เชิญวิจารณ์ตามสะดวกครับ (จริงๆก็ลงที่เด็กดีไว้ด้วย)
ตอนที่ 3 Infinity Library
(ขอย้ำว่านางเอกของเราพูดภาษาไทยไม่ได้นะครับ แต่จำใจต้องเขียนเป็นภาษาไทย เพราะมีคนวิจารณ์เยอะมาก จากผู้เขียน)
คอนโดมิเนียม I ชั้น 8 ห้อง 806 6.30 น. (GMT +7.00) วันที่ 9 มีนาคม ปีเฮย์เซย์ที่ 21
เตียงแสนนุ่มที่เด็กสาวนอนหลับปุ๋ยตั้งแต่เกิดเรื่องวุ่นๆในสนามบินเมื่อคืนนี้ ตอนนี้เธองัวเงียตื่นขึ้นมาแล้ว หลังนอนไป 4 ชั่วโมง
“คอนโดนี่สูงจังนะ โอนิจังเลือกซื้อที่นี่ทำไมนะ”
เธอจึงไปอาบน้ำ และเดินออกมาที่โต๊ะอาหารซึ่งชายหนุ่มซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับเธอทำกับข้าวให้
"อรุณสวัสดิ์จ้า จี้จัง"
"อรุณสวัสดิ์ค่ะ พี่ชาย"
เธอเห็นอาหารไทยแบบง่ายๆที่ชายหนุ่มทำ รู้สึกน่ากิน แต่เธอก็ประหลาดใจจึงถามว่า
"นี่คืออะไรคะ"
”นี่คือกระเพราไก่ไข่ดาว มันเป็นอาหารยอดนิยมของคนไทยจ้ะ"
"อย่างนั้นหรือคะ" เด็กสาวยังสนใจข้าวที่อยู่ตรงหน้า เพราะในโอซาก้า เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
"ทานแล้วนะคะ"
เด็กสาวก็กินอาหารไทย ซึ่งเป็นการกินอาหารไทยครั้งแรกในชีวิต เพราะตลอดมาเธอไม่เคยกินอาหารไทยมาก่อน (แน่ล่ะครับ เธอเกิดและเติบโตในโอซาก้านี่นา และแถมโอซาก้าเป็นแหล่งอาหารชี่อดังของญี่ปุ่นทีเดียว)
"ขอบคุณสำหรับอาหารค่ะ"
เด็กสาวอ่านหนังสือไปเรื่อยๆ สักพักหนึ่งเธอก็เห็นเอกสารแผ่นเล็กๆ เป็นเอกสารที่บอกเรื่องกำหนดการรับสมัครเข้าโรงเรียน H เธออ่านอย่างสนใจมาก
กำหนดการการสมัครเข้าเรียนโรงเรียน H ระดับชั้น ม.1
13-19 มีนาคม รับสมัครนักเรียน
23 มีนาคม สอบ
30 มีนาคม ประกาศผลสอบ
1 เมษายน จับสลากสำหรับเด็กในพื้นที่
4 เมษายน รายงานตัว
9 เมษายน มอบตัว
"พี่ขา" เด็กสาวเรียกชายหนุ่มที่กำลังแต่งตัวจะไปทำงานที่โรงเรียน
"มีอะไรหรือ" ชายหนุ่ม
"อีก 5 วันโรงเรียนก็เปิดรับสมัครแล้วสินะคะ"
"ใช่แล้ว"
"ข้อสอบยากไหมคะ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง" เด็กสาวสนใจและเริ่มกระตือรือร้นมากขึ้น
"ข้อสอบที่ โรงเรียน H ยากอยู่แล้ว โดยเฉพาะเด็กที่ไม่รู้จักภาษาไทยสักคำอย่างเธอ" ชายหนุ่มพูดและเตรียมกระเป๋าไปด้วย
"ให้ตายสิ" เด็กสาวบ่นๆ
"เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะพาเธอไปที่ๆหนึ่ง ที่เธอจะเรียนรู้ภาษาไทยได้โดยการอ่านหนังสือ" ชายหนุ่มพูดเพราะพรุ่งนี้ เขาว่างพอดี และคิดว่า ควรจะพาเด็กสาวไปที่ห้องสมุดน่าจะดีกว่า โดยเฉพาะห้องสมุดนิรันดร์
"ขอบคุณค่ะ" เด็กสาวขอบคุณชายหนุ่ม
"ไปทำงานก่อนนะ" ชายหนุ่มออกไปจากบ้านและไปทำงานที่โรงเรียน H เหมือนเดิม
วันรุ่งขึ้น
ห้องสมุดนิรันดร คฤหาสน์ K ซอยสวนพลู 8.30 น.
ชายหนุ่มขับรถพาเด็กสาวจากคอนโด I ขึ้นทางด่วนขั้นที่ 2 มาถึงห้องสมุดนิรันดรแต่เช้า เด็กสาวเดินเข้าไปในห้องสมุดแห่งนี้ทันทีและตกตะลึงกับมันในทันที
ห้อง สมุดนิรันดรเป็นห้องสมุดที่เป็นที่นิยมของนักอ่านอย่างมาก ถูกสร้างลึกไปใต้ดินของกรุงเทพมหานคร มีหนังสือมากมายนับสิบล้านเล่ม และเพิ่มขึ้นทุกปี มีทั้งหนังสือที่ต้องห้ามตามที่ต่างๆ ทั้งซื้อเข้ามาโดยผ่านแหล่งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ถึงกระนั้นก็มีอยู่หลายเล่มทีเดียวก็ได้มาตามงานเสนอผลงานวิชาการที่ต่างๆ ทั่วโลกที่เจ้าของห้องสมุดเดินทางไป มีโต๊ะหนังสือมากมาย รวมไปถึงห้องวิดีทัศน์ชั้นยอดที่ฉายภาพยนตร์จากทั่วโลก มีบรรณารักษ์ทำงานที่นี่สิบกว่าคนเพื่อดูแลหนังสือจำนวนมหาศาล จนไม่อาจใช้คนๆเดียวทำงานได้ เพราะมีชั้นวางจำนวนมากหลายร้อยชั้น รวมไปถึงนักซ่อมหนังสืออีก 20 กว่าคน คอยซ่อมหนังสือที่หลายเล่มพิมพ์มาตั้งแต่ยุคเรเนซองค์ และหาไม่ได้อีก เช่นหนังสือของอีราสมัส
ห้องสมุดนี้ได้รับการสนับสนุนโดยตระกูล K ผู้เป็นเจ้าของคฤหาสน์แห่งนี้ ซึ่งคนทั่วไปรู้กันดีถึงความร่ำรวย ซึ่งหัวหน้าตระกูลเป็นหญิงสาววัยเดียวกับชายหนุ่ม ใส่แว่นหนาเตอะ ดูเหมือนผู้รู้ในยุคทรงภูมิธรรมมากๆ และยังมีอัธยาศัยดี สามารถพูดได้หลายภาษาอีกด้วย และมีรสนิยมในการเลือกสรรหนังสือ และการจัดวางหนังสืออยู่ในขั้นสมบูรณ์แบบ โดยคำนึงถึงธุรกิจไปด้วยในเวลาเดียวกัน จึงทำให้ห้องสมุดนี้เต็มไปด้วยนักอ่าน นักค้นคว้าจากทั่วโลกที่สนใจในวิชาความรู้ ราวกับที่นี่เป็นหอสมุดอเล็กซานเดรียแห่งที่ 2 เลยทีเดียว
เธอพบกับชายหนุ่มกับเด็กสาวที่เดินเข้ามา ขณะที่เธอบอกบรรณารักษ์เกี่ยวกับหนังสือชื่อ “Gargantua and Pentagrul”ที่เธอได้มาระหว่างไปสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ว่า
“หนังสือเล่มนี้ ให้จัดไว้ที่ ชั้นที่ 3 หมวดหนังสือต่างประเทศนะ ให้ไว้ที่หมวด Reformation นะ”
“ได้ค่ะคุณหนู” บรรณารักษ์ประจำชั้น 3 ตอบรับ เธอลงลิฟท์ไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นเธอก็ไปทักทายชายหนุ่มและเด็กสาวทันทีในฐานะที่เธอเป็นเจ้าของห้องสมุด
“สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับสู่หอสมุดนิรันดรค่ะ แหล่งความรู้ที่ใหญ่ที่สุดในสยามประเทศ”
“สวัสดีครับ”
"สวัสดีค่ะ"
“เห นี่น้องสาวนายที่เจอที่สนามบินสินะ”
“ใช่ๆ เราเลยพายายนี่ มาหาข้อสอบสอบเข้าเก่าของโรงเรียน H น่ะสิ เธอมีสินะ คุณหนู” ชายหนุ่มพูด จริงๆเขาไม่ชอบวิธีการที่หญิงสาวสามารถหาข้อสอบเข้าโรงเรียนดังๆได้ โดยใช้อิทธิพลของตระกูล K ซึ่งมีอำนาจควบคุมตลาดหลักทรัพย์ได้ และพลังเงินที่ล้นเหลือ แต่ช่างเถอะเพื่อน้องสาวอันเป็นที่รัก
“ว่าแต่ ทำไมไม่เอายายนี่ไปเข้าโรงเรียนสมาคม ไทย-ญี่ปุ่นล่ะ” หญิงสาวถาม
“แล้วเธอคิดว่าเงินเดือนครูผู้ช่วยแค่ 13000 บาทของฉัน บวกเงินค่าดูแลจี้จังที่คานะซังให้มา 16000 บาทต่อเดือน จะพอจ่ายค่าเทอมที่โรงเรียนนั้นได้หรือ ฉันไม่ใช่เธอนะ”
เด็กสาวแปลกใจที่มีโรงเรียนสำหรับเด็กญี่ปุ่นในไทยด้วย เธอจึงถามชายหนุ่มในเรื่องนั้น
"พี่ชายคะ มีโรงเรียนสำหรับเด็กญี่ปุ่นด้วยหรือคะ หนูอยากรู้" เด็กสาวถามเพราะความอยากรู้
"ใช่ แต่พี่ไม่มีปัญญาจ่ายค่าเทอมให้หนูแน่ๆ" ชายหนุ่มตอบ และคิดว่าโรงเรียนนั้นค่าเทอมเท่ากับเงินเดือนของเขา 3 เดือนทีเดียว
"เข้าใจแล้วค่ะ" เด็กสาวรู้สึกเสียดายเล็กน้อย
หญิงสาวผู้ที่ฟังพี่ชายกับน้องสาวพูดจึงตัดบทบอกว่า “เอาล่ะ ข้อสอบเก่าถูกเก็บอยู่ที่ชั้นที่ 5 ตู้ที่ 3 มีข้อสอบเข้าโรงเรียน H ตั้งแต่ปี2510 ถึงปัจจุบัน”
แล้วเธอก็พูดกับเด็กสาวที่พูดไทยไม่ได้ว่า"ให้หนูไปที่ชั้น 5 ให้หาตู้ที่ 3 จะมีข้อสอบเข้าเก่าของโรงเรียน H ตั้งแต่ปี โชวะที่ 41 ถึง ปีเฮย์เซย์ที่ 20"
"ขอบคุณมากๆค่ะ" เด็กสาวตอบรับ
"พี่คะ หนูจะไปชั้น 5 คนเดียวนะคะ" เด็กสาวขออนุญาตชายหนุ่มทันที เพราะเธอชื่นชอบการอยู่คนเดียว อ่านหนังสือเงียบๆมากกว่า และเจ้าตัววิ่งปรู๊ดไปที่ลิฟท์เลยทันที
"จี้จัง พี่ไม่อยากให้หนูไปคนเดียวนะ" ชายหนุ่มเป็นห่วงเพราะสมัยเด็กๆ เขาก็เคยมาที่นี่และหลงไปอยู่ในห้องสมุดใต้ดินชั้นที่ 8 ซึ่งเป็นชั้นลึกที่สุด เขาก็เริ่มนึกถึงเมื่อเขายังเด็ก และพบกับ HK ที่นี่ครั้งแรก และคิดแล้วรู้สึกกระอักกระอ่วนใจมาก เพราะการอยู่ในนั้นมันเลวร้ายสุดๆ
“ว่าแต่ นาย ไปร้านชูครีมกับฉันดีกว่า เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง ฉันมีธุระจะคุยด้วย” หญิงสาวพูดขึ้นมา หลังจากเห็นเด็กสาวลงลิฟท์ไปแล้ว
“ก็ได้” ชายหนุ่มก็เดินตามเจ้าของห้องสมุดแต่โดยดี
ห้องสมุดใต้ดิน ชั้นที่ 5 9.00 น
ห้องสมุดใต้ดินชั้นที่ 5 เป็นที่เก็บข้อสอบเก่าของโรงเรียนที่มีชื่อเสียงในกรุงเทพมหานคร ข้อสอบพวกนี้คือข้อสอบที่ใช้ในการสอบเข้า ม.1 และ ม.4 ซึ่งวิธีการได้มานั้น โอนิจังไม่เคยชอบเลย เพราะทางห้องสมุดใช้วิธีซื้อตัวคณะกรรมการมานั่นเองให้เอาข้อสอบมาให้ หลังวันที่สอบเสร็จแล้ว 1 วัน แต่ HK ต้องการให้เด็กๆที่เข้าห้องสมุดนี้ได้รู้แนวข้อสอบไว้บ้าง เพราะเมื่อที่นี่เป็นแหล่งความรู้ทุกชนิด ข้อสอบก็ถือเป็นความรู้ด้วย ตามที่เธอคิดไว้
เด็กสาวเดินหาตู้เก็บที่ 3 เธอตื่นเต้นมากเพราะเธอเจอข้อสอบจำนวนมากในสภาพที่สมบูรณ์มาก เด็กสาวดูข้อสอบปี 2551 (ก็คือปี เฮเซย์ที่ 20) ซึ่งเป็นข้อสอบปีก่อน ซึ่งเธอก็รำพึงว่า
“ข้อสอบไม่เห็นยากตรงไหนเลยแฮะข้อสอบที่ญี่ปุ่นยากกว่านี้นะนี่”
เด็กสาวเห็นข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์ โดยปกติเด็กไทยเวลาทำข้อสอบ จะไม่ทำข้อสอบซับซ้อนมากนัก แต่ที่โรงเรียนในญี่ปุ่น ตอนเธอเรียนชั้นประถม เธอทำแบบฝึกหัดเลขแบบซับซ้อนแล้ว เธอจึงบอกว่าข้อสอบเข้าวิชาเลขของโรงเรียน H ที่ว่ากันว่ายากมากในระดับ ม.1 กลายเป็นตัวตลกสำหรับเธอ เพราะมันง่ายมาก
เด็กสาวสามารถอ่านและเขียน รวมถึงฟังภาษาไทยได้ เพราะถึงแม้ว่าเธอจะพูดไม่ได้เพราะในชุมชนของเธอไม่มีคนไทยเลยแม้แต่คนเดียว ทำให้เธอไม่สามารถพูดภาษาไทยได้ แต่เธออ่านหนังสือไทย และ เขียนได้ดี เพราะคุณพ่อส่งหนังสือภาษาไทยพวก สารคดีสัตว์โลก หนังสือแบบเรียนวิชาต่างๆให้อย่างสม่ำเสมอ ทำให้เธออ่านและเขียนภาษาไทยได้ และเข้าใจด้วยว่าเขาพูดอะไรกัน ซึ่งมีประโยชน์มากทีเดียว เธอจึงนั่งทำแบบฝึกหัดไปโดยที่ไม่ดูเวลา
ต่อด้านล่างครับ
นิยาย การผจญภัยของจี้จัง ตอนที่ 3
ตอนที่ 3 Infinity Library
(ขอย้ำว่านางเอกของเราพูดภาษาไทยไม่ได้นะครับ แต่จำใจต้องเขียนเป็นภาษาไทย เพราะมีคนวิจารณ์เยอะมาก จากผู้เขียน)
คอนโดมิเนียม I ชั้น 8 ห้อง 806 6.30 น. (GMT +7.00) วันที่ 9 มีนาคม ปีเฮย์เซย์ที่ 21
เตียงแสนนุ่มที่เด็กสาวนอนหลับปุ๋ยตั้งแต่เกิดเรื่องวุ่นๆในสนามบินเมื่อคืนนี้ ตอนนี้เธองัวเงียตื่นขึ้นมาแล้ว หลังนอนไป 4 ชั่วโมง
“คอนโดนี่สูงจังนะ โอนิจังเลือกซื้อที่นี่ทำไมนะ”
เธอจึงไปอาบน้ำ และเดินออกมาที่โต๊ะอาหารซึ่งชายหนุ่มซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับเธอทำกับข้าวให้
"อรุณสวัสดิ์จ้า จี้จัง"
"อรุณสวัสดิ์ค่ะ พี่ชาย"
เธอเห็นอาหารไทยแบบง่ายๆที่ชายหนุ่มทำ รู้สึกน่ากิน แต่เธอก็ประหลาดใจจึงถามว่า
"นี่คืออะไรคะ"
”นี่คือกระเพราไก่ไข่ดาว มันเป็นอาหารยอดนิยมของคนไทยจ้ะ"
"อย่างนั้นหรือคะ" เด็กสาวยังสนใจข้าวที่อยู่ตรงหน้า เพราะในโอซาก้า เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
"ทานแล้วนะคะ"
เด็กสาวก็กินอาหารไทย ซึ่งเป็นการกินอาหารไทยครั้งแรกในชีวิต เพราะตลอดมาเธอไม่เคยกินอาหารไทยมาก่อน (แน่ล่ะครับ เธอเกิดและเติบโตในโอซาก้านี่นา และแถมโอซาก้าเป็นแหล่งอาหารชี่อดังของญี่ปุ่นทีเดียว)
"ขอบคุณสำหรับอาหารค่ะ"
เด็กสาวอ่านหนังสือไปเรื่อยๆ สักพักหนึ่งเธอก็เห็นเอกสารแผ่นเล็กๆ เป็นเอกสารที่บอกเรื่องกำหนดการรับสมัครเข้าโรงเรียน H เธออ่านอย่างสนใจมาก
กำหนดการการสมัครเข้าเรียนโรงเรียน H ระดับชั้น ม.1
13-19 มีนาคม รับสมัครนักเรียน
23 มีนาคม สอบ
30 มีนาคม ประกาศผลสอบ
1 เมษายน จับสลากสำหรับเด็กในพื้นที่
4 เมษายน รายงานตัว
9 เมษายน มอบตัว
"พี่ขา" เด็กสาวเรียกชายหนุ่มที่กำลังแต่งตัวจะไปทำงานที่โรงเรียน
"มีอะไรหรือ" ชายหนุ่ม
"อีก 5 วันโรงเรียนก็เปิดรับสมัครแล้วสินะคะ"
"ใช่แล้ว"
"ข้อสอบยากไหมคะ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง" เด็กสาวสนใจและเริ่มกระตือรือร้นมากขึ้น
"ข้อสอบที่ โรงเรียน H ยากอยู่แล้ว โดยเฉพาะเด็กที่ไม่รู้จักภาษาไทยสักคำอย่างเธอ" ชายหนุ่มพูดและเตรียมกระเป๋าไปด้วย
"ให้ตายสิ" เด็กสาวบ่นๆ
"เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะพาเธอไปที่ๆหนึ่ง ที่เธอจะเรียนรู้ภาษาไทยได้โดยการอ่านหนังสือ" ชายหนุ่มพูดเพราะพรุ่งนี้ เขาว่างพอดี และคิดว่า ควรจะพาเด็กสาวไปที่ห้องสมุดน่าจะดีกว่า โดยเฉพาะห้องสมุดนิรันดร์
"ขอบคุณค่ะ" เด็กสาวขอบคุณชายหนุ่ม
"ไปทำงานก่อนนะ" ชายหนุ่มออกไปจากบ้านและไปทำงานที่โรงเรียน H เหมือนเดิม
วันรุ่งขึ้น
ห้องสมุดนิรันดร คฤหาสน์ K ซอยสวนพลู 8.30 น.
ชายหนุ่มขับรถพาเด็กสาวจากคอนโด I ขึ้นทางด่วนขั้นที่ 2 มาถึงห้องสมุดนิรันดรแต่เช้า เด็กสาวเดินเข้าไปในห้องสมุดแห่งนี้ทันทีและตกตะลึงกับมันในทันที
ห้อง สมุดนิรันดรเป็นห้องสมุดที่เป็นที่นิยมของนักอ่านอย่างมาก ถูกสร้างลึกไปใต้ดินของกรุงเทพมหานคร มีหนังสือมากมายนับสิบล้านเล่ม และเพิ่มขึ้นทุกปี มีทั้งหนังสือที่ต้องห้ามตามที่ต่างๆ ทั้งซื้อเข้ามาโดยผ่านแหล่งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ถึงกระนั้นก็มีอยู่หลายเล่มทีเดียวก็ได้มาตามงานเสนอผลงานวิชาการที่ต่างๆ ทั่วโลกที่เจ้าของห้องสมุดเดินทางไป มีโต๊ะหนังสือมากมาย รวมไปถึงห้องวิดีทัศน์ชั้นยอดที่ฉายภาพยนตร์จากทั่วโลก มีบรรณารักษ์ทำงานที่นี่สิบกว่าคนเพื่อดูแลหนังสือจำนวนมหาศาล จนไม่อาจใช้คนๆเดียวทำงานได้ เพราะมีชั้นวางจำนวนมากหลายร้อยชั้น รวมไปถึงนักซ่อมหนังสืออีก 20 กว่าคน คอยซ่อมหนังสือที่หลายเล่มพิมพ์มาตั้งแต่ยุคเรเนซองค์ และหาไม่ได้อีก เช่นหนังสือของอีราสมัส
ห้องสมุดนี้ได้รับการสนับสนุนโดยตระกูล K ผู้เป็นเจ้าของคฤหาสน์แห่งนี้ ซึ่งคนทั่วไปรู้กันดีถึงความร่ำรวย ซึ่งหัวหน้าตระกูลเป็นหญิงสาววัยเดียวกับชายหนุ่ม ใส่แว่นหนาเตอะ ดูเหมือนผู้รู้ในยุคทรงภูมิธรรมมากๆ และยังมีอัธยาศัยดี สามารถพูดได้หลายภาษาอีกด้วย และมีรสนิยมในการเลือกสรรหนังสือ และการจัดวางหนังสืออยู่ในขั้นสมบูรณ์แบบ โดยคำนึงถึงธุรกิจไปด้วยในเวลาเดียวกัน จึงทำให้ห้องสมุดนี้เต็มไปด้วยนักอ่าน นักค้นคว้าจากทั่วโลกที่สนใจในวิชาความรู้ ราวกับที่นี่เป็นหอสมุดอเล็กซานเดรียแห่งที่ 2 เลยทีเดียว
เธอพบกับชายหนุ่มกับเด็กสาวที่เดินเข้ามา ขณะที่เธอบอกบรรณารักษ์เกี่ยวกับหนังสือชื่อ “Gargantua and Pentagrul”ที่เธอได้มาระหว่างไปสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ว่า
“หนังสือเล่มนี้ ให้จัดไว้ที่ ชั้นที่ 3 หมวดหนังสือต่างประเทศนะ ให้ไว้ที่หมวด Reformation นะ”
“ได้ค่ะคุณหนู” บรรณารักษ์ประจำชั้น 3 ตอบรับ เธอลงลิฟท์ไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นเธอก็ไปทักทายชายหนุ่มและเด็กสาวทันทีในฐานะที่เธอเป็นเจ้าของห้องสมุด
“สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับสู่หอสมุดนิรันดรค่ะ แหล่งความรู้ที่ใหญ่ที่สุดในสยามประเทศ”
“สวัสดีครับ”
"สวัสดีค่ะ"
“เห นี่น้องสาวนายที่เจอที่สนามบินสินะ”
“ใช่ๆ เราเลยพายายนี่ มาหาข้อสอบสอบเข้าเก่าของโรงเรียน H น่ะสิ เธอมีสินะ คุณหนู” ชายหนุ่มพูด จริงๆเขาไม่ชอบวิธีการที่หญิงสาวสามารถหาข้อสอบเข้าโรงเรียนดังๆได้ โดยใช้อิทธิพลของตระกูล K ซึ่งมีอำนาจควบคุมตลาดหลักทรัพย์ได้ และพลังเงินที่ล้นเหลือ แต่ช่างเถอะเพื่อน้องสาวอันเป็นที่รัก
“ว่าแต่ ทำไมไม่เอายายนี่ไปเข้าโรงเรียนสมาคม ไทย-ญี่ปุ่นล่ะ” หญิงสาวถาม
“แล้วเธอคิดว่าเงินเดือนครูผู้ช่วยแค่ 13000 บาทของฉัน บวกเงินค่าดูแลจี้จังที่คานะซังให้มา 16000 บาทต่อเดือน จะพอจ่ายค่าเทอมที่โรงเรียนนั้นได้หรือ ฉันไม่ใช่เธอนะ”
เด็กสาวแปลกใจที่มีโรงเรียนสำหรับเด็กญี่ปุ่นในไทยด้วย เธอจึงถามชายหนุ่มในเรื่องนั้น
"พี่ชายคะ มีโรงเรียนสำหรับเด็กญี่ปุ่นด้วยหรือคะ หนูอยากรู้" เด็กสาวถามเพราะความอยากรู้
"ใช่ แต่พี่ไม่มีปัญญาจ่ายค่าเทอมให้หนูแน่ๆ" ชายหนุ่มตอบ และคิดว่าโรงเรียนนั้นค่าเทอมเท่ากับเงินเดือนของเขา 3 เดือนทีเดียว
"เข้าใจแล้วค่ะ" เด็กสาวรู้สึกเสียดายเล็กน้อย
หญิงสาวผู้ที่ฟังพี่ชายกับน้องสาวพูดจึงตัดบทบอกว่า “เอาล่ะ ข้อสอบเก่าถูกเก็บอยู่ที่ชั้นที่ 5 ตู้ที่ 3 มีข้อสอบเข้าโรงเรียน H ตั้งแต่ปี2510 ถึงปัจจุบัน”
แล้วเธอก็พูดกับเด็กสาวที่พูดไทยไม่ได้ว่า"ให้หนูไปที่ชั้น 5 ให้หาตู้ที่ 3 จะมีข้อสอบเข้าเก่าของโรงเรียน H ตั้งแต่ปี โชวะที่ 41 ถึง ปีเฮย์เซย์ที่ 20"
"ขอบคุณมากๆค่ะ" เด็กสาวตอบรับ
"พี่คะ หนูจะไปชั้น 5 คนเดียวนะคะ" เด็กสาวขออนุญาตชายหนุ่มทันที เพราะเธอชื่นชอบการอยู่คนเดียว อ่านหนังสือเงียบๆมากกว่า และเจ้าตัววิ่งปรู๊ดไปที่ลิฟท์เลยทันที
"จี้จัง พี่ไม่อยากให้หนูไปคนเดียวนะ" ชายหนุ่มเป็นห่วงเพราะสมัยเด็กๆ เขาก็เคยมาที่นี่และหลงไปอยู่ในห้องสมุดใต้ดินชั้นที่ 8 ซึ่งเป็นชั้นลึกที่สุด เขาก็เริ่มนึกถึงเมื่อเขายังเด็ก และพบกับ HK ที่นี่ครั้งแรก และคิดแล้วรู้สึกกระอักกระอ่วนใจมาก เพราะการอยู่ในนั้นมันเลวร้ายสุดๆ
“ว่าแต่ นาย ไปร้านชูครีมกับฉันดีกว่า เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง ฉันมีธุระจะคุยด้วย” หญิงสาวพูดขึ้นมา หลังจากเห็นเด็กสาวลงลิฟท์ไปแล้ว
“ก็ได้” ชายหนุ่มก็เดินตามเจ้าของห้องสมุดแต่โดยดี
ห้องสมุดใต้ดิน ชั้นที่ 5 9.00 น
ห้องสมุดใต้ดินชั้นที่ 5 เป็นที่เก็บข้อสอบเก่าของโรงเรียนที่มีชื่อเสียงในกรุงเทพมหานคร ข้อสอบพวกนี้คือข้อสอบที่ใช้ในการสอบเข้า ม.1 และ ม.4 ซึ่งวิธีการได้มานั้น โอนิจังไม่เคยชอบเลย เพราะทางห้องสมุดใช้วิธีซื้อตัวคณะกรรมการมานั่นเองให้เอาข้อสอบมาให้ หลังวันที่สอบเสร็จแล้ว 1 วัน แต่ HK ต้องการให้เด็กๆที่เข้าห้องสมุดนี้ได้รู้แนวข้อสอบไว้บ้าง เพราะเมื่อที่นี่เป็นแหล่งความรู้ทุกชนิด ข้อสอบก็ถือเป็นความรู้ด้วย ตามที่เธอคิดไว้
เด็กสาวเดินหาตู้เก็บที่ 3 เธอตื่นเต้นมากเพราะเธอเจอข้อสอบจำนวนมากในสภาพที่สมบูรณ์มาก เด็กสาวดูข้อสอบปี 2551 (ก็คือปี เฮเซย์ที่ 20) ซึ่งเป็นข้อสอบปีก่อน ซึ่งเธอก็รำพึงว่า
“ข้อสอบไม่เห็นยากตรงไหนเลยแฮะข้อสอบที่ญี่ปุ่นยากกว่านี้นะนี่”
เด็กสาวเห็นข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์ โดยปกติเด็กไทยเวลาทำข้อสอบ จะไม่ทำข้อสอบซับซ้อนมากนัก แต่ที่โรงเรียนในญี่ปุ่น ตอนเธอเรียนชั้นประถม เธอทำแบบฝึกหัดเลขแบบซับซ้อนแล้ว เธอจึงบอกว่าข้อสอบเข้าวิชาเลขของโรงเรียน H ที่ว่ากันว่ายากมากในระดับ ม.1 กลายเป็นตัวตลกสำหรับเธอ เพราะมันง่ายมาก
เด็กสาวสามารถอ่านและเขียน รวมถึงฟังภาษาไทยได้ เพราะถึงแม้ว่าเธอจะพูดไม่ได้เพราะในชุมชนของเธอไม่มีคนไทยเลยแม้แต่คนเดียว ทำให้เธอไม่สามารถพูดภาษาไทยได้ แต่เธออ่านหนังสือไทย และ เขียนได้ดี เพราะคุณพ่อส่งหนังสือภาษาไทยพวก สารคดีสัตว์โลก หนังสือแบบเรียนวิชาต่างๆให้อย่างสม่ำเสมอ ทำให้เธออ่านและเขียนภาษาไทยได้ และเข้าใจด้วยว่าเขาพูดอะไรกัน ซึ่งมีประโยชน์มากทีเดียว เธอจึงนั่งทำแบบฝึกหัดไปโดยที่ไม่ดูเวลา
ต่อด้านล่างครับ