ความเดิมตอนที่แล้ว.... สวัสดีครับ ผมชื่อ วิน อายุ 17 ปัจจุบันอยู่กับแม่เพียง 2 คน เพราะพ่อไปทำงานที่ต่างประเทศ กำลังศึกษาเรียนอยู่โรงเรียนระดับหัวกะทิแห่งหนึ่ง จากชีวิตเด็กไม่ตั้งใจเรียนแสนธรรมดาของผมกลับได้ไปอยู่ในโรงเรียนของระดับหัวกะทิอย่างน่าประหลาดใจ เป็นเพราะผมได้เจอกับสิ่งๆหนึ่ง...สิ่งที่ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไป..
ความลับของผม สิ่งหนึ่งที่ผมเจอตกที่ริมทางกลับบ้าน ช่วงนั้นผมเรียนอยู่มัธยมต้นที่โรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่ง วันที่ผมเจอเป็นช่วงเวลาค่ำหลังจากเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆเสร็จ ผมยังจำบรรยากาศในตอนนั้นได้ ในกลางคืนที่มืดมิดมีไฟตามทางสลัวๆ ผมเจอแว่นตาลักษณะกลมๆกรอปสีดำตกอยู่ ผมเห็นมันดูแบบเท่ห์ๆสไตล์เรียบๆอีกอย่างตอนนั้นยังดูใหม่อยู่ด้วย ผมเลยเก็บมันขึ้นมาใส่กระเป๋าแล้วเดินกลับบ้าน แต่รู้หรือไม่!! มันกลับทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไปตั้งแต่วันนั้น เมื่อวันรุ่งขึ้นมาถึงแสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องมาที่ห้องของผมพร้อมเสียงนาฬิกาปลุกที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ผมลุกจากเตียงด้วยอาการสลึมสลือ หลังจากนั้นค่อยๆเปิดตาขึ้นไปที่นาฬิกาปลุก
"เวรละ! แปดโมงครึ่งแล้วหรอว่ะ!!เนี่ย"
หลังจากตะโกนออกมาด้วยความตกใจ ผมก็รีบแต่งตัวไปโรงเรียนทันที เพราะวันนั้นเป็นวันสอบครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของการวัดระดับความรู้ของนักเรียนเพื่อเรียนต่อมัธยมปลายของโรงเรียนรัฐบาลนั้น ซึ่งใจนึงก็ไม่อยากให้แม่ผิดหวัง แต่อีกใจนึงไม่อยากสอบเพราะผมรู้ว่าตัวเองไม่ฉลาดเหมือนคนอื่น สอบยังไง ผลที่ออกมาก็รู้อยู่แก่ใจ แต่ผมก็จะพยายามสอบเต็มที่ ตอนนั้นไปถึงห้องสอบพอดีเลยหยิบดินสอ ยางลบ จากกระเป๋า แต่ที่ผมหยิบได้สิ่งแรกก็คือ แว่นตา ที่เก็บได้จากเมื่อคืน ด้วยความที่รีบเลยใส่แว่นตานั้นแล้วก็หยิบอุปกรณ์ไปสอบที่โต๊ะ เสียงกริ่งการต่อสู้ดังขึ้น ผมเริ่มทำข้อสอบด้วยความตั้งใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ด้วยความที่ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือ เลยทำข้อสอบไม่ได้ ผมรู้สึกท้อใจที่ไม่ได้ตั้งใจเรียน หน้าแม่ที่ยิ้มแย้มลอยเข้ามาในหัว น้ำตาเล็กๆเริ่มคลอที่ขอบตาไหลหยดลงบนที่แว่น ผมได้แต่ภวานาให้กามั่วข้อสอบถูก สักพักผมรู้สึกได้ว่า ภายใต้แว่นตาทะลุไปถึงในกระดาษคำถามเริ่มมีเส้นกากบาทขีดตามข้อสอบแต่ละข้อ ผมตกใจเลยตะโกนออกมาเสียงดัง จากนั้นสายตารอบๆจับจ้องมาที่ผม เมื่อผมได้สติว่ากำลังสอบอยู่ ผมจึงนั่งลงแล้วถอดแว่นออก ปรากฏว่าภายในกระดาษคำถามไม่มีเส้นกากบาทเลยแม้แต่เส้นเดียว จากนั้นผมเริ่มกลับไปใส่แว่นนนั้นอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เหงื่อที่ไหลออกมาตามส่วนของร่างกายเป็นหยดๆ พอใส่แว่นกลับเห็นเส้นรอยกากบาทบนกระดาษคำถาม..... กริ๊งๆๆๆ (เสียงสนามรบใกล้จบแล้ว) ผมคิดในใจว่าเหลือเวลาแค่นี้คงไม่ทันแน่ แต่ไม่รู้อะไรบันดาลใจ ผมจับดินสอแล้วกากบาทข้อสอบตามข้อที่เห็นจากแว่นตา หลังจากนั้นผมก็ได้เพียงรอวันประกาศ......... เมื่อวันประกาศมาถึงผมได้แต่ทำหน้าบึ้งอยู่ที่บ้านของผม เพราะทางโรงเรียนมีไปรษณีย์ส่วนตัวที่ไว้ส่งเอกสารต่างๆทางบ้านของแต่ละคน เสียงรถผ่านหน้าผมทุกครั้งใจผมแทบสั่นทุกครั้ง จนกระทั้งมีรถมาจอดหน้าบ้านแล้วก็ออกไป ผมรู้เลยว่ามันต้องเป็นประกาศผลสอบของผม ผมเดินไปอย่างช้าๆ แล้วหยิบซองสีน้ำตาลจากตู้ไปรษณีย์ ผมไม่กล้าเปิดดูเพราะรู้ยังไงก็ไม่ผ่าน สุดท้ายก็เดินหาคุณแม่ที่ทำกับข้าวอยู่ในครัว แต่ก็กล่าวขอโทษพร้อมน้ำตาที่ไหลมาคลอที่ตา หลังจากที่แม่เปิดซองขาว ทันทีทันใดแม่ก็เข้ามากอดผม แล้วพูดประโยคขึ้นมาว่า.... "เก่งมากลูก"
ผมรู้สึกสงสัยหลังจากที่แม่กอดผมเสร็จ ผมเลยขอดูผลประกาศจากมือแม่ น้ำตาที่คลอกลับไหลออกมา สิ่งที่ผมเห็นมันแทบจะเป็นไปไม่ได้ จะเรียกว่าฟลุ๊คก็ไม่ใช่ เพราะผมทำคะแนนสอบติดท็อป 1 ใน 3 ของโรงเรียน ผมรู้สึกตกใจจนพูดไม่ออก ตั้งแต่ครั้งนั้นมาชีวิตผมก็เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นมาเรื่อยๆและผมเริ่มที่จะค้นหาความจริงเกี่ยวกับแว่นตาปริศนาของผม......(โปรดติดตาม Glasses Loves ว่าจะเป็นอย่างไร วินจะทำยังไงกับแว่นปริศนานี้ อย่าลืมติดตามกันน้า)
Glasses Loves (ep.1: ความทรงจำ)
ความลับของผม สิ่งหนึ่งที่ผมเจอตกที่ริมทางกลับบ้าน ช่วงนั้นผมเรียนอยู่มัธยมต้นที่โรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่ง วันที่ผมเจอเป็นช่วงเวลาค่ำหลังจากเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆเสร็จ ผมยังจำบรรยากาศในตอนนั้นได้ ในกลางคืนที่มืดมิดมีไฟตามทางสลัวๆ ผมเจอแว่นตาลักษณะกลมๆกรอปสีดำตกอยู่ ผมเห็นมันดูแบบเท่ห์ๆสไตล์เรียบๆอีกอย่างตอนนั้นยังดูใหม่อยู่ด้วย ผมเลยเก็บมันขึ้นมาใส่กระเป๋าแล้วเดินกลับบ้าน แต่รู้หรือไม่!! มันกลับทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไปตั้งแต่วันนั้น เมื่อวันรุ่งขึ้นมาถึงแสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องมาที่ห้องของผมพร้อมเสียงนาฬิกาปลุกที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ผมลุกจากเตียงด้วยอาการสลึมสลือ หลังจากนั้นค่อยๆเปิดตาขึ้นไปที่นาฬิกาปลุก
"เวรละ! แปดโมงครึ่งแล้วหรอว่ะ!!เนี่ย"
หลังจากตะโกนออกมาด้วยความตกใจ ผมก็รีบแต่งตัวไปโรงเรียนทันที เพราะวันนั้นเป็นวันสอบครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของการวัดระดับความรู้ของนักเรียนเพื่อเรียนต่อมัธยมปลายของโรงเรียนรัฐบาลนั้น ซึ่งใจนึงก็ไม่อยากให้แม่ผิดหวัง แต่อีกใจนึงไม่อยากสอบเพราะผมรู้ว่าตัวเองไม่ฉลาดเหมือนคนอื่น สอบยังไง ผลที่ออกมาก็รู้อยู่แก่ใจ แต่ผมก็จะพยายามสอบเต็มที่ ตอนนั้นไปถึงห้องสอบพอดีเลยหยิบดินสอ ยางลบ จากกระเป๋า แต่ที่ผมหยิบได้สิ่งแรกก็คือ แว่นตา ที่เก็บได้จากเมื่อคืน ด้วยความที่รีบเลยใส่แว่นตานั้นแล้วก็หยิบอุปกรณ์ไปสอบที่โต๊ะ เสียงกริ่งการต่อสู้ดังขึ้น ผมเริ่มทำข้อสอบด้วยความตั้งใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ด้วยความที่ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือ เลยทำข้อสอบไม่ได้ ผมรู้สึกท้อใจที่ไม่ได้ตั้งใจเรียน หน้าแม่ที่ยิ้มแย้มลอยเข้ามาในหัว น้ำตาเล็กๆเริ่มคลอที่ขอบตาไหลหยดลงบนที่แว่น ผมได้แต่ภวานาให้กามั่วข้อสอบถูก สักพักผมรู้สึกได้ว่า ภายใต้แว่นตาทะลุไปถึงในกระดาษคำถามเริ่มมีเส้นกากบาทขีดตามข้อสอบแต่ละข้อ ผมตกใจเลยตะโกนออกมาเสียงดัง จากนั้นสายตารอบๆจับจ้องมาที่ผม เมื่อผมได้สติว่ากำลังสอบอยู่ ผมจึงนั่งลงแล้วถอดแว่นออก ปรากฏว่าภายในกระดาษคำถามไม่มีเส้นกากบาทเลยแม้แต่เส้นเดียว จากนั้นผมเริ่มกลับไปใส่แว่นนนั้นอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เหงื่อที่ไหลออกมาตามส่วนของร่างกายเป็นหยดๆ พอใส่แว่นกลับเห็นเส้นรอยกากบาทบนกระดาษคำถาม..... กริ๊งๆๆๆ (เสียงสนามรบใกล้จบแล้ว) ผมคิดในใจว่าเหลือเวลาแค่นี้คงไม่ทันแน่ แต่ไม่รู้อะไรบันดาลใจ ผมจับดินสอแล้วกากบาทข้อสอบตามข้อที่เห็นจากแว่นตา หลังจากนั้นผมก็ได้เพียงรอวันประกาศ......... เมื่อวันประกาศมาถึงผมได้แต่ทำหน้าบึ้งอยู่ที่บ้านของผม เพราะทางโรงเรียนมีไปรษณีย์ส่วนตัวที่ไว้ส่งเอกสารต่างๆทางบ้านของแต่ละคน เสียงรถผ่านหน้าผมทุกครั้งใจผมแทบสั่นทุกครั้ง จนกระทั้งมีรถมาจอดหน้าบ้านแล้วก็ออกไป ผมรู้เลยว่ามันต้องเป็นประกาศผลสอบของผม ผมเดินไปอย่างช้าๆ แล้วหยิบซองสีน้ำตาลจากตู้ไปรษณีย์ ผมไม่กล้าเปิดดูเพราะรู้ยังไงก็ไม่ผ่าน สุดท้ายก็เดินหาคุณแม่ที่ทำกับข้าวอยู่ในครัว แต่ก็กล่าวขอโทษพร้อมน้ำตาที่ไหลมาคลอที่ตา หลังจากที่แม่เปิดซองขาว ทันทีทันใดแม่ก็เข้ามากอดผม แล้วพูดประโยคขึ้นมาว่า.... "เก่งมากลูก"
ผมรู้สึกสงสัยหลังจากที่แม่กอดผมเสร็จ ผมเลยขอดูผลประกาศจากมือแม่ น้ำตาที่คลอกลับไหลออกมา สิ่งที่ผมเห็นมันแทบจะเป็นไปไม่ได้ จะเรียกว่าฟลุ๊คก็ไม่ใช่ เพราะผมทำคะแนนสอบติดท็อป 1 ใน 3 ของโรงเรียน ผมรู้สึกตกใจจนพูดไม่ออก ตั้งแต่ครั้งนั้นมาชีวิตผมก็เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นมาเรื่อยๆและผมเริ่มที่จะค้นหาความจริงเกี่ยวกับแว่นตาปริศนาของผม......(โปรดติดตาม Glasses Loves ว่าจะเป็นอย่างไร วินจะทำยังไงกับแว่นปริศนานี้ อย่าลืมติดตามกันน้า)