K-expert พนักงานเป็น expert จริงหรือไม่ จบมาเงินเดือนหมื่นกว่าบาทจะมาแนะนำการเงินในระดับเป็นล้านๆได้อย่างไร

ไม่ได้ดูถูกหรีอลบหลู่อะไรนะครับ  คนที่จะมาเป็น เอ็กซเพิร์ทนี่ เงินเดือนเท่าไหร่
จัดการชีวิตตัวเองได้แค่ไหน  เห็นเด็กๆในเคแบงค์เงินเดือนหมื่นกว่าบาท แต่ติดป้าย K expert

ในมุมมองของผมมองว่า พนักงานที่ชีวิตตัวเองยังเอาตัวแทบไม่รอด  บริหารจัดการตัวเองยังแทบ
ไม่ได้แล้วจะมาเป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้คนอื่นในระดับเป็นแสนเป็นล้านได้อย่างไร  

ตรงนี้มองว่ามันไม่ใช่นะครับ  ขอคำชี้แนะที่ดีด้วยครับว่าตั้งกันขึ้นมาได้อย่างไร  หรือว่าแค่สร้างภาพ
ว่าเป็นผู้เชื่ยวชาญ???  แค่ใช้คำว่า Expert เพื่อให้ดูดีเท่านั้นแต่จริงๆแล้วไม่ใช่

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 15
คุณเอ ศักดา เจ้าของเวปไซด์
ที่ให้ความรู้ทางการเงินที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุคนี้
www.a-academy.net
ได้ฝากข้อคิดถึงผู้ที่ทำงานที่เรียกตัวเองว่า
ผู้แนะนำ/ที่ปรึกษา/นักวางแผนทางการเงิน
ให้ระมัดระวังในการให้คำแนะนำทางการเงิน
กับผู้รับคำปรึกษาหรือวางแผน
อย่าพาลูกค้าไปสู่จุดที่เสี่ยงจากการ
มองโลกในแง่ดีจนเกินไป โดยไม่มองเผื่อด้านลบ
หรือแนะนำให้ใช้ช่องว่างทางกฎหมายในการวางแผน
ผมเห็นด้วยแบบล้านเปอร์เซ็นต์เลยครับ
ผมเคยเขียนบทความเรื่องนี้ไปทีหนึ่งแล้ว
หัวข้อ"เรื่องเงินอย่ามองในแง่ดีนักเลย"
จากประสบการณ์ที่ผมพบมาในการทำงาน
ผมพบว่าคนที่เรียกตัวเองเป็นนักวางแผน/ที่ปรึกษาการเงิน
หลายคนไม่ได้ทำหน้าที่ของนักวางแผน/ที่ปรึกษาการเงินจริงๆ
เค้าเหล่านั้นมักให้คำแนะนำทางการเงิน
โดยหวังผลเพียงเพื่อขายผลิตภัณฑ์ทางการเงิน
ที่ตัวเองขายอยู่เท่านั้น
บางคนจูงใจด้วยผลตอบแทนคาดหวังสูงๆ
พร้อมยืนยันว่าเป็นไปได้แน่ๆ
เพื่อให้ลูกค้าสนใจซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงินของตัวเอง
วันก่อนผมมีโอกาสไปพูดคุยกับลูกค้าท่านหนึ่งเรื่องแผนการเงิน
ลูกค้าเอาแผนการเงินที่คนที่เรียกตัวเองว่า
เป็นที่ปรึกษาการเงินจากบลจ.ชื่อดังแห่งหนึ่งมาให้ผมดู
ผมเปิดแผนที่เค้าทำให้ลูกค้าท่านนี้ดู
พบว่าเป็นแผนการเงินที่รูปลักษณ์ภายนอกสวยมากๆ
แต่พอดูคำแนะนำแล้วอยากจะเป็นลม
แผนลงทุนเพื่อการศึกษาของลูกในอีก 12ปีข้างหน้า
บนรายงานเขียนว่าพอร์ตความเสี่ยงปานกลาง Moderate
แต่พอดูไปที่กองทุนที่จัดให้ลูกค้า
เป็นกองทุนหุ้น 90% ตราสารหนี้ 10%
มันจะเป็นพอร์ตความเสี่ยงปานกลางตรงไหนเนี่ยยย
ถ้าพอร์ตเสี่ยงสูงไม่มีหุ้นเกิน100%เหรอ
ยังมีตัวอย่างคล้ายๆแบบนี้อีกมากมาย
จากคนที่เรียกตัวเองเป็นนักวางแผน/ที่ปรึกษาการเงิน
ทั้งคำแนะนำแปลกๆอย่างเช่นเรื่องภาษี
ที่ใช้ทุกช่องว่างทางกฎหมายเพื่อลดภาษี
เช่นแนะนำให้ซื้อประกันเบี้ยสูงๆไปหักค่าใช้จ่ายบริษัท
บางที่เบี้ยประกันที่ทำสูงกว่ารายได้ทั้งปีของคนทำเสียอีก
แล้วคุณว่าสรรพากรเห็นแบบนี้เค้าจะยินดีให้ใช้หรือครับ
ผมว่าคนที่ทำงานเกี่ยวกับเรื่องนี้
คงต้องมีจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อผู้คนให้ได้ก่อนครับ
คำแนะนำที่คุณให้ไปเพื่อหวังผลในการขายได้ของคุณ
อาจสร้างความเดือดร้อนให้กับลูกค้าที่เชื่อคุณในระยะยาวก็ได้
ความเดือดร้อนของคนที่อุดหนุนคุณ
เวลาที่เค้าเดือดร้อน เค้าเสียหายเยอะมากๆเลยนะครับ
เช่นแผนการเงินสำคัญในชีวิตเค้าอาจพลาด
แล้วไม่มีโอกาสกลับมาแก้ตัวได้
หรือลูกค้าบางคนอาจถูกฟ้องร้องทางกฎหมาย
เพราะเชื่อในคำแนะนำใช้ช่องทางกฎหมายแบบเจ้าเล่ห์ของคุณ
โดยที่คุณไม่ได้รับผิดชอบอะไรกับชีวิตเค้าเลย
บาปกรรมมากๆครับ
คนที่จะทำงานแบบนี้ผมขอร้องเถอะครับ
ลด"ความอยากขายได้"ของคุณลงบ้าง
แล้วนำเสนอแผนการเงินที่คิดเผื่อในทางแย่ๆเสียบ้าง
เพราะถ้ามันแย่จริงๆ
ยังไงๆเป้าหมายทงการเงินสำคัญของลูกค้าคุณก็ไปถึง
และอย่าจูงใจลูกค้าของคุณด้วยความโลภเลยนะครับ
ช่วยกันครับ เพื่อให้อาชีพดีๆแบบนี้
ได้ช่วยเหลือผู้คนให้ถึงเป้าหมายที่สำคัญในชีวิตเค้าครับ
คนที่จะเป็นนักวางแผน/ที่ปรึกษาการเงิน
จำประโยคนี้ไว้ดีๆนะครับ
"ความสำเร็จของนักขายวัดที่ยอดขาย
ความสำเร็จของนักวางแผนการเงินคือ
การช่วยให้ลูกค้าของเราบรรลุเป้าหมายทางการเงิน"
Cr.มงคล ลุสัมฤทธิ์ Wealth Designer
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่