แม่สามีเกาหลีvsลูกสะใภ้ไทย

แม่สามีกับลูกสะใภ้
โดยส่วนใหญ่มักจะมีความขัดแย้งกัน
ไม่มากก็น้อย

ยิ่งมาอยู่ต่างบ้านต่างเมือง
ต่างภาษาและวัฒนธรรม
การกระทบกระทั่งกันย่อมเกิดขึ้นได้

ตัวเองแต่งและย้ายเข้าไปอยู่บ้านสามี
ตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี2005
ใช้ชีวิตร่วมหลังคาเดียวกับแม่สามี
เป็นเวลา 7 ปี เศษ

เดือนสิงหาคมปี 2013
จึงมาโอกาสได้แยกบ้านออกมา
ในขณะนั้นมีลูก 3 คนแล้ว

บ้านแม่สามีที่เคยอยู่ด้วย
คับแคบเกินกว่าจะทนไหว

เดิมตั้งใจพาแม่สามีมาอยู่บ้านใหม่ด้วย
แม่สามีเองก็ทำท่าจะมาอยู่ด้วย
แต่พอถึงเวลาจริงท่านเกิดเปลี่ยนใจ

แม่ตัวเองก็มักจะบอกเสมอ
ิอยู่บ้านใครก็ไม่เหมือนอยู่บ้านตัวเอง
ทำให้พอเข้าใจความรู้สึกแม่สามีได้

เดิมตอนอยู่ด้วยกันทำงานได้เงินมา
ก็จะจัดสรรปันส่วนส่งให้ทางเมืองไทย
และให้แม่สามีไว้เป็นค่าใช่จ่ายเท่าๆ กัน

พอย้ายบ้านแล้ว แม่สามีปฏิเสธที่จะรับเงิน
ด้วยเห็นว่าพวกเรามีหนี้จากการซื้อบ้านใหม่
จึงไม่รับเงินจากเราอีก

หลังจากย้าย พอถึงวันตรุษจีน
แม่สามีก็ขนของไหว้มาทำพิธีไหว้ที่บ้าน
หลังจากไหว้เสร็จ
แม่สามีก็ควักซองเก่าๆ ออกมาให้
แล้วบอกว่าเอาไปใช้หนี้ค่าบ้านนะ
ขอโทษด้วยที่ตอนซื้อบ้านไม่ได้ช่วยเลย

เราก็รับไว้พบว่าในนั้นมีเงินอยู่ 6 ล้านวอน
ตรุษจีนปีต่อมาก็เช่นเดิม
แม่สามีก็ควักซองเก่า ๆ มาให้อีก
พร้อมบอกว่าปีนี้ใช้เงินไปเยอะ
ให้ได้เท่านี้ เปิดซองดูมี 1 ล้านวอน

คือไม่ได้คาดหวังอะไรกับแม่สามี
เพราะแม่สามีอยู่คนเดียว และยังคง
ทำงานรับจ้างทั่วไปตามไลฟ์สไตล์ของเค้า

แม่สามีเป็นคนรุ่นหลังสงครามเกาหลี
เคยมีชีวิตที่ยากลำบาก คติของชีวิต
คือเกิดเป็นคนต้องสู้งานเข้าไว้
การได้ทำงานหนักคือการใช้ชีวิต
ิอย่างมีคุณค่าแล้ว

แนวคิดนี้น่าจะถูกท่านผู้นำ
ยุคหลังสงครามเกาหลีปลูกฝังไว้

จากประสบการณ์สะใภ้เกาหลี
ที่ใช้ชีวิตตามชนบท
และอยู่อาศัยกับแม่สามี
พบว่าแม่สามีมีคุณสมบัติโดยรวม
เหมือนกันคือขยันอดทนสู้งานหนัก

และใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ตามสวน
แม้ไม่มีอะไรให้ทำอย่างน้อย
ก็ต้องออกไปนั่งถอนหญ้า

ในหน้าร้อนของทุกปีจะต้องมีข่าว
คนแก่เกาหลีเป็นลมตายคาสวน

เคยได้ยินแม่กระทั่งเรื่องเล่าว่า
ตอนท้อง ถ้าพวกเค้าได้นั่งทำงาน
อยู่ในสวนจนคลอดลูกที่ร่องผักได้
นั่นเป็นเรื่องที่เยี่ยมมากเลยทีเดียว

คือฟังแล้วเข้าใจพวกเค้าไม่ค่อยได้
โดยรวมก็คือคนเกาหลีรุ่นหลังสงคราม
ยุคที่ต้องฟื้นฟูประเทศนั้น
โดยรวมแล้ว แกร่งและขยันขันแข็ง
แบบที่เราจินตนาการไม่ออกเลย

ด้วยมดงานเหล่านี้ ประเทศเกาหลี
จึงฟื้นฟูขึ้นอย่างรวดเร็ว ขอสรรเสริญ

สำหรับตรุษจีนปีนี้ก็เช่นเดิม
แม่สามีขนของไหว้มาไหว้ที่บ้าน
ไหว้เสร็จก็มีถามไถ่ถึงหนี้สินที่มี
หลังจากนั้นก็ควักถุงพลาสติก
ข้างในบรรจุซองเก่าๆ เช่นเดิม

แม่สามีกล่าวว่าเอาไปใช้หนี้ค่าบ้านนะ
ตอนซื้อบ้านไม่ได้ช่วยอะไรขอโทษด้วย

เปิดซองดูมีเงินอยู่ 20 ล้านวอน
แม่จ้าวไม่เคยคิดว่าจะได้ซองขนาดนี้
ไม่เคยหวังอะไรกับแม่สามี
ไม่กล้าหวังด้วย
รู้ดีว่านี่เป็นเงินที่กลั่นมาจากหยาดเหงื่อ
แรงงานของแม่สามีล้วนๆ

รับเงินมาด้วยความรู้สึกเศร้าใจ
ปนปลื้มใจ
ที่ผ่านมาเคยได้ยินแต่เรื่องราว
อันร้ายกาจของแม่สามีเกาหลี

ตอนอยู่ด้วยกันก็มีกระทบกันบ้าง
นิดหน่อยเพราะความไม่เข้าใจกัน
แต่ตอนแยกบ้านเราแยกกันด้วยดี
ไม่มีปัญหาอะไรกัน

อยากบอกให้โลกรู้แม่สามีเกาหลี
ที่ไม่ร้ายกาจ แถมใจดียังมีอยู่จริง

นี่ได้รับจากแม่สามีจนรู้สึกละอาย


เห็นสภาพแม่สามีแล้วยิ่งรู้สึกผิด
ตอนนี้แม่สามีอายุ 74 ปี
เดินก็ไม่ค่อยจะไหว แต่ยังคงสู้งาน
วันไหนที่แม่สามีอยู่บ้าน
วันนั้นน่าเป็นห่วงเพราะหมายถึง
ร่างกายแย่มากแล้วเลยไปไหนไม่ไหว

เรื่องห้ามไม่ให้ทำงานเป็นเรื่องยาก
เพราะนั่นคือคุณค่าที่หลงเหลืออยู่
ชีวิตนี้ถ้าไม่ได้ทำงานใดๆ คือชีวิตที่ไร้ค่า

อยู่เกาหลีมาเข้าปีที่ 13 แล้ว
ก็ยังไม่สามารถเข้าใจคนเกาหลี
ได้ 100% มีอะไรให้อึ้งเรื่อยๆค่ะ


เอาเงินในซองมานับแล้ว
คิดถึงแม่สามีหลายๆ อย่าง
หัวใจของคนเป็นแม่ช่างยิ่งใหญ่เสมอ
เพื่อลูกแม่ทำได้ แม่ลำบากไม่เป็นไร
ขอให้ลูกอยู่ดีมีสุข ขอบคุณที่ชีวิตนี้
ได้เจอแม่สามี ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่