กสทช.ขู่เบี้ยวจ่าย 4G ยึดใบอนุญาตยกแผง
ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
"กสทช." พลิกตำรากฎหมายลั่นเบี้ยวจ่ายเงินประมูลคลื่นไม่ใช่แค่ยึดเงินค้ำประกัน 644 ล้านบาท มีสิทธิลามถึงเพิกถอนใบอนุญาตอื่น ชูกรณี "ไทยทีวี" เป็นตัวอย่าง
ยังมั่นใจ "แจส-ทรู" ไม่ทิ้งไลเซนส์
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz สิ้นสุดลงเมื่อ วันที่ 19 ธ.ค. 2558 ที่ผ่านมา ทั้งบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด และบริษัท ทรูมูฟเอช ยูนิเวอร์แซล คอมมูนิเคชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูลต้องนำเงินมาชำระค่าประมูลงวดแรก จำนวน 8,040 ล้านบาท พร้อมหนังสือค้ำประกันวงเงินที่เหลืออีกกว่า 60,000 ล้านบาท ภายใน 90 วัน โดยขณะนี้เหลือเวลาอีกเพียง เดือนเศษจะครบกำหนดในวันที่ 21 มี.ค.นี้
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่าแม้จะเชื่อมั่นว่าทั้งสองบริษัทจะนำเงินมาชำระได้ภายในวันที่ 21 มี.ค.นี้ แต่ได้ให้ฝ่ายกฎหมายเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับการถือครองใบอนุญาตประกอบกิจการอื่น ๆ ของทั้ง 2 บริษัทไว้ด้วย เพราะถ้าไม่จ่ายจะกลายเป็นผู้ทิ้งงาน และกระทบคุณสมบัติในการถือครอง ใบอนุญาตประกอบกิจการอื่น ๆ ที่บริษัท และบริษัทในเครือถืออยู่ทั้งหมด เช่น แจส มีทั้งใบอนุญาตช่องดิจิทัลทีวี โมโน 29, ทริปเปิลทรี บรอดแบนด์ เป็นต้น เช่นกันกับที่มีการเพิกถอนใบอนุญาตทีวีดิจิทัลของบริษัท ไทยทีวี จำกัด ที่กระทบไปยังสิทธิในไลเซนส์อื่นของบริษัท รวมถึงกรรมการทุกคนในบริษัทจะกลายเป็น ผู้ขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจาก กสทช. ทุกประเภท
ด้านนายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ตนพยายามค้นข้อกฎหมายต่าง ๆ เพื่อหาช่องว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้างกับบริษัทที่ไม่มาชำระเงินค่าประมูล นอกจากการริบเงินค้ำประกันการประมูล จำนวน 644 ล้านบาท และการเรียกค่าเสียหายจากการจัดประมูลครั้งก่อนและครั้งใหม่ที่ต้องจัดขึ้นแต่ยังไม่เจอว่าจะมีช่องทางหรือเงื่อนไขใดระบุว่าจะกระทบไปถึงสิทธิ์ในการถือครองใบอนุญาตประกอบกิจการอื่น
"ตามหลักกฎหมาย เมื่อทำผิดเงื่อนไขในการขอรับใบอนุญาต ผลที่จะเกิดขึ้น คือไม่ได้รับใบอนุญาตที่ยื่นขอ แต่ผลจะกว้างไปกว่านั้นต้องมีกฎหมายรองรับ กรณีไทยทีวีที่โดนเพิกถอนใบอนุญาตแล้วกระทบไปถึงใบอนุญาตอื่น เพราะมีทั้ง พ.ร.บ. และประกาศ กสทช. รองรับไว้แล้ว แต่กับกรณีไม่จ่ายเงินประมูลคลื่น 900 MHz ยังหา ไม่เจอ" นายประวิทย์กล่าว
และข้อกฎหมายที่ใกล้เคียงสุด คือ ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 ที่ระบุคุณสมบัติของผู้ขอรับ ใบอนุญาตว่า กรรมการผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของผู้ขอรับใบอนุญาตต้องไม่เคยถูกศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดตามกฎหมายว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ ซึ่งหากใช้ช่องทางนี้ต้องฟ้อง ต่อศาลเพื่อให้มีคำพิพากษาออกมาก่อน ไม่ได้มีผลบังคับในทันที
ขณะที่นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช. ภารกิจโทรคมนาคม ยืนยันกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ถ้าผู้ชนะประมูลคลื่นไม่มาจ่ายเงินค่าประมูลจะมีผลกระทบถึงการถือครองใบอนุญาตอื่น ๆ ด้วยอย่างแน่นอน แม้ในเงื่อนไขการประมูลคลื่นในครั้งนี้จะไม่ได้ระบุไว้ แต่เงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตเดิมที่แต่ละบริษัทถือครองอยู่มีระบุหน้าที่การต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ กสทช. ไว้อยู่แล้ว ซึ่งฝ่ายกฎหมายของสำนักงาน กสทช.เอง และภายนอกยืนยันว่ามีการระบุไว้แน่นอน และไม่ต่างจากการขึ้นแบล็กลิสต์
อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 บริษัทมีเวลาอีก 40 วัน ก่อนถึงวันครบกำหนด 90 วัน ซึ่งในภายหลังถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นจริง ทางสำนักงาน กสทช.จะมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในทุกช่องทางอยู่แล้ว และมั่นใจว่ากติกาต่าง ๆ รัดกุมเพียงพอ"
สำหรับกรณีการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของบริษัท ไทยทีวี จำกัด นายฐากรเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2559 ที่ผ่านมา ตน ได้ลงนามในหนังสือแจ้งไปยังบริษัท ไทยทีวี จำกัด ผู้รับ ใบอนุญาตให้บริการ 2 ช่องทีวีดิจิทัล ได้แก่ ช่องไทยทีวี และช่อง MVTV Family ให้ทราบมติที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท.) ที่ให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ โดยมีผลตั้งแต่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา เนื่องจากไม่ชำระเงินประมูลงวดที่ 2 รวม 288.472 ล้านบาท ซึ่งครบกำหนดชำระเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2558 ที่ผ่านมา โดยให้แจ้งให้บริษัทชำระเงินประมูลที่ยังค้างอยู่อีก 5 งวด รวม 1,634 ล้านบาท รวมกับค่าปรับที่ชำระล่าช้าอีก 7.5% จนกว่าจะชำระหรือราว 14.26 ล้านบาท (ณ วันที่ 3 ก.พ.) รวมถึงค่าธรรมเนียมประกอบกิจการรายปี 2% ของรายได้ที่บริษัทไม่เคยจ่ายตั้งแต่ปี 2557 ทั้งหมดต้องชำระภายใน 30 วัน หากพ้นกำหนดจะแจ้งให้ธนาคารกรุงเทพ ผู้ค้ำประกันรับทราบ และชำระแทนภายใน 30 วันด้วย
ด้านนายสมบัติ ลีลาพตะ รักษาการรองเลขาธิการ กสทช. ภารกิจกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กล่าวว่า การเพิกถอน ใบอนุญาต ตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 มาตรา 8 และ 14 ระบุว่า ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการที่รวมความไปถึง ตัวนิติบุคคล กรรมการ และบุคคลผู้มีอำนาจกระทำการผู้ผูกพันต้องไม่อยู่ในระหว่างถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการแล้วไม่ครบ 3 ปี ซึ่งคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตต้องคงอยู่ตลอดที่เวลาที่รับใบอนุญาตประกอบกิจการอยู่ มิฉะนั้นจะไม่สามารถประกอบกิจการได้
"เมื่อไทยทีวี โดนเพิกถอนใบอนุญาต บริษัทและกรรมการทุกคนจะกลายเป็นผู้ขาดคุณสมบัติทั้งหมด แม้ไม่ได้รวมไปถึงบริษัทในเครือแต่กระทบไปถึงบริษัทอื่น ๆ ที่มีกรรมการของไทยทีวีเข้าไปเป็นกรรมการของบริษัทด้วย ซึ่งในเบื้องต้นที่มีการตรวจสอบเฉพาะตัวบริษัทไทยทีวี ไม่ได้ถือไลเซนส์อื่นของ กสทช. นอกจาก 2 ช่องทีวีดิจิทัล เพราะก่อนนี้เคยมาขอใบอนุญาตให้บริการช่องทีวีดาวเทียมแต่บอร์ดไม่ได้อนุมัติ ในส่วนของกรรมการจะต้องมีการตรวจสอบเพื่อดำเนินการให้ถูกต้องต่อไป"
นอกจากนี้ในส่วนของไทยทีวี ยังมีประเด็นต้องพิจารณาในเรื่องที่ทางบริษัทเข้าไปเช่าเวลาช่องทีวีดาวเทียมเพื่อออกอากาศรายการ ซึ่งตามมติบอร์ด กสท. เดิมเคยพิจารณาแล้วว่าผู้ให้บริการช่องทีวีดาวเทียมไม่สามารถแบ่งเวลาให้ผู้อื่นดำเนินการได้ จากนี้คงต้องมีนำประเด็นนี้ให้บอร์ดฯ พิจารณาอีกครั้ง
"สำนักงาน กสทช.จะดำเนินการเรียกเงินประมูลจากไทยทีวี ในฐานะลูกหนี้ก่อน เมื่อไม่จ่ายจะไปใช้มาตรการกับธนาคารกรุงเทพในฐานะผู้ค้ำ ซึ่ง กสทช.จะยึดแบงก์การันตีไม่ได้ เฉพาะเมื่อมี คำสั่งศาลไม่ให้ยึด"
แหล่งข่าว
หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 (หน้า 4)
กสทช.ขู่เบี้ยวจ่าย 4G ยึดใบอนุญาตยกแผง
กสทช.ขู่เบี้ยวจ่าย 4G ยึดใบอนุญาตยกแผง
ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
"กสทช." พลิกตำรากฎหมายลั่นเบี้ยวจ่ายเงินประมูลคลื่นไม่ใช่แค่ยึดเงินค้ำประกัน 644 ล้านบาท มีสิทธิลามถึงเพิกถอนใบอนุญาตอื่น ชูกรณี "ไทยทีวี" เป็นตัวอย่าง
ยังมั่นใจ "แจส-ทรู" ไม่ทิ้งไลเซนส์
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz สิ้นสุดลงเมื่อ วันที่ 19 ธ.ค. 2558 ที่ผ่านมา ทั้งบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด และบริษัท ทรูมูฟเอช ยูนิเวอร์แซล คอมมูนิเคชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูลต้องนำเงินมาชำระค่าประมูลงวดแรก จำนวน 8,040 ล้านบาท พร้อมหนังสือค้ำประกันวงเงินที่เหลืออีกกว่า 60,000 ล้านบาท ภายใน 90 วัน โดยขณะนี้เหลือเวลาอีกเพียง เดือนเศษจะครบกำหนดในวันที่ 21 มี.ค.นี้
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่าแม้จะเชื่อมั่นว่าทั้งสองบริษัทจะนำเงินมาชำระได้ภายในวันที่ 21 มี.ค.นี้ แต่ได้ให้ฝ่ายกฎหมายเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับการถือครองใบอนุญาตประกอบกิจการอื่น ๆ ของทั้ง 2 บริษัทไว้ด้วย เพราะถ้าไม่จ่ายจะกลายเป็นผู้ทิ้งงาน และกระทบคุณสมบัติในการถือครอง ใบอนุญาตประกอบกิจการอื่น ๆ ที่บริษัท และบริษัทในเครือถืออยู่ทั้งหมด เช่น แจส มีทั้งใบอนุญาตช่องดิจิทัลทีวี โมโน 29, ทริปเปิลทรี บรอดแบนด์ เป็นต้น เช่นกันกับที่มีการเพิกถอนใบอนุญาตทีวีดิจิทัลของบริษัท ไทยทีวี จำกัด ที่กระทบไปยังสิทธิในไลเซนส์อื่นของบริษัท รวมถึงกรรมการทุกคนในบริษัทจะกลายเป็น ผู้ขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจาก กสทช. ทุกประเภท
ด้านนายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ตนพยายามค้นข้อกฎหมายต่าง ๆ เพื่อหาช่องว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้างกับบริษัทที่ไม่มาชำระเงินค่าประมูล นอกจากการริบเงินค้ำประกันการประมูล จำนวน 644 ล้านบาท และการเรียกค่าเสียหายจากการจัดประมูลครั้งก่อนและครั้งใหม่ที่ต้องจัดขึ้นแต่ยังไม่เจอว่าจะมีช่องทางหรือเงื่อนไขใดระบุว่าจะกระทบไปถึงสิทธิ์ในการถือครองใบอนุญาตประกอบกิจการอื่น
"ตามหลักกฎหมาย เมื่อทำผิดเงื่อนไขในการขอรับใบอนุญาต ผลที่จะเกิดขึ้น คือไม่ได้รับใบอนุญาตที่ยื่นขอ แต่ผลจะกว้างไปกว่านั้นต้องมีกฎหมายรองรับ กรณีไทยทีวีที่โดนเพิกถอนใบอนุญาตแล้วกระทบไปถึงใบอนุญาตอื่น เพราะมีทั้ง พ.ร.บ. และประกาศ กสทช. รองรับไว้แล้ว แต่กับกรณีไม่จ่ายเงินประมูลคลื่น 900 MHz ยังหา ไม่เจอ" นายประวิทย์กล่าว
และข้อกฎหมายที่ใกล้เคียงสุด คือ ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 ที่ระบุคุณสมบัติของผู้ขอรับ ใบอนุญาตว่า กรรมการผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของผู้ขอรับใบอนุญาตต้องไม่เคยถูกศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดตามกฎหมายว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ ซึ่งหากใช้ช่องทางนี้ต้องฟ้อง ต่อศาลเพื่อให้มีคำพิพากษาออกมาก่อน ไม่ได้มีผลบังคับในทันที
ขณะที่นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช. ภารกิจโทรคมนาคม ยืนยันกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ถ้าผู้ชนะประมูลคลื่นไม่มาจ่ายเงินค่าประมูลจะมีผลกระทบถึงการถือครองใบอนุญาตอื่น ๆ ด้วยอย่างแน่นอน แม้ในเงื่อนไขการประมูลคลื่นในครั้งนี้จะไม่ได้ระบุไว้ แต่เงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตเดิมที่แต่ละบริษัทถือครองอยู่มีระบุหน้าที่การต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ กสทช. ไว้อยู่แล้ว ซึ่งฝ่ายกฎหมายของสำนักงาน กสทช.เอง และภายนอกยืนยันว่ามีการระบุไว้แน่นอน และไม่ต่างจากการขึ้นแบล็กลิสต์
อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 บริษัทมีเวลาอีก 40 วัน ก่อนถึงวันครบกำหนด 90 วัน ซึ่งในภายหลังถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นจริง ทางสำนักงาน กสทช.จะมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในทุกช่องทางอยู่แล้ว และมั่นใจว่ากติกาต่าง ๆ รัดกุมเพียงพอ"
สำหรับกรณีการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของบริษัท ไทยทีวี จำกัด นายฐากรเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2559 ที่ผ่านมา ตน ได้ลงนามในหนังสือแจ้งไปยังบริษัท ไทยทีวี จำกัด ผู้รับ ใบอนุญาตให้บริการ 2 ช่องทีวีดิจิทัล ได้แก่ ช่องไทยทีวี และช่อง MVTV Family ให้ทราบมติที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท.) ที่ให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ โดยมีผลตั้งแต่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา เนื่องจากไม่ชำระเงินประมูลงวดที่ 2 รวม 288.472 ล้านบาท ซึ่งครบกำหนดชำระเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2558 ที่ผ่านมา โดยให้แจ้งให้บริษัทชำระเงินประมูลที่ยังค้างอยู่อีก 5 งวด รวม 1,634 ล้านบาท รวมกับค่าปรับที่ชำระล่าช้าอีก 7.5% จนกว่าจะชำระหรือราว 14.26 ล้านบาท (ณ วันที่ 3 ก.พ.) รวมถึงค่าธรรมเนียมประกอบกิจการรายปี 2% ของรายได้ที่บริษัทไม่เคยจ่ายตั้งแต่ปี 2557 ทั้งหมดต้องชำระภายใน 30 วัน หากพ้นกำหนดจะแจ้งให้ธนาคารกรุงเทพ ผู้ค้ำประกันรับทราบ และชำระแทนภายใน 30 วันด้วย
ด้านนายสมบัติ ลีลาพตะ รักษาการรองเลขาธิการ กสทช. ภารกิจกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กล่าวว่า การเพิกถอน ใบอนุญาต ตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 มาตรา 8 และ 14 ระบุว่า ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการที่รวมความไปถึง ตัวนิติบุคคล กรรมการ และบุคคลผู้มีอำนาจกระทำการผู้ผูกพันต้องไม่อยู่ในระหว่างถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการแล้วไม่ครบ 3 ปี ซึ่งคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตต้องคงอยู่ตลอดที่เวลาที่รับใบอนุญาตประกอบกิจการอยู่ มิฉะนั้นจะไม่สามารถประกอบกิจการได้
"เมื่อไทยทีวี โดนเพิกถอนใบอนุญาต บริษัทและกรรมการทุกคนจะกลายเป็นผู้ขาดคุณสมบัติทั้งหมด แม้ไม่ได้รวมไปถึงบริษัทในเครือแต่กระทบไปถึงบริษัทอื่น ๆ ที่มีกรรมการของไทยทีวีเข้าไปเป็นกรรมการของบริษัทด้วย ซึ่งในเบื้องต้นที่มีการตรวจสอบเฉพาะตัวบริษัทไทยทีวี ไม่ได้ถือไลเซนส์อื่นของ กสทช. นอกจาก 2 ช่องทีวีดิจิทัล เพราะก่อนนี้เคยมาขอใบอนุญาตให้บริการช่องทีวีดาวเทียมแต่บอร์ดไม่ได้อนุมัติ ในส่วนของกรรมการจะต้องมีการตรวจสอบเพื่อดำเนินการให้ถูกต้องต่อไป"
นอกจากนี้ในส่วนของไทยทีวี ยังมีประเด็นต้องพิจารณาในเรื่องที่ทางบริษัทเข้าไปเช่าเวลาช่องทีวีดาวเทียมเพื่อออกอากาศรายการ ซึ่งตามมติบอร์ด กสท. เดิมเคยพิจารณาแล้วว่าผู้ให้บริการช่องทีวีดาวเทียมไม่สามารถแบ่งเวลาให้ผู้อื่นดำเนินการได้ จากนี้คงต้องมีนำประเด็นนี้ให้บอร์ดฯ พิจารณาอีกครั้ง
"สำนักงาน กสทช.จะดำเนินการเรียกเงินประมูลจากไทยทีวี ในฐานะลูกหนี้ก่อน เมื่อไม่จ่ายจะไปใช้มาตรการกับธนาคารกรุงเทพในฐานะผู้ค้ำ ซึ่ง กสทช.จะยึดแบงก์การันตีไม่ได้ เฉพาะเมื่อมี คำสั่งศาลไม่ให้ยึด"
แหล่งข่าว
หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 (หน้า 4)