ปลูกเมล่อนบนระเบียงคอนโดกินเองกันเถอะ...^^

เริ่มเลยก่อนปลูกเมล่อนนั้น เป็นคนชอบกินแคนตาลูปอยู่แล้ว  ไอ้ผิวลายๆ เรียกว่าเมล่อนนั้นไม่เคยกินเลยเพราะราคาแพง  แอบเสียดายเงิน  รู้แค่มันเป็นพืชตระกูลแตงแบบแคนตาลูปนั่นแหละ
    เข้ามาอ่านใน pantip เห็นหลายคนปลูกกันได้น่ากินมากๆ และหาข้อมูลในกลุ่มคนปลูกเมล่อนใน  facebookกลุ่มปลูกเมล่อนแบบบ้านบ้าน และอีกหลายกลุ่ม ความอยากปลูกเพิ่มขึ้นมาทันทีทันใด ครั้งแรกปลูกในกระถางดินบนระเบียงคอนโด ปรากฎว่าไม่ได้ผลครับ
    เริ่มใหม่เปลี่ยนวิธีการปลูกเอาแบบที่ไม่เลอะเทอะและจัดการง่าย เลยปลูกในกล่องโฟม  ใช้กล่องขนมเค้กกาโต้เฮาส์เจาะรู  ถ้วยปลูกใช้ถ้วยโยเกิร์ตนี่แหละมาเจาะเอา ส่วนนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายเพราะขอเขามา...ฮา ฮา


    อุปกรณ์ที่ต้องมีก็ EC meter วัดปุ๋ยกับ PH meter วัดกรด-ด่างของน้ำ และสารละลายธาตุอาหารพืช เรียกง่ายๆปุ๋ยไฮโดรครับ จะมี 2 ตัวคือ ปุ๋ย A  และปุ๋ย B


    เริ่มแรกเอาเมล็ดแช่น้ำอุ่นไม่ร้อน 6-8 ชม. แล้วมาบ่มในกล่องโดยรองทิชชู่ ปิดทับด้วยทิชชู่ สเปรย์น้ำให้ชุ่มแต่ไม่แฉะนะ เดี๋ยวเมล็ดเน่า  โดย 2 ต้นแรกผมปลูกพันธุ์พอร์ทออเร้นซื้อเมล็ดแช่เย็นไว้เกือบปี เพาะ 4 งอกให้ปลูก 2 ต้น
        พอเมล็ดงอกเป็นเขี้ยวเล็กๆ จับใส่ฟองน้ำผ่ากากบาทตรงกลาง ให้แช่ในน้ำไว้ครึ่งฟองน้ำครับ 3 วันก็งอกแล้ว  พอมีใบจริงโผล่จับลงถ้วยโยเกิร์ตที่เตรียมไว้ได้เลยครับ


        ลงปลูกใหม่ๆ ให้ปุ๋ยอ่อนๆ อย่าผสมปุ๋ยกับน้ำเต็มอัตราส่วนนะครับ เดี๋ยวใบไหม้ ต้นยังเล็กผสมน้อยๆ ค่อยๆเพิ่มจนเท่ากับอัตราส่วนสูงสุดของปุ่ยที่ผู้ขายกำนดครับ...แอบเพาะเพิ่มอีก 2 ต้น


        ช่วงระหว่างโตก็คอยริดแขนงที่ออกมาข้อที่ 1-8 ทิ้ง เริ่มไว้แขนงข้อที่ 9-12 ครับ เมล่อนจะไม่ออกดอกตัวเมียโดยตรงจากต้น แต่จะมีกิ่งแขนงออกมาจากต้นครับ
    ขั้นตอนการผสมเกสรเมื่อดอกตัวเมียบาน  ให้เอาพู่กันแต้มที่ดอกตัวผู้แล้วเอามาแต้มที่เกสรตัวเมียแค่นั้น ดอกตัวเมีย 1 ดอกให้ดีใช้ดอกเกสรตัวผู้ 3 ดอกเพื่อความชัวร์ครับ  ขั้นตอนนี้ไม่มีรูปนะครับ พอดีไม่ได้ถ่ายไว้
        หลังจากผสมเกสรแล้วติดลูกทั้ง 2 ต้นครับ  แต่มีตายไป 1 ต้น ผมเลยเอาอีกต้นพันธุ์กนกจันทร์มาปลูกเพิ่ม จากรูปต้นที่ 3 นับจากขวามือครับ  และมีมาเสริมอีก 2 ต้นในรูปที่เป็นต้นเล็กครับ


        กนกจันทร์ผสมติดแล้วครับ ลูกกำลังโตไล่กันมา  ส่วน 2 ต้นที่เสริมทีหลังพอติดลูกปรากฎว่าลูกเบี้ยวแคระ ผมเลยจับออกไปทิ้ง  เลยเหลือแค่ 2 ต้น ผมให้ปุ๋ยเข้มไปหน่อยใบเลยไหม้ไปเยอะ ได้แต่ภาวนาอย่าให้ตาย  เสียดายใกล้ได้เก็บล่ะ  ส่วนที่ใบม้วนๆนี่มาจากความร้อนของคอมเพรสเซอร์แอร์ครับ เป่าทุกคืนแบบว่าสงสารแต่ถ้าไม่เปิดแอร์คนจะแย่เอา


ใกล้ได้เก็บแล้วครับสำหรับเมล่อนพอร์ทออเร้น


กนกจันทร์ผิวเริ่มกลายเป็นสีเหลืองตามสายพันธุ์แล้วครับ


         เมล่อนถ้าจะให้หวานเราต้องให้ปุ๋ย 0-0-50 เป็นปุ่ยเกร็ดละลายน้ำครับ เริ่มให้ที่ 10-15 วันสุดท้ายก่อนจะเก็บ ฉะนั้นคนปลูกจะต้องรู้อายุของพันธุ์เมล่อนด้วยครับ...ไม่งั้นเราแทนที่จะได้กินเมล่อน จะได้กินแตงกวาแทน อิอิ


        ถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้วครับเมล่อนพอร์ทออเร้น อายุ 44 วันหลังผสมเกสร  จริงๆจะไว้นานกว่านี้แต่ไรแดงเล่นงานเลยตัดซะเลย ชั่งน้ำหนักได้ 9 ขีด เล็กไปหน่อยแต่ต้นโทรมตั้งแต่เล็กแถมไรแดงเล่นงานแค่นี้ดีใจมากแล้วครับ


กนกจันทร์ใกล้แล้วครับ...ชอบสีมากเหลืองอร่ามเชียว


เก็บกนกจันทร์แล้ว ใหญ่กว่าลูกแรก ชั่งได้ 1.2 กิโลกรัม  ระหว่างนี้ยังไม่ได้ผ่าพอร์ทออเร้นจับแช่ตู้เย็นไว้ครับ  เลยเอาออกมาเทียบกัน


สวยคนละแบบ...น่ากินทั้งคู่ครับ


มาลุ้นรสชาดกัน ผ่าพอร์ทออเร้นก่อน เนื้อออกฉ่ำนิดๆ นุ่มหน่อยๆ กรอบไม่มาก ผ่าแล้วถึงได้กลิ่นหอมเล็กน้อยครับ วัดหวานได้ 13 บริก...อร่อยฟินไปเลย


อีกไม่กี่วันต่อมาผ่ากนกจันทร์ต่อ...บรรยายด้วยภาพ
รสชาดกรอบนำ กัดกังแคร๊กเลย มีกลิ่นหอมแม้ยังไม่ได้ผ่า ลูกนี้วัดหวานได้ 11 บริก ถือว่ายังไม่ถึงกะหวานมาก แค่คาบเส้น


มีปลูกไว้ต่างจังหวัดนิดหน่อยครับ...ในรูปหลานชายครับ


กนกจันทร์ที่ต่างจังหวัด...ลูกเล็กกว่าครับได้แดดน้อย


หากใครอยากปลูกทานเองต้องรู้ข้อมูลก่อนว่าเมล่อนชอบแดดมาก  ไม่มีแดดจะปลูกไม่ได้ผลหรือถ้าติดลูกลูกจะเล็กครับ  ส่วนใครจะปลูกวิธีไหนต้องดูความสะดวกของตัวเองเป็นหลัก ผมปลูกแบบนี้เพราะความสะดวก การจัดการง่ายเนื่องด้วยเวลาจำกัดจากการทำงานประจำ แต่ต้นทุนจะสูงกว่าใช้ปุ่ยเม็ดปลูกแบบดินพอสมควรครับ  ถ้าอยู่บ้านนี่สบายเลยปุ๋ยเม็ด 16-16-16 โครตถูกครับ ปลูกกันลืม

+++++ เพิ่มเติมรายละเอียดของการให้ปุ๋ยครับ+++++
    
    การปลูกเมล่อนปลุกได้หลายวิธีครับ วิธีที่ประหยัดสุดคือใช้ปุ๋ยเม็ดธรรมดา เบอร์ 16-16-16 จนถึงช่วงทำหวานใช้ 0-0-50 แบบนี้ต้นทุนจะถูก ออกมาได้ลูกใหญ่ด้วยครับ ซึ่งวิธีนี้จะดีที่สุดหากคนมีเวลาดูแลทั้งเรื่องต้นทุนและผลผลิตที่ได้ ใครมีเวลาดูแลแนะนำให้ปลูกแบบี้ครับ
    ส่วนผมเอาสะดวกเข้าว่าเลยลองปลูกวิธีนี้ดู  ต้นทุนปุ่ยสูงกว่าแบบเม็ดพอสมควร ข้อดีคือไม่ยุ่งยาก สะดวกสำหรับคนมีเวลาน้อยครับ
    ปุ๋ยแบบนี้เขาทำออกมาให้สะดวกต่อการใช้งานที่เห็นๆ กันเยอะๆ คือใช้ในการปลูกผักสลัดครับ ปุ๋ยชนิดนี้แบ่งสารละลายเป็น 2 ชนิด เราเรียกง่ายๆ ว่า ปุ๋ย Aกับ ปู๋ย B เขาจะรวมธาตุอาหารสำหรับพืชไว้ครบหมดแล้วไม่สามารถเอามารวมกันได้เพราะจะทำให้ตกตะกอน  พืชจะเอาไปใช้ไม่ได้ครับ เค้าเลยแยกออกเป็น 2 ตัวนั่นเอง
    สำหรับเมล่อนเป็นพืชที่ต้องการธาตุอาหารเยอะพอสมควร  เลยมีผู้ขายผลิตปุ๋ยแบบนี้ออกมาโดยเฉพาะ มีหลายเจ้าด้วยกัน...ลองหารายละเอียดกันดูนะครับ หรือใครปลูกผักสลัดเอามาใช้ได้เลย หากต้องการธาตุอาหารเพิ่มเติม เราใช้พวกที่เขาขายตามโฮมโปรก็ได้ของยี่ห้อโซตัสก็มีครับ จะเป็นผงใช้ผสมน้ำพ่นให้ต้นไม้
    ตอนซื้อปุ่ยแบบนี้เขาจะเป็นผงมาผสมน้ำตามอัตราส่วนที่กำหนดครับ เช่นขนาด 2 ลิตร เราก็เตรียมน้ำ 2 ลิตร 2 ชุด สำหรับชุด A กับชุด B ครับ ผสมเสร็จจะได้เป็นแม่ปุ๋ย A กับ B ไว้ใช้งาน
    อัตราส่วนของการผสมปุ๋ยจะกำหนดโดยผู้ขาย เช่นเขาบอกผสมน้ำ 1ต่อ 200 หมายถึง หากเราใช้น้ำ 200 ส่วนจะใช้แม่ปุ๋ย A 1 ส่วน ปุ๋ย B 1 ส่วนนั่นเองครับ ตวงปุ๋ยเราก็ใช้ไซริงค์ฉีดยาดูดเอา
    เราใช้ EC Meter วัดความเข้มของปุ๋ยและใช้ PH Meter วัดกรด-ด่างของน้ำ สองอย่างนี้จำเป็นสำหรับการปลูกแบบนี้ การปรับความเป็นกรดด่างของน้ำเราใช้น้ำยา PH Down ขวดละ 50 บาท ใช้ครั้งละนิดเดียว  ปกติน้ำจะเป็นด่างแถวๆ 7-7.5 เลยต้องปรับมาให้อยู่ระหว่าง 6.0-6.8 เราสามารถใช้น้ำอัดลมแทนได้แต่เปลืองซะเปล่าๆ  ครับ
    การทราบข้อมูลของพันธุ์ที่เอามาปลูกสำคัญมาก ว่าใช้เวลาปลูกกี่วัน แนะนำช่วงแรกปลูกพันธุ์ที่อายุเก็บผลผลิตสั้นๆ ไว้ก่อน เช่น 60-70 วัน เป็นต้นครับ (ผมเอา 30 ลบ จะได้นับวันเก็บหลังจากผสมเกสร ผสมเกสรต้องจดวันด้วยไม่งั้นกะเวลาทำหวานไม่ถูก)    
     เริ่มแรกพอต้นกล้ามีใบจริงใบที่ 2 ให้ย้ายกล้าลงถ้วยปลูก ถ้วยปลูกจะแช่อยู่ในน้ำปุ๋ย AB ระดับน้ำเท่าฟองน้ำพอดี อัตราส่วนปุ๋ย 1 ส่วน ต่อน้ำ 350 ส่วน (EC โดยประมาณ 1.2)  ค่า PH 6.0  ต้นยังเล็กใช้ปุ๋ยน้อยๆ ก่อน (วิธีคิดง่ายๆ สมมุติเราผสมปุ๋ยใช้แกลลอนน้ำ 6 ลิตร เอาคูณ 1,000 จะได้เป็น 6,000 มิลลิลิตร หารด้วย 350 จะได้เป็นส่วนปุ๋ยที่เราต้องเติมผสมครับ  6,000/350  เท่ากับ 17.1 มิลลิลิตรหรือ 17.1 ซีซี อย่าลืมปรับให้ค่า PH ด้วยนะครับ
    พอครบสัปดหาแรกกับสัปดาห์ที่สอง  ผมดูดน้ำเก่าออก เติมใหม่ให้ปุ๋ยเข้มกว่าเดิม หลังจากนั้นเติมอย่างเดียวเพราะต้นจะกินจุขึ้นไม่ค้างนานเหมือนช่วงแรกครับ
    ต้นเริ่มโตน้ำจะยุบมากขึ้น ยุบเร็วขึ้น เราค่อยๆ ผสมปุ๋ยให้เข้มขึ้นทุกสัปดาห์ จนสูงสุดเท่าที่คนขายบอกตอนติดลูกครับ  เราไม่ควรใส่น้ำถึงโคนต้น ให้ห่างจากโคนต้นประมาณ 1-2 นิ้วให้มีอากาศและป้องกันโคนเน่า เมื่อติดลูกแล้วค่อยขยับค่า PH อยู่ที่ 6.5-6.8 ครับ
    
    ก่อนเก็บ 10-15 วัน ใช้ปุ๋ย 0-0-50 ถุงละ 1 กิโลกรัม ราคาไม่เกิน 90 บาท  เราแบ่งออกมา  1 ขีดเอามาผสมน้ำ 1 ลิตรใช้เป็นแม่ปุ่ย  ผสมน้ำ 3-5 ซีซีต่อลิตรสำหรับทำหวานครับให้จนถึงวันเก็บเลยครับ

อันนี้คือรายละเอียดของการปลูกคร่าวๆ ครับ ใครจะปลูกลองเลือกแนวทางให้เหมาะกับตัวเอง ในเรื่องของเวลา ต้นทุน ความสะดวกครับ

    ขอตัวไปกินเมล่อนก่อนนะครับ...ขอบคุณครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่