"Toxic Friend ในคราบคนมีปัญหา" แยกให้ออกว่าเขามาหาทางออก หรือแค่มา "สูบพลังงาน" เราไปใช้ฟรีๆ

ในกลุ่มเพื่อน มักจะมีสักคนที่ชีวิตดูเหมือนมรสุมเข้าตลอดเวลา เดี๋ยวเลิกกับแฟน เดี๋ยวมีปัญหากับที่ทำงาน หรือมีดราม่าใหม่ๆ มาอัปเดตในกรุ๊ปแชททุกเช้า ในฐานะเพื่อนที่ดี เราก็อยากซัพพอร์ต อยากรับฟัง เพราะคำว่า "เพื่อนไม่ทิ้งกัน" มันค้ำคอ
แต่เคยสังเกตไหมคะ? บางครั้งหลังจากวางสายหรือแยกจากเพื่อนคนนี้ เรากลับรู้สึก "หมดแรง" เหมือนโดนสูบวิญญาณ ทั้งที่ไม่ได้เจอปัญหาเองแท้ๆ นี่อาจไม่ใช่แค่เรื่องเพื่อนมีทุกข์แล้วเราพลอยเครียด แต่มันคือสัญญาณของการปล้นพลังงานชีวิตเราค่ะ

ลองมาเช็กกันดูหน่อยว่า เพื่อนสาวคนนี้เข้าข่าย "Toxic" หรือเปล่า?
🚩 สัญญาณเตือน : นี่คือการ "ปล้นพลังงาน" ไม่ใช่การ "ปรึกษา"
แผ่นเสียงตกร่อง : เขาเล่าเรื่องเดิม ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หนังม้วนเดิมเป๊ะๆ เราให้คำแนะนำจนปากเปียกปากแฉะ เขาก็พยักหน้าบอกว่า "เออจริง แกพูดถูก" แต่สุดท้ายก็กลับไปทำแบบเดิม แล้วก็กลับมาบ่นเรื่องเดิมใหม่ในอาทิตย์หน้า
กฎ "เรื่องของฉันใหญ่กว่าเสมอ" : ทันทีที่เราเริ่มอ้าปากจะเล่าเรื่องตัวเองบ้าง เช่น "วันนี้ที่ออฟฟิศเราก็เหนื่อยนะ..." เขาจะตัดบททันทีแล้ววกกลับเข้าเรื่องตัวเองอย่างเนียนๆ เช่น "เออเข้าใจเลย แต่ดูที่ฉันเจอวันนี้ดิ หนักกว่าแกเยอะ..." สรุปคือบทสนทนานี้มีพื้นที่ให้แค่ปัญหาของเขาเท่านั้น
คำปฏิเสธยอดฮิต "ใช่...แต่ว่า": ไม่ว่าเราจะเสนอทางออกที่ดีแค่ไหน เขาจะมีเหตุผลร้อยแปดมาหักล้างเสมอ "ใช่ แกพูดดีนะ แต่ว่ามันทำไม่ได้หรอก เพราะ..." นั่นเป็นเพราะเขาไม่ได้ต้องการ "ทางออก" ค่ะ เขาแค่ต้องการ "คนโอ๋" และอยากให้เราจมดิ่งไปกับความรู้สึกแย่ๆ ของเขาด้วย

💡 วิธีเช็กง่ายๆ "เพื่อนเดือดร้อนจริง" vs "เพื่อนสายสูบ"
ถ้าเป็น "คนที่เดือดร้อนจริง" หลังจากคุยกับเรา เขาจะเริ่มมองเห็นแสงสว่าง มีกำลังใจอยากไปจัดการปัญหา และที่สำคัญคือเขาจะเกรงใจเรา เขาจะถามว่า "แกโอเคไหมที่ฟังเราบ่น?"
แต่ถ้าเป็น "สายสูบ" เขาจะทิ้งก้อนความทุกข์ไว้ให้เรา แล้วสะบัดบ๊อบจากไปอย่างสบายใจ (เพราะได้ระบายแล้ว) ทิ้งให้เรานั่งตาค้าง หมดแรงทำอะไรต่อ ส่วนเขาก็ไปหาความบันเทิงอื่นต่อได้หน้าตาเฉย

วิธีเอาตัวรอด (แบบยังเหลือความเป็นเพื่อน)
ถ้ายังไม่อยากตัดความสัมพันธ์ แต่ก็ไม่อยากสุขภาพจิตพัง ลองเริ่มจากจุดนี้ดูค่ะ:
ขีดเส้นตาย : บอกไปตรงๆ ตั้งแต่เริ่มคุยว่า "แก เรามีเวลาฟังได้แค่ครึ่งชั่วโมงนะ เดี๋ยวต้องไปทำธุระต่อ" วิธีนี้จะช่วยบีบให้เขาไม่ออกทะเลเกินไป

ดึงสติด้วยคำถาม "แล้วแกจะเอายังไงต่อ?" : ถ้าเขาบ่นวนลูป ให้หยุดปลอบแล้วถามจี้ไปที่ Action ค่ะ "เล่ามาตั้งนาน สรุปแกมีแผนจะแก้เรื่องนี้ยังไงบ้างล่ะ? เราอยากช่วยนะแต่เราแนะนำไปหมดแล้ว"
กล้าที่จะ "ปิดโหมดกู้ภัย" : วันไหนที่เราเหนื่อยจากงานหรือเรื่องส่วนตัว เรามีสิทธิ์ที่จะบอกว่า "วันนี้เราไม่สะดวกฟังจริงๆ แก เราเองก็น่วมเหมือนกัน ไว้วันหลังนะ" เพื่อนที่ดีต้องเข้าใจว่าเราไม่ใช่ถังขยะอารมณ์ที่เปิดรับได้ตลอด 24 ชั่วโมง

จำไว้นะคะสาวๆ... มิตรภาพคือการเติมพลังให้กัน ไม่ใช่การที่ฝ่ายหนึ่งเป็น "แบตเตอรี่" แล้วอีกฝ่ายเป็น "เครื่องสูบไฟ" ถ้าคุยกับใครแล้วรู้สึกเหี่ยวเฉาบ่อยๆ ลองถอยออกมาหายใจบ้าง เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่ต้องดูแลใจเราให้ดีที่สุด ก็คือตัวเราเอง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่