ห้องหว้ากอ ภาค 5 รถเมล์ x 3

รถเมล์ x 3 เอาไหมๆๆๆ ?

ประสิทธิ์ รจิตรังสรรค์ โทร 0906925132

ถึงมันจะ 1 ใน 100 หรือ 1 ใน 1000000 แต่ถ้ามันถูก มันก็ต้องถูก

   เพราะเรื่องบางเรื่อง (เรื่องใน VDO นี้) ไม่สามารถใช้เสียงส่วนใหญ่มาตัดสินถูกผิดได้  
           
   
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
     หมายเหตุ
     ถ้ายังไม่เคยดูภาค 1,2,3,4 ดูย้อนหลังคลิก "รู้ไว้ใช่ว่า" ที่บรรทัดสุดท้ายของกระทูนี้
     แล้วเลือกหัวข้อ ที่เกี่ยวกับรถเมล์ (มีมากมาย)


                                       รถเมล์ x 3 คือ อะไร

     1. วิ่งเร็วขึ้น 3 เท่า
รถเมล์วิ่งเร็วขึ้น (จากความเร็วเฉลี่ย 8 กม. / ชม. ในเวลาเร่งด่วน
เป็นความเร็วเฉลี่ย 25 กม. / ชม. ในเวลาเร่งด่วน)

     2. เก็บเงินได้เพิ่ม 3 เท่า ขนคนได้เพิ่มขึ้น 3 เท่า
เพราะ รถเมล์วิ่งเร็วขึ้น 3 เท่า (ตามข้อ 1)
หมายเหตุ ใช้นำ้มันเพิ่มขึ้นไม่ถึง 3 เท่า เพราะระยะวิ่งยาวขึ้น 3 เท่า แต่รถเมล์ตามวิธีใน VDO นี้
จะติดไฟแดงนานน้อยลงมากๆ คือ ปัจจุบันรถเมล์เคยติดไฟแดงนาน 4 - 10 นาที / 1 สี่แยก
จะลดลงเหลือ 1.24 นาที / 1 สี่แยก
จึงศูนย์เสียน้ำมันตอนติดไฟแดงฟรีๆ น้อยกว่า
และยังใช้คนขับ และกระเป๋ารถเมล์เท่าเดิม (อาจะทำให้รถเมล์หายขาดทุนก็ได้)

     3. ยืนหรือนั่งบนรถเมล์นานน้อยลง 3 เท่า
เพราะ รถเมล์วิ่งเร็วขึ้น 3 เท่า (ตามข้อ 1)
ในกรณี รถเมล์ร้อน จะร้อนน้อยลง เพราะ ติดไฟแดงเพียงประมาณ 1.24
นาที / 1 สี่แยก และ เมื่อรถเมล์วิ่งในช่องบัสเลน (ไม่เกิน 60 กม. / ชม.)
จึงวิ่งได้เร็วกว่ารถเมล์ร้อนแบบปัจจุบัน จึงมีลมเข้ามามากขึ้น (ร้อนน้อยลง)
และใช้เวลาน้อยลง เมื่อยน้อยลง

     4. ใช้เวลารอรถเมล์ (ที่ป้าย) นานน้อยลง 3 เท่า
เพราะ รถเมล์วิ่งเร็วขึ้น 3 เท่า (ตามข้อ 1)
เช่น รถเมล์เคยใช้เวลาวิ่ง 1 ชม. / 1 รอบ   อาจจะลดลงเป็น 20 นาที / 1 รอบ
จึงมีรถเมล์วิ่งผ่านป้ายรถเมล์ถี่ขึ้น 3 เท่า

               
                  ทำไมจึงวิ่งได้เร็วขึ้น 3 เท่า
     เนื่องจากรถเมล์ใน VDO นี้
     1. วิ่งในช่องบัสเลน
จึงทำให้รถเมล์วิ่งได้เร็วกว่ารถเมล์แบบปัจจุบันมากๆ
     
     2. กำหนดให้ปล่อยรถเมล์ ออกจากสี่แยกบ่อยกว่ารถเก๋ง 3 เท่าโดยแบ่งถนนเป็น
ช่องสลับ
ช่องบัสเลน
ช่องสำหรับรถเก๋ง
หมายเหตุ ดูคำอธิบาย และ ภาพประกอบในวิดีโอ ในนาทีที่ 1.55 - 3.30
     
     วิธีปล่อยรถ
     ปล่อยรถเก๋งแยกที่ 1 ประมาณ 1 นาที สลับกับปล่อยรถเมล์ 4 แยกๆละประมาณ 6 วินาที
     ปล่อยรถเก๋งแยกที่ 2 ประมาณ 1 นาที สลับกับปล่อยรถเมล์ 4 แยกๆละประมาณ 6 วินาที
     ปล่อยรถเก๋งแยกที่ 3 ประมาณ 1 นาที สลับกับปล่อยรถเมล์ 4 แยกๆละประมาณ 6 วินาที
     ปล่อยรถเก๋งแยกที่ 4 ประมาณ 1 นาที สลับกับปล่อยรถเมล์ 4 แยกๆละประมาณ 6 วินาที
     แล้ววนกลับมาปล่อยรถเก๋งและรถเมล์ ในแยกที่ 1,2,3,4,1,2...... โดยใช้วิธีทำนองเดียว
กับที่กล่าวไปแล้วทั้งหมด
     จึงทำให้ปล่อยรถเมล์ได้บ่อยกว่ารถเก๋ง จึงทำให้รถเมล์วิ่งได้เร็วกว่ารถเก๋งมากๆ
หมายเหตุ ติดตั้งสัญญาณไฟจราจร (ไฟแดงเหลือเขียว) เพิ่มที่หน้าช่อง
บัสเลน และ ที่หน้าช่องสำหรับรถเก๋ง
หมายเหตุ ดูคำอธิบาย และ ภาพประกอบในวิดีโอ ในนาทีที่ 3.30 - 4.30
และ 7.30 - 14.00
     2.1 ทำไมต้องแบ่งเป็น ช่องสลับ ช่องบัสเลน ช่องสำหรับรถเก๋ง ?
ประโยชน์ คือ เพื่อแบ่งการปล่อยรถเมล์ และรถเก๋ง ออกจากสี่แยก เพราะถ้ามีแต่ช่องบัสเลน
เพียงอย่างเดียว เมื่อปล่อยไฟเขียวในแยกนั้น รถเมล์ กับรถเก๋งในแยกนั้น จะวิ่งออกสี่แยก
พร้อมๆกัน
     แต่ถ้าแบ่งเป็น ช่องสลับ ช่องบัสเลน ช่องสำหรับรถเก๋ง ตามวิธีนี้ เมื่อปล่อยไฟเขียวในแยกนั้น
รถเมล์ กับรถเก๋งในแยกนั้น จะวิ่งออกสี่แยกไม่พร้อมๆกัน โดยถ้าต้องการปล่อยรถเก๋ง จะห้ามรถเมล์
เอาไว้ในช่องบัสเลน แต่ถ้าต้องการปล่อยรถเมล์ จะห้ามรถเก๋งเอาไว้ในช่องสำหรับรถเก๋ง
     
     ดังนั้น จึงทำให้สามารถเลือกปล่อยรถเมล์ให้บ่อยกว่ารถเก๋งได้

     จึงทำให้รถเมล์วิ่งได้เร็วกว่ารถเก๋งได้ (ความเร็วของรถเมล์เป็นหัวใจหลักของวิธีในวีดีโอนี้)
     
     3. กำหนดให้ต้องปล่อยรถเมล์ให้หมด (ให้ได้) ใน 1 ไฟแดง ในทุกๆ สี่แยก
จึงทำให้รถเมล์ในทุกๆ สี่แยก ติดไฟแดงไม่เกิน 1 ไฟแดง (แน่นอน)
หมายเหตุ การปล่อยรถเมล์ ถ้าแยกใดไม่มีรถเมล์ ก็ให้ข้ามไปปล่อยรถเมล์
ในแยกต่อไปได้เลย
แต่ถ้าแยกใดมีรถเมล์มากๆ (ไม่ว่าจะ 10 หรือ 30 หรือมากกว่านั้น) ก็จะต้องปล่อยรถเมล์
ในแยกนั้นๆให้หมด (ให้ได้) เพื่อทำให้รถเมล์ในทุกๆ แยก ติดไฟแดงไม่เกิน 1 ไฟแดง

     4. กำหนดให้รถเมล์วิ่งออกจากสี่แยกแบบเรียงหน้ากระดาน เพื่อทำให้รถเมล์วิ่ง
ออกจากสี่แยกได้เร็วกว่า การปล่อยแบบแถวตอนเรียง 1
หมายเหตุ ดูคำอธิบาย และ ภาพประกอบในวิดีโอ ในนาทีที่ 4.30 - 7.30


                      
                        เปรียบเทียบ BRT กับวิธีในวีดีโอ
BRT มีจำนวนรถน้อยเกิน (22 คัน) จึงไม่ค่อยคุ้มในการยกให้ใช้ 1 เลน (แต่ขนคนได้ไม่เท่าไหร่)
BRT มีระยะทาง 16 กม. ใช้รถ 22 คัน วิ่งความเร็วเฉลี่ย 30 กม. / ชม. ให้รถผ่าน 5 นาที / 1 คัน / ในเวลาเร่งด่วน
ส่วนช่องบัสเลน ของวิธีในวีดีโอ ให้รถเมล์ กับ รถตู้ วิ่ง และ ให้รถเมล์ทุกๆคัน ทุกๆสาย สามารถเข้ามาวิ่งในช่อง
บัสเลนนี้ได้ จึงมีจำนวนมากกว่า BRT หลายเท่า
     
     จึงทำให้ช่องบัสเลน ของวิธีใน VDO นี้ สามารถขนคนได้มากกว่า BRT หลายเท่า
     และวิธีนี้ ใช้เงินในการสร้างน้อยกว่า BRT หลายร้อยเท่า เพราะไม่ต้องดัดแปลง หรือสร้างถนนเพิ่มเลย
เพียงแต่ติดตั้งสัญญาณไฟจราจรที่หน้าช่องบัสเลน และ ช่องสำหรับรถเก๋งเพิ่ม และ ตีเส้นจราจรแบบใหม่เพิ่ม
  
                          เปรียบเทียบบัสเลนแบบปัจจุบัน กับบัสเลนตามวิธีในวีดีโอนี้
     ช่องบัสเลนแบบปัจุบัน ถ้ากำหนดเป็นเส้นตรงยาวๆ จะทำให้รถในถนนเส้นนั้นเลี้ยวซ้ายไม่ได้ ต้องไปยูเทริน
ที่ต้นทาง หรือ ที่ปลายทางของช่องบัสเลน
     บัสเลนตามวิธีในวีดีโอนี้ จะเลี้ยวซ้ายทุกๆสี่แยกได้
     
     ข้อเสียของวิธีใน VDO นี้
     จะต้องใช้เฉพาะในเวลาเร่งด่วนเท่านั้น (ยกเว้นในบางถนนที่มีปัญหาจราจรมากๆ (บางสายหรือบางสี่แยก)
อาจใช้นอกเวลาเร่งด่วนด้วยก็ได้)
     จึงต้องมีเจ้าหน้าที่ (อาจไม่ใช่ตำรวจก็ได้) เป็นผู้ปล่อยสัญญาณไฟจราจรแบบใหม่นี้

     วิธีปล่อยรถ
     เนื่องจาก วิธีในวีดีโอนี้ จะต้องมีเจ้าหน้าที่ห้ามและปล่อยรถในทุกๆสี่แยก
     หมายเหตุ เจ้าหน้าที่ ในที่นี้ อาจจะหมายถึง ตำรวจจราจร หรือ อาจจะรับสมัครประชาชน
ทั่วๆไป และ นำมาฝึกอบรมวิธีการควบคุมวิธีการปล่อยรถ
     เพราะตำรวจมีจำนวนน้อยอยู่แล้ว ถ้าต้องมารับทำหน้าที่ควบคุมสัญญาณไฟ ตามวิธีในวีดีโอนี้ อาจจะ
ทำให้ไม่มีเวลาทำหน้าที่หลักของตำรวจ


ให้เจ้าหน้าที่ จำนวน 5 คน / 1 สี่แยก มีเครื่องควบคุมสัญญาณไฟจราจร คนละ 1 เครื่อง กดปุ่มพร้อมๆกัน โดยอาจ
ใช้วิธีแบบ การให้คะแนนมวยสากลสมัครเล่น (ถ้ากรรมการ 3 ใน 5 ให้คะแนนใคร จึงจะได้ 1 คะแนน)

วิธีในวีดีโอนี้ สามารถใช้เพียง 1 แยก ได้หรือไม่ ?
ตอบ ได้ ถ้าต้องการให้แยกที่ 1 ใช้วิธีในวีดีโอ ส่วนในแยกที่ 2 , 3 , 4 ให้ใช้วิธีปรกติ (เหมือนใน
ปัจจุบัน)
     ดังนั้นในสี่แยกนี้ ในแยกที่ 1 จึงแบ่งแยกออกเป็น ช่องสลับ ช่องบัสเลน ช่องสำหรับรถเก๋ง และที่หน้า
ช่องบัสเลน และ ช่องสำหรับรถเก๋ง จะติดตั้งสัญญาณไฟจราจร (แดง เหลือง เขียว) ไว้ที่หน้าช่องบัสเลน
และ ช่องสำหรับรถเก๋ง ส่วนช่องสลับ ก็จะมีสัญญาณไฟจราจร (แบบปัจจุบัน) อยู่แล้ว
     วิธีปล่อย
     ปล่อยรถเก๋งแยกที่ 1 ประมาณ 1 นาที สลับกับปล่อยรถเมล์ แยกที่ 1 ประมาณ 6 วินาที
     ปล่อยรถแยกที่ 2 ประมาณ 1 นาที สลับกับปล่อยรถเมล์ แยกที่ 1 ประมาณ 6 วินาที
     ปล่อยรถแยกที่ 3 ประมาณ 1 นาที สลับกับปล่อยรถเมล์ แยกที่ 1 ประมาณ 6 วินาที
     ปล่อยรถแยกที่ 4 ประมาณ 1 นาที สลับกับปล่อยรถเมล์ แยกที่ 1 ประมาณ 6 วินาที
     แล้ววนกลับมาปล่อยรถเก๋งและรถเมล์ ในแยกที่ 1,2,3,4,1,2...... โดยใช้วิธีทำนองเดียว
กับที่กล่าวไปแล้วทั้งหมด
     หมายเหตุ แยกที่ 1 ใช้คำว่า "ปล่อยรถเก๋ง" เพราะแยกที่ 1 มีการแบ่งแยกรถ
เก๋งกับรถเมล์ออกจากัน

     วิธีในวีดีโอนี้ สามารถใช้เพียง 2 แยก ได้หรือไม่ ?
     ตอบ ได้ ถ้าต้องการให้แยกที่ 1 กับ 3 ใช้วิธีในวีดีโอ ส่วนในแยกที่ 2 , 4 ให้ใช้
วิธีปรกติ (เหมือนในปัจจุบัน)
ดังนั้นในสี่แยกนี้ ในแยกที่ 1 , 3 จึงแบ่งแยกออกเป็น ช่องสลับ ช่องบัสเลน ช่องสำหรับรถเก๋ง และ
ที่หน้า ช่องบัสเลน ช่องสำหรับรถเก๋ง จะติดตั้งสัญญาณไฟจราจร (แดง เหลือง เขียว) ไว้ที่หน้าช่อง
บัสเลน และ ช่องสำหรับรถเก๋ง ส่วนช่องสลับ ก็จะมีสัญญาณไฟจราจร (แบบปัจจุบัน) อยู่แล้ว
     วิธีปล่อย
     ปล่อยรถเก๋งแยกที่ 1 ประมาณ 1 นาที สลับกับปล่อยรถเมล์ แยกที่ 1 และ 3 ประมาณ 6 วินาที
     ปล่อยรถแยกที่ 2 ประมาณ 1 นาที สลับกับปล่อยรถเมล์ แยกที่ 1 และ 3 ประมาณ 6 วินาที
     ปล่อยรถเก๋งแยกที่ 3 ประมาณ 1 นาที สลับกับปล่อยรถเมล์ แยกที่ 1 และ 3 ประมาณ 6 วินาที
     ปล่อยรถแยกที่ 4 ประมาณ 1 นาที สลับกับปล่อยรถเมล์ แยกที่ 1 และ 3 ประมาณ 6 วินาที
     แล้ววนกลับมาปล่อยรถเก๋งและรถเมล์ ในแยกที่ 1,2,3,4,1,2...... โดยใช้วิธีทำนองเดียว
กับที่กล่าวไปแล้วทั้งหมด
     หมายเหตุ แยกที่ 1 และ 3 ใช้คำว่า "ปล่อยรถเก๋ง" เพราะแยกที่ 1 มีการแบ่งแยก
รถเก๋งกับรถเมล์ออกจากัน

     ดังนั้น วิธีในวีดีโอนี้ จึงสามารถทำได้เพียง 1 แยก ในสี่แยก หรือ 2 แยก ใน สี่แยก หรือ 3 แยกใน
สี่แยก หรือจะทำวิธีในวีดีโอนี้ ทั้ง 4 แยกเลยก็ได้

     ไม่เอาวิธีในวีดีโอนี้ เพราะมันซับซ้อนยุ่งยาก กว่าวิธีในปัจจุบัน ?
     ตอบ โทรศัพท์ 4 G จะมีวิธีผลิตซับซ้อนยุ่งยากกว่า และ แพงกว่า 3 , 2 และ 1 G
แต่เพราะว่า โทรศัพท์ 4 G มันมีประสิทธิภาพสูงกว่า ถึงมันจะซับซ้อนยุ่งยาก และแพงกว่า แต่มันก็คุ้มค่า
ทำนองเดียวกับการที่คนใช้รถเก๋ง แทนเกวียน นั้นเอง
สรุป สัญญาณไฟจราจร แดงเหลืองเขียว ใช้มา เป็น 100 ปีแล้ว ถ้าจะปรับปรุง
เปลี่ยนแปลงบ้าง ไม่ได้เลยหรือ ?



หลักการ ของวิธีนี้

ถ้าไม่รีบก็ใช้รถเก๋งต่อไป แต่ถ้ารีบให้เปลี่ยนมาใช้รถเมล์

โดยใช้ความเร็วของรถเมล์ (ใน VDO นี้) แลกเปลี่ยนกับความสะดวก สบายต่างๆ ฯลฯ ในรถเก๋ง


ไม่ทราบว่าท่านเห็นด้วยหรือไม่ ?
ไม่เห็นด้วยตรงไหน ?
มีตัวเลขไหนผิดไปหรือไม่ ?
หรือมีเหตผลข้อไหนมันไม่จริง หรือไม่เป็นวิทยาศาสตร์ ?
ช่วยทำให้ผมหายโง่ที ขอบคุณล่วงหน้า (เอาแบบวิทยาศาสตร์ น่ะครับ)
ผมรับรองว่าจะตอบทุกความเห็นครับ

สุดท้าย ยังยืนยันว่า จะ 1 ใน 100 หรือ 1 ใน 1 ล้าน ถ้ามันถูก มันก็จะต้องถูก

ถ้าผมแพ้ผมก็ยอมแพ้ได้ แต่ขอให้มาสู้กัน (ตามหลักวิทยาศาสตร์) ก่อนครับ
การขัดแย้งการเห็นต่าง (ด้วยเหตุด้วยผล) มันน่าจะมีประโยชน์กับผู้ที่เข้า
มาอ่าน และคนส่วนรวม ทำให้คนมองมุมต่างกันบ้าง คิดในแง่มุมอื่นๆมากขึ้น

หมายเหตุ
การถกเถียง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ควรทำเพียงเพื่อให้ฉลาดขึ้นก็พอ (จะได้ไม่เกลียดกัน)
อย่าเอาแพ้เอาชนะกัน
ไม่เช่นนั้นจะไม่ใช้เหตุผล
แต่จะใช้อารมณ์แทน
เหมือนกินอาหารเพียงให้พออยู่ได้ (อย่าให้อิ่มเกินมันจะอ้วน)

มีทางเดียวที่จะตัดสินได้ คือ การพิสูจน์ ทดลอง ซ้ำแล้วซ้ำอีก
โดยใช้หลักวิทยาศาสตร์ และโดยผู้ชำนาญ เช่น ห้องว่ากอ
หรือนักวิทยาศาสตร์ หรือ ทีวี หรือ สื่อ ฯ เป็นต้น
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่