เว็บไซต์ในเครือ
bloggang.com Bloggang pantown.com Pantown pantipmarket.com PantipMarket
maggang.com Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
Pantip Application Pantip iOS Pantip Android Pantip Android
เกี่ยวกับเรา

ฝึกทักษะภาษาอังกฤษ ฉบับ โลกไม่สวย

เราเป็นคนนึงที่จำเป็นต้องมาเรียนต่อต่างประเทศด้วยเหตุผลที่ว่า "เออ กูต้องมาว่ะ"
และเราก็เป็นคนที่ไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษอะไรเลย เรียกว่า โง่ ด้วยซ้ำ
เราอยากฝึกพูด ฟัง อ่าน และเขียนให้คล่องกว่านี้ ก็ลองเปิด รีวิวดูเอาตาม Pantip บ้าง ซื้อหนังสือมาอ่าน
เปิด Youtube  นั้นโน้นนี่เต็มไปหมด ซึ่งกระทู้ส่วนมากก็แนะนำได้ดี แต่แล้วก็เจอบางกระทู้แนะนำเทคนิคแบบค่อนข้างเป็นอะไรที่เราต่างก็รู้กันอยู่แล้วแต่ว่าก็ยังกลับมายื้นบื้อเหมือนเดิมเวลาที่ต้องใช้ภาษาจริงๆ เพราะถ้าจะเก่งได้มันต้องหัดใช้ และ รู้หลักที่จะใช้ของมันจริงๆ แบบ เรียลๆ

ซึ่งบางคนถ้าเค้ามีทักษะทางด้านภาษาอยู่แล้วคือเค้าไม่ต้องทำอะไรมาก ก็เข้าใจละ บางคนมี ทัศนคติต้อภาษาที่ดี มีแรงผลักดัน แต่ยอมรับเลยว่าเราไม่มี.

แต่ว่าอยากเก่งอะ ทำไง !!  

เอาจริงๆนะ  การฟังเพลง ดูหนัง หรือ Series เป็นการฝึกที่ฟังดูเข้าท่าและดูเหมือนจะได้ผล
แต่ได้ผลแค่ 10% จาก 100% เท่านั้น เราสังเกตจากเพื่อนเราหลายๆ คน และตัวเราเอง คือทุกคนจะไม่ดูหนังที่พากย์ทับ
ไม่ฟังเพลงไทย(เท่าไหร่) เรียกได้ว่าร้องทับคำศัพท์ได้แม่นยำและเป๊ะ , เป็นแฟน Series ตัวยงจากอเมริกา ที่เวลาดูก็ Subtitle


แต่พอเวลาเจอฝรั่งจริงๆ หรือเวลาที่ต้องพูดจริงๆ  อึ้ง! พูดไม่ได้ แต่เข้าใจนะ เพราะจับ Keyword ได้ แต่ทำไงอะตอบไม่ได้ !!!!

พูดเลยว่าเป็นกันหมดทุกคน

แสดงว่าการฝึกแบบนี้ เป็นแค่ปัจจัยเสริมเท่านั้น ก็ยังแนะนำว่าก็ให้ทำต่อไปแหละดีแล้ว  แล้วอะไรคือปัจจัยหลักล่ะ?

ปัจจัยหลัก คือ จิตใจต้องนิ่งไง  !

1.)ลองเเกล้งทำเป็นรู้ภาษาอังกฤษจริงๆดิ   เห้ยแต่ไม่ใช่ว่าอวดรู้ อวดฉลาดไปซะทุกเรื่องนะ ไม่ใช่ๆ
เช่น ลองฝึกตั้ง Status เป็นภาษาอังกฤษดู  ไม่ต้องไปสนใจดราม่านะ แบบ เห้ยอวด ดัดจริตป่าววะ หรือ ไปคิดแทนคนอื่นว่าแบบ โชว์ว่าพูดภาษาอังกฤษเป็นว่างั้น  ซึ่งจริงๆ มันได้ผลมากกว่า 10%จากการดูหนังฟังเพลงอีกนะ  เพราะอะไร
เพราะ หล่อนจะตั้ง Status ที่ผิด และห่วยบรม ใช้คำศัพท์ที่ง่าย หรือไม่ก็สาระแนสะกดผิด  _____ แต่   หล่อนต้องเช็คก่อนไง ก่อนจะคลิก Public ถูกปะ? นั้นแหละ จุดนั้นแหละ จุดที่หล่อนกลัวผิดน่ะ กลัวโดนล้อ กลัวโดนจับผิด หล่อนจะเรียนรู้ตอนนั้น ตั้งแต่การคิดเรื่องราว หรือการแต่งประโยค จากไทยไปอังกฤษ เริ่มสะกดคำศัพท์ เริ่มเช็คจากInternet ไม่ใช่แค่ใน Google translate นะ ลองเช็คจากหลายๆWebsiteดู search จาก Google ว่า Grammar check จะขึ้นมาพรึบ! (วิธีช่วยตัวเองนิ) หรือไม่เวลาอ่านไปเจอบทความ หรือ ข้อความภาษาอังกฤษอะไรเก๋ๆ ก็เริ่มดัดเเปลง Copy ประโยคเค้ามา คือGrammar แม่มเป๊ะ ชัวร์ หล่อนแค่เปลี่ยนคำศัพท์ให้ตรงกับความรู้สึก หรือต้องการจะบอกอะไรเท่านั้นแหละ คราวนี้หล่อนจะเริ่มเรียน Grammar ไปในตัว

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อ พรุ่งนี้ไปเจอเพื่อน ทุกก็จะแบบ ล้อบ้างล่ะ ถามบ้างแหละว่า "เห้ยแกโพสอะไรวะ ?"
"เห้ย แปลว่าไรวะ?" บลาๆ ให้มันถามไป ให้มันล้อไป บอกแล้วไงใจหล่อนต้องนิ่ง  แต่ต้องทำการบ้านนะคะ  ต้องท่องคำศัพท์ที่ Post ไปนะคะ ฮ่าๆ   อย่าไปโป๊ะแตกเชียวว

หรือถ้า เราโพสผิดไปจริงๆ ก็นิ่งไว้ มีสติ ! ถ้าเพื่อน หรือคนรู้จักเรา แก้ให้ หรือบอกให้ว่า เออแก คำนี้สะกดผิด เออ จริงๆ ประโยคนี้ต้องเรียงคำอย่างนี้ บลาๆบลา
ก็ถือว่าโชคดีไป และก็ได้เรียนรู้ไปในตัว แบบที่ ไม่มีวันลืม

แต่ถ้าโดนล้อ โดนด่า หรือ ถูกประชดชัน  ลองคิดว่า Status ต่อไป กูจะต้อง Correct ทุกสิ่งก่อนที่จะ Post

แต่ถ้าไม่มีใครพูดอะไร ปล่อยผ่านไป ลองตั้ง Status ไปเรื่อยๆ วันนึงเวลาที่เรากลับมาย้อนดู มันจะเป็นอะไรที่สอนเราเองทุกอย่าง ถ้าอาย ก็ลองตั้ง Private ก่อนก็ได้ แต่อย่าเลยเชื่อเรา  พอเวลาผ่านไป เราจะรู้สึกว่าเราพัฒนาขึ้นมากจริงๆ เห้ยย เมื่อปีก่อน Grammar กูเพี้ยนขนาดนี้เลยเหรอวะ เห้ยกูสะกดผิดเยอะมาก  คือมันจะเป็นอะไรที่ทำให้คุณเรียนรู้โดยไม่รู้ตัว   คิดไรไม่ออกก็Post เพลงภาษาอังกฤษที่ชอบแล้วโพสท่อนที่เราชอบแล้วกันเลือกศัพท์เก๋ๆ แล้วก็หาคำแปลจำไว้ในหัวแค่นั้นแหละ เวลาเจอบทความอะไรเก๋ๆก็ Save ใส่โทรศัพท์เอาไว้ Post สวยๆ แต่อย่า Copy วางนะ  หัดพิมพ์ค่ะ หัดจำ เพราะฉะนั้น  การ Post status ภาษาอังกฤษลง  สื่อ มันช่วยได้เยอะกว่าที่คิด  
แต่จิตใจต้องนิ่งนะ! และอย่าไปแคร์อีพวกแบบ โอ้ยดัดจริตตตต  โอ้ยยยย พิมพ์ภาษาไทยไม่เป็นเหรอ  แล้วสักวันคุณจะเก่งขึ้นแบบไม่รู้ตัว
แล้วค่อยๆเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมของตัวเองให้เป็นภาษาอังกฤษ หัดสงสัยในสิ่งที่ตัวเองเห็นว่าแบบ มองไปที่หน้าต่าง แล้วก็ อ๋อ Window นะแก

2.)พูดภาษาอังกฤษที่ดีได้ไม่ต้องพึ่ง Grammar __ดีออก! อันนี้เป็นความเชื่อที่ผิดมากพูดเลย ใครพูด เรียกมาตบปาก3 ที!!
คือต้องยอมรับว่ามันเป็นภาษาที่2 ของเราคนไทยทุกคน เราไม่ได้เกิดมาแล้วพูด Mom mom mom I'm hungry แต่เด็ก แต่หล่อนๆ พูดว่า แม่หนูหิว!! แม่!!!!!!
เพราะฉะนั้นสำหรับฝรั่งเเล้ว Grammar มันไม่จำเป็นไงเพราะเค้าพูดกันมาตั้งแต่เกิด ถามว่าก่อนที่จะเรียนวิชาภาษาไทยกัน หรือ นับ ก ข ค พวกหล่อน เรียน ไวยากรณ์ภาษาไทยกันก่อนหรอ?? รู้ไหมว่าคำไหนคำเป็นคำตาย?? ก็ไม่! ถูกปะ  คือหลายคนจะบอกว่าโอ้ยยยย ไม่ต้องสนใจGrammar หรอกกกกก พูดๆไปเหอะให้รู้เรื่อง  แต่แหมมมมอย่างน้อยๆ ก็ Past Present future เพราะเวลาที่เราคิดประโยคในหัวมันจะทำให้เราสื่อสารออกมาได้อย่าง ชัดเจน และเข้าใจมากขึ้นนั้นเอง หรือพวก On,In,At, บลาๆ ก็ควรต้องรู้ว่าใช้ต่อคำอะไร  หรือ นำหน้าคำอะไร  คือไม่ได้บอกว่าต้องไปนั่งท่องหนังสือแบบเอาเป็นเอาตาย อารมณ์แบบ Past future perfect con โอ้ยยยย หยุดก่อนน  สติ!! นี่ก็ไม่เคยใช้เหมือนกัน หรือแม้เเต่ฝรั่งก็ไม่ใช้ แต่ไปนั่งอ่าน Tense อย่างน้อยๆPast  Present  Future พวกเล็กๆน้อยๆ อย่าง She do หรือ She does พอพูดไปจริงๆไม่มีใครมาสนใจหรอก  หรือ He like หรือ He likes เล็กๆน้อยๆพวกนี้เดี๋ยวมันจะตามมาเอง ถ้าเรารู้พื้นฐานของGrammar เพราะฉะนั้น  Grammar สำคัญนะคะ ลองหา Grammar ง่ายๆมาอ่านเนอะ อย่างมีสตินะคะ ดีออก --'

3.)อย่าปีนเกลียว
หลายคนคิดว่า ฟัง BBC News จ้าาาาา  ฟังอะไรที่ยากๆไว้ก่อนแล้วคิดว่าต่อไปจะง่าย  ผิดเลยจ่ะ เพราะหล่อนจะไม่รู้เรื่องอะไรเลยค่ะ
ศัพท์ยากกก ท่องได้ จำได้ แต่ใช้ไม่บ่อย ก็ลืมนะะคะะะะะะะะ พูดเลยย ไร้ประโยชน์
เหมือนหล่อนสร้างบ้านด้วยกระดาษ สร้าฃเสด อู้หูสวยงาม ปากเป่า1ที หายขวับ!! ล่ม อย่างไร้สตินะคะ

Focus อะไรที่ง่ายๆ จำได้ดีกว่าค่ะ ลองฟัง News in Level ก่อน

http://www.newsinlevels.com/level-1/easyenglishnews/

เก่งอังกฤษไม่มากอย่าเพิ่งปีนไป BBC News ฟังไปก็หูทวนลม ลองง่ายๆจาก Web ที่ให้ไปก่อน มันจะมีเป็น Level ความยากไป พอรู้ตัวว่าคล่องแล้ว

ลองเปิด TED ดู https://www.ted.com/  

มี subtitle เป็นภาษาอังกฤษ ลองอ่านตามที่เค้าพูดดู หรือถ้าไม่ทันจริงๆมันจะมี Script เขียนไว้ข้างล่าง วันละ 10-15 นาที ไม่ตายหรอก เราจะได้เรียนรู้ว่า เออ เวลาคนพูดกันแบบทางการเป็นยังไงที่ไม่ใช่นักข่าว พอเริ่มคล่องแล้ว ลองไป BBC News ดูทีนี้ศัพท์ยากแค่ไหนมาเลยจ่ะ คุณจะจำได้ทันที เพราะมันจะถูกสั่งสมมาจากง่ายๆ แล้วไต่มายาก คราวนี้ก็ลองหาอะไรที่เราชอบอ่าน
แบบ ชอบเกมส์ก็หาอ่านแต่เกมส์  
ชอบกีฬา  
ชอบแฟชั่น
ชอบศิลปะ ก็เลือกหาอ่านเอาตาม Magazine online
หรือหนังโป๊ ก็ฝึกหาศัพท์จาก Category เอาฮ่าๆ
* ที่ชอบที่สุดคืออะไรรู้มะ พวก Comment ของพวกฝรั่งตาม YouTube อะ เริ่ด! จำของพวกมันแล้วเอามาเม้นตอบกับเพื่อน หรือ อ่านแล้วแปลไว้ พวกนี้เราใช้พูดก็ได้  

อีกอย่าง  ฝึกอ่านบทสัมภาษณ์ของคนดัง หรือ คนที่เราชอบตามนิตยาสารเนอะ อันนี้ใช้ในชีวิตจริงได้เลย.

4.)หา แฟน เป็นต่างชาติไม่ใช่ทางออกค่ะ
ถ้าเรายังพูด ฟัง ไม่รู้เรื่อง ยังคงนั่งงมๆ หรือ เบะขี้ฟันใส่กันอยู่ แรกๆมันก็โอเคแหละ แต่สักพัก เค้าก็จะเทคุณค่ะ ไม่คุณก็จะเทเค้า
ก็คือมันไม่รู้เรื่องซึ่งกันและกันไง กูงอนอยู่อะ แต่กูงอนอะไร กูจะบอกเค้ายังไงว่ากูงอนเรื่องอะไร
เค้าโกรธกู เอ้า! เค้าพูดมาว่าเค้าโกรธอะไรอยู่ฟังไม่รู้เรื่องไปอีก ยังไงคะ เทสิคะ รออะไร

เห็นปะ ว่ามันไม่ใช่ทางออก

**คือ ต้องบอกก่อนว่า พอคนอยากเก่งภาษาอังกฤษมากๆจะใช้วิธีมักง่ายแบบ โอ้ยหาแฟนฝรั่งเลยดีกว่า แบบ ถ้าคุณพอมีทักษะพูดฟังได้อยู่แล้วการหาแฟนฝรั่ง หรือเพื่อนจะช่วยพัฒนาคุณได้มาก >>>แต่ถ้าคุณไม่รู้ล่ะสิ ยังไง? ลองถ้าไม่ใช่ฝรั่งที่พูดภาษาอังกฤษสิ พูดฝรั่งเศส อิตาเลียน มีล่มนะจ๊ะงานนี้

{{ประเด็นคือ อยากให้ฝึกด้วยตัวเองก่อน ให้พอรู้ แล้วค่อยหาแฟนฝรั่งค่ะ ไม่ใช่พูดไม่ได้เลย ไม่รู้ศัพท์เลย ถ้าไม่ใช่ศรีทนได้จริงๆ ก็ไม่ได้หรอกค่ะ}}

ปล. เรามีเฟนเป็นคนอิตาเลียน แฟนไม่เคยสอนอิตาเลียนเลยค่ะ พูดอิ้งกันตลอด เราต้องมานั่งอ่านเอง พอเราเริ่มพูดได้ เริ่มรู้ศัพท์ ค่อยคุยกันกับเค้า ประมาณนั้น!

***ย้ำนะคะ การหาแฟนหรือเพื่อนฝรั่งไม่ใช่ทางออก ของการฝึกทักษะจาการเริ่มต้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันไม่ช่วย **

ทางที่ดี ลองทำตาม 3 ข้อที่เราแนะนำมาดู คือมันไม่ได้โลกสวยเลยนะ แค่แบบลองปรับตาม Lifestyle ของตัวเองดู

ถ้าเราพอพูดได้ พอฟังได้ ค่อยลองหาเพื่อนฝรั่ง หาแฟนฝรั่งที่เป็นเจ้าของภาษา หรือคนที่พูดภาษาอังกฤษได้ แล้วลองคุยกับเค้าดู
คราวนี้ถ้าเราผิดอะไรยังไง เราจะรู้เรื่องทันที คือมันเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆแล้วไง มันจะแก้ง่ายกว่า การที่ไม่รู้อะไรเลยเเล้วไปคุยกับเค้า
มันเปล่าประโยชน์ค่ะ ทุกวันนี้เราก็ไม่ได้พูดแบบเก่งมาก คล่องมากนะ ก็ฝึกอยู่ทุกวัน ทำการบ้านเองอยู่ทุกวัน เพราะประเทศที่เราอยู่ไม่ใช่ประเทศที่
ใช้ภาษาอังกฤษ  เราอยู่อิตาลี เลย ใช้แต่ภาษาอิตาลี เพราะฉะนั้น ภาษาอังกฤษเราเองก็ต้องฝึกอยู่บ่อยๆ

ถ้าเป็นคนชอบอ่านหนังสือ ลองมาอ่าน นิยายภาษาอังกฤษดู คำไหนไม่รู้ วงไว้ หรือเปิด dict เลย
ถ้าเป็นคนชอบดูหนัง ก็ดูหนัง ก็ลองปิด Subthai ดู หรือไม่ก็ดู 2 รอบ เป็น ภาษาอังกฤษ
ถ้าเป็นคนชอบเล่นเกมส์ ลองเล่น Server ต่างประเทศ หรือลองเปิดหาคำแปลจากความหมายของเกมส์ คำพูดของตัวละครที่พูดเวลาเราเล่นเกมส์
ลองเปิดฟังอาจารย์ Adam ดู เริ่ด และใช้ได้จริงมาก
กดไลค์ตามเพจ พวก Slang วันไหนคิดไรไม่ออกแค่ โพสStatus ความรู้สึกตัวเองเป็นศัพท์ใหม่ๆดู

เป็นต้น

** ส่วนเราเรื่องการเปิด ดิกส์ หรือ การจำอันนี้ขึ้นอยู่กับเทคนิคของแต่ละคนละ เรา จะแปะคำศัพท์ ไว้บนสิ่งของ แปะคำสั้นๆ หรือคำใช้บ่อยไว้บนกระจก จบ!

เปิด ดิกส์ Eng-Eng ดีแต่ต้องใช้ความพยายามหน่อย มันเป็นวิธีโลกสวย ทนเปิดไปเรื่อยจะได้ผลมาก เพราะ พอมันเเปลเป็นอังกฤษมาจะแบบโว้ววว ศัพท์อะไรงอกมาอีกเนี่ย

เวลาเปิด ดิกส์ Eng -Thai ดูด้วยว่า รูป Noun adjective หรือ Verb หรือ บลาๆๆ ไม่ใช่ดูแต่คำแปลนะคะ.

นั้นแหละ ปรับเอาให้เข้ากับสถานการณ์ที่ตัวเองอยู่  

อันนี้เราก็แนะนำแบบขั้นพื้นฐานนะ คือเอาให้ฟังออก พูดได้ เขียนรู้เรื่อง ถ้าอยากจะ Advance กว่านี้ก็ต้องทำข้อสอบเอาเยอะๆ
อ่านหนังสือเยอะๆ เปลี่ยน Lifestyle ให้เป็นคนต่างชาติที่มาอยู่ที่ไทยไปเลย จะไทยคำอังกฤษคำ คนสมัยนี้ไม่ได้โง่ มันอยู่ที่เจตนาเนอะ
ไม่ต้องไปคิดมาก

สำเนียง หรือ Accent ก็อย่าเพิ่งไปคิด พูดให้ชัดก่อน (Pronunciation)  แล้วสำเนียงจะตามมาเอง โอเค๊?
ลองทำกันดู สัก เดือนนึง ได้ผลยังไงมารีวิวตอบเราด้วยนะ อิอิ
เอาจริงๆ คนไทยพูดภาษาอังกฤษเก่งนะ แต่แค่ พวกหล่อนแคร์สายตาชาวบ้านเกินไปไง คือดีออก!!! ถ้าไม่พายก็อย่าเอาหัวมาราน้ำค่ะ
ประเด็น ตัดเรื่องนี้ไปนะ พูดได้อย่างกะภาษาแม่ !

มีใครหัดเดินแล้วไม่ล้มบ้างคะ ??ยกมือ!!
ฝึกภาษาก็เหมือนกันค่ะ  👏🏽

หวังว่าจะเป็นกระทู้ที่มีประโยชน์จริงๆกับทุกคน นะคะ ถ้าผิดพลาดยังไงขออภัยด้วยนะคะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 44
เห็นด้วยกับเจ้าของกระทู้มากครับ
แล้วก็ชอบประโยคนี้ด้วย
              " แต่แล้วก็เจอแต่กระทู้แนะนำเทคนิคแบบ โลกสวย หรือ ไม่ก็กระทู้อวดฉลาด
แบบ ท่องศัพท์จากหนัง ละคร ฝึกฟัง ฝึกทำข้อสอบเยอะๆ อ่าน BBC หรือฟังวิทยุ บลาๆ "

         ซึ่งบางคนเก่งมาก ไม่เคยไปเรียนเมืองนอก ภาษาอังกฤษเริ่มจากศูนย์ ฉันสอบได้เท่านั้นเท่านี้ ใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารได้คล่อง เขียนได้ดี
คุยกับเจ้าของภาษาได้สบายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  คำถามคือ เรื่องแบบนี้มันมีจริงเหรอครับ?

ผมอยู่ต่างประเทศมาหลายปี ปัจจุบันก็ยังอยู่(ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ)  ซึ่งผมอ่านกระทู้แนวนี้ทีไร ยังอดคิดไม่ได้ว่า ผมเป็นคนเดียวในพันทิพย์หรือเปล่า ที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษเอาซะเลย แม้จะอยู่ต่างประเทศก็ตาม
      
         ที่เขียนมาทั้งหมด คือ อยากจะเห็นคำแนะนำดีดี แบบที่เจ้าของกระทู้เขียนบ้าง ไม่ใช่มีแต่คำแนะนำแบบ " โลกสวย "
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 34
การแนะนำวิธีของตัวเอง ไม่เห็นจำเป็นต้องกระแทกกระทั้นวิธีของคนอื่นนิครับ บางคนเขามาบอกเพราะอยากบอกไม่ได้บอกเพราะอวดฉลาด .....
ความคิดเห็นที่ 33
ก็ถือเป็นอีกทางเลือกนึงของคนที่อยากฝึกภาษา
เพราะวิธี 1 อาจจะใช้ได้ผลกับอีกคน แต่ใช้ไม่ได้ผลกับอีกคนก็ได้
ใครเคยลองวิธีท่องศัพท์จากหนัง ละคร ฝึกฟัง
ฝึกทำข้อสอบเยอะๆ อ่าน BBC หรือฟังวิทยุจากกระทู้ก่อนหน้าแล้วยังพูดไม่ได้
มาลองวิธีจากกระทู้นี้อาจจะได้ผลก็ได้

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่เค้ามาแชร์วิธีท่องศัพท์จากหนัง ละคร ฝึกฟัง
ฝึกทำข้อสอบเยอะๆ อ่าน BBC หรือฟังวิทยุ
จะเป็นคนโลกสวยหรืออวดฉลาดรึเปล่า? ใครจะไปรู้ กระทู้อวดฉลาดโลกสวยที่ว่า
อาจจะทำให้คนหลาย ๆ คนพูดภาษาอังกฤษคล่องขึ้นไปหลายคนแล้วก็ได้นะยิ้ม
ความคิดเห็นที่ 47
เรื่องเทคนิกฝึกภาษาที่ จขกท. แนะนำ เราขอชื่นชมค่ะ  แต่เราว่า การใช้คำว่า "เทคนิคแบบ โลกสวย หรือ ไม่ก็กระทู้อวดฉลาด" มันดูแรงไปนะคะ
เพราะอย่างที่จขกท. บอกแหละค่ะ เทคนิคเหล่านั้นเป็นการฝึกเพิ่มเติมของคนที่พอมีพื้นฐาน ฟังออก พูดได้ เขียนได้ อ่านรู้เรื่อง  แต่ยังไม่กว้างและลึกพอ แต่ต้องการฝึกฝนเพิ่ม เพื่อขยายขีดความสามารถหรือดึงความรู้มาใช้ได้อย่างรวดเร็ว

ไม่ว่าการเรียนรู้และฝึกฝนเรื่องใดก็ตาม ตัวเราพื้นฐานเป็นอย่างไร ก็ต้องหาสื่อและวิธีการที่เหมาะกับพื้นฐานเรา  อย่างหนังสือสำนักพิมพ์เพนกวิ้นมีแยกระดับความยาก  โรงเรียนภาษาก็สอบวัดระดับก่อนเลือกห้องเรียน  จะไปว่าคนที่เค้าแนะนำเทคนิคเหล่านั้นก็ไม่ถูก  เหมือนเอาหนังสือแคลคูลัสไปให้เด็กประถมอ่าน พอเด็กว่ายากก็โทษคนเขียน?  เราว่ามันเสียกำลังใจคนที่เค้าตั้งใจแชร์สิ่งดีๆนะคะ

นอกจากควรฝึกให้ตรงระดับแล้วเรายังควรฝึกให้ตรงจุดด้วย  ถ้าบอกว่าฝึกดูหนังฟังเพลง ทำให้ฟังเข้าใจ แต่เจอฝรั่งหรือต้องพูดภาษาอังกฤษกลับอึ้ง นั่นก็เพราะสิ่งที่คุณฝึกคือการรับสาร แต่การพูดคือการส่งสาร ถ้าอยากพูดได้ก็ต้องฝึกพูด ฝึกสื่อสารความคิดของเรา

แต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่จำเป็นจะต้องเดินตามแบบแผนเดียวกันเพื่อไปถึงจุดหมายเดียวกัน    ยิ่งช่วยกันแชร์เทคนิค วิธีการยิ่งมากเท่าไหร่ เรายิ่งเจอทางเหมาะกับเราง่ายขึ้นเท่านั้น  เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่แชร์เทคนิคการฝึกภาษาค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่