รถเมล์แก้รถติด 3

ประสิทธิ์ รจิตรังสรรค์  0906925132  ( เ ห็ น ด้ ว ย โ ป ร ด ช่ ว ย แ ช ร์ ๆ ๆ)

เมื่อวันที่ 16 / 7 / 59 (เมื่อวานซืน)

ผมตั้งกระทู้เรื่อง ร ถ เ ม ล์ แ ก้ ร ถ ติ ด   2

หมายเหตุ ถ้าต้องการดู รถเมล์แก้รถติด 2 ให้คลิก "รู้ไว้ใช่ว่า" ที่บรรทัด
สุดท้ายของกระทู้นี้ แล้วเลือกคลิก "รถเมล์แก้รถติด 2"

ในความคิดเห็นที่ 10 สมาชิกหมายเลข 7 1 0 5 5 1 เขียนมา 4 ข้อๆ ละ 1 บรรทัด ดังนี้


1. เริ่มง่ายๆ ทำบัสเลนทุกเส้น รถเมล์ ไม่ต้องติดไฟแดง มาเมื่อไหร่ เปลี่ยนเป็นไฟเขียวทันที

2. ใครฝ่าฝืนวิ่งบัสเลน ปรับให้หนัก ลงเฟสประจาน

3. พอทำแบบนี้รถส่วนตัวจะติดหนัก และไปได้ช้ากว่ารถเมล์ รถเมล์วิ่งฉิว รถส่วนตัวติดแหง็ก ไม่นานคนจะกลับมาใช้รถเมลล์แทน

4. ถ้ารถเมล์ใช้เวลา ครึ่งชั่วโมง แต่รถส่วนตัว ชั่วโมงครึ่ง คุณจะไปทางไหน
  

ซึ่งตรงใจผมมาก ๆ ทุก ๆ ข้อเลยครับ โดยเฉพาะ ข้อ 1
แต่ข้อ 1 ท่านเขียนมาบรรทัดเดียว
ดังนั้น ผมจึงขออนุญาติ ท่านสมาชิกหมายเลข  710551 ในการขยายความ
(ไม่แน่ใจว่าจะถูก หรือ ผิดประการใด) ดังต่อไปนี้


ท่านว่า  
1. เริ่มง่ายๆ ทำบัสเลนทุกเส้น รถเมล์ ไม่ต้องติดไฟแดง มาเมื่อไหร่ เปลี่ยนเป็นไฟเขียวทันที

ผมว่า
เป็นความคิดที่ดีมากๆครับ น่าทดลองดู (ในจินตนาการของผม)
ดังต่อไปนี้

แยกที่ 1 มีรถเมล์มาถึงสี่แยก 1 คัน จอดรอไฟแดง เจ้าหน้าที่ปล่อย (เปลี่ยนเป็นเขียวในแยกที่ 1)
รถเมล์ในแยกที่ 1 วิ่งออกไป (ใช้เวลาประมาณ 6 - 8 วินาที) และในเวลาเดียวกันนี้ รถเก๋งในแยกที่ 1 ก็วิ่งออกไปด้วย
จากนั้น จะปล่อยในแยกที่ 1 ประมาณ 1 นาทีเมื่อครบแล้วจึงค่อยปล่อยรถเก๋งในแยกที่ 2
แต่ถ้าในแยกที่ 1 นี้ ปล่อยไป 20 วิ ในแยกที่ 3 มีรถเมล์ในช่องบัสเลนจอดอยู่ 2 คัน

แยกที่ 3 มีรถเมล์มาถึงสี่แยก 2 คัน จอดรอไฟแดง เจ้าหน้าที่ปล่อย (เปลี่ยนเป็นเขียวในแยกที่ 3)
รถเมล์ในแยกที่ 3 วิ่งออกไป (ใช้เวลาประมาณ 12 - 16 วินาที) และในเวลาเดียวกันนี้ รถเก๋งในแยกที่ 3 ก็วิ่งออกไปด้วย
จากนั้น จะปล่อยในแยกที่ 3 ประมาณ 1 นาทีเมื่อครบแล้วจึงค่อยย้อนมาปล่อยรถเก๋งในแยกที่ 1 อีกครั้ง ประมาณ 40 วินาที
เพราะในแยกที่ 1 เพิ่งปล่อยไปได้ 20 วิ จึงย้อนมาปล่อยในแยกที่ 1 อีกครั้งประมาณ 40 วิ
แต่ถ้าในแยกที่ 1 นี้ ปล่อยไป 10 วิ ในแยกที่ 4 มีรถเมล์ในช่องบัสเลนจอดอยู่ 3 คัน

สรุป ในแยกที่ 3 ปล่อยรถเก๋งไปครบแล้ว (1 นาที)
      ในแยกที่ 1 ปล่อยรถเก๋ง 20 วิ  และ 10 วิ

แยกที่ 4 มีรถเมล์มาถึงสี่แยก 3 คัน จอดรอไฟแดง เจ้าหน้าที่ปล่อย (เปลี่ยนเป็นเขียวในแยกที่ 4)
รถเมล์ในแยกที่ 4 วิ่งออกไป (ใช้เวลาประมาณ 18 - 24 วินาที) และในเวลาเดียวกันนี้ รถเก๋งในแยกที่ 4 ก็วิ่งออกไปด้วย
จากนั้น จะปล่อยในแยกที่ 4 ประมาณ 1 นาทีเมื่อครบแล้วจึงค่อยปล่อยรถเก๋งในแยกที่ 1 อีกครั้ง ประมาณ 30 วิ
เพราะในแยกที่ 1 เพิ่งปล่อยไปได้ 20 + 10 วิ จึงย้อนมาปล่อยในแยกที่ 1 อีกครั้งประมาณ 30 วิ
แต่ถ้าในแยกที่ 1 นี้ ปล่อยไป 20 วิ ในแยกที่ 2 มีรถเมล์ในช่องบัสเลนจอดอยู่ 1 คัน

แยกที่ 2 มีรถเมล์มาถึงสี่แยก 1 คัน จอดรอไฟแดง เจ้าหน้าที่ปล่อย (เปลี่ยนเป็นเขียวในแยกที่ 2)
รถเมล์ในแยกที่ 2 วิ่งออกไป (ใช้เวลาประมาณ 6 - 8 วินาที) และในเวลาเดียวกันนี้ รถเก๋งในแยกที่ 2 ก็วิ่งออกไปด้วย
จากนั้น จะปล่อยในแยกที่ 2 ประมาณ 1 นาทีเมื่อครบแล้วจึงค่อยย้อนมาปล่อยรถเก๋งในแยกที่ 1 อีกครั้ง ประมาณ 30 วินาที
เพราะในแยกที่ 1 เพิ่งปล่อยไปได้ 20 + 10 วิ จึงย้อนมาปล่อยในแยกที่ 1 อีกครั้งประมาณ 30 วิ
แต่ถ้าในแยกที่ 1 นี้ ปล่อยไป 20 วิ ในแยกที่ 3 มีรถเมล์ในช่องบัสเลนจอดอยู่ 1 คัน

สรุป ในแยกที่ 3 และ 4 และ 2 ปล่อยรถเก๋งไปครบแล้ว (1 นาที)
      ในแยกที่ 1 ปล่อยรถเก๋ง 20 + 10 + 20 วิ

แยกที่ 3 มีรถเมล์มาถึงสี่แยก 1 คัน จอดรอไฟแดง เจ้าหน้าที่ปล่อย (เปลี่ยนเป็นเขียวในแยกที่ 3)
รถเมล์ในแยกที่ 3 วิ่งออกไป (ใช้เวลาประมาณ 6 - 8 วินาที) และในเวลาเดียวกันนี้ รถเก๋งในแยกที่ 3 ก็วิ่งออกไปด้วย
จากนั้น จะปล่อยในแยกที่ 3 ประมาณ 6วิ เมื่อครบแล้วจึงค่อยย้อนมาปล่อยรถเก๋งในแยกที่ 1 อีกครั้ง ประมาณ 10 วินาที
เพราะในแยกที่ 1 เพิ่งปล่อยไปได้ 20 + 10 + 20 วิ จึงย้อนมาปล่อยในแยกที่ 1 อีกครั้งประมาณ 10 วิ

สรุป
จากตัวอย่างที่ผมสมมุติ
ในแยกที่ 1 มีการปล่อยแบบกระปิด กระปอย 20 + 10 + 20 + 10 (วิ)
ส่วนในแยกที่ 2 และ 3 และ 4 ผมสมมุติให้ ปล่อยครบ 1 นาทีทั้ง 3 แยก

แต่ในความเป็นจริง ในแยกที่ 2 และ 3 และ 4 ก็น่าจะมีการปล่อยประปิดกระปอย เหมือน หรือ คล้าย
ในแยกที่ 1 นี้ เช่นกัน

เพราะรถเมล์วิ่งไปมา  แบบไม่เป็นระเบียบ
กำหนดไม่ได้ว่า  รถเมล์จะมาเมื่อไหร่ ?
หรืออีกกี่วินาที  รถเมล์จะมา 1 คัน ?
หรือรถเมล์คันต่อไป  จะมาในแยกไหนก่อน ?


ดังนั้น ถ้าใช้จังหวะที่รถเมล์มาถึง แล้วขึ้นไฟเขียวในแยกนั้นๆ ทันที
รถเมล์จะติดไฟแดงน้อยมากๆๆ เช่น อาจจะติดไฟแดงประมาณ 5 หรือ 10 วินาที / 1 สี่แยก
หมายเหตุ
ไม่จำเป็นว่าจะต้องปล่อยรถเมล์ทันทีที่รถเมล์มาจอดรอไฟแดง อาจจะให้รอประมาณ
5 - 10 วินาที ก็ได้


แต่รถเก๋ง (ในทุกๆ แยก) จะต้องปล่อยแบบกระปิด กระปอย (ประมาณปล่อย 10 - 30 วิ
/ ครั้ง ในทุกๆแยก)  
หมายเหตุ
การปล่อยรถเก๋งแบบกระปิดกระปอย จะระบายรถเก๋งได้น้อย กว่าการปล่อยแบบยาวๆ
เพราะรถจะออกตัวช้า ใช้ความเร็วต่ำๆ ผ่านสี่แยก

สรุป  ทุ ก วิ ธี    จ ะ มี ทั้ ง ข้ อ ดี    แ ล ะ     ข้ อ เ สี ย
วิธีของสมาชิกหมายเลข 710551 (รถเมล์แก้รถติด 3) รถเมล์จะติดไฟแดงน้อยมากๆ
(ประมาณ 5 - 10 วิ) เท่านั้น

ส่วนวิธีในวีดีโอ ในกระทู้รถเมล์แก้รถติด 2 (ข้างล่างนี้) รถเมล์จะติดไฟแดงประมาณ
1.30 นาที และปล่อยรถเก๋งประมาณ 1 นาที

แต่ถ้าถามว่าวิธีไหนดีกว่า ?
ก็ต้องบอกว่า วิธีของของสมาชิกหมายเลข 710551 ดีกว่าครับ
แต่การปล่อยแบบกระปิดกระปอย จะเสียตรงรถเก๋งออกตัวช้า
และ การปล่อยรถเก๋งครั้งละ 10 - 30 วิ จะเสียเวลาในการขึ้นไฟเหลือ
ไปฟรี (ประมาณ 4 วิ)
มากครั้งขึ้น

แต่ถ้ารถเมล์มากๆ แบบหน้าราม วิธี ในวีดีโอ (ในกระทู้ รถเมล์แก้รถติด 2 น่าจะดีกว่าครับ)



ท่านว่า
2. ใครฝ่าฝืนวิ่งบัสเลน ปรับให้หนัก ลงเฟสประจาน
ผมว่า  
เห็นด้วย 100 % เลยครับ



ท่านว่า
3. พอทำแบบนี้รถส่วนตัวจะติดหนัก และไปได้ช้ากว่ารถเมล์ รถเมล์วิ่งฉิว รถส่วนตัวติดแหง็ก ไม่นานคนจะกลับมาใช้รถเมลล์แทน
ผมว่า  
เห็นด้วย 100 % เลยครับ


ท่านว่า
4. ถ้ารถเมล์ใช้เวลา ครึ่งชั่วโมง แต่รถส่วนตัว ชั่วโมงครึ่ง คุณจะไปทางไหน
ผมว่า  
เห็นด้วย 100 % เลยครับ

แต่ทั้งหมดนี้ อยู่ที่ รัฐ จะเห็นด้วยหรือไม่ สำ คั ญ ที่ สุ ด ครับ ?

                             จ บ ความคิดเห็นของสมาชิกหมายเลข 710551
                  
  
นี้คือประโยชน์  ของการแสดงความคิดเห็น ทำให้ (ผม) มองเห็นแง่มุมอื่นๆ ได้หลากหลายมากขึ้น
ข้อดี ของสมาชิกหมายเลข 710551 อีกข้อคือ ไม่ต้องใช้เงิน (ก่อสร้าง) เลย แม้แต่บาทเดียว
ข้อเสีย คือ ต้องใช้เจ้าหน้าที่ ค่อยดูว่าแยกใดมีรถเมล์มาจอดรอไฟแดง ที่ช่องบัสเลนบ้าง (เท่านั้น)
  

ดังนั้น
เชิญ ศ. หรือ ดร. หรือ นักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์ ทุกประเทศในโลก (แต่ต้องเป็นภาษาไทยเท่านั้น เพราะผมอ่านได้ภาษาเดียว) หรือ ตำรวจจราจรถึง ผบกจร. หรือ ข้าราชการ ถึงนายก หรือเด็ก หรือ ผู้ใหญ่ คนรวย หรือ จนเรียนมาก หรือ น้อย ก็ได้ เห็นด้วยหรือเห็นต่าง ก็ได้ โปรดช่วยแสดงความเห็น เพื่อมาถกเถียงกัน (ต า ม ห ลั ก วิ ท ย า ศ า ส ต ร์) เพื่อปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น (ท่านไม่ต้องเกรงใจผม ผมเองก็ไม่เกรงใจใครอยู่แล้ว) แต่ไม่โกรธไม่เกลียดกัน มีแต่ขอบคุณอย่างเดียวครับ


            

            ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ร ถ ติ ด

จะต้องนับเป็น ค น  ไม่ ใช่  คั น     เช่น

รถเก๋งผ่านสี่แยก 10 คัน รถเมล์ 1 คัน
ถ้านับเป็นคันจะได้ 11 คัน
ถ้านับเป็นคนจะได้ 90 คน


รถเก๋งผ่านสี่แยก 9 คัน รถเมล์ 2 คัน
ถ้านับเป็นคันจะได้ 11 คัน
ถ้านับเป็นคนจะได้ 158 คน

หมายเหตุ  รถเก๋ง 1 คัน ขนคน 2 คน     รถเมล์ 1 คัน ขนคน 70 คน

ดังนั้น ถ้าวัดแต่จำนวนรถ (นับเป็นคัน) เราจะไม่เห็นแนวทางแก้ปัญหาจราจรเลย
แต่ถ้าเราวัดเป็นจำนวนคน (ผ่านสี่แยกกี่คน) เราจะเห็นแนวทางแก้ปัญหาทั้นที่

เพราะ เป้าหมายของการแก้ปัญหารถติด คือ การขนคน ไม่ใช่ ขนรถ



การระบายรถเก๋ง 30 คันต่อนาที / เลน ถ้ามองเผินๆ (โง่ๆ) จะเห็นว่าการจราจรลื่นไหลดีมากๆ แต่ขนคนได้ 60 คน
การระบายรถเมล์ 5 คันต่อนาที / เลน ถ้ามองเผินๆ (โง่ๆ) จะเห็นว่าการจราจรไม่ลื่นไหลเลย แต่ขนคนได้ 350 คน

สรุป 1 นาที เท่ากัน ใช้รถเก๋งระบายได้ 60 คน แต่ถ้าใช้รถเมล์จะระบายได้ 350 คน (มากกว่าถึง 5 เท่ากว่า)


สรุป ถ้าต้องการจะแก้ปัญหารถติด จึงจำเป็นต้องวัดเป็นคน ไม่ใช้วัดเป็น คัน

ถ้านับเป็นคัน จะไม่เห็นคุณค่าของรถเมล์เลย (เห็นจราจรลื่นไหลดีมาก ก็หลงดีใจ) แต่ขนคนได้หน่อยเดียว
แต่ถ้านับเป็นคน จะเห็นค่าของรถมล์ (ถึงการจราจรไม่ลื่นไหลเลย ไปช้าๆ แต่ขนคนได้มากกว่า 5 เท่า)


ดังนั้น จะต้องเน้นการระบายรถเมล์มากกว่าระบายรถเก๋ง จึงจะแก้ปัญหารถติดได้


ปัญหารถติดเกิดจากรถเก๋งที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
เปรียบรถเก๋ง เป็น โจร (ในแง่จราจร) และ เปรียบรถเมล์ เป็นตำรวจ (ในแง่จราจร)


รถเมล์ 1 คัน  ใช้ผิวถนน 12 ม.    ขนคน 70 คน     หรือ  1 คน ใช้ผิวจราจร = 12 หาร 70 = 0.17 ม. = 17 ซม.
รถเก๋ง 35 คัน ใช้ผิวถนน 192 ม.   ขนคน 70 คน   หรือ  1 คน ใช้ผิวจราจร = 192 หาร 70 = 2.7 ม. = 270 ซ.ม.

ดังนั้น ผู้ใช้รถเก๋งใช้ผิวจราจร 270 ซ.ม. / คน      ผู้ใช้รถเมล์ใช้ผิวจราจร 17 ซม. / คน

สรุป

ถ้าต้องการลดจำนวนรถเก๋ง (โจร) จะต้องใช้รถเมล์ (ตำรวจ) มาแก้ (ปราบ)



แต่รถเมล์ในปัจจุบัน วิ่งช้ามาก (8 กม. / ชม. ในเวลาเร่งด่วน)
จึงต้องใช้วิธีของ  ของสมาชิกหมายเลข 710551 นี้



การพยายามทำให้จราจรลื่นไหลมากๆ (เหมือนในปัจจุบัน) เป็นเหมือนการช่วยทำให้รถเก๋งเพิ่มจำนวนมาก
ขึ้นอีก (เหมือนการส่งปืน ส่งระเบิดให้โจร) จึงเป็นวิธีที่ผิด

ดังนั้น การแก้ปัญหารถติดที่ถูกต้อง จะต้องทำให้รถเมล์วิ่งเร็วขึ้น

เพื่อทำให้ผู้ใช้รถเก๋ง (ที่เร่งรีบ) เปลี่ยนมาใช้รถเมล์มากขึ้น

ย่อมทำให้ท้ายแถวรถติดหดสั้นลงไปด้วย ปัญหารถติดก็จะลดลงด้วย



การแก้ปัญหาจราจร จะต้องทำให้ท้ายแถวรถติดหดสั้นลง เช่น
การระบายรถเมล์ 5 คัน / นาที / เลน
ใช้ผิวจราจร = 5 x 12 = 60 + ช่องไฟ 5 = 65 ม. ขนคนได้ 350 คน


แต่ถ้าคน 350 คนนี้ ไปใช้รถเก๋ง เขาจะต้องใช้รถเก๋ง 175 คัน
ใช้ผิวจราจร = 175 x 4.5 + ช่องไฟ 175 = 962 ม. ขนคนได้ 350 คน
หมายเหตุ รถเก๋งยาว 4.5 ม. ช่องไฟ 1 ม.

สรุป
คน 350 คน ถ้าใช้รถเมล์  จะใช้ผิวจราจร 65 ม.
คน 350 คน ถ้าใช้รถเก๋ง  จะใช้ผิวจราจร 962 ม.

ดังนั้น
คน 350 คน ใช้รถเก๋ง 175 คัน  จะต้องใช้เวลา (ผ่านสี่แยก) 5.50 นาที
คน 350 คน ใช้รถเมล์ 5 คัน  จะต้องใช้เวลา (ผ่านสี่แยก) 1 นาที


วีดีโอ รถเมล์แก้รถติด 2

   คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่