รวบรวมความกล้า เผชิญหน้าแฟนเก่าเพื่ออวยพรวันเกิด!!

ก่อนแรกก็สวัสดีครับ ไม่รู้ว่าจะเริ่มเล่าอย่างไรดี
.... คือเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานี้ ผมมีโอกาสได้ไปขอนแก่น เพื่อเอานิยายไปให้เพื่อน(ตัวเองก็อยากเที่ยวเหมือนกัน) ออกเดินทางตั้งแต่ 9 โมง ถึงโคราช 11 โมงครึ่ง ก็ต้องรอรถออกอีกครึ่งชั่วโมง กว่าจะถึงก็ปาไปบ่ายสามเกือบสี่โมงเย็น นั่งกันเมื่อยตูดเลยทีเดียว 5555+

.... และเนื่องจากโปรเจ็คแลปของเพื่อนยังไม่เสร็จ เพื่อนจึงชวนผมนั่งรอก่อนที่จะไปกินข้าวกัน ... ระหว่างที่กำลังไปที่รถเพื่อเดินทางหารับประทานอาหารนั้น ผมก็ควักนิยายที่ซื้อมาดองไว้ให้กับเพื่อน แล้วเดินทางไปยังเซ็นเพื่อหาข้าวกิน... เราคุยเรื่องสัพเพเหระกันเรื่อยเปื่อยตามประสาคนที่ไม่ได้เจอกันนาน
รับประทานกันเสร็จก็เป็นเวลา หกโมงครึ่ง ด้วยความอิ่มจริงไม่ค่อยอยากเคลื่อนที่ไปไหนมาไหนเยอะ เลยจบกันที่โรงหนัง เลือกดู ZOOTOPIA กันซึ่งเป็นรอบ 19.30 น. คนเข้าคิวเยอะแล้วพนง.เขาเปิดช่องบริการใหม่เลยมีการตัดแถว แต่คนข้างหน้าไม่ยอมเคลื่อนไป จนคุณพี่ข้างหลังผมตะโกนบอกว่า
"น้องคะ แถวเลื่อนแล้วค่ะ!!"
เหมือนคนข้างหน้าผมจะรู้ตัวจึงเคลื่อนที่ไป ทำให้คิวขยับไวขึ้น (ผมตกใจตอนพี่แกตะโกนเหมือนกัน) จนถึงคิวเรา ผมไม่รอช้า
"พี่ครับ ซูโทเปียสองที่"
ไม่ทันได้เช็คตั๋วเราก็ออกมานั่งรอกัน ซึ่งคือตั๋วมันผิดด้วย แต่ไม่ใช่ประเด็นของกระทู้เดี๋ยวมันจะยืด (ซึ่งยืดมาแล้วเยอะมาก 5555)

หลังจากปลาบปลื้มกับการ์ตูนเสร็จก็ถึงเวลาทำอีกภารกิจสำคัญ ... จะว่าไปผมก็ไม่รู้ว่าคิดยังไงนะ ที่จะมาเซอร์ไพรส์คนที่ทิ้งผมไป แต่คือไม่ได้คิดอะไรแล้ว คงไม่เป็นไรมั้ง(?) ผมจึงขอให้เพื่อนพาไปหาช็อปเค็ก ... แต่มันดึกมากแล้ว แล้วคือพากันทำอย่างอื่นเพลินจนลืมเรื่องที่จะต้องซื้อเค็กมาก่อน
.........
กลับมาที่เนื้อหาหลัก ผมกับเพื่อนกำลังวุ่นอยู่กับการเลือกเค็ก บราวนี่ก็ดูจะหวานเลี่ยนพอๆกับไวท์ชอค ตัวเลือกจึงตกไปอยู่ที่ทวินชอค[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

สิ่งสำคัญอีกอย่างคือผมก็ยังไม่เจอที่พักเลย เพื่อนจึงต้องพาไปหาที่พัก ก็ได้ห้องพักใกล้ๆกับหอเพื่อน เราทั้งสองรอกันจนกว่าจะเที่ยงคืน....


ระหว่างที่อยู่ในห้องนั้น...
ผม: แกว่ามันจะโอเคมั้ยวะ
เพื่อน:เขาก็ไม่รู้ แต่เขากลัวมันโกรธเขาที่เขายังติดต่อแกอะ
ผม: ไม่หรอกมั้ง...ก็โตๆกันแล้วคงไม่คิดเล็กคิดน้อยแบบนั้นหรอก.....
(เปิดทีวีช่องเพลง เพลงทางของฝุ่นดังขึ้น)
เพื่อน:... แล้วแกหละ โอเคไหม?
ผม: เห้ย เราโอเค เราไม่ใช่คนเดิมแล้ว เรานี่โคตรสตรองเลยนะ
เพื่อน: เหอะๆ

จนใกล้ถึงเวลา ผมกับเพื่อนก็พากันบึ่งไปที่หอ เจ้าของวันเกิด....
ผม:เอาไงดีๆ เอางี้เดี๋ยวเขาไปซ่อนแล้วกัน แกโทรเรียกมันมาเลย ....
เพื่อนๆ: เออๆ พร้อมนะๆ เดี๋ยวเขาจุดเทียนก่อน

ผมเดินออกจากห้องโถงหน้าเคาเตอร์หอพักออกมาข้างนอก... ผมรู้ว่าเขามาถึงแล้ว .... แต่ผมก็ไม่ได้ออกไป... แม้ว่าเพื่อนจะเดินมาเรียกผม ผมก็ยังคงอยู่แต่ในมุมเดิมๆ คอยเหลือบมองดูผลลัพธ์ "เห้ย ไม่เอาดิ ไหนบอกว่าเข้มแข็งไงฟระ" ผมพึมพำกับตัวเองก่อนที่จะสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ แล้วเดินเข้าไป

"ไง"
นั่นคือการทักทายครั้งแรกจาก 9 เดือนที่ไม่ได้เจอกัน
"ไง แกมายังไง มาตอนไหน"
อีกฝ่ายถามด้วยสายตาที่...อบอุ่น ผิดจากที่คิดไปไกลมากเลยทีเดียว น้ำเสียงอ่อนโยนนั้นเกือบทำให้ผมร้องไห้กับอีแค่คำถามพวกนี้ ไม่เอาๆไม่ร้องดิ
"ก็...นี่ไง มากับ(ชื่อเพื่อน)"
"ไม่...หมายถึงมาขอนแก่นยังไง "
"รถโดยสารไง"
ผมตอบได้สั้น ไม่คุ้มกับคำถามที่เขาถามแล้วถามอีก เหมือนเพื่อนจะเข้าใจว่าสถานการณ์มันอึดอัด เพื่อนจึงให้ร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ทเดย์ใหม่
"อ้าว ตอนแรกร้องไม่จบเหรอ?"
"เทียนมันละลายก่อนอะ มันลงมาช้า เดี๋ยวเขาจุดใหม่แล้วร้องเพลงเลย"
เริ่มร้องเพลงกันใหม่...

"เอาไงดิวะเรา กินแล้วกลับกันเลยไหม?"
ผมสะกิดบอกเพื่อนที่มาด้วยกัน แต่ก่อนที่เพื่อนจะตอบ เจ้าของวันเกิดก็ชวนเปลี่ยนสถานที่ซะงั้น....
ซึ่งเป็นที่ที่ผมเป็นกังวลที่สุด..........

"เออ แล้ว...(แฟน)...หละ "
"อาบน้ำอยู่ข้างบนหละ"
"อืม"

ประโยคสนทนาที่โคตรไร้ความหมาย แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้ตกอยู่ในความเงียบ ผม เพื่อน และเจ้าของวันเกิด ก็เดินทางมาถึงห้อง ...

ที่ในห้องน้ำ...มีเสียงฝักบัว...

"กินเลยไหม?"
"ตัดเค็กก่อนดิ"
ผมเบรกเพื่อนที่กำลังจะจิ้มเค็กด้วยช้อนเล็กๆที่แถมมาให้ ไม่นาน คนในห้องน้ำก็ออกมา (แฟนใหม่ของเขา)

บรรยากาศจากที่เงียบอยู่แล้ว ก็เงียบมากขึ้นไปอีก...

ผมไม่มีประโยคสนทนาใดๆกับใคร แฟนเขาก็ไม่พูดอะไร คนที่ควบคุมสถานการณ์คือเพื่อนผม ที่กำลังชวนเจ้าของวันเกิดพูดคุย
.....ผมค่อยๆแทะโลมเค็กที่เลี่ยนนั่นไปให้หมดหวังที่จะกลับออกไปไวๆ

ไม่นาน ส่วนของผมกับของเพื่อนก็หมด ผมหันไปมองหน้าให้สัญญาณกับเพื่อนว่า"กลับกันเหอะ"  เพื่อนพยักหน้ารับคำ เราบอกลาเจ้าของวันเกิดและแฟนเขา...

ซึ่งเจ้าของงานอาสาลงมาส่งข้างล่าง.........

และก่อนที่ผมจะกลับ ผมหันไปบอกเพื่อนว่าขอเวลาคุยแป๊บนึงนะ

"แก...เป็นไงบ้าง"
ผมเริ่มต้นคำถามที่เป็นจริงเป็นจัง
"ก็สบายดี แกหละ"
"เห้ยย โคตรสบาย ดูดิ อ้วนขึ้น มีกล้ามด้วยหละ"
ผมมองหน้าอีกฝ่ายที่ถึงจะบอกว่าสบาย แต่กลับผอมซูบมากจนน่าตกใจ ผมถามคำถามไร้สาระเรื่อยเปื่อย ทั้งเรื่องเกมบ้าง เรื่องเรียนบ้าง จนมาถึงสิ่งที่ผมตั้งใจจะบอกกับเขาจริงๆ

"เราขอโทษนะ สำหรับเรื่องที่ผ่านมา"
"ไม่เป็นไร เค้าสิต้องขอโทษแกมากกว่า เขาทำกับแกไม่ดีไว้เยอะ"
"เห้ย อย่าคิดมากดิ เขากลัวแกโกรธมากกว่า"
"เค้า...ไม่เคยโกรธแกเลยนะ ว่างๆเขายังเข้าไปส่องแกอยู่เลย อยากรู้ว่าแกทำอะไร เป็นยังไงบ้าง"

ผมสะอึก.....

"น่าแปลกเนอะ ที่เรายังทำอะไรเหมือนกันอยู่อย่างนี้"
"ฮื่อ "

นานกว่านี้ผมว่าผมต้องร้องไห้....
"งั้นเราขอตัวกลับแล้วนะ เพื่อนรอนานแล้ว"
"โชคดีนะ..."

ผมหันหลังโบกมือแล้วเดินออกมาที่รถ....ที่ประตูหน้าเปิดไม่ได้ จึงต้องนั่งเบาะหลัง...
ผมเอาหัวชนกับเบาะหน้า...
"เป็นไงบ้างแก โอเคไหม"
"เขาโอเค คิดว่านะ"

น้ำตาผมไหลไม่รู้ตัว....ผมนึกย้อนไปว่าทำไม...ทำไมผมถึงปล่อยมือจากคนๆนี้ไปนะ...ถ้าเรายังอยู่ด้วยกันเราก็ไม่ต้องมานั่งส่องกันไปส่องกันมาอย่างนี้หรือเปล่า ...
แต่ก็เป็นได้แค่ความคิด เพราะในความเป็นจริง เราต่างมีทางเดินของตัวเอง มีคนที่อยู่บนเส้นทางของตัวเองกันอยู่แล้ว

ผมเช็ดน้ำตา หันไปหาเพื่อนที่หันออกไปทางกระจกรถพลางพึมพำ "ช่วยเข็นรถไหม?" ทำให้ผมมองตามไปข้างนอก ก็เห็น ผช เข็นรถมอเตอร์ไซ ซึ่งเพื่อนผมบอกว่าหน้าตาดี...
"แกพูดว่าไรนะ เขาไม่ทันฟัง"
"เอิ่ม ไม่มีไรๆ"
(เห้ยยย ลืมเพื่อนง่ายๆงี้เหรอ อุตส่าเพ้อให้ปลอบใจตั้งนาน)

ผมกลับมาที่ห้องพัก ทำในสิ่งที่ผมอยากทำมานาน.... หยิบโทรศัพท์ออกมา...ค้นหาชื่อ...เริ่มต้นพิมพ์ข้อความส่ง...
ผมไม่กล้าดูผลลัพธ์ที่ออกมา ก็ได้แต่เปลี่ยนแอพหันไปเล่นทวิตเตอร์แทน...แล้วค่อยกลับมาดู....

เรื่องที่เขาไม่โกรธผม... เขาคงพูดจริง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

เท่านี้ผมก็โอเคมากๆแล้ว ก่อนหน้านี้ผมคิดไปเองว่าเขาคงจะเกลียดผมไปแล้วด้วยซ้ำ ... อย่างน้อยผมก็ได้เพื่อนคนเดิมของผมกลับมา ก็ถือว่าไปไม่เสียเปล่า

เล่าไม่ค่อยรู้เรื่องต้องขอโทษด้วยนะครับ อยากบันทึกเอาไว้อ่าน แล้วทำไมไม่รู้ถึงต้องเป็นพันทิปด้วย ถ้ารบกวนก็ขออภัย

ปล. ในเช้าวันเสาร์มันก็ทะเลาะกับแฟนมัน 555555

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่