*โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน*
คือก่อนอื่นเราจะเล่าให้ฟัง..ครั้งแรกที่เจอคือ ตอนนั้นเรากลับต่างจังหวัดในขากลับตอนดึกๆสักสามสี่ทุ่มถ้าจำไม่ผิดนะ คือมันเกิดอุบัติเหตุรถชนและมีคนตาย คือมันอยู่ถนนเลนตรงข้ามเเละคือเราก็มองและท่องสัพเพสัตตาในใจ...และพูดว่าไปสู่สุขขตินะคะ ถึงเราจะไม่รู้จักกันแต่เดี๋ยวเราแผ่บุญไปให้นะ และพอหลังจากนั้นประมาณชั่วโมงกว่าๆเราก็ถึงบ้านและคือมันดึกมากๆแล้ว เราก็เดินเข้าห้องปกติเราก็นั่งลงบนเตียงและดูทีวีกับพี่สาวคนละมุมเลย และที่เรานั่งคือเราพิงหัวเตียงนะ และสักพักเราก็นึกถึงเหตุการณ์รถชนที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาที่เรานั่งรถผ่านอะ เเล้วเราก็ภาวนาในใจสัพเพสัตตาหนึ่งจบ แล้วจู่ๆ ขนทั้งตัวเราก็ลุกแบบไม่มีสาเหตุ เราก็หันไปมองพี่สาวและถามว่ารู้สึกขนลุกปะ พี่เราก็ส่ายหน้าและนั่งดูทีวีต่อและก็หัวเร่ะปกติ และเราก็ลูปตัวเราให้หายขนลุกสักพักเราก็รู้สึกหวิวๆที่ผมเราเร่ก็รีบหันไปเเบบเร็วๆเลยอะ แล้วคือเราก็นึ่งไปสักพักนะ ก็ไม่ได้คิดอะไรก็ดูทีวีต่อและจู่ๆเราก็ได้กลิ่นดินเหม็นดิบๆ ไม่รู้อะอธิบายไม่ถูกมันกลิ่นไม่ใช่เหม็นเน่านะแต่มันเหมือนกลิ่นดินเหม็นดิบๆ กลิ่นแรงมากที่จมูกเรา เราก็หันไปมองพี่สาวเราเเละปิดจมูก และถามว่าได้กิ่นไรไหม พี่เราบอกไม่มีกลิ่นไรเลยปกตินิ แล้วนางก็เดินออกไป เหลือเราอยู่ในห้องคนเดียวเราก็พยายามสูดกลิ่นเข้าไปคือมันไม่เคยได้กลิ่นแบบนี้มาก่อน และเราเลยยืนขึ้นเเละดมกลิ่นรอบๆ ไม่มีกลิ่นเลย เราเลยนั่งและกลิ่นมันอยู่ข้างหน้าเรา เราเลยยื่นหน้าไปีอกลิ่นแรงขึ้นเราขนลุกแบบวูบๆแบบงงๆ คือมันรู้สึกขนลุกเองเลย เราก็ยื่นไปไกลๆก็ไม่มีกลิ่น พอกลับมาที่เดิมคือกลิ่นมันมี สรุปเหมือนกลิ่นมันมีแค่ข้างหน้าเราเรารู้แหละว่าใช่แน่นอนเพราะกลิ่นมันอยุ่แค่จุดนี้ เราเลยนั่งสวดมนต์แผ่เมตตาตรงนั้นเลยเราสวดไปสองจบ กลิ่นก็ยังอยู่และขนาดที่เราสวดเหมือนกลิ่นมันแรงขึ้นเรื่อยๆและเราแน่นหน้าอกมากขึ้นเรื่อยๆ เราเลยสวดต่อไปประมาณสิบกว่าจบและกลิ่นมันก็ค่อยๆจางลงและตอนนั้นพี่เราก็เข้ามาสะกิตเราว่าทำไร เราลืมตามาก็เห็นเหมือนมีควันบางๆที่หน้าเราเเบบผ่านตาอะเราตกใจมากก็ไม่คิดไรมากเราไม่พูดกับพี่และแผ่เมตตาไปสองจบเราก็สูดกลิ่นเรื่อยๆจนกลิ่นหายและอยู่ดีๆเราก็หายใจโล่งขึ้น *เหตุการณ์นี้เราไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่เราเล่าตามจริงมันเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในชีวิตเรา*
และเหตุการณ์ที่สองเกิดห่างกันประมาณสามปีได้ คือเราชอบออกมาวิ่งออกกำลังกายตอนเย็นๆถึงดึกเลยแหละเป็นปนะจำทุกวันๆวิ่งคนเดียวและคือบ้านเราอยู่ท้ายหมู่บ้าน หลังกำแพงก็เป็นป่าและทุ่งนากว้างเลยตอนมึดนี้น่ากลัวมาก แต่เราเป็นคนไม่เชื่อเรื่องนี้นะเลยวิ่งปกติมาตลอดๆ และท้ายหมู่บ้านจะมีลักษณะเป็นตัวยูเราจะวนอยู่เเค่ท้ายๆตรงโค้งอะแหละ เเละคือมีวันนึงมีคนตายในหมู่บ้านเป็นคนที่อยู่หน้าหมู่บ้านและเขาชอบออกมาวิ่งตอนเย็นๆเหมือนกันก็ได้คุยกันบ้างเขาเป็นลุงผู้ชายอายุเยอะแล้วแหละ แล้ววันที่เขาตายเราไม่รู้ว่าเขาเป็นไรตายนะ เราก็ไม่สนิทเลยไม่ได้รู้เรื่องอะไร ประเด็นคือผ่านมาสามสี่วันหลังจากที่เขาตายนะ เราก็ออกมาวิ่งปกติแต่วันนี้คือเราวิ่งนานหน่อยถึงสองทุ่มและคือเราก็วิ่งไปอีกฝั่งนึงเเละหยุดยืดกล้ามเนื้อ(ฝั่งนี้ติดป่าและบ้านไม่มีคนอยู่ ) บ้านที่ไม่มีคนอยู่อะเขาเลี้ยงหมาไว้สองตัว พิตบลูกับบางแก้วตัวใหญ่มากและปกติมันไม่เห่านะ และจู่ๆเรากล้มลงเอามือแตะพื้นอยู่ดีๆหมาสองตัวนี้ก็เห่าเราเห่าไม่หยุดเลยสลับกับหอนใส่เราเหมือนจะกระโดดออกมากัดเรา เราก็งงและเรียกมันบอกแกเป็นอะไรเนี้ย มันก็เห่าไม่หยุดจนเราเริ่มขนลุกเฉยๆเเละเราก็ได้กลิ่นดินดิบๆเหมือนครั้งแรกเลยเราก็สูดเข้าไปและคือกลิ่นเริ่มแรงขึ้นหนักกว่าครั้งแรกมากๆทั้งที่ตรงนั้นไม่มีกลิ่นอะไรเลยก่อนหน้านี้และจู่ๆลมก็พัดมาที่ตัวเราแรงมากมีฝุ่นกับเศษใบไม้ด้วยแล้วตอนที่ลมพัดอะก่อนหน้านี้คืออากาศมันนิ่งมากไม่มีลมแม้แต่นิดแต่นี้อยู่ๆก็มีลมแรงพัดผ่านเราและหมาสองตัวก็เห่าดังขึ้นเรื่อยๆอีกทีนี้หอนทั้งสองตัวเลยเราก็ปิดตาและไอเพราะฝุ่นและจู่ๆวินาทีนั้นเราก็ได้ยินเสียงกรี้ดเเหลมๆข้างหูขวาเราแบบ👻....เสียงที่เราว่ามันแหลมมากกรี้ดดังมากเราตกใจมากเพราะทั้งสามสิ่งมันมาจุกอยู่ที่เราในนาทีนั้นตอนนั้นจำความรู้สึกได้เลยว่าขนลุกทั้งตัวแบบที่เหมือนรูขุมขนทุกรูติดแอร์เบอที่เย็นที่สุดเลยอะ คือเรากลัวมาหัวเเละผมเราคือรู้สึกเย็นและเหมือนเบาไปเลย เราวิ่งสุดชีวิตด้วยความตกใจและงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเรารีบเปิดประตูเลือนของบ้านแบบตัวเรากระแทกกับผนังเลยแบบกลัวมากวิ่งเข้าบ้านแบบถอดรองเท้าแบบกระจาย...และรีบเข้าห้องนอนคุมโปรงแลัเรียกพี่มาอยู่ด้วยและเราก็นึ่งไปเป็นชั่วโมงไม่ยอมพูดอะไรเลย..พี่เราก็งงบอกให้ไปอาบน้ำเราก็ไม่ยอมไปไหนเลย ทั้งคืนพอถึงเช้าเราก็คิดนะว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันอะไรอีกก็มานึกถึงลุงคนที่ตายนี้แหละว่าคงใช่แกแน่ๆ แต่เราไม่เคยเจอเเบบนี้เลยสติแทบแตก เราก็ไม่ได้เล่าให้ใครฟังเลยนะเรากลัวว่าถ้าเขามาได้ยินเราเขาจะมาหาเราอีก เราไม่ได้งมงายหรือบ้านะ มันเกิดขึ้นกับเราจริงๆแบบงงมากเพราะเราเป็นคนไม่กลัวผีเลยแต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเราตกใจมาก และมีอีกเรื่องที่ลืมเหล่าก่อนหน้านี้
คือตอนที่เราย้ายเข้ามาในหมู่บ้านนี้แรกๆอะเรายังเด็กอยู่เลยน่าจะประมาณป.หกได้ เรานอนแยกห้องครั้งแรกและบ้านเราอยู่ท้ายสุดใกล้ป่าเลยและตอนนั้นยังไม่มีกำแพงกลั้นนะมีคืนหนึ่งเราอยู่กับแม่สองคนทั้งบ้านเราก็นอนกับแม่บนเตียงคือแม่เร่เปิดผ้าม่านไว้ซึ่งตรงหน้าต่างที่เปิดผ้าม่านอะมันตรงกันทางเข้าบ้านคนนอกสามารถมองเข้ามาได้ว่างั้นเหอะ...เเละตอนนั้นร่าจะเที่ยงคืนเราก็นอนแม่ก็นอนกับเราใกล้ๆเลยนี้แหละ และเราก็ได้ยินเสียงกรี๊ดยาวๆเสียงเเหลมมากดังมากเหมือนอยู่ที่หน้าบ้านเราเสียงแหลมมากๆเสียงเล็กๆแหลมๆแบบขนลุกมากอะเราเลยสะกิตแม่ถามแม่ว่าแม่เสียงอะไรอะ...แล้วแม่เราก็รีบมากอดเราและลูบหัวเราบอกนอนเลยลูกไม่มีเสียงอะไรเลยนอนๆเลยไม่มีอะไรลูก เราก็งงและก็คิดในใจว่าก็เมื่อกี้ยังได้ยินเสียงอยู่เลยไม่ได้หูฝาดแน่นอน....พอจนถึงทุกวันนี้เราก็รู้แล้วแหละว่ามันคือเสียงอะไร เรามาเหล่าให้ยายข้างบ้านเราฟังว่าเราได้ยินเสียง ยายเราบอกว่าเป็นเปรตมาขอส่วนบุญ เพราะตอนช่วงแรกๆที่ย้ายเข้ามายังไม่ได้มีการทำบุญบ้านหรือหมู่บ้านเลย และที่ๆแห่งนี้ก็เคยเป็นป่าร้างมาก่อนรอบๆก็เป็นป่ามีทั้งป่ายูคาลิปตัสป่ากล้วยทุ่งนากว้างมากตรงท้ายหมู่บ้านแต่หน้าหมู่บ้านก็เป็นชุมชนปกตินะ แต่พอมาถึงทุกวันนี้ก็ไม่ค่อยเจอเหตุการณ์แบบนี้อีกเลย แต่มีครั้งนึกไม่กี่ปีที่ผ่านมา....
แม่ให้เราออกไปทิ้งข้างตรงกำแพงท้ายหมู่บ้าน ก็ข้างๆบ้านเราแหละ ตอนสามทุ่มคือตรงท้ายหมู่บ้านมันมึดและเงียบมาก เราก็เดินชิลๆถือถุงขยะถุงดำไปทิ้งพอเราเดินถึงถังขยะเราก็หยุดและวางถุงกำลังจะเปิดฝาถังอยู่ดีๆก็มีลมพัดอีกละ ถ้าลมพัดปกติจะไม่ว่าแต่นี้มาแนวเดิมยังไม่ทันเปิดถังขยะเลยจ้าเราเลยถอยหลังไปสองก้าวและทำหน้างงว่าลมมันเป็นเหมือนควันบางๆพุ่งมาที่เราและกลิ่นเดิมเลยเราแน่นหน้าอกมากตอนนั้นเหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง เราเลยรีบวิ่งขึ้นบ้านและก็วางถุงขยะไว้ตรงนั้นแหละ 555555 ครั้งนี้เราก็เฉยๆนะ แต่ก็ตกใจแบบเดิมวิ่งสุดชีวิต และพอเข้าในบ้านก็นั่งนิ่งเหมือนเดิม 😂

*โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ*
เหตุการณ์ทั้งหมดที่เราเล่ามาทั้งหมดนี้เป็นความจริงที่เกิดขึ้นจริงกับเราแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องเชื่อนะ แต่เล่าให้ฟังเป็นประสบการณ์จ้า
แล้วทุกคนมีใครเคยเจอแบบเราไหม แล้วถ้าเจอใครรับมือกับสถานการณ์แบบนี้อย่างไรกันบ้าง
ใครเคยมีความรู้สึกเหมือนสัมผัสกับวิญญาณบ้าง เรามีประสบการณ์จริงจะเล่าให้ฟัง 😨
*โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน*
คือก่อนอื่นเราจะเล่าให้ฟัง..ครั้งแรกที่เจอคือ ตอนนั้นเรากลับต่างจังหวัดในขากลับตอนดึกๆสักสามสี่ทุ่มถ้าจำไม่ผิดนะ คือมันเกิดอุบัติเหตุรถชนและมีคนตาย คือมันอยู่ถนนเลนตรงข้ามเเละคือเราก็มองและท่องสัพเพสัตตาในใจ...และพูดว่าไปสู่สุขขตินะคะ ถึงเราจะไม่รู้จักกันแต่เดี๋ยวเราแผ่บุญไปให้นะ และพอหลังจากนั้นประมาณชั่วโมงกว่าๆเราก็ถึงบ้านและคือมันดึกมากๆแล้ว เราก็เดินเข้าห้องปกติเราก็นั่งลงบนเตียงและดูทีวีกับพี่สาวคนละมุมเลย และที่เรานั่งคือเราพิงหัวเตียงนะ และสักพักเราก็นึกถึงเหตุการณ์รถชนที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาที่เรานั่งรถผ่านอะ เเล้วเราก็ภาวนาในใจสัพเพสัตตาหนึ่งจบ แล้วจู่ๆ ขนทั้งตัวเราก็ลุกแบบไม่มีสาเหตุ เราก็หันไปมองพี่สาวและถามว่ารู้สึกขนลุกปะ พี่เราก็ส่ายหน้าและนั่งดูทีวีต่อและก็หัวเร่ะปกติ และเราก็ลูปตัวเราให้หายขนลุกสักพักเราก็รู้สึกหวิวๆที่ผมเราเร่ก็รีบหันไปเเบบเร็วๆเลยอะ แล้วคือเราก็นึ่งไปสักพักนะ ก็ไม่ได้คิดอะไรก็ดูทีวีต่อและจู่ๆเราก็ได้กลิ่นดินเหม็นดิบๆ ไม่รู้อะอธิบายไม่ถูกมันกลิ่นไม่ใช่เหม็นเน่านะแต่มันเหมือนกลิ่นดินเหม็นดิบๆ กลิ่นแรงมากที่จมูกเรา เราก็หันไปมองพี่สาวเราเเละปิดจมูก และถามว่าได้กิ่นไรไหม พี่เราบอกไม่มีกลิ่นไรเลยปกตินิ แล้วนางก็เดินออกไป เหลือเราอยู่ในห้องคนเดียวเราก็พยายามสูดกลิ่นเข้าไปคือมันไม่เคยได้กลิ่นแบบนี้มาก่อน และเราเลยยืนขึ้นเเละดมกลิ่นรอบๆ ไม่มีกลิ่นเลย เราเลยนั่งและกลิ่นมันอยู่ข้างหน้าเรา เราเลยยื่นหน้าไปีอกลิ่นแรงขึ้นเราขนลุกแบบวูบๆแบบงงๆ คือมันรู้สึกขนลุกเองเลย เราก็ยื่นไปไกลๆก็ไม่มีกลิ่น พอกลับมาที่เดิมคือกลิ่นมันมี สรุปเหมือนกลิ่นมันมีแค่ข้างหน้าเราเรารู้แหละว่าใช่แน่นอนเพราะกลิ่นมันอยุ่แค่จุดนี้ เราเลยนั่งสวดมนต์แผ่เมตตาตรงนั้นเลยเราสวดไปสองจบ กลิ่นก็ยังอยู่และขนาดที่เราสวดเหมือนกลิ่นมันแรงขึ้นเรื่อยๆและเราแน่นหน้าอกมากขึ้นเรื่อยๆ เราเลยสวดต่อไปประมาณสิบกว่าจบและกลิ่นมันก็ค่อยๆจางลงและตอนนั้นพี่เราก็เข้ามาสะกิตเราว่าทำไร เราลืมตามาก็เห็นเหมือนมีควันบางๆที่หน้าเราเเบบผ่านตาอะเราตกใจมากก็ไม่คิดไรมากเราไม่พูดกับพี่และแผ่เมตตาไปสองจบเราก็สูดกลิ่นเรื่อยๆจนกลิ่นหายและอยู่ดีๆเราก็หายใจโล่งขึ้น *เหตุการณ์นี้เราไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่เราเล่าตามจริงมันเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในชีวิตเรา*
และเหตุการณ์ที่สองเกิดห่างกันประมาณสามปีได้ คือเราชอบออกมาวิ่งออกกำลังกายตอนเย็นๆถึงดึกเลยแหละเป็นปนะจำทุกวันๆวิ่งคนเดียวและคือบ้านเราอยู่ท้ายหมู่บ้าน หลังกำแพงก็เป็นป่าและทุ่งนากว้างเลยตอนมึดนี้น่ากลัวมาก แต่เราเป็นคนไม่เชื่อเรื่องนี้นะเลยวิ่งปกติมาตลอดๆ และท้ายหมู่บ้านจะมีลักษณะเป็นตัวยูเราจะวนอยู่เเค่ท้ายๆตรงโค้งอะแหละ เเละคือมีวันนึงมีคนตายในหมู่บ้านเป็นคนที่อยู่หน้าหมู่บ้านและเขาชอบออกมาวิ่งตอนเย็นๆเหมือนกันก็ได้คุยกันบ้างเขาเป็นลุงผู้ชายอายุเยอะแล้วแหละ แล้ววันที่เขาตายเราไม่รู้ว่าเขาเป็นไรตายนะ เราก็ไม่สนิทเลยไม่ได้รู้เรื่องอะไร ประเด็นคือผ่านมาสามสี่วันหลังจากที่เขาตายนะ เราก็ออกมาวิ่งปกติแต่วันนี้คือเราวิ่งนานหน่อยถึงสองทุ่มและคือเราก็วิ่งไปอีกฝั่งนึงเเละหยุดยืดกล้ามเนื้อ(ฝั่งนี้ติดป่าและบ้านไม่มีคนอยู่ ) บ้านที่ไม่มีคนอยู่อะเขาเลี้ยงหมาไว้สองตัว พิตบลูกับบางแก้วตัวใหญ่มากและปกติมันไม่เห่านะ และจู่ๆเรากล้มลงเอามือแตะพื้นอยู่ดีๆหมาสองตัวนี้ก็เห่าเราเห่าไม่หยุดเลยสลับกับหอนใส่เราเหมือนจะกระโดดออกมากัดเรา เราก็งงและเรียกมันบอกแกเป็นอะไรเนี้ย มันก็เห่าไม่หยุดจนเราเริ่มขนลุกเฉยๆเเละเราก็ได้กลิ่นดินดิบๆเหมือนครั้งแรกเลยเราก็สูดเข้าไปและคือกลิ่นเริ่มแรงขึ้นหนักกว่าครั้งแรกมากๆทั้งที่ตรงนั้นไม่มีกลิ่นอะไรเลยก่อนหน้านี้และจู่ๆลมก็พัดมาที่ตัวเราแรงมากมีฝุ่นกับเศษใบไม้ด้วยแล้วตอนที่ลมพัดอะก่อนหน้านี้คืออากาศมันนิ่งมากไม่มีลมแม้แต่นิดแต่นี้อยู่ๆก็มีลมแรงพัดผ่านเราและหมาสองตัวก็เห่าดังขึ้นเรื่อยๆอีกทีนี้หอนทั้งสองตัวเลยเราก็ปิดตาและไอเพราะฝุ่นและจู่ๆวินาทีนั้นเราก็ได้ยินเสียงกรี้ดเเหลมๆข้างหูขวาเราแบบ👻....เสียงที่เราว่ามันแหลมมากกรี้ดดังมากเราตกใจมากเพราะทั้งสามสิ่งมันมาจุกอยู่ที่เราในนาทีนั้นตอนนั้นจำความรู้สึกได้เลยว่าขนลุกทั้งตัวแบบที่เหมือนรูขุมขนทุกรูติดแอร์เบอที่เย็นที่สุดเลยอะ คือเรากลัวมาหัวเเละผมเราคือรู้สึกเย็นและเหมือนเบาไปเลย เราวิ่งสุดชีวิตด้วยความตกใจและงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเรารีบเปิดประตูเลือนของบ้านแบบตัวเรากระแทกกับผนังเลยแบบกลัวมากวิ่งเข้าบ้านแบบถอดรองเท้าแบบกระจาย...และรีบเข้าห้องนอนคุมโปรงแลัเรียกพี่มาอยู่ด้วยและเราก็นึ่งไปเป็นชั่วโมงไม่ยอมพูดอะไรเลย..พี่เราก็งงบอกให้ไปอาบน้ำเราก็ไม่ยอมไปไหนเลย ทั้งคืนพอถึงเช้าเราก็คิดนะว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันอะไรอีกก็มานึกถึงลุงคนที่ตายนี้แหละว่าคงใช่แกแน่ๆ แต่เราไม่เคยเจอเเบบนี้เลยสติแทบแตก เราก็ไม่ได้เล่าให้ใครฟังเลยนะเรากลัวว่าถ้าเขามาได้ยินเราเขาจะมาหาเราอีก เราไม่ได้งมงายหรือบ้านะ มันเกิดขึ้นกับเราจริงๆแบบงงมากเพราะเราเป็นคนไม่กลัวผีเลยแต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเราตกใจมาก และมีอีกเรื่องที่ลืมเหล่าก่อนหน้านี้
คือตอนที่เราย้ายเข้ามาในหมู่บ้านนี้แรกๆอะเรายังเด็กอยู่เลยน่าจะประมาณป.หกได้ เรานอนแยกห้องครั้งแรกและบ้านเราอยู่ท้ายสุดใกล้ป่าเลยและตอนนั้นยังไม่มีกำแพงกลั้นนะมีคืนหนึ่งเราอยู่กับแม่สองคนทั้งบ้านเราก็นอนกับแม่บนเตียงคือแม่เร่เปิดผ้าม่านไว้ซึ่งตรงหน้าต่างที่เปิดผ้าม่านอะมันตรงกันทางเข้าบ้านคนนอกสามารถมองเข้ามาได้ว่างั้นเหอะ...เเละตอนนั้นร่าจะเที่ยงคืนเราก็นอนแม่ก็นอนกับเราใกล้ๆเลยนี้แหละ และเราก็ได้ยินเสียงกรี๊ดยาวๆเสียงเเหลมมากดังมากเหมือนอยู่ที่หน้าบ้านเราเสียงแหลมมากๆเสียงเล็กๆแหลมๆแบบขนลุกมากอะเราเลยสะกิตแม่ถามแม่ว่าแม่เสียงอะไรอะ...แล้วแม่เราก็รีบมากอดเราและลูบหัวเราบอกนอนเลยลูกไม่มีเสียงอะไรเลยนอนๆเลยไม่มีอะไรลูก เราก็งงและก็คิดในใจว่าก็เมื่อกี้ยังได้ยินเสียงอยู่เลยไม่ได้หูฝาดแน่นอน....พอจนถึงทุกวันนี้เราก็รู้แล้วแหละว่ามันคือเสียงอะไร เรามาเหล่าให้ยายข้างบ้านเราฟังว่าเราได้ยินเสียง ยายเราบอกว่าเป็นเปรตมาขอส่วนบุญ เพราะตอนช่วงแรกๆที่ย้ายเข้ามายังไม่ได้มีการทำบุญบ้านหรือหมู่บ้านเลย และที่ๆแห่งนี้ก็เคยเป็นป่าร้างมาก่อนรอบๆก็เป็นป่ามีทั้งป่ายูคาลิปตัสป่ากล้วยทุ่งนากว้างมากตรงท้ายหมู่บ้านแต่หน้าหมู่บ้านก็เป็นชุมชนปกตินะ แต่พอมาถึงทุกวันนี้ก็ไม่ค่อยเจอเหตุการณ์แบบนี้อีกเลย แต่มีครั้งนึกไม่กี่ปีที่ผ่านมา....
แม่ให้เราออกไปทิ้งข้างตรงกำแพงท้ายหมู่บ้าน ก็ข้างๆบ้านเราแหละ ตอนสามทุ่มคือตรงท้ายหมู่บ้านมันมึดและเงียบมาก เราก็เดินชิลๆถือถุงขยะถุงดำไปทิ้งพอเราเดินถึงถังขยะเราก็หยุดและวางถุงกำลังจะเปิดฝาถังอยู่ดีๆก็มีลมพัดอีกละ ถ้าลมพัดปกติจะไม่ว่าแต่นี้มาแนวเดิมยังไม่ทันเปิดถังขยะเลยจ้าเราเลยถอยหลังไปสองก้าวและทำหน้างงว่าลมมันเป็นเหมือนควันบางๆพุ่งมาที่เราและกลิ่นเดิมเลยเราแน่นหน้าอกมากตอนนั้นเหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง เราเลยรีบวิ่งขึ้นบ้านและก็วางถุงขยะไว้ตรงนั้นแหละ 555555 ครั้งนี้เราก็เฉยๆนะ แต่ก็ตกใจแบบเดิมวิ่งสุดชีวิต และพอเข้าในบ้านก็นั่งนิ่งเหมือนเดิม 😂
*โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ*
เหตุการณ์ทั้งหมดที่เราเล่ามาทั้งหมดนี้เป็นความจริงที่เกิดขึ้นจริงกับเราแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องเชื่อนะ แต่เล่าให้ฟังเป็นประสบการณ์จ้า
แล้วทุกคนมีใครเคยเจอแบบเราไหม แล้วถ้าเจอใครรับมือกับสถานการณ์แบบนี้อย่างไรกันบ้าง