามารถในการเล่นโกะ)
ทำให้ผมนึกถึงเจ้ามัลติแวค จากเรื่องสั้นขั้นเทพของ ปรมาจารย์นักเขียน Sci-Fi ชื่อดัง Issac Asimov
จึงอยากเอามาให้อ่านกันครับ
ต้นฉบับมาจากอดีตล็อกอินชื่อดังของห้องหว้ากออีกทีนะครับ คือคุณ DigiTaL-KRASH!!! ซึ่งผมไม่เห็นในห้องหว้ากอมานานแล้ว
ที่มา:
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้http://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/A2994959/A2994959.html
ผมได้ทำการแก้คำผิดและแก้คำแปลเล็กน้อยนะครับ โดยเฉพาะตอนจบนี่ยอมรับว่า ลอกมาจากฉบับย่อของคุณวินทร์ เลียววารินทร์มาทั้งดุ้นเลยทีเดียว
จาก The last question โดย Issac Asimov
แปล สุชาย ธนวเสถียร
คัดลอกจากหนังสือ HFA Science Fiction Series กาแลกซี3 โดยชุมนุมวิชาการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฉบับพิมพ์ครั้งแรก มกราคม พ.ศ. 2515
ความเป็นมาของเรื่อง
อาซิมอฟเขียนเรื่องนี้เมื่อปีค.ศ. 1956 เป็นเรื่องที่แหวกแนวมาก
จับจุดเรื่องพระเจ้าสร้างโลกในศาสนาคริสต์มารวมกับปรัชญาทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างพิสดาร
เรื่องนี้เคยได้นำไปอ่านในศาสนพิธีที่โบสถ์แห่งหนึ่งในเมืองเบดฟอร์ด รัฐแมสซาจูเซททส์
=======================================================================
>>>>>>>บรรพ์ 1<<<<<<<
คำถามสุดท้ายถูกถามครั้งแรกในวันที่ 21 พฤษภาคม ค.ศ. 2061 ซึ่งเป็นระยะเริ่มแรกที่มนุษย์นำแสงอาทิตย์ มาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ในวงกว้าง
อเลกซานเดอร์ อเดล และ เบอรเทรม ลูพอปเป็นสองคนในจำนวนผู้ดูแลมัลติแวคเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดยักษ์ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่นับตารางไมล์
มัลติแวคเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถปรับ
และแก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆได้ด้วยตัวของมันเอง
มันต้องเป็นเช่นนั้นเพราะไม่มีมนุษย์หน้าไหนที่สามารถปรับ
และแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆได้เร็วเท่ากับตัวมัลติแวคเอง
ดังนั้นหน้าที่ของอเดลและลูพอปจึงไม่ยากเย็นนัก
เพราะเพียงแต่ทำหน้าที่ป้อนข้อมูลและป้อนคำถามต่างๆให้ตรงกับที่ต้องการ
และตีความคำตอบที่มัลติแวคส่งออกมา
เป็นเวลาสิบๆปีที่มัลติแวคช่วยออกแบบอากาศยาน
และกำหนดทิศทางการเดินทางของยานอวกาศซึ่งทำให้มนุษย์สามารถไปถึง ดาวอังคาร ดาวพระศุกร์ และดาวพระเคราะห์อื่นๆ
แต่หลังจากนั้น ทรัพยากรภายในโลกเริ่มร่อยหรอลง
เพราะอัตราการใช้พลังงานของมนุษยชาติเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะการเดินทางไปในอวกาศไกลๆแต่ละครั้ง
ต้องสิ้นเปลืองพลังงานจำนวนมหาศาลทีเดียว
มนุษย์จึงเริ่มเพียรพยายามที่จะนำเอาแหล่งพลังที่ใหญ่ที่สุดในธรรมชาติ
คือดวงอาทิตย์มาใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง
มัลติแวคเริ่มเรียนรู้อย่างช้าๆจนเพียงพอที่จะตอบปัญหาที่พื้นฐานยิ่งขึ้น
ในวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ.2061
สิ่ง ซึ่งครั้งหนึ่งเป็นเพียงทฤษฎีนั้นก็กลายเป็นความจริง พลังงานจากแสงอาทิตย์ถูกเก็บและเปลี่ยนเป็นพลังงาน ที่ใช้ประโยชน์ได้ในวงกว้างที่สุด
ทั่วทั้งโลกหยุดใช้พลังงานจากแร่ยูเรเนียม, ถ่านหิน และหันไปใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์แทนพลังงานนี้ถ่ายทอดมาจากสถานีเล็กๆ
ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1ไมล์ หมุนรอบโลก และห่างจากโลกเป็นระยะทางครึ่งหนึ่งของระยะทางถึงดวงจันทร์
ดังนั้นโลกจึงอยู่ในระหว่างเวลาแห่งความรุ่งโรจน์ ทั่วทุกแห่งหนมีการเฉลิมฉลอง อเดลและลูพอปได้หนีไปก๊งเหล้าในห้องใต้ดิน
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมัลติแวค
"มันน่าประหลาดใจเมื่อเราไปคิดถึงมัน" อเดลพูดขึ้น ใบหน้าของเขามีริ้วรอยแห่งความกังวล
เขาใช้หลอดแก้วคนเหล้าในแก้วอย่างช้าๆเฝ้ามองดูก้อนน้ำแข็งเคลื่อนไปมา
"ตอนนี้เรามีพลังงานใช้อย่างเพียงพอ มีมากพอจะหลอมโลกให้เหลวได้ เรามีพลังงานที่จะใช้อย่างไม่สิ้นสุดตลอดไป"
ลูพอปเอียงคอไปเล็กน้อย และพูดขัดขึ้นว่า "ไม่ตลอดไป"
"เฮ้ยเกือบตลอดไป จนกว่าพระอาทิตย์จะหมดแสงลง"
"นั่นแหละ ไม่ตลอดไป"
"เอาละไม่ตลอดไปก็เป็นพันล้านพันล้านของปีละ
อาจจะเป็น 20 พันล้านปีก็ได้ แกพอใจหรือยัง"
ลูพอปยกมือขึ้นเสยผมคล้ายๆกับว่าทำเพื่อให้ตนเองแน่ใจยิ่งขึ้น แล้วยกแก้วเหล้าขึ้นจิบเบาๆ
"20พันล้านปีก็ไม่ตลอดไป"
"เอาละ แต่ถ้าตอนนี้เราเอาสถานีกำเนิดพลังจากแสงอาทิตย์
ติดไปกับอากาศยานแต่ละลำแล้ว
มันจะสามารถเดินทางไปกลับระหว่างดาวพลูโตกับโลกเป็นล้านๆเที่ยว ไม่เชื่อก็ถามมัลติแวคดู"
"ฉันไม่จำเป็นต้องถามมัลติแวคหรอกเพราะรู้อยู่แล้ว"
"งั้นไม่ต้องไปยุ่งกับมัลติแวค สิ่งที่มันทำให้เราก็ดีอยู่แล้ว"
"ใครว่ามันทำไม่ดีละ สิ่งที่ฉันพูดก็คือ ดวงอาทิตย์จะไม่คงอยู่ตลอดไป เราอาจจะปลอดภัยในระยะ 20 พันล้านปี แล้วหลังจากนั้นเล่า"
ลูพอปชี้ด้วยนิ้วอันสั่นเทาไปยังฝ่ายตรงข้าม "เออ แกอย่าพูดว่าเราจะใช้พลังจากดวงดาวอื่นนะ"
ทั้งสองเงียบไปทั้งคู่ อเดลยกแก้วเหล้าแตะริมฝีปากเป็นครั้งคราว ส่วนลูพอปหลับตาลงอย่างช้าๆ
ฉับพลัน ลูพอปก็ลืมตาขึ้น
"แกคิดว่าเราจะใช้พลังงานจากดวงดาวอื่น เมื่อพลังจากดวงอาทิตย์หมดแล้วใช่ไหม?"
"แต่ถึงเวลานั้นดวงดาวอื่นก็อาจไม่มีเหลืออยู่แล้ว"
"มันยังคงต้องเหลืออยู่" ลูพอปพูดจากลำคอ
"สิ่งทั้งหลายมันเริ่มต้นจากการระเบิดครั้งใหญ่ในจักรวาล
ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร มันจะต้องถึงจุดจบเมื่อดาวทุกดวงสิ้นพลังดาวบางดวงอาจ จะสิ้นพลังไปเร็วกว่าดาวอื่น ดาวดวงใหญ่อาจจะไม่เกิน 100 ล้านปี ดวงอาทิตย์อาจจะเป็น 20 พันล้านปี ดาวแคระอาจจะเป็น 100 พันล้านปี แต่ถ้าให้เวลาสัก 3000 ล้านๆปี ทุกสิ่งทุกอย่างจะอยู่ในความมืด เอ็นโทรปีได้ไปถึงจุดสุดยอดของมันแล้ว และก็เท่านั้นเอง"
"ฉันรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเอ็นโทรปี" อเดลพูดขึ้นอย่างภูมิใจ
"แกรู้อะไรวะ"
"ฉันรู้เท่าที่แกรู้แหละ"
"อย่างนั้นแกก็คงต้องรู้ว่าสักวันหนึ่งทุกสิ่งทุกอย่างจะถึงจุดจบ"
"เออ ใครพูดว่ามันไม่ล่ะ"
"แกไง แกพูดว่าเรามีพลังงานมากเท่าที่เราต้องการตลอดไป แกพูดว่าตลอดไป"
มันเป็นโอกาสที่อเดลจะศอกกลับ
"ในวันหน้าเราอาจจะสร้างของทุกอย่างขึ้นใหม่ได้อีกครั้งหนึ่ง" เขาพูดขึ้น
"ไม่มีวัน"
"ทำไมไม่ สักวันหนึ่ง"
"ไม่มีวัน"
"เอ้า ถามมัลติแวคดู ฉันขอท้าแก พนันกัน 5 ดอลลาร์ ว่าไม่มีทางสร้างของขึ้นใหม่ได้อีกครั้งหนึ่ง"
อเดลเมาเพียงพอที่จะรับคำท้าพนัน แต่ยังมีสติพอที่จะป้อนคำถามที่เป็นสัญญลักษณ์
ซึ่งเป็นคำพูดแล้วอาจจะเป็นว่า
..สักวันหนึ่ง..
มนุษยชาติสามารถทำให้ดวงอาทิตย์ฟื้นคืนชีพมามีพลังงานเท่าเดิม
หลังจากที่มันตายไปแล้วโดยปราศจากการนำพลังงานอื่นมาใช้ในการนี้ได้หรือไม่" หรือคำถามนี้อาจจะพูดให้สั้นเข้าว่า..
เอ็นโทรปีลัพธ์ทั้งหมดของจักรวาลสามารถลดลงได้อย่างไร?
มัลติแวคส่งคำตอบออกมาว่า
...ข้อมูลไม่เพียงพอสำหรับคำตอบที่มีความหมาย
"ไม่มีใครชนะสินะ" ลูพอปกระซิบ แล้วเขาทั้งสองก็จากไปอย่างรวดเร็ว
รุ่งเช้า คนทั้งสองรู้สึกมึนเวียนศีรษะ และได้ลืมเหตุการณ์นี้ไปอย่างสิ้นเชิง
===========================================================================
>>>>>บรรพ์ 2<<<<<
เจอร์รอดด์ เจอร์โรดีน และเจอร์โรเด็ดหนึ่งและสองเฝ้ามองดูภาพของ 'วีซีเพลท' ซึ่งเปลี่ยนไป ขณะที่การเดินทางผ่านเข้าไปยังไฮเปอร์สเปซ
ได้สิ้นสุดลง
"นั่นคือ เอกซ์ 23" เจอร์รอดพูดขึ้นอย่างมั่นใจ
เป็นครั้งแรกที่เจอร์โรเด็ดหนึ่งและสองซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงเล็กๆทั้งคู่
ได้เดินทางผ่านไปในไฮเปอร์สเปซได้พูดขึ้นอย่างตื่นเต้นว่า
"เราได้ถึง เอ็กซ์ 23 เราได้ถึง เอ็กซ์ 23"
"เงียบๆ" เจอร์โรดีนพูดอย่างเฉียบขาด
"เธอแน่ใจหรือเจอร์รอดด์"
"แน่ใจซี" เจอร์รอดด์มองไปยังแท่งของโลหะซึ่งไม่มีอะไรปกคลุม อยู่ใต้เพดานพอดี มันยาวเท่ากับความยาวของยาน
ส่วนหัวและส่วนท้ายหายเข้าไปยังผนังยานทั้งสองด้าน
เจอร์รอดด์ไม่รู้อะไรมากเกี่ยวกับแท่งโลหะหนานี้นอกจากรู้ว่ามันคือ
ไมโครแวค ซึ่งมีหน้าที่ตอบคำถามต่างๆถ้าเราถาม
และถ้าเราไม่ถามมันมันก็ทำหน้าที่นำยานไปยังจุดหมายปลายทาง
ที่กำหนดขึ้นก่อนแล้วโดยการนำพลังจากสถานีย่อย
ซึ่งกระจายอยู่ในกาแลกซี่มาใช้
และคำนวณหาสมการสำหรับโดดผ่านไฮเปอร์สเปซ
เจอร์รอดด์และครอบครัวเพียงแต่รอคอย
และอาศัยอยู่ส่วนที่เ็ป็นที่พักในยานเท่านั้นเอง
ครั้งหนึ่ง บางคนได้เล่าให้เจอร์รอดด์ฟังว่า คำว่า เอ ซี
ที่เป็นคำลงท้ายของคำว่าไมโครแวคนั้น แทนคำอังกฤษโบราณที่ว่า
"อนาลอก คอมพิวเตอร์" แต่เขาก็เกือบลืมมันเสียแล้ว
น้ำตาของเจอร์โรดีนคลอเบ้าขณะมองดู วีซีเพลท "ฉันช่วยไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดที่จากโลกมา"
"ทำไม เพื่อเห็นแก่เพลตหรือ" เจอร์รอดด์พูดขึ้น
"เราไม่มีอะไรที่นั่น แต่เรามีทุกสิ่งทุกอย่างบนเอกซ์ 23
เธอจะไม่อยู่โดดเดี่ยว เราไม่เป็นนักโทษอีกด้วย
เวลานี้บนดาวดวงนี้มีประชากรล้านกว่าคนแล้ว ใครจะไปรู้ หลานเหลนของเราอาจต้องเสาะหาดวงดาวใหม่เพราะเอ็กซ์ 23 มีพลโลกล้นเสียแล้ว"
เขาหยุดสักครู่
"ฉันจะบอกเธอ มันโชคดีมากที่คอมพิวเตอร์สามารถหาวิธีเดินทางไปมา
ระหว่างดวงดาวได้รวดเร็วขณะที่พลโลกกำลังเพิ่มขึ้น"
"ฉันรู้ ฉันรู้" เจอร์โรดีนพูดขึ้นอย่างขมขื่น
เจอร์โรเด็ด 2 พูดขึ้นทันควันว่า "ไมโครแวคของเราเป็นไมโครแวคที่ดีที่สุดในโลก"
"ฉันเห็นด้วย" เจอร์รอดด์พูดขึ้นอย่างเอาใจ
เจอร์รอดด์รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของไมโครแวคเครื่องนี้
ในสมัยที่พ่อเขายังหนุ่มคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง
ล้วนแต่ใหญ่โตคลุมพื้นที่นับตารางไมล์
และดาวเคราะห์แต่ละดวงก็มีเพียงเครื่องเดียวซึ่งพอเพียงสำหรับงานทุกอย่าง
เครื่องที่เรียกว่า "พลาเนตทารี เอซี"
มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และร่วมพันปีต่อมา ก็มีการเปลี่ยนแปลงจากวงจรอินติเกรตมาใช้ 'โมเลคิวลา วาลว์'
แทน ดังนั้นต่อให้ พลาเนตทารี เอซี ที่ใหญ่ที่สุดก็สามารถย่อให้เล็กลงมีปริมาตรเพียงครึ่งเดียวของยานอวกาศ
"เออ ดวงดาวทั้งหลายช่างมีมากจริงนะ" เจอร์โรดีนถอนหายใจ
"ฉันคิดว่าครอบครัวมนุษย์คงอพยพไปยังดวงต่างๆอย่างไม่มีสิ้นสุดตลอดไปดังเช่นที่เรากำลังทำอยู่"
"ไม่ตลอดไป" เจอร์รอดด์พูดยิ้มๆ "มันจะต้องหยุดสักวันหนึ่ง แต่ไม่ใช่ในชั่วพันล้านปี อาจเป็นหลายๆพันล้านปีจนเมื่อดาวทุกดวงสิ้นแสงลง
เธอรู้ไหมเอนโทรปีต้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ"
"คุณพ่อคะ เอนโทรปีคืออะไร" เจอร์โรเด็ด 2 ถามด้วยความอยากรู้
"เอนโทรปีเป็นเพียงคำพูดแสดงถึงการสิ้นสุดของเอกภพ ทุกสิ่งทุกอย่างต้องถึงที่สุด อย่างเช่นหุ่นยนต์พูดได้ของเธอที่หยุดไปนั่นแหละจำได้ไหม"
"คุณพ่อใส่หน่วยกำเนิดพลังให้มันใหม่ไม่ได้หรือคะ อย่างใส่ให้กับหุ่นยนต์ของหนูละ"
"ดวงดาวเป็นหน่วยกำเนิดพลัง เมื่อมันหมดไปแล้วก็ไม่มีหน่วยกำเนิดพลังใหม่อีก"
เจอร์โรเด็ด 1 ร้องขึ้นว่า "อย่าให้มันหมดไป คุณพ่อ อย่าให้ดวงดาวหมดไป"
"เอ้าดูซิเธอนี่ทำอะไรไปแล้วละ ทำให้ลูกๆตกใจหมด" เจอร์โรดีนกระซิบ
"ใครจะไปรู้ว่านี่จะทำให้แม่หนูน้อยทั้งสองตกใจได้"เจอร์รอดด์กระซิบตอบ
"ถามไมโครแวคดู" เจอร์โรเด็ด1 พูดด้วยน้ำเสียงขอร้อง"ถามดูว่าทำให้ดวงดาวมีพลังใหม่ได้อย่างไร"
เขาถามไมโครแวค และสั่งให้พิมพ์คำตอบออกมา
เจอร์รอดด์หยิบแถบของฟิล์มที่พิมพ์คำตอบออกมาแล้วพูดอย่างร่าเริงว่า
"ดูนี่ซิไมโครแวคบอกว่ามันจะจัดการทุกสิ่งทุกอย่างเอง เมื่อถึงเวลานั้น"
เจอร์โรดีนรีบพูดเสริมว่า "เด็กๆถึงเวลานอนแล้ว เราจะถึงบ้านใหม่ในไม่ช้านี้"
เจอร์รอดด์อ่านคำตอบบนฟิล์มอีกครั้ง ก่อนที่จะขย้ำทิ้ง
"มันพิมพ์ว่าข้อมูลไม่เพียงพอสำหรับคำตอบที่มีความหมาย"
เกาะกระแส Alpha Go ด้วยเรื่องสั้น Last question โดย Issac Asimov
ทำให้ผมนึกถึงเจ้ามัลติแวค จากเรื่องสั้นขั้นเทพของ ปรมาจารย์นักเขียน Sci-Fi ชื่อดัง Issac Asimov
จึงอยากเอามาให้อ่านกันครับ
ต้นฉบับมาจากอดีตล็อกอินชื่อดังของห้องหว้ากออีกทีนะครับ คือคุณ DigiTaL-KRASH!!! ซึ่งผมไม่เห็นในห้องหว้ากอมานานแล้ว
ที่มา:
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ผมได้ทำการแก้คำผิดและแก้คำแปลเล็กน้อยนะครับ โดยเฉพาะตอนจบนี่ยอมรับว่า ลอกมาจากฉบับย่อของคุณวินทร์ เลียววารินทร์มาทั้งดุ้นเลยทีเดียว
จาก The last question โดย Issac Asimov
แปล สุชาย ธนวเสถียร
คัดลอกจากหนังสือ HFA Science Fiction Series กาแลกซี3 โดยชุมนุมวิชาการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฉบับพิมพ์ครั้งแรก มกราคม พ.ศ. 2515
ความเป็นมาของเรื่อง
อาซิมอฟเขียนเรื่องนี้เมื่อปีค.ศ. 1956 เป็นเรื่องที่แหวกแนวมาก
จับจุดเรื่องพระเจ้าสร้างโลกในศาสนาคริสต์มารวมกับปรัชญาทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างพิสดาร
เรื่องนี้เคยได้นำไปอ่านในศาสนพิธีที่โบสถ์แห่งหนึ่งในเมืองเบดฟอร์ด รัฐแมสซาจูเซททส์
=======================================================================
>>>>>>>บรรพ์ 1<<<<<<<
คำถามสุดท้ายถูกถามครั้งแรกในวันที่ 21 พฤษภาคม ค.ศ. 2061 ซึ่งเป็นระยะเริ่มแรกที่มนุษย์นำแสงอาทิตย์ มาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ในวงกว้าง
อเลกซานเดอร์ อเดล และ เบอรเทรม ลูพอปเป็นสองคนในจำนวนผู้ดูแลมัลติแวคเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดยักษ์ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่นับตารางไมล์
มัลติแวคเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถปรับ
และแก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆได้ด้วยตัวของมันเอง
มันต้องเป็นเช่นนั้นเพราะไม่มีมนุษย์หน้าไหนที่สามารถปรับ
และแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆได้เร็วเท่ากับตัวมัลติแวคเอง
ดังนั้นหน้าที่ของอเดลและลูพอปจึงไม่ยากเย็นนัก
เพราะเพียงแต่ทำหน้าที่ป้อนข้อมูลและป้อนคำถามต่างๆให้ตรงกับที่ต้องการ
และตีความคำตอบที่มัลติแวคส่งออกมา
เป็นเวลาสิบๆปีที่มัลติแวคช่วยออกแบบอากาศยาน
และกำหนดทิศทางการเดินทางของยานอวกาศซึ่งทำให้มนุษย์สามารถไปถึง ดาวอังคาร ดาวพระศุกร์ และดาวพระเคราะห์อื่นๆ
แต่หลังจากนั้น ทรัพยากรภายในโลกเริ่มร่อยหรอลง
เพราะอัตราการใช้พลังงานของมนุษยชาติเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะการเดินทางไปในอวกาศไกลๆแต่ละครั้ง
ต้องสิ้นเปลืองพลังงานจำนวนมหาศาลทีเดียว
มนุษย์จึงเริ่มเพียรพยายามที่จะนำเอาแหล่งพลังที่ใหญ่ที่สุดในธรรมชาติ
คือดวงอาทิตย์มาใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง
มัลติแวคเริ่มเรียนรู้อย่างช้าๆจนเพียงพอที่จะตอบปัญหาที่พื้นฐานยิ่งขึ้น
ในวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ.2061
สิ่ง ซึ่งครั้งหนึ่งเป็นเพียงทฤษฎีนั้นก็กลายเป็นความจริง พลังงานจากแสงอาทิตย์ถูกเก็บและเปลี่ยนเป็นพลังงาน ที่ใช้ประโยชน์ได้ในวงกว้างที่สุด
ทั่วทั้งโลกหยุดใช้พลังงานจากแร่ยูเรเนียม, ถ่านหิน และหันไปใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์แทนพลังงานนี้ถ่ายทอดมาจากสถานีเล็กๆ
ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1ไมล์ หมุนรอบโลก และห่างจากโลกเป็นระยะทางครึ่งหนึ่งของระยะทางถึงดวงจันทร์
ดังนั้นโลกจึงอยู่ในระหว่างเวลาแห่งความรุ่งโรจน์ ทั่วทุกแห่งหนมีการเฉลิมฉลอง อเดลและลูพอปได้หนีไปก๊งเหล้าในห้องใต้ดิน
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมัลติแวค
"มันน่าประหลาดใจเมื่อเราไปคิดถึงมัน" อเดลพูดขึ้น ใบหน้าของเขามีริ้วรอยแห่งความกังวล
เขาใช้หลอดแก้วคนเหล้าในแก้วอย่างช้าๆเฝ้ามองดูก้อนน้ำแข็งเคลื่อนไปมา
"ตอนนี้เรามีพลังงานใช้อย่างเพียงพอ มีมากพอจะหลอมโลกให้เหลวได้ เรามีพลังงานที่จะใช้อย่างไม่สิ้นสุดตลอดไป"
ลูพอปเอียงคอไปเล็กน้อย และพูดขัดขึ้นว่า "ไม่ตลอดไป"
"เฮ้ยเกือบตลอดไป จนกว่าพระอาทิตย์จะหมดแสงลง"
"นั่นแหละ ไม่ตลอดไป"
"เอาละไม่ตลอดไปก็เป็นพันล้านพันล้านของปีละ
อาจจะเป็น 20 พันล้านปีก็ได้ แกพอใจหรือยัง"
ลูพอปยกมือขึ้นเสยผมคล้ายๆกับว่าทำเพื่อให้ตนเองแน่ใจยิ่งขึ้น แล้วยกแก้วเหล้าขึ้นจิบเบาๆ
"20พันล้านปีก็ไม่ตลอดไป"
"เอาละ แต่ถ้าตอนนี้เราเอาสถานีกำเนิดพลังจากแสงอาทิตย์
ติดไปกับอากาศยานแต่ละลำแล้ว
มันจะสามารถเดินทางไปกลับระหว่างดาวพลูโตกับโลกเป็นล้านๆเที่ยว ไม่เชื่อก็ถามมัลติแวคดู"
"ฉันไม่จำเป็นต้องถามมัลติแวคหรอกเพราะรู้อยู่แล้ว"
"งั้นไม่ต้องไปยุ่งกับมัลติแวค สิ่งที่มันทำให้เราก็ดีอยู่แล้ว"
"ใครว่ามันทำไม่ดีละ สิ่งที่ฉันพูดก็คือ ดวงอาทิตย์จะไม่คงอยู่ตลอดไป เราอาจจะปลอดภัยในระยะ 20 พันล้านปี แล้วหลังจากนั้นเล่า"
ลูพอปชี้ด้วยนิ้วอันสั่นเทาไปยังฝ่ายตรงข้าม "เออ แกอย่าพูดว่าเราจะใช้พลังจากดวงดาวอื่นนะ"
ทั้งสองเงียบไปทั้งคู่ อเดลยกแก้วเหล้าแตะริมฝีปากเป็นครั้งคราว ส่วนลูพอปหลับตาลงอย่างช้าๆ
ฉับพลัน ลูพอปก็ลืมตาขึ้น
"แกคิดว่าเราจะใช้พลังงานจากดวงดาวอื่น เมื่อพลังจากดวงอาทิตย์หมดแล้วใช่ไหม?"
"แต่ถึงเวลานั้นดวงดาวอื่นก็อาจไม่มีเหลืออยู่แล้ว"
"มันยังคงต้องเหลืออยู่" ลูพอปพูดจากลำคอ
"สิ่งทั้งหลายมันเริ่มต้นจากการระเบิดครั้งใหญ่ในจักรวาล
ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร มันจะต้องถึงจุดจบเมื่อดาวทุกดวงสิ้นพลังดาวบางดวงอาจ จะสิ้นพลังไปเร็วกว่าดาวอื่น ดาวดวงใหญ่อาจจะไม่เกิน 100 ล้านปี ดวงอาทิตย์อาจจะเป็น 20 พันล้านปี ดาวแคระอาจจะเป็น 100 พันล้านปี แต่ถ้าให้เวลาสัก 3000 ล้านๆปี ทุกสิ่งทุกอย่างจะอยู่ในความมืด เอ็นโทรปีได้ไปถึงจุดสุดยอดของมันแล้ว และก็เท่านั้นเอง"
"ฉันรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเอ็นโทรปี" อเดลพูดขึ้นอย่างภูมิใจ
"แกรู้อะไรวะ"
"ฉันรู้เท่าที่แกรู้แหละ"
"อย่างนั้นแกก็คงต้องรู้ว่าสักวันหนึ่งทุกสิ่งทุกอย่างจะถึงจุดจบ"
"เออ ใครพูดว่ามันไม่ล่ะ"
"แกไง แกพูดว่าเรามีพลังงานมากเท่าที่เราต้องการตลอดไป แกพูดว่าตลอดไป"
มันเป็นโอกาสที่อเดลจะศอกกลับ
"ในวันหน้าเราอาจจะสร้างของทุกอย่างขึ้นใหม่ได้อีกครั้งหนึ่ง" เขาพูดขึ้น
"ไม่มีวัน"
"ทำไมไม่ สักวันหนึ่ง"
"ไม่มีวัน"
"เอ้า ถามมัลติแวคดู ฉันขอท้าแก พนันกัน 5 ดอลลาร์ ว่าไม่มีทางสร้างของขึ้นใหม่ได้อีกครั้งหนึ่ง"
อเดลเมาเพียงพอที่จะรับคำท้าพนัน แต่ยังมีสติพอที่จะป้อนคำถามที่เป็นสัญญลักษณ์
ซึ่งเป็นคำพูดแล้วอาจจะเป็นว่า
..สักวันหนึ่ง..
มนุษยชาติสามารถทำให้ดวงอาทิตย์ฟื้นคืนชีพมามีพลังงานเท่าเดิม
หลังจากที่มันตายไปแล้วโดยปราศจากการนำพลังงานอื่นมาใช้ในการนี้ได้หรือไม่" หรือคำถามนี้อาจจะพูดให้สั้นเข้าว่า..
เอ็นโทรปีลัพธ์ทั้งหมดของจักรวาลสามารถลดลงได้อย่างไร?
มัลติแวคส่งคำตอบออกมาว่า
...ข้อมูลไม่เพียงพอสำหรับคำตอบที่มีความหมาย
"ไม่มีใครชนะสินะ" ลูพอปกระซิบ แล้วเขาทั้งสองก็จากไปอย่างรวดเร็ว
รุ่งเช้า คนทั้งสองรู้สึกมึนเวียนศีรษะ และได้ลืมเหตุการณ์นี้ไปอย่างสิ้นเชิง
===========================================================================
>>>>>บรรพ์ 2<<<<<
เจอร์รอดด์ เจอร์โรดีน และเจอร์โรเด็ดหนึ่งและสองเฝ้ามองดูภาพของ 'วีซีเพลท' ซึ่งเปลี่ยนไป ขณะที่การเดินทางผ่านเข้าไปยังไฮเปอร์สเปซ
ได้สิ้นสุดลง
"นั่นคือ เอกซ์ 23" เจอร์รอดพูดขึ้นอย่างมั่นใจ
เป็นครั้งแรกที่เจอร์โรเด็ดหนึ่งและสองซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงเล็กๆทั้งคู่
ได้เดินทางผ่านไปในไฮเปอร์สเปซได้พูดขึ้นอย่างตื่นเต้นว่า
"เราได้ถึง เอ็กซ์ 23 เราได้ถึง เอ็กซ์ 23"
"เงียบๆ" เจอร์โรดีนพูดอย่างเฉียบขาด
"เธอแน่ใจหรือเจอร์รอดด์"
"แน่ใจซี" เจอร์รอดด์มองไปยังแท่งของโลหะซึ่งไม่มีอะไรปกคลุม อยู่ใต้เพดานพอดี มันยาวเท่ากับความยาวของยาน
ส่วนหัวและส่วนท้ายหายเข้าไปยังผนังยานทั้งสองด้าน
เจอร์รอดด์ไม่รู้อะไรมากเกี่ยวกับแท่งโลหะหนานี้นอกจากรู้ว่ามันคือ
ไมโครแวค ซึ่งมีหน้าที่ตอบคำถามต่างๆถ้าเราถาม
และถ้าเราไม่ถามมันมันก็ทำหน้าที่นำยานไปยังจุดหมายปลายทาง
ที่กำหนดขึ้นก่อนแล้วโดยการนำพลังจากสถานีย่อย
ซึ่งกระจายอยู่ในกาแลกซี่มาใช้
และคำนวณหาสมการสำหรับโดดผ่านไฮเปอร์สเปซ
เจอร์รอดด์และครอบครัวเพียงแต่รอคอย
และอาศัยอยู่ส่วนที่เ็ป็นที่พักในยานเท่านั้นเอง
ครั้งหนึ่ง บางคนได้เล่าให้เจอร์รอดด์ฟังว่า คำว่า เอ ซี
ที่เป็นคำลงท้ายของคำว่าไมโครแวคนั้น แทนคำอังกฤษโบราณที่ว่า
"อนาลอก คอมพิวเตอร์" แต่เขาก็เกือบลืมมันเสียแล้ว
น้ำตาของเจอร์โรดีนคลอเบ้าขณะมองดู วีซีเพลท "ฉันช่วยไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดที่จากโลกมา"
"ทำไม เพื่อเห็นแก่เพลตหรือ" เจอร์รอดด์พูดขึ้น
"เราไม่มีอะไรที่นั่น แต่เรามีทุกสิ่งทุกอย่างบนเอกซ์ 23
เธอจะไม่อยู่โดดเดี่ยว เราไม่เป็นนักโทษอีกด้วย
เวลานี้บนดาวดวงนี้มีประชากรล้านกว่าคนแล้ว ใครจะไปรู้ หลานเหลนของเราอาจต้องเสาะหาดวงดาวใหม่เพราะเอ็กซ์ 23 มีพลโลกล้นเสียแล้ว"
เขาหยุดสักครู่
"ฉันจะบอกเธอ มันโชคดีมากที่คอมพิวเตอร์สามารถหาวิธีเดินทางไปมา
ระหว่างดวงดาวได้รวดเร็วขณะที่พลโลกกำลังเพิ่มขึ้น"
"ฉันรู้ ฉันรู้" เจอร์โรดีนพูดขึ้นอย่างขมขื่น
เจอร์โรเด็ด 2 พูดขึ้นทันควันว่า "ไมโครแวคของเราเป็นไมโครแวคที่ดีที่สุดในโลก"
"ฉันเห็นด้วย" เจอร์รอดด์พูดขึ้นอย่างเอาใจ
เจอร์รอดด์รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของไมโครแวคเครื่องนี้
ในสมัยที่พ่อเขายังหนุ่มคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง
ล้วนแต่ใหญ่โตคลุมพื้นที่นับตารางไมล์
และดาวเคราะห์แต่ละดวงก็มีเพียงเครื่องเดียวซึ่งพอเพียงสำหรับงานทุกอย่าง
เครื่องที่เรียกว่า "พลาเนตทารี เอซี"
มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และร่วมพันปีต่อมา ก็มีการเปลี่ยนแปลงจากวงจรอินติเกรตมาใช้ 'โมเลคิวลา วาลว์'
แทน ดังนั้นต่อให้ พลาเนตทารี เอซี ที่ใหญ่ที่สุดก็สามารถย่อให้เล็กลงมีปริมาตรเพียงครึ่งเดียวของยานอวกาศ
"เออ ดวงดาวทั้งหลายช่างมีมากจริงนะ" เจอร์โรดีนถอนหายใจ
"ฉันคิดว่าครอบครัวมนุษย์คงอพยพไปยังดวงต่างๆอย่างไม่มีสิ้นสุดตลอดไปดังเช่นที่เรากำลังทำอยู่"
"ไม่ตลอดไป" เจอร์รอดด์พูดยิ้มๆ "มันจะต้องหยุดสักวันหนึ่ง แต่ไม่ใช่ในชั่วพันล้านปี อาจเป็นหลายๆพันล้านปีจนเมื่อดาวทุกดวงสิ้นแสงลง
เธอรู้ไหมเอนโทรปีต้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ"
"คุณพ่อคะ เอนโทรปีคืออะไร" เจอร์โรเด็ด 2 ถามด้วยความอยากรู้
"เอนโทรปีเป็นเพียงคำพูดแสดงถึงการสิ้นสุดของเอกภพ ทุกสิ่งทุกอย่างต้องถึงที่สุด อย่างเช่นหุ่นยนต์พูดได้ของเธอที่หยุดไปนั่นแหละจำได้ไหม"
"คุณพ่อใส่หน่วยกำเนิดพลังให้มันใหม่ไม่ได้หรือคะ อย่างใส่ให้กับหุ่นยนต์ของหนูละ"
"ดวงดาวเป็นหน่วยกำเนิดพลัง เมื่อมันหมดไปแล้วก็ไม่มีหน่วยกำเนิดพลังใหม่อีก"
เจอร์โรเด็ด 1 ร้องขึ้นว่า "อย่าให้มันหมดไป คุณพ่อ อย่าให้ดวงดาวหมดไป"
"เอ้าดูซิเธอนี่ทำอะไรไปแล้วละ ทำให้ลูกๆตกใจหมด" เจอร์โรดีนกระซิบ
"ใครจะไปรู้ว่านี่จะทำให้แม่หนูน้อยทั้งสองตกใจได้"เจอร์รอดด์กระซิบตอบ
"ถามไมโครแวคดู" เจอร์โรเด็ด1 พูดด้วยน้ำเสียงขอร้อง"ถามดูว่าทำให้ดวงดาวมีพลังใหม่ได้อย่างไร"
เขาถามไมโครแวค และสั่งให้พิมพ์คำตอบออกมา
เจอร์รอดด์หยิบแถบของฟิล์มที่พิมพ์คำตอบออกมาแล้วพูดอย่างร่าเริงว่า
"ดูนี่ซิไมโครแวคบอกว่ามันจะจัดการทุกสิ่งทุกอย่างเอง เมื่อถึงเวลานั้น"
เจอร์โรดีนรีบพูดเสริมว่า "เด็กๆถึงเวลานอนแล้ว เราจะถึงบ้านใหม่ในไม่ช้านี้"
เจอร์รอดด์อ่านคำตอบบนฟิล์มอีกครั้ง ก่อนที่จะขย้ำทิ้ง
"มันพิมพ์ว่าข้อมูลไม่เพียงพอสำหรับคำตอบที่มีความหมาย"