สวัสดีเพื่อนๆชาวพันทิปทุกคนนะคะ วันนี้เราจะมาแชร์ประสบกาณ์แปลกๆที่พึ่งเกิดขึ้นกับตัวเราเองเมื่อ 2 วันที่ผ่านมาค่ะ บอกก่อนเลยนะคะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงทั้งหมด ถ้าผิดพลาดอะไรก็ขออภัยไว้ตรงนี้เลยนะคะ
งั้นเริ่มเลยนะ
ตัวเราเป็นผู้หญิงแก่นๆคนนึงค่ะ อายุ 18 ปี ที่บ้านมีห้อง 2 ห้องค่ะ ห้องหนึ่งเป็นห้องนอนขนาดใหญ่พอสมควร มีเตียงใหญ่ 1 เตียงและเตียงเดี่ยวอีก 1 เตียง เตียงใหญ่จะเป็นพ่อกับน้องชายนอน และเราจะนอนเตียงเดียวค่ะ ส่วนอีกห้องแบ่งเป็น 2 ส่วนค่ะ ส่วนหนึ่งไว้สำหรับเก็บของมีตู้เสื้อผ้าเก่าๆและเตียงที่ไม่มีคนนอน 1 เตียงค่ะ อีกส่วนหนึ่งจะเป็นหิ้งพระ ทั้งสองส่วนนี้ถูกแบ่งออกจากกันอย่างชัดเจนด้วยม่านลูกไม้สีเขียวค่ะ
พอเราโตขึ้นเราก็เริ่มอยากมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นค่ะ เราจึงเลือกที่จะย้ายตัวเองไปนอนที่ห้องเก็บของ คือโดยปกติเราเป็นคนชอบคุยโทรศัพท์ดึกๆเป็นประจำอยู่แล้วค่ะและตรงหัวเตียงห้องเก็บของก็มีปลั้กไฟให้เสียบสายชาทได้พอดีไม่ต้องกังวลเรื่องแบทโทรศัพท์จะหมด ห้องๆนี้ไม่มีคนเข้าออกมานานแล้วค่ะจะมีแค่ย่าที่ขึ้นมาไหว้พระในคืนวันเสาร์ - อาทิตย์เท่านั้น ช่วงหลังๆก็ไม่ได้ขึ้นมาแล้วเพราะขาไม่ค่อยดีค่ะ ส่วนพ่อปกติก็จะเปลี่ยนน้ำในแก้วน้ำพระและดอกไม้ในแจกันทุกวันพระค่ะแต่หลังๆนี้งานยุ่งเลยไม่ได้จัดการจึงกลายเป็นหน้าที่ของเราแทน สรุปแล้วห้องนี้ก็มีแค่เราค่ะที่เข้าๆออกๆเป็นประจำ
ในช่วงแรกๆพ่อก็มาตามให้กลับไปนอนที่ห้องในตอนดึกๆค่ะเพราะเขาไม่มีเพื่อนนอนด้วย แต่เราไม่ไป หลังๆเขาก็เลยให้เรานอนห้องนั้นไปเลย เตียงที่เรานอนห่างกับหิ้งพระแค่ประมาณ 3 ช่วงแขนค่ะ แต่มีม่านกั้นไว้เราเลยอุ่นใจเพราะตอนแรกย่าจะไม่ให้เรานอนค่ะเพราะเราเป็นผู้หญิงเขาบอกว่ามันไม่ดี แต่พ่อเราเป็นคนไม่ค่อยเชื่อและถือเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ค่ะเขาเลยอนุญาตให้เรานอนได้ เรานอนห้องนั้นได้ประมาณ 7 เดือนแล้วค่ะไม่เคยมีเหตุการณ์อะไรแปลกๆเลย จนเมื่ออาทิตย์ที่แล้วราวม่านหักลงมาค่ะเนื่องจากมันเก่ามากแล้วสนิมกินจนมันเปราะหักลงมา แต่เราก็ไม่ได้เอะใจอะไร
ด้วยความที่เรานอนจนชินค่ะ เราก็ทำตัวปกติโดยไม่ได้สนใจว่าซ้ายมือที่ห่างจากเราไปไม่มากคือหิ้งพระที่มีพระจำนวนไม่น้อยกว่า 20 องค์ตั้งอยู่บนหิ้งที่ไม่ได้มีม่านกั้นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ก่อนจะนอนเราก็ไม่เคยไหว้พระค่ะแต่พอไม่มีม่านกั้นแล้วเห็นพระตั้งอยู่จะไม่ไหว้เลยก็แปลกๆ เราก็เลยไหว้ค่ะ แต่ไม่ได้นั่งหรือกราบเหมือนปกตินะคะ เราล้มตัวนอนแล้วยกมือไหว้แค่นั้นค่ะ - -' คือขี้เกียจมากจริงๆพอง่วงแล้วอะไรก็ห้ามไม่อยู่ค่ะหัวถึงหมอนหลับเลย
เราทำแบบนี้ได้ประมาน 3 วันค่ะจนคืนหนึ่งเราฝัน
ในฝันเหมือนเราไปอาศัยที่ห้องๆหนึ่งในหอพักแห่งหนึ่งค่ะ ในคืนนั้นเราก็นั่งเลื่อนเฟสบุคปกติจนเจอข่าวกระทู้นึงบอกว่า ห้องๆนี้หอนี้ที่เราอยู่มีค่ะ (คงไม่ต้องบอกนะคะว่ามีอะไร) แต่เราไม่เคยเจอนะคะเลยไม่ได้สนใจอะไร ไม่คิดแม้แต่จะกดเข้าไปดูเนื้อข่าวข้างในด้วยซ้ำ เลื่อนไปสักพักเพื่อนก็ทักแชทมาค่ะ
เพื่อน : คิดถึงหวะ
เรา : คิดถึงเหมือนกัน มาหากูปะ
เพื่อน : เอาดิ อยู่ไหนวะตอนนี้
เรา : (บอกห้องและหอพักของเราไปค่ะ)
เพื่อน : จริงปะเนี้ย กูไม่ไปละหลอนหวะ
**จับใจความได้ประมาณนี้ค่ะ ในฝันไม่ได้เป้ะแบบนี้
เราก็เลยไม่ได้ตอบอะไรไปค่ะเพราะถ้าคุยต่อเพื่อนอาจจะพูดอะไรที่ทำให้เราคิดมากก็ได้ ตกดึกเราก็เข้านอนตามปกติค่ะ คืนนั้นเรานอนเอามือก่ายหน้าผากในฝันเหมือนเราเหนื่อยมากๆนอนท่านี้แล้วสบายค่ะ หลับไปได้สักพักความรู้สึกคือเหมือนมีคนมาแตะนิ้วมือเราค่ะ ตอนแรกคิดว่านิ้วมือตัวเองกระตุกเลยไม่ได้คิดอะไรเพราะสลึมสลือด้วย สักพักแตะอีกค่ะ รู้สึกเลยว่าเป็นมือมาแตะนิ้วของเราจริงๆ ด้วยความที่ตกใจมากเราก็ลืมตา จากห้องที่เรานอนอยู่ในหอพักกลายเป็นห้องที่เรานอนอยู่ทุกวันค่ะซ้ายมือเป็นหิ้งพระและปลายเตียงเป็นตู้เสื้อผ้า ในฝันเราคลุมโปรงท่องนะโมอย่างเดียวเลย ท่องไปสักพักนอกผ้าห่มก็กลายเป็นแสงสีขาวจากที่มืดๆและมีเสียงเท้าเดินมาหยุดที่ข้างๆเราค่ะ ตอนนั้นเรากลัวมากตัวสั่นไปหมดแล้วจู่ๆผ้าห่มที่คลุมตัวเราอยู่ก็ถูกดึงออกไป กลายเป็นพ่อค่ะ พ่อถามเราว่าเป็นอะไรแต่เราไม่ตอบเอาแต่พนมมือตัวสั่นไปหมด พ่อเลยอุ้มเราออกจากห้องไปนั่งข้างนอกค่ะ เราไม่พูดอะไรเลยเอาแต่ร้องไห้แล้วก็พนมมืออยู่อย่างนั้น พ่อก็ถามเราย้ำแล้วย้ำอีกแล้วก็เขย่าตัวเราค่ะ จนเราตื่นจากฝัน
เราสะดุ้งตื่นตอนเวลา 05.03 ค่ะ หลังตื่นเราจะเปิดโทรศัพท์ดูทุกครั้ง (เลยรู้เวลาตื่น) เพราะกลัวมีคนโทรมาค่ะ โทรศัพท์เราเสียงเบามากคนโทรมาจะไม่ค่อยตื่นค่ะหรือเราขี้เซาก็ไม่รู้ -...- เรานอนนิ่งและมองไปรอบๆมันมืดมากค่ะ นึกถึงเรื่องที่ฝันมันเหมือนสถานที่ในห้องๆนี้มาก ไม่ใช่เเค่เหมือนแต่มันใช่เลยมันคือสถานที่เดียวกัน และที่พีคกว่านั้นคือ เราเอามือก่ายหน้าผากอยู่ค่ะ พอรู้สึกตัวก็รีบหุบมือเข้ามาในผ้าห่มเลยคือกลัวมากตอนนั้นจิตตกแบบสุดๆ กลัวไปหมด เวลาผ่านไปเหมือนนอนเหม่อได้สักพักก็มีสายโทรเข้ามาค่ะ เรารับสายปกติ เขาเห็นเสียงเราไม่ค่อยดีเลยถามเราว่าเป็นอะไร เราก็เล่าให้เขาฟังทุกอย่างค่ะ เล่าไปน้ำตาไหลไป55555555555คือมันไม่ไหวจริงๆไม่เคยเจออะไรแบบนี้กับตัวเองเลย ปกติไม่เคยกลัวเรื่องพวกนี้อยู่แล้วแต่ก็ไม่เคยลบหลู่นะคะ เราก็เล่าให้เขาฟังทั้งน้ำตาตัวสั่นก้มหน้ามุดตุ๊กตาหมีตัวโปรดค่ะ เรากลัวเล่าอยู่แล้วเห็นอะไรแปลกๆเลยเอาหน้ามุดหมีดีกว่าปลอดภัย ในใจตอนนั้นอยากย้ายไปนอนกับพ่อมากค่ะแต่ก็กลัวตอนลุกอีก กลัวลุกละเห็นเงาแปลกๆ กลัวได้ยินเสียงนู่นนี่คือในหัวคิดสารพัดเลยค่ะ แต่คนในสายก็ปลอบอยู่ว่าให้ใจเย็นๆอย่าคิดมาก เราก็พยายามไม่คิดมากและทำตัวให้ปกติค่ะ เขาก็บอกให้เราย้ายไปนอนอีกห้องด้วยความที่เรายังมีเขาเป็นเพื่อนเลยตัดสินใจย้ายผ้าห่มและตุ้กตาไปอีกห้องค่ะ แต่พ่อเรานอนอยู่เราเลยวางสายจากเขาและเอาไว้ค่อยคุยกันอีกทีค่ะ
เราเข้าไปนอนข้างๆพ่อที่เป็นที่นอนของน้องแต่มีหมอนข้างกั้นอยู่ พ่อเหมือนจะสะดุ้งตื่นค่ะเลยหันหลังคุยกับเรา
พ่อ : ทำไมวันนี้นอนเร็วจัง กี่โมงแล้วเนี้ย
เรา : หนูเองพ่อ ไม่ใช่น้อง ตีห้ากว่าๆมั้ง
พ่อ : อ่าว นึกว่าน้องก็ว่าทำไมนอนเร็ว (น้องเราจะเล่นคอมถึงประมาณ 7 โมงค่ะเเล้วก็จะขึ้นมานอนกับพ่อ)
เรา : พรุ่งนี้พาไปทำบุญที่วัดหน่อยสิ
พ่อ : แล้วนี่ย้ายมาทำไม ห้องนู้นร้อนหรอ (ห้องที่เรานอนเป็นพัดลมค่ะ ส่วนห้องนี้เป็นห้องแอร์)
เรา : เปล่า ฝันไม่ค่อยดีอะ
พ่อ : (หัวเราะ) กินมากไปละมั้ง
เราก็ไม่ได้ตอบอะไรค่ะ พ่อเขาเป็นคนไม่ค่อยเชื่อเรื่องพวกนี้อยู่แล้วพูดไปก็เปล่าประโยชน์ เราเลยนอนแล้วก็หลับไปค่ะ
เราตื่นสายปกติแต่ที่ไม่ปกติคือขวัญอ่อนมากค่ะ ได้ยินอะไรนิดหน่อยก็ตกใจจนทำของในมือล่วงบ้าง น้องก็เลยถามว่าเป็นอะไร ก็เล่าให้ฟังค่ะมันก็ขำแถมยังแกล้งเราว่าคืนนี้โดนอีกแน่ -*- เราก็ไม่อยากเถียงกับมันค่ะปวดประสาท ปกติก็ไม่ค่อยคุยอะไรกันอยู่แล้วเพราะความคิดไม่ค่อยตรงกันเท่าไหร่ค่ะ จะเถียงกันตลอดจนพ่อปวดหัวเลยต่างคนต่างอยู่ดีกว่า ตัวเราก็ทำกิจวัตรประจำวันปกติค่ะ จนถึงช่วงเข้านอนประมาณตี 1 ได้ค่ะ เราก็ไปไหว้พระแบบจริงจัง ตั้งนะโม 3 จบต่อด้วยอะระหัง และพูดในสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเราค่ะ พูดไปใจสั่นไปเสียงก็สั่นอีกค่ะคือกลัวมาก สุดท้ายเราก็ขอให้เรื่องนี้มันผ่านไปด้วยดี ขอให้มันเกิดจากเราที่กินมาก คิดมาก นอนมากจนทำให้จินตนาการเป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้ พอไหว้เสร็จเราก็เข้านอนค่ะ เราตัดสินใจนอนห้องนั้นอีกครั้งเพราะคิดว่าอย่างน้อยเราบอกให้พระท่านรับรู้แล้ว เขาอาจจะช่วยคุ้มครองเราก็ได้ แล้วเราก็ฝันอีกค่ะ
เดี๋ยวมาเล่าต่อนะคะขอตัวไปกินข้าวก่อนหิวมากก
ฝันว่าเจอดี ในห้องที่ตัวเองนอนอยู่
งั้นเริ่มเลยนะ
ตัวเราเป็นผู้หญิงแก่นๆคนนึงค่ะ อายุ 18 ปี ที่บ้านมีห้อง 2 ห้องค่ะ ห้องหนึ่งเป็นห้องนอนขนาดใหญ่พอสมควร มีเตียงใหญ่ 1 เตียงและเตียงเดี่ยวอีก 1 เตียง เตียงใหญ่จะเป็นพ่อกับน้องชายนอน และเราจะนอนเตียงเดียวค่ะ ส่วนอีกห้องแบ่งเป็น 2 ส่วนค่ะ ส่วนหนึ่งไว้สำหรับเก็บของมีตู้เสื้อผ้าเก่าๆและเตียงที่ไม่มีคนนอน 1 เตียงค่ะ อีกส่วนหนึ่งจะเป็นหิ้งพระ ทั้งสองส่วนนี้ถูกแบ่งออกจากกันอย่างชัดเจนด้วยม่านลูกไม้สีเขียวค่ะ
พอเราโตขึ้นเราก็เริ่มอยากมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นค่ะ เราจึงเลือกที่จะย้ายตัวเองไปนอนที่ห้องเก็บของ คือโดยปกติเราเป็นคนชอบคุยโทรศัพท์ดึกๆเป็นประจำอยู่แล้วค่ะและตรงหัวเตียงห้องเก็บของก็มีปลั้กไฟให้เสียบสายชาทได้พอดีไม่ต้องกังวลเรื่องแบทโทรศัพท์จะหมด ห้องๆนี้ไม่มีคนเข้าออกมานานแล้วค่ะจะมีแค่ย่าที่ขึ้นมาไหว้พระในคืนวันเสาร์ - อาทิตย์เท่านั้น ช่วงหลังๆก็ไม่ได้ขึ้นมาแล้วเพราะขาไม่ค่อยดีค่ะ ส่วนพ่อปกติก็จะเปลี่ยนน้ำในแก้วน้ำพระและดอกไม้ในแจกันทุกวันพระค่ะแต่หลังๆนี้งานยุ่งเลยไม่ได้จัดการจึงกลายเป็นหน้าที่ของเราแทน สรุปแล้วห้องนี้ก็มีแค่เราค่ะที่เข้าๆออกๆเป็นประจำ
ในช่วงแรกๆพ่อก็มาตามให้กลับไปนอนที่ห้องในตอนดึกๆค่ะเพราะเขาไม่มีเพื่อนนอนด้วย แต่เราไม่ไป หลังๆเขาก็เลยให้เรานอนห้องนั้นไปเลย เตียงที่เรานอนห่างกับหิ้งพระแค่ประมาณ 3 ช่วงแขนค่ะ แต่มีม่านกั้นไว้เราเลยอุ่นใจเพราะตอนแรกย่าจะไม่ให้เรานอนค่ะเพราะเราเป็นผู้หญิงเขาบอกว่ามันไม่ดี แต่พ่อเราเป็นคนไม่ค่อยเชื่อและถือเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ค่ะเขาเลยอนุญาตให้เรานอนได้ เรานอนห้องนั้นได้ประมาณ 7 เดือนแล้วค่ะไม่เคยมีเหตุการณ์อะไรแปลกๆเลย จนเมื่ออาทิตย์ที่แล้วราวม่านหักลงมาค่ะเนื่องจากมันเก่ามากแล้วสนิมกินจนมันเปราะหักลงมา แต่เราก็ไม่ได้เอะใจอะไร
ด้วยความที่เรานอนจนชินค่ะ เราก็ทำตัวปกติโดยไม่ได้สนใจว่าซ้ายมือที่ห่างจากเราไปไม่มากคือหิ้งพระที่มีพระจำนวนไม่น้อยกว่า 20 องค์ตั้งอยู่บนหิ้งที่ไม่ได้มีม่านกั้นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ก่อนจะนอนเราก็ไม่เคยไหว้พระค่ะแต่พอไม่มีม่านกั้นแล้วเห็นพระตั้งอยู่จะไม่ไหว้เลยก็แปลกๆ เราก็เลยไหว้ค่ะ แต่ไม่ได้นั่งหรือกราบเหมือนปกตินะคะ เราล้มตัวนอนแล้วยกมือไหว้แค่นั้นค่ะ - -' คือขี้เกียจมากจริงๆพอง่วงแล้วอะไรก็ห้ามไม่อยู่ค่ะหัวถึงหมอนหลับเลย
เราทำแบบนี้ได้ประมาน 3 วันค่ะจนคืนหนึ่งเราฝัน
ในฝันเหมือนเราไปอาศัยที่ห้องๆหนึ่งในหอพักแห่งหนึ่งค่ะ ในคืนนั้นเราก็นั่งเลื่อนเฟสบุคปกติจนเจอข่าวกระทู้นึงบอกว่า ห้องๆนี้หอนี้ที่เราอยู่มีค่ะ (คงไม่ต้องบอกนะคะว่ามีอะไร) แต่เราไม่เคยเจอนะคะเลยไม่ได้สนใจอะไร ไม่คิดแม้แต่จะกดเข้าไปดูเนื้อข่าวข้างในด้วยซ้ำ เลื่อนไปสักพักเพื่อนก็ทักแชทมาค่ะ
เพื่อน : คิดถึงหวะ
เรา : คิดถึงเหมือนกัน มาหากูปะ
เพื่อน : เอาดิ อยู่ไหนวะตอนนี้
เรา : (บอกห้องและหอพักของเราไปค่ะ)
เพื่อน : จริงปะเนี้ย กูไม่ไปละหลอนหวะ
**จับใจความได้ประมาณนี้ค่ะ ในฝันไม่ได้เป้ะแบบนี้
เราก็เลยไม่ได้ตอบอะไรไปค่ะเพราะถ้าคุยต่อเพื่อนอาจจะพูดอะไรที่ทำให้เราคิดมากก็ได้ ตกดึกเราก็เข้านอนตามปกติค่ะ คืนนั้นเรานอนเอามือก่ายหน้าผากในฝันเหมือนเราเหนื่อยมากๆนอนท่านี้แล้วสบายค่ะ หลับไปได้สักพักความรู้สึกคือเหมือนมีคนมาแตะนิ้วมือเราค่ะ ตอนแรกคิดว่านิ้วมือตัวเองกระตุกเลยไม่ได้คิดอะไรเพราะสลึมสลือด้วย สักพักแตะอีกค่ะ รู้สึกเลยว่าเป็นมือมาแตะนิ้วของเราจริงๆ ด้วยความที่ตกใจมากเราก็ลืมตา จากห้องที่เรานอนอยู่ในหอพักกลายเป็นห้องที่เรานอนอยู่ทุกวันค่ะซ้ายมือเป็นหิ้งพระและปลายเตียงเป็นตู้เสื้อผ้า ในฝันเราคลุมโปรงท่องนะโมอย่างเดียวเลย ท่องไปสักพักนอกผ้าห่มก็กลายเป็นแสงสีขาวจากที่มืดๆและมีเสียงเท้าเดินมาหยุดที่ข้างๆเราค่ะ ตอนนั้นเรากลัวมากตัวสั่นไปหมดแล้วจู่ๆผ้าห่มที่คลุมตัวเราอยู่ก็ถูกดึงออกไป กลายเป็นพ่อค่ะ พ่อถามเราว่าเป็นอะไรแต่เราไม่ตอบเอาแต่พนมมือตัวสั่นไปหมด พ่อเลยอุ้มเราออกจากห้องไปนั่งข้างนอกค่ะ เราไม่พูดอะไรเลยเอาแต่ร้องไห้แล้วก็พนมมืออยู่อย่างนั้น พ่อก็ถามเราย้ำแล้วย้ำอีกแล้วก็เขย่าตัวเราค่ะ จนเราตื่นจากฝัน
เราสะดุ้งตื่นตอนเวลา 05.03 ค่ะ หลังตื่นเราจะเปิดโทรศัพท์ดูทุกครั้ง (เลยรู้เวลาตื่น) เพราะกลัวมีคนโทรมาค่ะ โทรศัพท์เราเสียงเบามากคนโทรมาจะไม่ค่อยตื่นค่ะหรือเราขี้เซาก็ไม่รู้ -...- เรานอนนิ่งและมองไปรอบๆมันมืดมากค่ะ นึกถึงเรื่องที่ฝันมันเหมือนสถานที่ในห้องๆนี้มาก ไม่ใช่เเค่เหมือนแต่มันใช่เลยมันคือสถานที่เดียวกัน และที่พีคกว่านั้นคือ เราเอามือก่ายหน้าผากอยู่ค่ะ พอรู้สึกตัวก็รีบหุบมือเข้ามาในผ้าห่มเลยคือกลัวมากตอนนั้นจิตตกแบบสุดๆ กลัวไปหมด เวลาผ่านไปเหมือนนอนเหม่อได้สักพักก็มีสายโทรเข้ามาค่ะ เรารับสายปกติ เขาเห็นเสียงเราไม่ค่อยดีเลยถามเราว่าเป็นอะไร เราก็เล่าให้เขาฟังทุกอย่างค่ะ เล่าไปน้ำตาไหลไป55555555555คือมันไม่ไหวจริงๆไม่เคยเจออะไรแบบนี้กับตัวเองเลย ปกติไม่เคยกลัวเรื่องพวกนี้อยู่แล้วแต่ก็ไม่เคยลบหลู่นะคะ เราก็เล่าให้เขาฟังทั้งน้ำตาตัวสั่นก้มหน้ามุดตุ๊กตาหมีตัวโปรดค่ะ เรากลัวเล่าอยู่แล้วเห็นอะไรแปลกๆเลยเอาหน้ามุดหมีดีกว่าปลอดภัย ในใจตอนนั้นอยากย้ายไปนอนกับพ่อมากค่ะแต่ก็กลัวตอนลุกอีก กลัวลุกละเห็นเงาแปลกๆ กลัวได้ยินเสียงนู่นนี่คือในหัวคิดสารพัดเลยค่ะ แต่คนในสายก็ปลอบอยู่ว่าให้ใจเย็นๆอย่าคิดมาก เราก็พยายามไม่คิดมากและทำตัวให้ปกติค่ะ เขาก็บอกให้เราย้ายไปนอนอีกห้องด้วยความที่เรายังมีเขาเป็นเพื่อนเลยตัดสินใจย้ายผ้าห่มและตุ้กตาไปอีกห้องค่ะ แต่พ่อเรานอนอยู่เราเลยวางสายจากเขาและเอาไว้ค่อยคุยกันอีกทีค่ะ
เราเข้าไปนอนข้างๆพ่อที่เป็นที่นอนของน้องแต่มีหมอนข้างกั้นอยู่ พ่อเหมือนจะสะดุ้งตื่นค่ะเลยหันหลังคุยกับเรา
พ่อ : ทำไมวันนี้นอนเร็วจัง กี่โมงแล้วเนี้ย
เรา : หนูเองพ่อ ไม่ใช่น้อง ตีห้ากว่าๆมั้ง
พ่อ : อ่าว นึกว่าน้องก็ว่าทำไมนอนเร็ว (น้องเราจะเล่นคอมถึงประมาณ 7 โมงค่ะเเล้วก็จะขึ้นมานอนกับพ่อ)
เรา : พรุ่งนี้พาไปทำบุญที่วัดหน่อยสิ
พ่อ : แล้วนี่ย้ายมาทำไม ห้องนู้นร้อนหรอ (ห้องที่เรานอนเป็นพัดลมค่ะ ส่วนห้องนี้เป็นห้องแอร์)
เรา : เปล่า ฝันไม่ค่อยดีอะ
พ่อ : (หัวเราะ) กินมากไปละมั้ง
เราก็ไม่ได้ตอบอะไรค่ะ พ่อเขาเป็นคนไม่ค่อยเชื่อเรื่องพวกนี้อยู่แล้วพูดไปก็เปล่าประโยชน์ เราเลยนอนแล้วก็หลับไปค่ะ
เราตื่นสายปกติแต่ที่ไม่ปกติคือขวัญอ่อนมากค่ะ ได้ยินอะไรนิดหน่อยก็ตกใจจนทำของในมือล่วงบ้าง น้องก็เลยถามว่าเป็นอะไร ก็เล่าให้ฟังค่ะมันก็ขำแถมยังแกล้งเราว่าคืนนี้โดนอีกแน่ -*- เราก็ไม่อยากเถียงกับมันค่ะปวดประสาท ปกติก็ไม่ค่อยคุยอะไรกันอยู่แล้วเพราะความคิดไม่ค่อยตรงกันเท่าไหร่ค่ะ จะเถียงกันตลอดจนพ่อปวดหัวเลยต่างคนต่างอยู่ดีกว่า ตัวเราก็ทำกิจวัตรประจำวันปกติค่ะ จนถึงช่วงเข้านอนประมาณตี 1 ได้ค่ะ เราก็ไปไหว้พระแบบจริงจัง ตั้งนะโม 3 จบต่อด้วยอะระหัง และพูดในสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเราค่ะ พูดไปใจสั่นไปเสียงก็สั่นอีกค่ะคือกลัวมาก สุดท้ายเราก็ขอให้เรื่องนี้มันผ่านไปด้วยดี ขอให้มันเกิดจากเราที่กินมาก คิดมาก นอนมากจนทำให้จินตนาการเป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้ พอไหว้เสร็จเราก็เข้านอนค่ะ เราตัดสินใจนอนห้องนั้นอีกครั้งเพราะคิดว่าอย่างน้อยเราบอกให้พระท่านรับรู้แล้ว เขาอาจจะช่วยคุ้มครองเราก็ได้ แล้วเราก็ฝันอีกค่ะ
เดี๋ยวมาเล่าต่อนะคะขอตัวไปกินข้าวก่อนหิวมากก