เนื่องจากวันนี้เราได้ไปเดินงานท่องเที่ยวที่ศูนย์ประชุมมา แล้วพอเดินผ่านบูธสถาบันเสริมความงามแห่งนั้น มีผู้หญิงคนนึงเดินเขามาบอกว่ารบกวนกรอกข้อมูลให้หน่อยนะค่ะ เดี๋ยวจะทาเล็บให้ฟรี (คิดในใจหลอกขายชัว) สักพักนางก็ยังตื้อบอกว่าไม่มีการเสนอขายใดๆค่ะพี่ เราเลยคิดว่าโอเคลองดู จากนั้นนางก็พาเราไปขึ้นยานที่รูปร่างน่าตาคล้ายเครื่องชั่งน้ำหนัก ถามอายุ ส่วนสูง พร้อมให้กรอกข้อมูล พอเสร็จนางเดินมาถามว่าทาเล็บสีไรค่ะพี่ เราตอบนางไปว่าเอาสีทองค่ะ จากนั้นนางเดินหาไปหยิบยาทาเล็บมาพร้อมกับกระดาษที่มีข้อมูลที่ประมวลผลออกมาจากยานเครื่องนั้น เรื่องมันเริ่มจากตรงนี้ค่ะ นางอ่านค่าดัชนีร่างกายให้เราฟัง จากนั้นก็เริ่มแนะนำคอร์สต่างๆประมาณ"คุณพี่ค่ะ ตอนนี้ไขมันคุณพี่มากไปแล้ว คุณพี่ควรต้องทำคอร์สนี้ๆๆๆๆๆนะค่ะ" จากนั้นนางก็สรุปให้ฟังว่า "คุณพี่ค่ะ ราคาคอร์สทั้งหมดที่คุณพี่ต้องทำราคา72,000บาท แต่พิเศษในงานเราจะลดให้50% เหลือ36,000ค่ะ คุณพี่มีบัตรเครดิตไหมค่ะ ถ้าบนบัตรมีเลขที่เราต้องการ เราจะลดอีกค่ะ" ห้ะ!!!ไหนตอนแรกบอกว่าให้เรากรอกข้อมูลแล้วทาเล็บไง ตอนนี้เริ่มไม่ใช่ล่ะ พอเราเริ่มปฏิเสธ นางก็เริ่มแบบ"คุณพี่ค่ะ มีงบในใจไหมเอ่ย ทางเราให้คุณพี่ผ่อนได้นะ 0% 10เดือนเลย ตกต่อเดือนแค่สามพันนิดๆเองค่ะ" พอเราบอกปฏิเสธนางก็เริ่มตื้อหนักขึ้น "คุณพี่เงินเดือนเท่าไหร่ค่ะ มีค่าใช้จ่ายไรมั้ง โหยเหลือใช้ตั้งเยอะ แค่นี้เอง" พอเขาเหมือนรู้ว่าจะไม่ได้ล่ะ "คุณพี่ค่ะ ลองสักครั้งไหมล่ะ จ่ายแค่ครั้งแรกครั้งเดียวก็ได้ค่ะ" เราคิดว่าไม่ใช่ล่ะเราเลยปฏิเสธและลุกออกมา อยากฝากถึงสถาบันเสริมความงามนะค่ะ การที่คุณจะขายคอร์สเพื่อหารายได้ให้ตัวคุณนั้น คุณควรให้เขาตัดสินใจหรือให้เวลาในการศึกษาก่อน นี่คุณเล่นบอกเนื้อหาโดยรวมแค่5นาที ซึ่ง5นาทีคุณจะให้เขาเอาเงินไปจ่ายคุณตั้ง30,000กว่าบาทแหนะ เงิน30,000กับการให้ข้อมูลแค่5นาทีที่บอกว่าลดความอ้วนได้ ซึ่งถ้าเราลงทุนไปเราก็ไม่รู้ว่าจะได้ผลไหม หรือต้องต่อคอร์สไปเรื่อยๆโดยอาจจะมากกว่า30,000บาท ขนาดโทรศัพท์เราจะซื้อทีเรายังต้องดูรุ่นเปรียบเทียบหาความชอบเลย ขอเถอะค่ะ เรารู้ว่าคุณอยากได้ค่าคอมจากการขายคอร์ส แต่การกระทำแบบนี้ไม่ต่างจากการหลอกผู้บริโภคหรอกนะค่ะ
ฝากถึงสถาบันเสริมความงามในงานท่องเที่ยวไทยครั้งที่38ค่ะ